เปิดเมนูหลัก

พระวักกลิ เป็นพระอรหันต์สาวกองค์หนึ่งของพระโคตมพุทธเจ้า ทรงยกย่องท่านเป็นเอตทัคคะในฝ่ายสัทธาธิมุต (ผู้พ้นจากกิเลสได้ด้วยศรัทธา)

พระวักกลิ
ข้อมูลทั่วไป
สถานที่เกิดสาวัตถี แคว้นโกศล
สถานที่บรรลุธรรมวิหารกาฬสิลา ข้างภูเขาอิสิคิลิ
เอตทัคคะสัทธาธิมุต
สถานที่นิพพานวิหารกาฬสิลา ข้างภูเขาอิสิคิลิ
ฐานะเดิม
ชาวเมืองสาวัตถี
วรรณะเดิมพราหมณ์
การศึกษาจบพระเวท

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

ประวัติของพระวักกลิในพระไตรปิฎกและอรรถกถา มีข้อมูลแตกต่างกัน ดังนี้

ประวัติตามพระไตรปิฎกแก้ไข

ในขุททกนิกาย อปทาน ระบุว่า พระวักกลิกำเนิดในวรรณะพราหมณ์ที่กรุงสาวัตถี แคว้นโกศล มารดาของท่านถูกปีศาจรังควาญ จึงนำท่านมาถวายแทบพระบาทพระพุทธเจ้าตั้งแต่ยังท่านเป็นทารก พระองค์ก็ทรงรับมาเลี้ยงดู ท่านติดตามพระพุทธเจ้าตลอด ถ้าไม่เห็นพระองค์แม้เพียงครู่เดียวก็จะกระวนกระวายใจ[1] เมื่ออายุได้ 7 ปี จึงได้บวช พระพุทธเจ้าเห็นว่าพระวักกลิยังยึดติดรูปจึงตรัสกับพระวักกลิว่า

อย่าเลย วักกลิทำไมเธอจึงยินดีในรูปที่ชนพาลชอบเล่า ผู้ใดเห็นพระสัทธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเป็นบัณฑิตเห็นเรา ผู้ไม่เห็นพระสัทธรรม ถึงจะเห็นเราก็ชื่อว่าไม่เห็น ร่างกายมีโทษไม่สิ้นสุดเหมือนต้นไม้มีพิษ เป็นที่อาศัยของโรคทุกชนิด ล้วนเป็นที่ประชุมของทุกข์ เพราะฉะนั้น เธอจงเบื่อหน่ายในรูปเถิด พิจารณาเห็นความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย จะถึงที่สุดแห่งสรรพกิเลสได้โดยง่าย[1]

หลังจากนั้นพระวักกลิได้ขึ้นไปบนเขาคิชฌกูฏ พระพุทธเจ้าทรงทราบ จึงไปที่เขาลูกนั้นแล้วตรัสเรียกพระวักกลิ พระวักกลิดีใจรีบวิ่งลงจากเขาไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า[1]

ต่อมาพระวักกลิอาพาธด้วยโรคลม ท่านรู้ว่าใกล้จะมรณภาพ จึงให้ผู้อุปัฏฐากหามท่านไปวิหารกาฬสิลา ข้างภูเขาอิสิคิลิ พระพุทธเจ้าทรงทราบจึงฝากพระธรรมเทศนาเรื่องความเกิดและความเสื่อมของขันธ์ 5 ให้พระภิกษุนำไปแสดงแก่ท่านก่อนท่านจะมรณภาพ พระวักกลิได้ฟังแล้วก็บรรลุอรหัตตผล ณ ที่นั่น แล้วถึงแก่นิพพาน ขณะนั้นมีควันตลบคลุ้งไปทั่วทุกทิศ พระพุทธเจ้าตรัสกับกลุ่มภิกษุว่าควันนั้นคือมารที่แปลงมาตามหาวิญญาณของพระวักกลิ แต่หาไม่พบเพราะพระวักกลิดับขันธ์ถึงนิพพานแล้ว[2]

ประวัติตามมโนรถปูรณีและธัมมปทัฏฐกถาแก้ไข

ในมโนรถปูรณีและธัมมปทัฏฐกถาระบุว่า พระวักกลิเป็นพราหมณ์ชาวสาวัตถี ได้เล่าเรียนจนจบพระเวท ต่อมาได้เห็นพระพุทธเจ้าแล้วพึงพอใจในพระพุทธสรีระ จึงออกบวชตามเสด็จไปทุกแห่ง เฝ้ายืนดูพระองค์อยู่ตลอด เมื่อพระพุทธเจ้าเห็นว่าถึงเวลาที่ญาณของท่านแก่กล้าแล้ว จึงตรัสกับท่านว่า

วักกลิ ท่านจะประโยชน์อะไรด้วยมองรูปกายอันเปื่อยเน่านี้ที่ท่านเห็น วักกลิ ผู้ใดแลเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม วักกลิ เห็นธรรมจึงจะชื่อว่าเห็นเรา

แต่พระวักกลิยังคงไม่ละพฤติกรรมเดิม จนใกล้เข้าพรรษา พระพุทธเจ้าจึงทรงขับท่านเสียจากสำนัก พระวักกลิเสียใจมาก จึงขึ้นไปบนเขาคิชฌกูฏตั้งใจจะฆ่าตัวตาย[3] พระพุทธเจ้าจึงไปปรากฏพระกายที่นั้น แล้วตรัสเตือนสติท่านว่า "ภิกษุผู้มากด้วยความปราโมทย์ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จะพึงบรรลุบทอันสงบที่ระงับสังขาร เป็นความสุข" พระวักกลิจึงบรรลุอรหันต์พร้อมด้วยปฏิสัมภิทา แล้วเหาะลงมากราบพระพุทธเจ้า

ต่อมาพระพุทธเจ้าได้ประกาศท่ามกลางอริยสงฆ์ ยกย่องพระวักกลิว่าเป็นยอดของภิกษุผู้น้อมใจไปด้วยศรัทธา[4]

อดีตชาติแก้ไข

ในวักกลิเถราปทาน พระวักกลิได้เล่าเรื่องบุพกรรมของตนเองว่า ในสมัยพระปทุมุตรพุทธเจ้าเมื่อ 100,000 กัปที่แล้ว พระวักกลิได้เกิดเป็นพราหมณ์ในเมืองหงสวดี ได้ยินพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นตรัสยกย่องพระสาวกชื่อวักกลิว่าเป็นผู้มุ่งมั่นด้วยศรัทธา มีปัญญาดี มีความอาลัยในการดูพระพุทธเจ้ายิ่งกว่าผู้ใด ท่านได้ฟังแล้วเกิดความยินดี จึงจัดภัตตาหารถวายพระพุทธเจ้าและพระสาวกตลอด 7 วันและถวายจีวรผืนใหม่ จากนั้นได้กราบทูลขอพรให้ตนเองได้เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายที่เป็นสัทธิมุต พระปทุมุตรพุทธเจ้าจึงพยากรณ์ว่าในอีก 100,000 กัปข้างหน้า ท่านจะเกิดในสกุลวักกลิ ได้เป็นสาวกของพระโคตมพุทธเจ้า และจะทรงยกย่องท่านเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้สัทธาธิมุต หลังจากภพนั้นแล้วท่านได้เกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์[1]

อ้างอิงแก้ไข

เชิงอรรถ
  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 วักกลิเถราปทาน, พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕๔. กัจจายนวรรค]
  2. วักกลิสูตร, พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑.ขันธสังยุต] มัชฌิมปัณณาสก์ ๔. เถรวรรค
  3. ๑๑. เรื่องพระวักกลิเถระ, อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ภิกขุวรรคที่ ๒๕
  4. อรรถกถาสูตรที่ ๑๐ ประวัติพระวักกลิเถระ, อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๒
บรรณานุกรม
  • พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • อรรถกถาภาษาไทย ฉบับสยามรัฐ