ผลต่างระหว่างรุ่นของ "อบเชย"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(โรบอต เพิ่ม: lb:Kanéil)
}}
 
'''อบเชย''' ([[ภาษาอังกฤษ{{lang-en|อังกฤษ]]: Cinnamoncinnamon}}) เป็น[[เครื่องเทศ]]ที่มีกลิ่นหอม ได้มาจากเปลือกไม้ชั้นในที่แห้งแล้วของต้นอบเชย แท่งอบเชยมีสีน้ำตาลแดง มีลักษณะเหมือนแผ่นไม้แห้งที่หดงอหลังจากโดนความชื้น มักจะเรียกตามแหล่งเพาะปลูกเช่น [[อบเชยจีน]] [[อบเชยลังกา]] [[อบเชยญวณญวน]] เป็นต้น ในประเทศไทยไม่นิยมปลูกเพราะภูมิอากาศไม่เหมาะสม
 
ลักษณะทั่วไปเป็น[[ไม้ยืนต้น]] ตัวต้นจะสูงประมาณ 4 - 10 เมตร ส่วนเปลือกและใบมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามกัน เส้นใบหยัก 3 เส้น เวลาออกดอกจะออกที่บริเวณซอกใบ หรือปลายกิ่ง โดยออกดอกย่อย[[สีเหลือง|สีเหลืองอ่อน]]รวมกันเป็นช่อ พืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับอบเชยได้เแก่ ได้แก่ [[ชะเอม]] [[กะเพราะกะเพรา|กะเพราต้น]] ข่าต้น สมุแว้งสมุลแว้ง [[การบูร]] [[เทพธาโรทาโร]]
==การใช้ประโยชน์==
นิยมใช้อบเชยในการทำเครื่องแกงเช่น พริกแกงกระหรี่ประเภทผัดที่ใช้[[ผงกระหรี่ผงกะหรี่]] ใช้เป็นไส้กระหรี่ปั๊ป หรือใช้ร่วมกับ[[โป๊ยกั้ก]]ในอาหารคาวประเภทต้มเช่น [[พะโล้]]และเนื้อตุ๋น ส่วนในประเทศแถบตะวันตก มักใส่อบเชยในของหวาน เช่น [[ซินนามอนโรลล์]] ใช้ผงอบเชยละเอียดโรยหน้า[[กาแฟ]]ใส่นม ใช้ผงอบเชยกับ[[น้ำตาล]]โรยหน้า[[เพรทส์เซลรตเซล]] และนอกจากนี้ยังมี[[ลูกอม]] [[หมากฝรั่ง]] และ[[ยาสีฟัน]]รสอบเชยอีกด้วย
[[ไฟล์:Cinnamomum verum.jpg|left|thumb|เปลือกอบเชย]]
 
อบเชยมีสรรพคุณทางยา เนื่องจากมี[[แทนนิน]]สูงที่ให้รสฝาดจึงนิยมใช้ในยาตำรับแผนโบราณเช่น เป็นส่วนผสมในยาหอมต่าง ๆ โดยใช้ส่วนของเปลือกลำต้น ใช้ในการแก้จุกเสียด แน่นท้อง หรือใช้ในการทำ[[ยานัตถุ์]]ใช้สูดดม เพื่อเพิ่มความสดชื่น ลดอาการอ่อนเพลีย แก้โรคท้องร่วงเพราะมีส่วนช่วยต้าน[[แบคทีเรีย]]ในกระเพาะอาหาร ขับปัสสาวะ ช่วยในการย่อยอาหาร และสลายไขมัน ส่วนเปลือกลำต้นอายุมากกว่า 6 ปี หรือใบกิ่งยังนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยได้อีกด้วย ซึ่งจะมีมากในอบเชยญวณญวนที่ให้น้ำมันหอมระเหย 2.5%
 
น้ำมันสกัดจากเปลือกของต้นอบเชย ที่ความเข้มข้น 40 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรยับยั้งการเจริญของ ''[[Streptococcus iniae]]'' ในอาหารเลี้ยงเชื้อได้ โดยสารออกฤทธิ์ที่มีส่วนสาคัญต่อการยับยั้งการเจริญของ ''S. iniae'' คือ cinnamaldehyde ปลานิลที่เลี้ยงด้วยอาหารที่ผสมด้วยน้ามันสกัดจากต้นอบเชยในอัตราส่วน 0.4% (w/w) ตายเนื่องจากการติดเชื้อ ''S. niae'' น้อยลง<ref> พงศ์ศักดิ์ รัตนชัยกุลโสภณ และ ปาริชาติ พุ่มขจร. 2553. [http://www.ubu.ac.th/~research/UBUJournal/DB_Journal/fileupload/12408.pdf การใช้สมุนไพรในการป้องกันและรักษาโรคในปลา] วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีที่12 ฉบับที่4 กรกฎาคม 2553 63 -71</ref>
 
== อ้างอิง ==
118,725

การแก้ไข