ผลต่างระหว่างรุ่นของ "กุ้งก้ามกราม"

เนื้อหาที่ลบ เนื้อหาที่เพิ่ม
Potapt (คุย | ส่วนร่วม)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ตามสากล
บรรทัด 25:
{{hidden end}}}}
 
'''กุ้งก้ามกราม''' หรือ '''กุ้งก้ามคราม''' ({{ชื่อวิทยาศาสตร์|Macrobrachium rosenbergii}}) [[กุ้ง]][[น้ำจืด]][[species|ชนิด]]หนึ่ง อยู่ใน[[วงศ์ (ชีววิทยา)|วงศ์]] [[Palaemonidae]] พบได้ทั่วพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนของอินโด-แปซิฟิกจาก[[อินเดีย]]ไปยัง[[เอเชียตะวันออกเฉียงใต้]] และทางตอนเหนือของ[[ออสเตรเลีย]]<ref name="motoh">{{cite book|author=H. Motoh & K. Kuronuma|title =Field guide for the edible crustacea of the Philippines|publisher =Southeast Asian Fisheries Development Center (SEAFDEC)|year =1980|page=44|url =https://repository.seafdec.org.ph/bitstream/handle/10862/152/ediblecrustacea.pdf;jsessionid=BFAC47AB199C35EDB0062CE423639508.jvm1?sequence=1}}</ref>
 
มีเปลือก[[สีเขียว]]อม[[สีน้ำเงิน|สีฟ้า]]หรือ[[ม่วง]] ก้ามยาวมีสีครามหรือม่วงเข้ม ตลอดทั้งก้ามมีปุ่มตะปุ่มตะป่ำ โดยธรรมชาติจะอยู่ใน[[แม่น้ำ]]ลำ[[คลอง]] ในประเทศไทยพบแทบทุกจังหวัดใน[[ภาคกลาง]]และ[[ภาคใต้]]ของประเทศไทย ในต่างประเทศพบได้ในทุกประเทศของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก จนถึงตอนเหนือของออสเตรเลียและฟิลิปปินส์<ref name="Chan">{{cite book |url=http://smdec.com/keyfao/SHRIMPS%20AND%20PRAWNS/data/60404.pdf |chapter=Shrimps and Prawns |author=T. Y. Chan |editor=Kent E. Carpenter & Volker H. Niem |title=The Living Marine Resources of the Western Central Pacific. Volume 2: Cephalopods, Crustaceans, Holothurians and Sharks |series=FAO Species Identification Guide for Fishery Purposes |year=1998 |publisher=[[Food and Agriculture Organization]] |isbn=92-5-104051-6|format=[[PDF]]}}</ref> โดยพบทั้งในน้ำจืดและ[[น้ำกร่อย]] วางไข่ในน้ำกร่อยที่เค็มจัด อาหารได้แก่ ไส้เดือน, ตัวอ่อนของลูกน้ำ, ลูกไร, ลูกปลาขนาดเล็ก, ซากของสัตว์ต่าง ๆ และในบางโอกาสก็กินพวกเดียวกันเอง พบชุกชุมทำให้จับง่าย โดยเฉพาะใน[[ฤดูหนาว]] ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ทำให้ปริมาณในธรรมชาติลดน้อยลง ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในจังหวัดต่าง ๆ แถบภาคกลางของไทย เช่น [[สุพรรณบุรี]], [[นครปฐม]], [[ฉะเชิงเทรา]] และต่างประเทศด้วย เช่น ที่[[สหรัฐอเมริกา]] เป็นต้น
 
โดยที่กุ้งก้ามกรามชนิดที่พบในประเทศไทย ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''M. dacqueti'' ส่วนชนิดที่ใช้ชื่อว่า ''M. rosenbergii'' เป็นชนิดที่พบในภูมิภาคปาปัวนิวกินี แต่ปัจจุบันถือว่าเป็นชนิดเดียวกันหรือเป็นชื่อพ้อง <ref>[http://invasions.si.edu/nemesis/browseDB/SpeciesSummary.jsp?TSN=96343 ''Macrobrachium rosenbergii'']</ref>
 
กุ้งก้ามกรามมีความยาวประมาณ 13 [[เซนติเมตร]] พบใหญ่สุดถึง 1 [[ฟุต]] น้ำหนักราว 1 [[กิโลกรัม]]<ref name="Chan"/> เป็นกุ้งที่ถูกใช้ปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย เช่น [[ต้มยำ]], [[เผา]] หรือ[[ทอด]] เป็นต้น เพราะเนื้อมีมาก เนื้อแน่น มัน อร่อย ทำให้มีราคาที่ขายสูง ปัจจุบันยังนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์น้ำสวยงามด้วย
 
กุ้งก้ามกรามมีชื่อเรียกที่ต่างออกไปมากมาย เช่น "กุ้งแม่น้ำ", "กุ้งหลวง" ขณะที่กุ้งตัวเมียที่มีขนาดลำตัวเล็กกว่า เรียก "กุ้งนาง" เป็นต้น<ref>[http://rirs3.royin.go.th/new-search/word-1-search.asp นิยามคำว่า "ก้ามกราม" ตาม[[พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542]]]</ref> <ref>[http://www.thailandshrimp.com/data/agriculture_giant_p0.htm การเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกราม]</ref>
 
== ดูเพิ่ม ==