ผลต่างระหว่างรุ่นของ "การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย"

เนื้อหาที่ลบ เนื้อหาที่เพิ่ม
Potapt (คุย | ส่วนร่วม)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
Potapt (คุย | ส่วนร่วม)
ไม่มีความย่อการแก้ไข
บรรทัด 68:
| แผนที่_บรรยาย =
}}
'''การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย''' ตัวย่อ '''กฟผ.''' ({{lang-en|Electricity Generating Authority of Thailand}}) เป็น[[รัฐวิสาหกิจ]] สังกัด[[กระทรวงพลังงาน]] มีหน้าที่ผลิตไฟฟ้าใช้ภายในประเทศไทย
 
ในปี พ.ศ. 2553 กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจของไทยที่มีรายได้สูงสุดเป็นลำดับที่ 2 รองจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมีรายได้กว่า 412,647 ล้านบาท และมีรายได้นำส่งรัฐสูงที่สุด คือ 15,831 ล้านบาท<ref>[http://www.sepo.go.th/seki-design/category/530-state-enterprise-key-indicators-seki-2/129.htm ข้อมูลสำคัญของรัฐวิสาหกิจไทย (State Enterprise Key Indicators : SEKI) ฉบับที่ 2]</ref>
 
== ประวัติ ==
จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 โดยการรวมหน่วยงาน ด้านการผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า 3 แห่ง ได้แก่ '''การไฟฟ้ายันฮี การลิกไนท์ และการไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ''' เข้าเป็นหน่วยงานเดียวกัน<ref>[http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2511/A/102/1.PDF พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511]</ref> มีฐานะเป็นนิติบุคคลตั้งแต่วันที่ [[1 พฤษภาคม]] [[พ.ศ. 2512]]
 
พระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2535 มีสาระสำคัญโดยสรุปคือ
จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 โดยการรวมหน่วยงาน ด้านการผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า 3 แห่ง ได้แก่ '''การไฟฟ้ายันฮี การลิกไนท์ และการไฟฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ''' เข้าเป็นหน่วยงานเดียวกัน<ref>[http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2511/A/102/1.PDF พระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511]</ref> มีฐานะเป็นนิติบุคคลตั้งแต่วันที่ [[1 พฤษภาคม]] [[พ.ศ. 2512]]
 
พระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2535 มีสาระสำคัญโดยสรุปคือ
 
* ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สามารถดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า หรือร่วมทุนกับบุคคลอื่นเพื่อดำเนินธุรกิจดังกล่าว และให้มีอำนาจใช้สอยและครอบครองอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสำรวจหาแหล่งพลังงาน ตลอดจนสถานที่สำหรับใช้ในการผลิตหรือพัฒนาพลังงานไฟฟ้า โดยชดใช้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
เส้น 82 ⟶ 81:
* กฟผ. มีสิทธิเพิ่มวงเงินในการกู้ยืมและในการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ คณะกรรมการมีอำนาจจำหน่ายทรัพย์สินออกจากบัญชีได้ทุกกรณี โดยไม่จำกัดวงเงินโดยสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ
 
ส่วนสาระสำคัญที่ยังคงเดิม คือ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ แต่งตั้งประธานคณะกรรมการกับกรรมการ (ซึ่งต้องไม่มีตำแหน่งทางการเมือง) และคณะกรรมการเหล่านี้เป็นผู้แต่งตั้งผู้ว่าการ กฟผ. จึงเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีคอยกำกับดูแลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
 
ในวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2537 ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้ กฟผ. เข้าโครงการรัฐวิสาหกิจที่ดี ซึ่งทำให้ กฟผ. มีความคล่องตัวในการบริหารงานได้มากขึ้น
 
== ตราสัญลักษณ์ ==
เส้น 94 ⟶ 93:
 
== หน้าที่ ==
กฟผ. มีหน้าที่ในการจัดหา[[พลังงานไฟฟ้า]]แก่ประชาชน โดยการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ให้แก่ [[การไฟฟ้านครหลวง]] [[การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค]] และผู้ใช้พลังงานไฟฟ้ารายอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งประเทศใกล้เคียง และดำเนินการต่างๆต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทางด้านพลังงานไฟฟ้า ตลอดจนงานอื่นๆอื่น ๆ ที่ส่งเสริมกิจการของ กฟผ. โดยมีนโยบายหลักคือการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคงเชื่อถือได้ และราคาเหมาะสม
 
กฟผ. ยังทำหน้าที่บริหารกิจการและวางแผนการผลิต โดยให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงาน ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 ที่กำหนดให้ปรับปรุงโครงสร้างองค์การและการบริหารงาน ของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานให้เป็นเชิงพาณิชย์มากขึ้น ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2535 เรื่องแนวทางการดำเนินงานในอนาคตของ กฟผ. เริ่มจากปี พ.ศ. 2535 สิ้นสุดในปี พ.ศ. 2539 มีเป้าหมายการดำเนินงาน คือ เปลี่ยนแปลง กฟผ. เป็นบริษัทจำกัด (มหาชน) และกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยรัฐยังคงถือหุ้นใหญ่
กฟผ. มีหน้าที่ในการจัดหา[[พลังงานไฟฟ้า]]แก่ประชาชน โดยการผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ให้แก่ [[การไฟฟ้านครหลวง]] [[การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค]] และผู้ใช้พลังงานไฟฟ้ารายอื่นตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งประเทศใกล้เคียง และดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางด้านพลังงานไฟฟ้า ตลอดจนงานอื่นๆ ที่ส่งเสริมกิจการของ กฟผ. โดยมีนโยบายหลักคือการผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคงเชื่อถือได้ และราคาเหมาะสม
 
กฟผ. ยังทำหน้าที่บริหารกิจการและวางแผนการผลิต โดยสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงาน ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 ที่กำหนดให้ปรับปรุงโครงสร้างองค์การและการบริหารงาน ของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานให้เป็นเชิงพาณิชย์มากขึ้น ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2535 เรื่องแนวทางการดำเนินงานในอนาคตของ กฟผ. เริ่มจากปี 2535 สิ้นสุดในปี 2539 มีเป้าหมายการดำเนินงาน คือ เปลี่ยนแปลง กฟผ. เป็นบริษัทจำกัด (มหาชน) และกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยรัฐยังคงถือหุ้นใหญ่
 
กฟผ. ได้ดำเนินการตามมติ ครม. คณะรัฐมนตรีมาเป็นลำดับ ได้แก่ การจัดตั้ง[[บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)]] การออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายเล็กและโรงไฟฟ้าเอกชน การเจรจาซื้อขายไฟฟ้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ สำหรับการเปลี่ยน กฟผ. เป็นบริษัทจำกัด (มหาชน) เป็นให้ กฟผ. จัดตั้งบริษัทย่อย ทยอยจดทะเบียนและกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อมีความพร้อม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เป็นต้น
ไป