นิสสัน จีที-อาร์

รถสปอร์ตจากนิสสัน

นิสสัน จีที-อาร์ (อังกฤษ:Nissan GT-R)[2] หรือชื่อในทางเทคนิค R35 เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนต์ลำหน้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) 2 ประตู 2+2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทนิสสัน จากประเทศญี่ปุ่น จีที-อาร์ เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 6 ธันวาคม ปี ค.ศ. 2007 ที่ประเทศญี่ปุ่น และที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 1 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2008 ส่วนประเทศอื่นๆ ในเดือน มีนาคม ปี ค.ศ. 2009 ได้รับการออกแบบโดย ชิโร นากามูระ (Shiro Nakamura)

นิสสัน จีที-อาร์ (R35)
Nissan GT-R - Mondial de l'Automobile de Paris 2016 - 003.jpg
นิสสัน จีที-อาร์ (ปี 2017)
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตนิสสัน
เริ่มผลิตเมื่อค.ศ. 2007–ปัจจุบัน
รุ่นปีค.ศ. 2009–2022
แหล่งผลิตคามิโนกาวะ, โทชิงิ, ญี่ปุ่น (Nissan Motor Co., Ltd.)[1]
ผู้ออกแบบภายนอก: Hirohisa Ono
ภายใน: Akira Nishimura
หัวหน้าการออกแบบ: Hiroshi Hasegawa
ผู้อำนวยการออกแบบ: Shiro Nakamura
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภท
รูปแบบตัวถัง2 ประตู (2+2 ที่นั่ง) แบบคูเป
โครงสร้างเครื่องวางลำหน้า, ขับเคลื่อนสี่ล้อ
แพลตฟอร์มPremium Midship
จำนวนประตู2 แบบบานเปิดธรรมดา
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์3.8 L VR38DETT ทวินเทอร์โบร์ วี6 (V6)
กำลัง
  • 487 แรงม้า (2550–2552)
  • 492 แรงม้า (2553)
  • 537 แรงม้า (2554–2555)
  • 553 แรงม้า (2556–2559)
  • 573 แรงม้า (2560–ปัจจุบัน)
  • 608 แรงม้า (นิสโม & Track Edition)
  • 720 แรงม้า (GT-R50)
ระบบเกียร์เกียร์อัตโนมัติดูโอคลัช BorgWarner GR6Z30A 6 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ2,780 mm (109.4 in)
ความยาว
  • ค.ศ. 2009–2010: 183.3 in (4,656 mm)
  • ค.ศ. 2011 – ปัจจุบัน: 183.9 in (4,671 mm)
ความกว้าง
  • ค.ศ. 2009–2010 & 2013-: 74.6 in (1,895 mm)
  • ค.ศ. 2011–2012: 74.9 in (1,902 mm)
ความสูง
  • ค.ศ. 2009–2010 & 2013–: 53.9 in (1,369 mm)
  • ค.ศ. 2011–2012: 54.0 in (1,372 mm)
น้ำหนัก1,740 kg (3,840 lb)
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้านิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์ (R34)

นิสสัน จีที-อาร์ จึงอาจกล่าวได้ว่า เป็นรถซูเปอร์คาร์ ไม่กี่คันที่มาจาก ประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถเทียบชั้นได้กับ ซูเปอร์คาร์ยี่ห้อดังในยุโรปเช่น เฟอร์รารี่,ลัมโบร์กีนี,ปอร์เช่ เป็นต้น จึงทำให้ภาพพจน์รถยนต์ของญี่ปุ่นดูสูงขึ้นมาก เพราะนิสสันจีที-อาร์ เป็นรถคันเดียวของเยอรมันที่สามารถเป็นรถคูเป้ ที่เร็วที่สุดของโลกได้ เมื่อเทียบกับแต่ก่อนที่ รถจากญี่ปุ่นขึ้นชื่อเป็นรถราคาถูก ด้อยคุณภาพ ไม่สามารถเทียบชั้นได้กับ รถในสหรัฐ และ รถในยุโรป [3]นิสสัน จีที-อาร์ ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊ค ปี ค.ศ. 2011 ว่า เป็นรถสี่ที่นั่งที่มีอัตราเร่งเร็วที่สุดในโลก (Fastest 0–60 mph acceleration by a four seater production car) แต่ถึงอย่างไรก็ดีปัจจุบันสถิตินี้ถูกลบไปแล้ว โดยเฟอร์รารี่ เอฟ12เบอร์ลิเนตต้า ที่เข้ามาครองอันดับ 1 แทน

ประวัติแก้ไข

ระหว่างปี 2512–2517 และระหว่างปี 2532–2545 นิสสัน ได้ผลิตรถที่มีสมรรถนะสูงที่ต่อยอดมาจาก นิสสัน สกายไลน์ คูเป้ ได้ใช้ชื่อว่านิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์ โดยรถคันนี้ได้พิสูจน์ว่าเป็นสัญลักษณ์ของนิสสัน[4][5] และได้ประสบผลสำเร็จทางด้านชื่อเสียงและรางวัลมากมายไม่ว่าจะอยู่บนถนนหรืออยู่ในสนามแข่ง นิสสัน จีที-อาร์ เป็นรุ่นที่ไม่ได้สร้างอยู่บนพื้นฐานของสกายไลน์อีกต่อไป แต่ได้การวิวัฒนาการมาจากนิสสัน สกายไลน์ จีที-อาร์ (โดนนิสสัน สกายไลน์นั้น เปลี่ยนมาเป็นรถบ้านและได้ขายในชื่อ อินฟินิตี้ จี35)

นิสสัน จีที-อาร์ เป็นรถรุ่นใหม่ที่ได้รับการออกแบบรูปแบบตัวรถให้คล้ายกับรุ่นสกายไลน์ จีที-อาร์ คือขับเคลื่อนสี่ล้อ เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ 6 สูบ และมีไฟท้ายเป็นวงกลมสี่วง ส่วนระบบเลี้ยวทั้งสี่ล้อ HICAS ของสกายไลน์ จีที-อาร์ ได้ถูกถอดออกไป และเครื่องยนต์เก่าของสกายไลน์ จีที-อาร์ RB26DETT ก็ได้ถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ VR38DETT.[6] เมื่อจีที-อาร์นั้น ได้ออกแบบให้คล้ายคลึงกับสกายไลน์แล้ว รหัสตัวถึงก็จึงคล้ายกันกับสกายไลน์คือ CBA-R35,[7] หรือเรียกสั้นๆ ว่า 'R35' (CBA เป็นคำนำหน้าสำหรับมาตรฐานการปล่อยมลพิษ) ซึ่งรหัสนี้เป็นรูปแบบการตั้งรหัสที่คล้ายกันกับสกายไลน์ จีที-อาร์รุ่นก่อนๆ และจีที-อาร์ รุ่นนี้ก็ยังได้รับฉายาตามรุ่นพี่สกายไลน์คือ ก็อตซิลล่า[8] โดยฉายานี้ได้รับการแต่งตั้งให้โดยนิตยสาร Wheels จากประเทศออสเตรเลียในฉบับเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2532

คอนเซ็ปต์แก้ไข

 
จีที-อาร์ โปรโตไทป์ ที่งานโตเกียว ออโต้โชว์ 2001
 
จีที-อาร์ โปรโตไทป์ ที่งานโตเกียว ออโต้โชว์ 2005

รถคอนเซ็ปต์ของจีที-อาร์ มี 2 คันที่ได้แสดงให้ชมในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ก่อนที่จะเผยโฉมจริง คอนเซ็ปต์แรกนั้นได้ไปแสดงที่งานโตเกียว มอเตอร์โชว์เมื่อปี ค.ศ. 2001 โดยคอนเซ็ปต์แรกของจีที-อาร์นั้นมีรูปร่างที่ทันสมัยเพื่อให้ทราบว่าจีที-อาร์ในศตวรรษที่ 21 จะมีการออกแบบคล้ายๆ แบบนี้[9] ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 ที่งานโตเกียว มอเตอร์โชว์ นิสสันได้เผยโฉมคอนเซ็ปต์จีที-อาร์รุ่นที่ 2 โดยนิสสันได้กล่าวว่าจีที-อาร์เวอร์ชันผลิตจริงจะมีพื้นฐานและรูปร่างคล้ายกับคอนเซ็ปต์นี้ประมาณ 80–90%[10]

โฉมผลิตจริงแก้ไข

รุ่นโฉมผลิตจริงแก้ไข

โฉมผลิตจริงของจีที-อาร์นั้น ได้เปิดตัวครั้งแรกในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ปี ค.ศ. 2007 และเริ่มทำการตลาดในตลาดญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 เดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 หลังจากทำการตลาดที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 6 เดือน ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้เริ่มทำการตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 ส่วนประเทศแคนาดาได้ทำการตลาดในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2008 และประเทศฝั่งยุโรปได้ทำการตลาดเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2009

การออกแบบแก้ไข

 
ด้านหลังของจีที-อาร์มีไฟท้ายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งได้รู้จักกันจากสกายไลน์ ซี110 ปี 1972

Shirō Nakamura หัวหน้าแผนกการออกแบบของนิสสัน ได้ทำให้จีที-อาร์รุ่นนี้มีลักษณะคล้ายไจแอนท์โรบอตจากการ์ตูนเรื่องกันดั้ม[11] Nakamura ได้กล่าวไว้ว่า: "จีที-อาร์เป็นรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากไม่ได้มีการลอกเลียนการออกแบบแบบรถสปอร์ตฝั่งยุโรป และรถรุ่นนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงประเพณีของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง"

โพลีโฟนีดิจิตัล สตูดิโอผู้สร้างเกมแข่งรถ แกรนทัวริสโม ได้ถูกจ้างให้มีส่วนร่วมในการออกแบบหน้าจอมัลติฟังก์ชันของนิสสัน จีที-อาร์[12]

 
หน้าจอมัลติฟังก์ชันของจีที-อาร์
 
ภายในนิสสัน จีที-อาร์ ปี 2014

2017 ปรับโฉมแก้ไข

 
GT-R ปี 2017

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ เปิดตัวรถสปอร์ตตัวแม่ GT-R ใหม่ โมเดล 2017 เปิดตัวครั้งแรกที่งาน New York International Auto Show (NYIAS) Nissan GT-R เปิดซูปเปอร์คาร์สู่ตลาดในปี 2007 ดีไซน์ภายนอกสำหรับ นิสสัน GT-R ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยขึ้น แต่ก็มีเค้าเดิมที่เป็นเอกลักษณ์อยู่ กระโปรงและกระจังหน้าเงาด้านแบบวีโมชั่นใหม่ ใหญ่ขึ้นเพื่อระบายความร้อน เปลี่ยนลายกระจังเป็นช่องถี่มากขึ้น ส่วนล่างของกันชนทั้งด้านหน้าและหลัง ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ได้กลิ่นรถแข่งมาแต่ไกล โครงสร้างตัวถัง การออกแบบให้อากาศไหลผ่านได้ดีขึ้น มีช่องระบายอากาศด้านข้าง ถัดไปจากปลายท่อไอเสีย โดยไฟท้ายแบบนิสสันรูปวงแหวน 4 ดวง ถูกต้องตามหลักแอร์โรไดนามิกส์ สำหรับเครื่องยนต์ใส่วี 6 ขนาด 3.8 ลิตร กำลัง 565 แรงม้า ม้าเพิ่มมา 20 ตัว จากรุ่นก่อน GT-R 2016 ที่มี 545 แรงม้า และระบบเทอร์โบคู่ ระบบเกียร์แบบดูอัลคลัทช์ 6 สปีด ระบบระบายไอเสียเป็นท่อไอเสียใช้ไทเทเนียม ดีไซน์ภายในห้องโดยสาร GT-R 2017 แผงคอนโซลหน้า และหน้าปัดใช้วัสดุหนังชั้นดี ตัดเย็บด้วยความประณีตโดยทีมช่างฝีมือ Takumi สไตล์ Horizontal Flow มีระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นใหม่ หน้าจอดิสเพลย์แบบทัชสกรีน ขนาด 8 นิ้ว ปรับลดสวิตช์ปุ่มเหลือเพียง 11 ปุ่ม ทำให้การใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงแพดเดิ้ลชิฟท์ที่พวงมาลัย

Nissan GT-R 2017 ภายในเพิ่มความหรูหราด้วยการใช้หนัง Nappa หุ้มแดชบอรด์ ห้องโดยสารมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ น้ำตาล ราคุดา แทน, แดง แอมเบอร์ เรด และ ครีม ไอวอรี่ สำหรับกำหนดการส่งมอบ Nissan GT-R 2017 ประมาณช่วงกลางปี 2020 ไม่นานเกินรอ...

2017 จีที-อาร์ NISMOแก้ไข

นิสสัน เปิดตัว NISSAN GT-R NISMO ปี 2017 สู่ความเหนือชั้นอีกระดับ พร้อมพิสูจน์อีกขีดขั้นของสมรรถนะที่สนามนูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมนี (27 พฤษภาคม 2559) – บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยวันนี้ว่า ทางนิสสัน มอเตอร์ สปอร์ต หรือ NISMO ได้เปิดตัว Nissan GT-R NISMO ใหม่ เวอร์ชันปี 2017 เป็นครั้งแรกที่สนามนูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นสนามที่มีชื่อเสียง และได้ชื่อว่าเป็นสนามที่มีระยะทางต่อรอบยาวที่สุด และยังท้าทายที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นสนามแข่งที่นิสสัน ใช้ในการทดสอบ ปรับแต่ง และพัฒนา GT-R ให้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่นเดียวกันกับรุ่นปกติ Nissan GT-R NISMO ใหม่ เวอร์ชั่นปี 2017 นั้น ได้รับการปรับแต่งรายละเอียดทั้งภายใน ภายนอก โดยรูปลักษณ์ภายนอกส่วนหน้าของ GT-R NISMO ได้รับการปรับให้โฉมเฉี่ยวขึ้น โดยมีไฮไลท์อยู่ที่กันชนและกระจังหน้าใหม่แบบ V-Motion ที่เป็นโครเมียมรมดำซึ่งถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรับและระบายอากาศได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมในเชิงอากาศพลศาสตร์ของตัวรถ และยังช่วยให้เครื่องยนต์สามารถทำงานอย่างเต็มสมรรถนะ สำหรับฝากระโปรง ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้มีความแข็งแกร่งขึ้นนั้น สร้างความมั่นใจในการขับขี่ในย่านความเร็วสูง โดยจะไม่เกิดการบิดตัวหรือเสียรูป และทำให้ตัวรถคงลื่นไหลไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ได้ในทุกระดับความเร็ว อย่างไรก็ตามความแตกต่างใน Nissan GT-R NISMO ใหม่ คือ กันชน และ สเกิร์ตหน้า ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ อย่างพิถีพิถันและมีความละเอียด โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่เรียกว่า TAKUMI ซึ่งชั้นของเส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ จะถูกวางทับและเหลื่อมซ้อนกันอย่างระมัดระวังและลงตัว เพื่อให้มาซึ่งความแข็งแกร่ง มากที่สุด โดยการเสริมด้วยชุดแต่งรอบคันของ NISMO ทั้งหมดนี้ จะเพิ่มการไหลของกระแสอากาศรอบคัน พร้อมเพิ่มแรงกด (Downforce) และ ปรับปรุงการไหลของอากาศที่ซุ้มล้อ ทำให้รถมีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยในภาพรวมนั้น รูปทรงของรถที่ได้ถูกปรับปรุงนี้ สามารถสร้างแรงกดได้มากกว่ารถยนต์ในสายการผลิตรุ่นอื่นๆ ของ Nissan เท่าที่เคยมีมา ทำให้การทรงตัวดีขึ้นอย่างยิ่งยวด ในช่วงความความเร็วสูง ด้านรูปลักษณ์ภายใน ห้องโดยสารของ GT-R NISMO ใหม่ยังคงได้รับการปรับปรุงตามแบบที่รุ่นปกติของ GT-R เวอร์ชั่นปี 2017 ด้วยสัมผัสและความสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แผงหน้าปัด พวงมาลัย และพนักวางแขนตรงกลาง ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยการใช้วัสดุชั้นดีคุณภาพสูงอย่างหนัง Alcantara สำหรับการจัดวางรายละเอียดต่างๆ บนแผงคอนโซลกลาง ได้รับการปรับปรุงใหม่ที่เน้นความเรียบง่าย ด้วยการรวมระบบนำทางและระบบเครื่องเสียง (ลดจำนวนของปุ่มและสวิทช์จากเดิม 27 เหลือเพียงแค่ 11 ปุ่มเท่านั้น) และหน้าจอแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ 8 นิ้ว แสดงผล Icon ของระบบต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ง่ายต่อการมองเห็นและใช้งาน สำหรับปุ่มควบคุมในระบบ Display Command ที่อยู่บนแผงคอนโซลกลางผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยให้การใช้งานทำได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องละมือมาสัมผัสที่หน้าจอซึ่งสะดวกในกรณีที่กำลังขับรถด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ในรุ่น NISMO ความโดดเด่นจะอยู่ที่เบาะนั่งแบบบัคเก็ตซีต ของ Recaro ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิเศษเพื่อรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ มีการเสริมความสวยงามด้วยหนัง Alcantara สีแดงในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของ NISMO ในด้านสมรรถนะนั้นถือว่าเยี่ยมยอดโดย GT-R NISMO ใหม่ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนสำคัญมาจากโครงสร้างตัวถังที่เสริม ความแข็งแกร่ง (Reinforced Body) ทำให้ทีมวิศวกรสามารถเลือกใช้โช้กอัพ สปริง และเหล็กกันโคลงสำหรับ GT-R NISMO เพื่อเพิ่มแรงกดได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการควบคุมรถที่ดีเพิ่มมากขึ้น โดยสามารถเห็นได้จากการขับแบบสลา-ลอม และการเข้าโค้ง นอกจากนี้ระบบโช้กอัพแบบปรับระดับได้ของ Bilstein รุ่น DampTronic ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการปรับระดับความหนืดของโช้กอัพให้สอดคล้องกับการขับขี่หลากหลายแบบ ที่ถูกนำมาใช้กับ GT-R นั้น ยังคงมีอยู่ในเวอร์ชัน NISMO แต่มีการปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อให้รองรับกับ สมรรถนะของเครื่องยนต์ ให้สามารถถ่ายทอดลงสู่พื้นถนนได้อย่างเต็มที่ ขุมพลังของ GT-R NISMO ยังคงใช้เครื่องยนต์ VR38DETT แบบ วี 6 24 วาล์ว ขนาด 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ให้กำลังสูงสุดกว่า 600 แรงม้า มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบคลัตช์คู่ 6 จังหวะ ปรับแต่งในรายละเอียดแบบเดียวกับการแข่งขันของ GT3 ถือเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาที่ NISMO ได้สั่งสมจากประสบการณ์ของเวทีมอเตอร์สปอร์ตที่ผ่านมา แต่ละบล็อกจะได้รับการประกอบด้วยมือตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งเสร็จสิ้นภายในห้องพิเศษที่ใช้ประกอบเครื่องยนต์ระดับสูง จากช่างฝีมือระดับสูงสุดของนิสสัน (ที่เรียกว่า TAKUMI) ซึ่งที่ด้านหน้าเครื่องยนต์แต่ละเครื่องจะมีป้ายอะลูมิเนียมแสดงชื่อ TAKUMI ผู้ที่ประกอบเครื่องยนต์นี้อีกด้วย ด้วยสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น GT-R NISMO ใหม่ ยังได้รับการยกระดับในด้านอื่นๆให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถขับขี่ หรือตอบสนองบนเส้นทางที่คดเคี้ยวได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงการขับในสนามแข่ง ซึ่งนายฮิโรชิ ทามูระ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของโครงการพัฒนา GT-R NISMO และ GT-R กล่าวว่า “GT-R NISMO ได้เน้นย้ำความเป็นตัว ‘R’ ที่สื่อถึงการแข่งขัน (Racing) โดยตัวรถสามารถตอบสนองได้ทุกสนามแข่ง สร้างความตื่นเต้นและความเร้าใจในระดับสูงสุดให้กับผู้ขับ ทำให้ GT-R เวอร์ชัน NISMO รุ่นปี 2017 กลายเป็นรถสปอร์ตที่มีสมดุลที่ดีขึ้น ไม่เพียงแค่ด้านสมรรถนะของรถเท่านั้น แต่ยังให้สัมผัสในทุกๆ ด้านด้วยระดับสูงสุด และนี่คือผลสำเร็จที่ตอบแทนความพยายามอย่างไม่หยุดหย่อนของเราที่จะส่งผ่านความพึงพอใจในระดับสูงสุด ของประสบการณ์ให้แก่ผู้ขับขี่”

GT-R NISMO รุ่นปี 2017 มีจำหน่ายด้วยกัน 5 สี โดยได้รับการประกอบที่โรงงานนิสสันใน เมืองโตชิกิ ประเทศญี่ปุ่น ส่วนเครื่องยนต์ นั้นประกอบด้วยมือของยอดฝีมือช่าง ทาคูมิ จากโรงงานนิสสันที่ เมือง โยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น

ข้อมูลเฉพาะทางเทคนิค (สำหรับ EUR spec) เครื่องยนต์ VR38DETT แบบ V6 DOHC ปริมาตรกระบอกสูบ : ซีซี 3,800 แรงม้าสูงสุด 441kW (600PS) / 6,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 652 นิวตัน-เมตร (66.5 กก.- ม.) / 3,600-5,600 รอบต่อนาที ขนาดและน้ำหนัก ความยาวทั้งหมด 4,690 mm ความกว้างทั้งหมด (ไม่รวมกระจกมองข้าง) 1895 mm ความสูง 1,370 mm ระยะฐานล้อ 2,780 mm

สำหรับ NISMO เป็นชื่อย่อของ Nissan Motorsports ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2527 ซึ่งตลอดระยะเวลา 32 ปีที่ผ่านมา นิสสันได้ใช้แบรนด์ นิสโม ในการทำกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเยี่ยม เช่น การกวาดชัยชนะถึง 9 รายการในการแข่งขันระดับโลกเมื่อปี 2558 รวมถึงการแข่งขันรายการซุปเปอร์จีที ที่นิสสันสามารถคว้าแชมป์ทั้งรุ่น GT500 และ GT300 นิสโมมีส่วนสำคัญในการสร้างแบรนด์ของนิสสันให้แข็งแกร่ง ในฐานะแบรนด์ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตื่นเต้น เร้าใจ โดยหน้าที่หลักของนิสโมคือ พัฒนาเทคโนโลยีและสมรรถนะสำหรับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต และพัฒนา Road Cars หรือรถยนต์ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยการนำประสบการณ์ แรงบันดาลใจ และเทคโนโลยีจากสนามแข่ง มาใช้ในการพัฒนาสมรรถนะรถของนิสสันมีความเหนือชั้นขึ้นไปอีก ทั้งด้านการดีไซน์ การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ การควบคุมรถ และสมรรถนะ

นิสสัน จีที-อาร์50 by Italdesignแก้ไข

 
รถต้นแบบ Nissan GT-R50 จัดแสดงโชว์

แผนสำหรับ Nissan และ Italdesign คาดว่าจะเปิดตัวรุ่น GT-R50 ภายในงาน Geneva Motor Show ในเดือนมีนาคม แต่งานได้ถูกยกเลิกจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า จึงเปลี่ยนแผนในการเปิดตัว รถที่ถูกผลิตจำกัดเพียง 50 คันเท่านั้นเเละคันแรกจะถูกส่งมอบให้กับผู้ซื้อในช่วงปลายปีนี้้

Nissan GT-R50 By Italdesign ที่จะมีเพียง 50 คันทั่วโลก ซึ่งในแต่ละคันนั้นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อความพิเศษ เนื่องจากรุ่นนี้เป็นรุ่นพิเศษที่เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ GT-R เมื่อปี 2019 จึงสร้าง GT-R50 By Italdesign ขึ้นมา โดยมีพื้นฐานมาจาก Nissan GT-R R35 Nismo ดังนั้นจึงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ ขนาด 3.5 ลิตร ที่สร้างขึ้นด้วยมือและได้มีการปรับแต่งเครื่องยนต์ โดย Nismo ทำให้ได้กำลังสูงถึง 710 แรงม้าเเละแรงบิด 780 นิวตันเมตร

 
Nissan GT-R50 by Italdesign คันผลิตจริง

2020 จีที-อาร์ 50th Anniversary Editionแก้ไข

นิสสัน ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวนำ Nissan GT-R 50th Anniversary มาจัดแสดง ณ Motor Expo 2019 โดยราคาจะอยู่ที่ 11,300,000 บาท มาพร้อมความหรูหราและสปอร์ต ขนาดเครื่องยนต์ 3.8 ลิตร พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 300 กม./ชม. ถือว่าเป็นรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 50 ปี ของรหัสแรง GT-R

2022 Nissan GT-R Series / จีที-อาร์ T-Specแก้ไข

 
Nissan GT-R T-Spec สี Millinium Jade

ล่าสุด นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย สวมบทเสือปืนไว นำเข้า Nissan GT-R MY2022 โดยแนะนำทั้ง 2 รุ่นเริ่มที่รุ่นพิเศษ T-spec มาจากปรัชญาของจีที-อาร์ ในการเป็นผู้นำ และผู้กำหนดเวลา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า “trend” และ “traction” ที่หมายถึงการยึดเกาะถนน ในฐานะผู้กำหนดเทรนด์ จีที-อาร์ ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ล้ำหน้าอยู่เสมอ และมีสมรรถนะของรถในการขับขี่ด้วยการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม โดยทีมวิศวกรได้มุ่งมั่นทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด ดังนั้นรถรุ่นนี้จึงโดดเด่นด้านการยึดเกาะถนนอย่างแท้จริง

รุ่นพิเศษ Nissan GT-R T-Spec มาพร้อมสปอยเลอร์หลังแบบคาร์บอนไฟเบอร์ มีตราสัญลักษณ์รุ่น ที-สเปค ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ด้านหน้าและด้านหลัง ล้ออัลลอยฟอร์จจาก RAYS สีบรอนซ์ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางรันแฟลต ขนาด 255/40ZRF20 สำหรับล้อหน้า และ 285/35ZRF20 สำหรับล้อหลัง ส่วนรุ่น Premium Luxury ยังคงเดิมไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยขนาดใหญ่แบบ Super Light Weight ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางรันแฟลต ขนาด 255/40ZRF20 สำหรับล้อหน้า และ 285/35ZRF20 สำหรับล้อหลัง

Nissan GT-R MY2022 ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับการรับประกันครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง จะได้รับความอุ่นใจจากบริการหลังการขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟของนิสสัน โดยเปิดให้จองแล้ววันนี้ที่นิสสัน กรุงไทย (สำนักงานใหญ่) รามอินทรา กม.4 ผู้จำหน่ายและให้บริการอย่างเป็นทางการตามมาตรฐานศูนย์บริการรถยนต์สมรรถนะสูงของนิสสัน หรือ Nissan High-Performance Center – NHPC โดย Nissan GT-R T-Spec คันแรก พร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทยภายในเดือนธันวาคม 2564 และสามารถพบ Nissan GT-R T-Spec ในงาน Motor Expo 2021 และมีราคาจำหน่ายดังนี้

- รุ่น T-spec edition ราคา 12,200,000 บาท

- รุ่น Premium Luxury editon ราคา 10,700,000 บาท

ยุติการจำหน่ายในรุ่นตลาดส่งออกแก้ไข

ทำตลาดมายาวนาน 15 ปี โดยไม่มีวี่แววว่าจะมีเจนใหม่มาสานต่อความเกรียงไกรของเจ้าก็อตซิล่าหน้าหยกอย่าง Nissan GT-R R35

ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อเมริกา ยุโรป ไทย และประเทศอื่นๆ เปิดตัว Nissan GT-R MY2022 ไป แต่พอมาต้นปีต่างทยอยหยุดการจำหน่ายเริ่มที่ออสเตรเลียที่หยุดเพราะไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดในส่วนมาตรฐานการชนด้านข้าง มาถึงกลุ่มประเทศยุโรปที่ยุติการขายในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเนเธอร์แลนด์หยุดขายเพราะค่าตัวที่สูงไป อิตาลี สเปน ไม่ขายเพราะไม่ผ่านมาตรฐานมลพิษไอเสียที่เข้มวด ส่วนเยอรมนี กับ เบลเยี่ยม ยังขายและอาจเป็นล็อตสุดท้าย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นข้อมูลจากสื่อฯ autoblog.nl ในประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ระบุว่า ในตอนนี้เหล่าดีลเลอร์ หรือผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Nissan ในทวีปยุโรป ต่างพากันทยอยปิดรับจอง Nissan GT-R กันไปบ้างแล้วด้วยหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นตัวประเทศเนเธอร์แลนด์เอง ที่เลิกขายเพราะรถขายไม่ออก เนื่องจากมีราคาวางจำหน่ายสูงเกินไป (อาจด้วยกำแพงภาษีท้องถิ่น)

ส่วนในประเทศอิตาลี ประเทศสเปน และอื่นๆ ก็ต้องเลิกขายเพราะตัวรถไม่ผ่านมาตรฐานมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้นในปี 2022 เหลือเพียงประเทศเยอรมัน และเบลเยียมเท่านั้น ที่ยังเปิดรับจองตัวรถรุ่นนี้ แต่คาดว่าอาจเป็นล็อตสุดท้ายแล้ว

แต่หากข้ามทวีปมายังประเทศออสเตรเลียเอง เจ้า Nissan GT-R ก็ไม่สามารถทำตลาดในประเทศดังกล่าวได้ด้วยเช่นกัน ทว่าไม่ใช่เหตุผลเรื่องมลพิษ แต่เป็นเหตุผลจากการที่มันไม่ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัย

ล่าสุดถึงคิวบ้านเกิดที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเว็บไซต์ Nissan ญี่ปุ่นประกาศกลางหน้าเพจ Nissan GT-R โดยตรงว่าเราได้หยุดรับจอง Nissan GT-R MY2022 เนื่องด้วยจำนวนที่ลูกค้าจองมาตรงกับเป้าจำนวนที่ตั้งไว้อย่างพอดี จึงตัดสินใจหยุดรับจองอย่างเป็นทางการและจะดำเนินการส่งมอบอย่างเร็วที่สุด

ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศ ที่ Nissan GT-R R35 ยังคงถูกวางจำหน่ายและทำตลาดที่นั่นด้วยรถสเป็คโมเดลปี 2022 แต่หลังผ่านเวลาไปแค่เพียง 4 เดือนเศษๆ ตอนนี้ทาง Nissan ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ขึ้นข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ของตนแล้วว่าพวกเขาได้ตัดสินใจปิดการรับจองรถสปอร์ตสมรรถนะสูงคันนี้ เนื่องจาก “ยอดจองเต็มโควต้าการผลิตที่วางแผนจะขายในปีนี้” แล้วเป็นที่เรียบร้อย

แน่นอน แม้ GT-R R35 รุ่นปี 2022 ที่มี 2 สเป็คหลักๆ ได้แก่ Premium Edition T-Spec และ Track Edition Engineered by Nismo T-spec จะถูกแบ่งโควต้าการผลิตไปวางจำหน่ายในต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะกับตัวแรกที่ถูกแบ่งโควต้าการผลิต 25 จาก 100 คัน มาวางจำหน่ายในประเทศไทยเรา (ส่วนแบ่งโควต้ามากที่สุดในโลก หากไม่นับประเทศญี่ปุ่น) แต่ก็มีข้อมูลออกมาระบุว่ารถทั้งหมดได้ถูกจับจองจนเต็มโควต้าไปตั้งแต่การเปิดจองในช่วงไม่กี่สัปดาห์แรกนับตั้งแต่เปิดตัวไปแล้วเช่นกัน

ส่วนรถ GT-R R35 รุ่นย่อยอื่นๆ เช่น Pure Edition, Black Edition, หรือรุ่นที่มีการเปิดให้ลูกค้าชาวไทยได้จับจองกันพร้อมกับร่าง T-Spec อย่าง Premium Luxury Edition อันที่จริงแล้วมันคือตัวรถรุ่นปี 2021 ซึ่งเบื้องต้น ในตอนนี้ทาง Nissan ประเทศญี่ปุ่น ยังไม่ได้มีการให้ข้อมูลว่าพวกเขาได้ปิดรับจองพวกมันไปด้วยหรือไม่ ? เพราะหน้าเว็บก็ยังคงขึ้นลิสต์รายชื่อของรถรุ่นนี้เอาไว้อยู่

นอกจากนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่แม้จะไม่ได้มีการขายรถ GT-R R35 สเป็คปี 2022 เลยแต่แรก ในปัจจุบันก็ดูเหมือนว่าจะยังคงเปิดรับจองตัวรถรุ่นปี 2021 อยู่ เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่ยังไม่มีการอัพเดทข้อมูลว่าพวกเขาได้ทำการปิดจองตัวรถ Premium Luxury Edition ไปแล้วหรือยัง ?

จำนวนที่ผลิตในแต่ละปีแก้ไข

 
จีทีอาร์ ในลอนดอน
ปฎิทิน
ปี (ค.ศ.)
จำนวนรถที่ผลิต
(สหรัฐ)
จำนวนรถที่ผลิต
(Canada)
จำนวนรถที่ผลิต
(ญี่ปุ่น)
จำนวนรถที่ผลิต
(ยุโรป)
2007 807[13]
2008 1730[14] 137[14] 4871[13] 1[15]
2009 1534[14] 133[14] 531[13] 1987[15]
2010 1,426[16] 145[16] 482[17] 2,837[18]
2011 318[16] 34[16] 224[17] 769[18]
2012 1,266[16] 90[16] 664[17] 1,069[18]
2013 1,416[16] 93[16] 569[17] 1,078[18]
2014 1,587[16] 132[16] 611[17] 559[18]
2015 1,668[16] 137[16] 741[17] 778[18]
2016 824[16] 160[16] 833[17] 742[18]
2017 1,069[16] 249[16] 1,660[17] 1,866[18]
2018 363[16] 95[16] 445[17] 311[18]
2019 331[19] 53[19] 448[17] 435[18]
2020 303[19] 39[19] 944[17] 342[18]
2021 228[19] 58[19] 790[17] 200[18]
รวมทั้งหมด 16,763 1,555 21,733 12,974

ข้อมูลทางเทคนิคแก้ไข

รุ่นปี เครื่องยนต์ กำลัง kW (แรงม้า) แรงบิด
Nm (lb⋅ft)
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 0–97 km/h
0–60 mph
(วินาที)
400 m
14 ไมล์
(seconds)
ความเร็วสูงสุด สถิติทำเวลาในสนามNürburgring
(minutes)
2009 ขนาด 3.8 ลิตร VR38DDTT V6 358 (480) 583 (430) 3.2 s[20] 11.6 s[21] 315 km/h (196 mph) 7:26.70[22]
2010 362 (485) 583 (430) 11.3 s[23] 318 km/h (197 mph)[24]
2011–2012 395 (530) 607 (448) 2.8 s 11.0 s 320 km/h (199 mph)[25] 7:24.22[a][26]
2013–2016 406 (545) 628 (463) 2.7 s 10.7 s[27] 330 km/h (205 mph) 7:18.6[28]
2017–2022 421 (565) 633 (467)
2015–2019 Nismo 447 (600) 652 (481) 2.5 s 10.8 s[29] 7:08.679[30]
2020–2022 Nismo 7:03[b][31]
  • แรงม้า : 530 ที่ 6400 รอบ/นาที (รุ่นเก่า) ,550 แรงม้า ที่ความเร็วรอบเดิม (รุ่นปี 2016), 565 แรงม้า (รุ่นปี 2017)[32]
 
เครื่องยนต์ VR38DETT

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "NISSAN – CORPORATE INFORMATION – Outline of Company – Facilities in Japan". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-11-29. สืบค้นเมื่อ October 4, 2014.
  2. http://www.autoweek.com/apps/pbcs.dll/article?AID=/20071017/FREE/71017001
  3. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-02-06. สืบค้นเมื่อ 2012-03-14.
  4. "Nissan Skyline GT-R". evo.co.uk. p. 1. สืบค้นเมื่อ October 9, 2008.
  5. "Nissan Skyline GT-R". Zimbio. p. 1. สืบค้นเมื่อ October 9, 2008.
  6. "Under the hood of the Nissan GT-R". Autoblog. September 11, 2007. สืบค้นเมื่อ September 11, 2007.
  7. "Nissan GT-R Press Information – Specifications". Nissan. สืบค้นเมื่อ November 1, 2007.
  8. Blackburn, Richard (February 29, 2008). "Nissan GT-R: 'Godzilla' returns..." drive.com.au. p. 1. สืบค้นเมื่อ August 26, 2008.
  9. "2001 Nissan GT-R Concept". JB car pages. สืบค้นเมื่อ June 22, 2008.
  10. "TOKYO NEWS: Nissan Reveals Juicy Tidbits About 2007 GT-R Sports car". edmunds.com. October 18, 2005. p. 1. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 17, 2007. สืบค้นเมื่อ August 26, 2008. {{cite web}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์ |deadurl= ถูกละเว้น แนะนำ (|url-status=) (help)
  11. Matt Vella (November 26, 2007). "Nissan Redesigns a Japanese Icon". BusinessWeek. สืบค้นเมื่อ October 27, 2008.
  12. "Edmunds Inside Line: A Day in Germany With the GT-R Engineers". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 18, 2007. {{cite web}}: ไม่รู้จักพารามิเตอร์ |deadurl= ถูกละเว้น แนะนำ (|url-status=) (help)
  13. 13.0 13.1 13.2 "Japanese Market Nissan GT-R Sales". GT-R Magazine. No. 103. March 2012. สืบค้นเมื่อ February 8, 2018.
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ SalesGCBC
  15. 15.0 15.1 "Nissan GT-R". carsalesbase.com. January 31, 2014. สืบค้นเมื่อ February 8, 2018.
  16. 16.00 16.01 16.02 16.03 16.04 16.05 16.06 16.07 16.08 16.09 16.10 16.11 16.12 16.13 16.14 16.15 16.16 16.17 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :2
  17. 17.00 17.01 17.02 17.03 17.04 17.05 17.06 17.07 17.08 17.09 17.10 17.11 "Nissan GT-R R35 Japan VIN Table". gtr-registry.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-03-17.
  18. 18.00 18.01 18.02 18.03 18.04 18.05 18.06 18.07 18.08 18.09 18.10 18.11 "Nissan GT-R R35 Europe + UK + Russia VIN Table". gtr-registry.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-03-17.
  19. 19.0 19.1 19.2 19.3 19.4 19.5 Model. "Nissan GT-R Sales Figures". GCBC (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2020-03-17.
  20. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ MotorTrend2011
  21. "2009 Nissan GT-R acceleration runs". Motortrend.com. February 26, 2007. สืบค้นเมื่อ December 19, 2009.
  22. "VIDEO: Nissan GT-R files down 'Ring time to 7:26.70".
  23. Nissan GT-R Stage 2 vs Nissan GT-R Stock (ภาษาอังกฤษ), เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-12-15, สืบค้นเมื่อ 2020-04-19
  24. Nissan GTR R35 top speed GPS on German Autobahn 485 HP stock (ภาษาอังกฤษ), เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-12-15, สืบค้นเมื่อ 2021-08-30
  25. NISSAN GT-R 2011 TOP SPEED 320 KM/H (ภาษาอังกฤษ), เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-12-15, สืบค้นเมื่อ 2021-08-30
  26. Wood, Colum (March 24, 2011). "2012 Nissan GT-R 7:24.22 Nurburgring Lap Time Video". AutoGuide. Canada. สืบค้นเมื่อ April 12, 2019.
  27. "Dodge Charger Hellcat Challenges Nissan GT-R To 1/4 Mile Race". Carscoops (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2015-07-21. สืบค้นเมื่อ 2020-07-12.
  28. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ CarAdvice201222
  29. GT-R NISMO v 911 Turbo S v R8 - DRAG RACE (ภาษาอังกฤษ), เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-12-15, สืบค้นเมื่อ 2021-09-23
  30. "Godzilla's 'Ring: Nissan Claims Nürburgring Lap Record With 2015 GT-R NISMO with "Track Options"".
  31. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ MotorTrend-2020
  32. http://www.autospinn.com/2011/11/new-nissan-gt-r-jdm-2012-%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB/


แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข


อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "lower-alpha" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="lower-alpha"/> ที่สอดคล้องกัน หรือไม่มีการปิด </ref>