เปิดเมนูหลัก

ไฟป่าในฟอร์ตมักเมอร์รีย์ พ.ศ. 2559

ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ไฟป่าได้ลุกลามขึ้นในทิศตะวันตกเฉียงใต้ของฟอร์ตมักเมอร์รีย์ ในเขตเทศบาลภูมิภาควุดบัฟฟาโล รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ต่อมาในวันที่ 3 พฤษภาคม ไฟได้ไหม้จนถึงชุมชน ทำลายบ้านและอาคารไปมากกว่า 1,600 หลัง ไฟป่าครั้งนี้ทำให้มีการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของผู้อยู่อาศัยในรัฐแอลเบอร์ตา

ไฟป่าในฟอร์ตมักเมอร์รีย์ พ.ศ. 2559
ไฟป่าในฟอร์ตมักเมอร์รีย์ พ.ศ. 2559
ผู้อาศัยในฟอร์ตมักเมอร์รีย์กำลังอพยบบนทางหลวงหมายเลข 63 กับไฟที่กำลังลุกลามในพื้นที่
สถานที่ เทศบาลภูมิภาควุดบัฟฟาโล รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา
วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 – 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560
พื้นที่ที่ถูกเผา 161,000 เฮกตาร์ (400,000 เอเคอร์s)[1]
อาคารถูกทำลาย 3,244 หลัง[2]
ผู้เสียชีวิต 0 (ผลโดยตรง)[3]
2 (ผลทางอ้อม)[4]
ผู้บาดเจ็บ 0[3]

สภาพอากาศแก้ไข

มีอากาศที่ร้อนและแห้งผิดปกติในพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐแอลเบอร์ตา ซึ่งทำให้อุณหภูมิที่วัดได้ที่ฟอร์ตมักเมอร์รีย์ในวันที่ 3 พฤษภาคม สูงถึง 32.8 °C (91 °F)[5] อีกทั้งยังมีความชื้นที่ต่ำมากที่ 12%[6] สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 31.9 °C (89 °F)[7] และความเร็วลม 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง[8] ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว[9]

ส่วนฤดูหนาวก่อนที่จะเกิดไฟป่าครั้งนี้มีอากาศแห้งผิดปกติ และมีชั้นน้ำแข็งเพียงเล็กน้อย อีกทั้งยังละลายอย่างรวดเร็ว ประกอบกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น เป็นจุดที่แสดงออกให้เห็นสถานการณ์ครั้งนี้อย่างเต็มรูปแบบ[10][11]

การลุกลามของไฟแก้ไข

 
ไฟป่าที่กำลังไหม้ใกล้กับฟอร์ตมักเมอร์รีย์ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

รัฐท้องถิ่นได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในวันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 21:57 น. ตามเวลาท้องถิ่น ให้ผู้อาศัยในเซ็นเท็นเนียลเทรลเลอร์พาร์ก และในพื้นที่ละแวกใกล้เคียงกับแพรรีครีก รวมไปถึงเกรกวาร์ ภายใต้การบังคับการอพยพของสภาเมือง[12][13] โดยคำสั่งอพยพใน 2 บริเวณได้รับการผ่อนปรนด้วยการให้อยู่ในที่พักอาศัยในเวลากลางคืน ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เนื่องจากไฟได้ลุกลามไกลจากเมืองออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้[14][15] อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มีคำสั่งอพยพใน 12 ละแวกใกล้เคียงในวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 17:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น[16] และประกาศการอพยพครอบคลุมทั้งเมืองฟอร์ตมักเมอร์รีย์ในเวลา 18:49 น.[9][17] และคำสั่งอพยพเพิ่มเติมที่ครอบคลุมไปถึงแอนแซก, ที่ดินบริเวณทะเลสาบเกรกวาร์ และฟอร์ตมักเมอร์รีย์เฟิสต์เนชัน ในวันที่ 4 พฤษภาคม 21:50 น.[18] ตามรายงาน ผู้อาศัย 88,000 คนได้อพยพออกจากเมืองแล้ว โดยไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต[3] อย่างไรก็ดี มีผู้เสียชีวิต 2 รายในอุบัติเหตุรถชนระหว่างการอพยพผู้คน[4]

เทศบาลภูมิภาควุดบัฟฟาโลได้รายงานในวันที่ 4 พฤษภาคม เวลา 4:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นว่า ชุมชนเบคอนฮิลล์, อบาแซนด์ และวอเตอร์เวส์ ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง[19] ราเชล นอตลีย์ ผู้ว่าการรัฐแอลเบอร์ตา ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดในช่วงเช้าของวันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งมีอาคาร 1,600 ถูกเผาทำลาย และในละแวกของชุมชนเบคอนฮิลล์นั้น มีบ้านพักอาศัยที่ได้รับผลกระทบถึง 600 หลังคาเรือน[2] อีกทั้งยังมีการเปิดเผยว่ามีที่ดินมากถึง 10,000 เฮกตาร์ ถูกเผาทำลายด้วยไฟป่าครั้งนี้[20] ผู้อพยพได้รับการแนะนำให้เดินทางไปทางทิศเหนือของฟอร์ตมักเมอร์รีย์ และไม่อพยพมาทางทิศใต้โดยทางหลวงหมายเลข 63 เนื่องจากไฟยังคงลุกลามและไม่สามารถควบคุมได้[19] ศูนย์สาธารณสุขบอยล์วอเตอร์แอดไวซอรีของเมืองนี้ได้แนะนำให้ออกมาจากบริเวณเมืองในเวลา 11:00 น.[2] ต่อมาในเวลา 16:05 น. ไฟได้ลุกลามในช่วงทางหลวงหมายเลข 63 ที่ตัดกับทางหลวงหมายเลข 69, ทางด้านใต้ของเมือง และสนามบินนานาชาติฟอร์ตมักเมอร์รีย์ ซึ่งมีการระงับการบินเชิงพาณิชย์แบบฉุกเฉินในวันเดียวกัน[19][21] เนื่องจากไฟที่ลุกลามเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ต้องย้ายที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการสภาวะฉุกเฉิน ซึ่งเดินตั้งอยู่ใกล้กับสนามบิน[22]

ไฟล์:Wildfire Spreads in Fort McMurray.jpg
ภาพถ่ายดาวเทียมของไฟป่าและร่องรอยของพื้นที่ที่ถูกเผา ในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ไฟป่ายังคงลุกลามอย่างต่อเนื่องทางด้านทิศใต้ในวันที่ 5 พฤษภาคม เผาทำลายพื้นที่ 85,000 เฮกตาร์ และมีการประกาศบังคับให้อพยพผู้คนเพิ่มเติมในชุมชนแอนแซก, ที่ดินบริเวณทะเลสาบเกรกวาร์ และฟอร์ตมักเมอร์รีย์เฟิสต์เนชัน ซึ่งมีผู้คนที่ยังติดค้างอยู่ถึง 8,000 คน[20][22] พื้นที่ในเทศบาลภูมิภาควุดบัฟฟาโล ได้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ฉุกเฉินในเวลา 10:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น[23] โดยรัฐแอลเบอร์ตาได้มีแผนที่จะอพยพผู้คนทางอากาศประมาณ 8,000 ถึง 25,000 คน ไปยังค่ายคนงานทรายน้ำมันปิโตรเลียมทางตอนเหนือของฟอร์ตมักเมอร์รีย์ ด้วยความช่วยเหลือจากกองทัพอากาศแคนาดา ซึ่งใช้เครื่องบินซี-130 เฮอร์คิวลิส และเครื่องบินอพยพลำอื่น ๆ ที่ให้การสนับสนุนโดยบริษัทผลิตทรายน้ำมันปิโตรเลียม โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐจะตรวจสอบการอพยพบนทางหลวงหมายเลข 63 ระหว่างการอพยพคนทางอากาศ[20] โดยมีเจ้าหน้าที่ 1,100 คน, เฮลิคอปเตอร์ 45 ลำ, เครื่องจักรหนัก 138 ชิ้น และ เครื่องบินดับไฟอีก 22 ลำ สำหรับการดับไฟป่าครั้งนี้[23]

ในวันที่ 6 พฤษภาคม ตำรวจม้าแคนาดา ได้อำนวยความสะดวกเพื่อช่วยเคลื่อนย้ายรถของผู้อพยพ 1,500 คัน (50 ในเวลานั้น[24][25]) จากค่ายคนงานทรายน้ำมันปิโตรเลียมทางตอนเหนือของฟอร์ตมักเมอร์รีย์, ทางด้านใต้ตามทางหลวงหมายเลข 63 จนถึงเอดมันตัน[26] ได้มีการรายงานว่าไฟได้ลุกลามไปเกิน 100,000 เฮกตาร์ (ประมาณ 386 ตารางไมล์) แต่ลุกลามด้วยอัตราที่ลดลงจากเดิม[1][26]

การช่วยเหลือแก้ไข

ทางการรัฐแอลเบอร์ตา ได้ประกาศให้ฟอร์ตมักเมอร์รีย์เป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน และส่งคำขอความช่วยเหลือไปยังกองทัพแคนาดา[27][28] ทางรัฐบาลและกองกำลังป้องกันราชอาณาจักร ได้ออกบันทึกเพื่อทำความเข้าใจในวันที่ 4 พฤษภาคม สำหรับการขอความช่วยเหลือและการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการปฏิบัติการช่วยเหลือ[9] ไม่นานหลังจากนั้น เครื่องบินซี-130 เฮอร์คิวลิส ขึ้นบินจากฐานทัพอากาศเทรนตัน และเฮลิคอปเตอร์อีกหลายลำ ได้บินไปช่วยเหลือยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ[29] อีกทั้งทางการรัฐแอลเบอร์ตาได้ขอความช่วยเหลือไปยังรัฐออนแทรีโอ โดยรัฐออนแทรีโอได้ส่งนักดับเพลิง 100 คน และเจ้าหน้าที่ดูแลอีก 19 คน เพื่อประสานงานผ่านศูนย์ดำเนินงานดับเพลิง[9] และได้รับการสนับสนุนจากอีกกหลายรัฐทั่วประเทศ[29] ในวันที่ 5 พฤษภาคม เครื่องบินบอมบาดิเยร์ 415 จำนวน 4 ลำ ได้ขึ้นบินเพื่อดับเพลิงจากทางอากาศ จากฐานทัพในรัฐควิเบก[30]

ผลกระทบแก้ไข

ภาพถ่ายดาวเทียมไฟป่าในช่วงกลางวันของวันที่ 3 พฤษภาคม และช่วงกลางคืนของวันที่ 5 พฤษภาคม
 
ภาพถ่ายทางอากาศ

ชุมชนแก้ไข

ข้อมูลล่าสุด วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 11:55 น. ตามเวลาท้องถิ่น เทศบาลภูมิภาควุดบัฟฟาโลได้รายงานถึงผลกระทบของชุมชนในฟอร์ตมักเมอร์รีย์และชุมชนใกล้เคียงดังนี้:[19]

  • แอนแซก – สิ่งก่อสร้าง 12 แห่งในหมู่บ้านที่ห่างประมาณ 36 กิโลเมตร (22 ไมล์) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับความเสียหาย
  • สนามบิน – สิ่งก่อสร้างภายนอกได้รับความเสียหายเล็กน้อย, โครงสร้างหลักไม่ได้รับความเสียหาย
  • อบาแซนด์ – บ้านพักอาศัยเสียหายร้อยละ 50
  • เบคอนฮิลล์ – บ้านพักอาศัยเสียหายร้อยละ 70
  • ดิกกินสฟีลด์ – บ้านพักอาศัยเสียหาย 2 หลัง
  • ดาวน์ทาวน์ – บ้านพักอาศัยเสียหาย 1 หลัง
  • ดราเพอร์ – อยู่ในการประเมินความเสียหาย
  • เกรย์ลิงเทอร์เรซ – บ้านพักอาศัยเสียหาย 4 หลัง และอีก 6 หลังถูกทำลาย
  • เกรกวาร์ – ไม่ได้รับความเสียหาย
  • นอร์ธพาร์ซันส์ – โรงเรียนที่ยังสร้างไม่เสร็จ ได้รับความเสียหาย
  • ซาไลน์ครีก – ไม่ได้รับความเสียหาย
  • ซาแพรครีก – ความเสียหายประมาณร้อยละ 30 ในหมู่บ้านที่ห่างไป 11 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออก ได้รับความเสียหาย
  • สโตนครีก – พื้นที่ไฟลุกลาม
  • ทิมเบอร์เลีย – รถพ่วงได้รับความเสียหาย 13 คัน
    • แบล็คเบิร์นไดรฟ์ – สิ่งก่อสร้าง 3 แห่งถูกไฟเผา
    • วอลนัตเครสเซนต์ – สิ่งก่อสร้างประมาณ 15 แห่งถูกไฟเผา
  • ธิควุด – บ้านพักอาศัยเสียหาย 1 หลัง
  • วอเตอร์เวส์ – บ้านพักอาศัยเสียหายร้อยละ 90
  • วุดบัฟฟาโล – บ้านพักอาศัยเสียหาย 30 หลัง

ข้อโต้แย้งแก้ไข

มีข้อโต้เถียงกันอย่างมากมายทั้งการที่ภาวะโลกร้อนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่าครั้งนี้ โดยเฉพาะการทำอุตสาหกรรมทรายน้ำมันปิโตรเลียมของฟอร์ตมันเมอร์รีย์ในรัฐแอลเบอร์ตา บางคนไม่ต้องการที่จะถกเถียงเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ขณะที่บางคนก็ต้องการที่จะให้เห็นความสำคัญของไฟป่าและภาวะโลกร้อนมากขึ้น[31]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "Fort McMurray wildfire continues to grow out of control". News 1130. 6 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2559.
  2. 2.0 2.1 2.2 Barkto, Karen (4 พฤษภาคม 2559). "Fort McMurray wildfire update: Roughly 1600 buildings destroyed in 'catastrophic' fire". Global News. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2559.
  3. 3.0 3.1 3.2 "Tweet from Regional Municipality of Wood Buffalo". ทวิตเตอร์. Regional Municipality of Wood Buffalo. 4 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ May 4, 2016. We have successfully evacuated 88,000 people with no reports of injuries or casualties so far #ymmfire
  4. 4.0 4.1 "2 die in fiery crash on Highway 881 south of Fort McMurray". CBC News. 4 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2559. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Traffic deaths" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  5. "Daily Data Report for May 2016". Environment Canada. 6 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2559.
  6. "Hourly Data Report for May 03, 2016". Environment Canada. 6 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2559.
  7. "Daily Data Report for May 2016". Environment Canada. 6 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 6 6 พฤษภาคม 2559. Check date values in: |accessdate= (help)
  8. "Daily Data Report for May 2016". Environment Canada. 6 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2559.
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 Parsons, Paige (3 พฤษภาคม 2559). "Thousands flee from Fort McMurray wildfire in the largest fire evacuation in Alberta's history". Edmonton Journal. Postmedia Network. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2559.
  10. McGrath, Matt (5 พฤษภาคม 2559). "'Perfect storm' of El Niño and warming boosted Alberta fires". บีบีซี. บีบีซี. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2559.
  11. Kahn, Brian (4 พฤษภาคม 2559). "Here's the Climate Context For the Fort McMurray Wildfire". Climate Central. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2559.
  12. Snowdon, William (2 พฤษภาคม 2559). "Fort McMurray braces for high winds in battle with wildfire". CBC News Edmonton. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2559.
  13. McDermot, Vincent; French, Janet (2 พฤษภาคม 2559). "Wildfire continues to threaten Fort McMurray neighbourhood". Edmonton Journal. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2559.
  14. McDermot, Vincent; Bird, Cullen (2 พฤษภาคม 2559). "'A great day for us': Wildfire moves away from Fort McMurray as crews fight blaze". Fort McMurray Today. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2559.
  15. Ivanov, Jennifer; Bartko, Karen; Heidenreich, Phil (3 พฤษภาคม 2559). "'We are in for a rough day': Fort McMurray wildfire expected to flare up Tuesday afternoon". Global News. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2559.
  16. "Wildfire destroys Fort McMurray homes, most of city evacuated". CBC News Edmonton. 3 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2559.
  17. http://wildfire.alberta.ca/wildfire-status/wildfire-status-map.aspx
  18. "Municipality Announces Mandatory Evacuations for Anzac, Gregoire Lake Estates and Fort McMurray First Nation". Regional Municipality of Wood Buffalo. 4 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2559.
  19. 19.0 19.1 19.2 19.3 "Fort McMurray Wildfire Updates". Regional Municipality of Wood Buffalo. 4 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2559.
  20. 20.0 20.1 20.2 Edwards, Peter (5 พฤษภาคม 2559). "ire evacuees north of Fort McMurray to be airlifted out as 1,100 firefighters battle inferno". Toronto Star. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2559.
  21. McConnell, Rick (4 พฤษภาคม 2559). "'Catastrophic' Fort McMurray wildfire prompts state of emergency". CBC News. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2559.
  22. 22.0 22.1 "Fort McMurray evacuees flee again as fire spreads: 'It's almost like it's following us'". National Post. 5 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2559.
  23. 23.0 23.1 "Update 2: Fort McMurray Wildfire (May 5 at 10 a.m.)". Government of Alberta. 5 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2559.
  24. "RCMP to escort northern evacuees through and out of the City - Update 2". Royal Canadian Mounted Police. 6 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2559.
  25. Thomson, Graham (6 พฤษภาคม 2559). "No stopping, go south, and follow the RCMP: Massive convoy helps fire evacuees trapped north get through city". National Post. Postmedia News. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2559.
  26. 26.0 26.1 "'The beast is still up': Wildfire evacuees stuck north of Fort McMurray moving south in massive RCMP convoy". National Post. 6 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2559.
  27. Dehaas, Josh (4 พฤษภาคม 2559). "Fort McMurray fire: State of emergency declared". CTV News. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2559.
  28. "Military air assets preparing to head to Fort McMurray: source". iPolitics. 5 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2559.
  29. 29.0 29.1 Mas, Susana (4 พฤษภาคม 2559). "Trudeau says Canadians are united around Fort McMurray as federal response gets underway". CBC News. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2559.
  30. "Four water bombers heading to Alberta" (in French). Radio-Canada. 5 พฤษภาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2559.
  31. Holthaus, Eric (6 พฤษภาคม 2559). "We Need to Talk About Climate Change". Slate (magazine). สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2559.