นีกอลา อาแปร์

นีกอลา อาแปร์ (ฝรั่งเศส: Nicolas Appert) เป็นชาวฝรั่งเศสผู้คิดค้นกรรมวิธีการถนอมอาหารด้วยบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นกรรมวิธีที่สามารถถนอมอาหารได้ทุกประเภท เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งการบรรจุกระป๋อง"

นีกอลา อาแปร์
Appert Nicolas.jpg
เกิด17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1749(1749-11-17)
ชาลง-ซูร์-มาร์น ฝรั่งเศส
เสียชีวิต1 มิถุนายน ค.ศ. 1841 (91 ปี)
มาซี ฝรั่งเศส
สัญชาติฝรั่งเศส
ลายมือชื่อ
Cursive signature in ink

อาแปร์เป็นพ่อครัวและคนทำลูกกวาดในกรุงปารีสตั้งแต่ ค.ศ. 1784 ต่อมาใน ค.ศ. 1795 เขาเริ่มทดสอบและคิดค้นวิธีถนอมอาหาร ทั้งซุป พืชผัก น้ำผลไม้ เยลลี่ แยม น้ำเชื่อม และผลิตภัณฑ์จากนม เขานำอาหารเหล่านี้ใส่ไว้ในขวดโหลแก้ว ปิดปากด้วยจุกไม้ก๊อกและป้ายด้วยขี้ผึ้ง จากนั้นจึงนำไปจุ่มในน้ำเดือด[1]

ใน ค.ศ. 1800 จักรพรรดินโปเลียนเสนอเงินรางวัล 12,000 ฟรังก์ให้ใครก็ตามที่คิดค้นวิธีถนอมอาหารแบบใหม่ได้ ใน ค.ศ. 1806 อาแปร์นำขวดแก้วบรรจุอาหารต่าง ๆ ที่เขาถนอมไว้ออกมาแสดงที่งานนิทรรศการผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฝรั่งเศส (Exposition des produits de l'industrie française) แต่กลับไม่ชนะและไม่ได้รับเงินรางวัลใด ๆ[2] ต่อมาใน ค.ศ. 1810 กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสเสนอเงิน 12,000 ฟรังก์ให้อาแปร์ โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเผยแพร่กรรมวิธีถนอมอาหารนี้แก่สาธารณชน อาแปร์ยอมรับและตีพิมพ์หนังสือเพื่ออธิบายกรรมวิธีดังกล่าวในปีนั้นเอง หนังสือของเขามีชื่อว่า ศิลปะการถนอมเนื้อสัตว์และพืชผัก (L'Art de conserver les substances animales et végétales) ตีพิมพ์ครั้งแรกจำนวน 200 เล่ม[3]

ลาแมซงอาแปร์ (La Maison Appert) ในเมืองมาซีใกล้กับกรุงปารีส กลายเป็นโรงงานบรรจุอาหารลงขวดแห่งแรกในโลก[1] นับเป็นเวลาหลายปีก่อนที่หลุยส์ ปาสเตอร์ จะพิสูจน์ได้ว่าความร้อนสามารถฆ่าแบคทีเรีย กรรมวิธีถนอมอาหารของอาแปร์ได้จุดประกายให้เกิดธุรกิจถนอมอาหารหลากหลายชนิดในบรรจุภัณฑ์ปิด กรรมวิธีถนอมอาหารของเขาแพร่หลายไปอย่างรวดเร็วมาก ในปีเดียวกับที่เขาตีพิมพ์หนังสือนั้นเอง พ่อค้าชาวอังกฤษนามว่าปีเตอร์ ดูแรนด์ (Peter Durand) ได้นำกรรมวิธีนี้ไปใช้แต่เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นกระป๋องแทน

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 Lance Day, Ian McNeil, ed. (1996). Biographical Dictionary of the History of Technology. Routledge. ISBN 0-415-19399-0.
  2. Garcia & Adrian 2009, p. 120.
  3. Robertson 1998, p. 174.