เมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: MAJOR DEVELOPMENT PUBLIC COMPANY LIMITED ชื่อย่อ:MJD)[8] เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศที่เชี่ยวชาญโครงการที่อยู่อาศัยระดับบน

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
ประเภทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
รูปแบบบริษัทมหาชน (SET:MJD)
อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
ผลิตภัณฑ์อาคารชุดระดับบน
มูลค่าตลาด2,856,570,000 บาท
  • ข้อมูล ณ วันที่ 23 กันยายน 2559 [1]
รายได้3,088,400,000 บาท
  • ข้อมูลไตรมาส 2/2559 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559[2]
รายได้จากการดำเนินงาน326,500,000 บาท
  • ข้อมูลไตรมาส 2/2559 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559[3]
กำไร
  • ข้อมูลไตรมาส 2/2559 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559[4]
ทรัพย์สินสุทธิ15,275,640,000 บาท
  • ข้อมูลไตรมาส 2/2559 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559[5]
ทุน860,411,939 หุ้น [6]
บริษัทแม่บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
บริษัทลูกบริษัท เอ็มเจ วัน กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เอสเตท จำกัด
คำขวัญMajor Development - Leading Developer innovative High-End residences - "เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ - ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับ Hi-End ชั้นนำด้วยนวัตกรรมใหม่" [7]
เว็บไซต์http://www.majordevelopment.co.th

ประวัติแก้ไข

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 โดยตระกูลพูลวรลักษณ์ เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1 ล้านบาท

  • ปี 2545 : พัฒนาโครงการแรกของบริษัท คือ โครงการ Hampton Thonglor 10 โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียม ระดับ Top High Rise ขนาด 30 ชั้น จำนวนยูนิตรวม 73 ยูนิต มูลค่าโครงการ 950 ลบ.
  • ปี 2547 : จากความสำเร็จของโครงการ Hampton Thonglor 10 บริษัทจึงขยายธุรกิจโดยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับHigh End ได้แก่ Fullerton Sukhumvit เป็นโครงการคอนโดมิเนียม Top High Rise ขนาด 37 ชั้น จำนวนยูนิตรวม 139 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,600 ลบ. และ Watermark Chaophraya River เป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับ World Class ประกอบด้วยอาคาร 2 อาคาร ขนาด 52 ชั้น และ 28 ชั้น จำนวนห้องชุดรวม 486 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 5,700 ลบ.
  • ปี 2548 : จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
  • ปี 2550 : เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 700 ลบ. และ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและได้รับอนุญาตให้ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ อีกทั้งยังจัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท เอ็ม เจ เอ ไอ ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการ “Royce Private Residences” โครงการ Super luxury โครงการแรกของบริษัท และพัฒนาโครงการ Mykonos โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัดแห่งแรกของบริษัท ประกอบด้วยอาคาร 3 อาคาร จำนวนห้องชุดรวม 122 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 450 ลบ.
  • ปี 2551 : จัดตั้งบริษัทย่อย 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ จำกัด และบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เรสซิเดนซ์ จำกัด เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และพัฒนาโครงการ Marrakesh Hua Hin ประกอบด้วย โครงการคอนโดมิเนียม ขนาด 8 ชั้น 2 อาคาร และโรงแรมขนาด 4 ชั้น 6 อาคาร จำนวนห้องชุดรวม 345 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 2,400 ลบ. กับพัฒนาโครงการ Reflection Jomtien Beach Pattaya โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียม Super Luxury จำนวน 2 อาคาร ขนาด 52 ชั้น และ 42 ชั้น จำนวนห้องชุดรวม 332 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 3,300 ลบ.อีกด้วย
  • ปี 2553 : จัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท เอ็มเจอาร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ อีกทั้งยังเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 700 ลบ. เป็น 1,050 ลบ. เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 โดยเป็นการเพิ่มหุ้นสามัญใหม่จำนวน 350 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 1 (MJD-W1) และเริ่มพัฒนาโครงการภายใต้ชื่อ “M” ประกอบด้วย M Silom, M Phyathai และ M Ladprao
  • ปี 2554 : จัดตั้งบริษัทย่อย 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอ็มเจซี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ บริษัท เอ็มเจพี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และพัฒนาโครงการ Manor สนามบินน้ำ เป็นคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่จำนวน 4 อาคาร จำนวนห้องชุดรวม 1,848 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม
  • ปี 2556 : จัดตั้งบริษัทย่อย จำนวน 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท เมเจอร์ เรสซิเด้นส์ จำกัด , บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอป เม้นท์ เอสเตท จำกัด , บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด , บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ พร็อพเพอร์ตี้ พาร์ทเนอร์ส จำกัด และบริษัท เมเจอร์ แมเนอร์ จำกัด เพื่อขยายธุรกิจของบริษัทฯ ในระยะยาว และพัฒนาโครงการ Low rise ภายใต้ชื่อ “MAESTRO” MAESTRO 39 Sukhumvit39 โดยเป็นคอนโดมิเนียมระดับ Low Rise ขนาด 8 ชั้น ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 39 กับโครงการ Marque Sukhumvit โดยเป็นโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ขนาด 49 ชั้น จำนวนห้องชุดรวม 148 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 6,500 ลบ.
  • ปี 2557 : ได้รับรางวัล The Best Developer Thailand ในฐานะผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์ ประจำปี 2557 และจัดตั้งบริษัท ทีเอ็มดีซี คอนสตรัคชั่น จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการขยายธุรกิจไปในกิจการที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีทุนจดทะเบียน 100 ลบ.
  • ปี 2558 : พัฒนาโครงการ Low rise ภายใต้ชื่อ “MAESTRO” ดังนี้ MAESTRO 01 โดยเป็นคอนโดมิเนียม ขนาด 8 ชั้น จำนวนห้องชุดรวม 88 ยูนิต ตั้งอยู่ที่ซอยเย็นอากาศ 1 MAESTRO 03 โดยเป็นคอนโดมิเนียม ขนาด 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวนห้องชุดรวม 320 ยูนิต ตั้งอยู่ที่ซอยรัชดาภิเษก 3 (สถานทูตจีน) MAESTRO 14 โดยเป็นคอนโดมิเนียม ขนาด 8 ชั้น จำนวนห้องชุดรวม 179 ยูนิต ตั้งอยู่ที่ซอยเพชรบุรี 14 และเปิดตัวโรงแรมแห่งที่สอง Centra Maris พัทยา

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่แก้ไข

  • ข้อมูล ณ วันที่ 16 มีนาคม 2559 [9]
ลำดับที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นสามัญ สัดส่วนการถือหุ้น
1 นาง ประทิน พูลวรลักษณ์ 125,000,000 14.53%
2 นาง สมเวียง พูลวรลักษณ์ 125,000,000 14.53%
3 นาย สุริยน พูลวรลักษณ์ 90,375,000 10.50%
4 นาย สุริยา พูลวรลักษณ์ 85,718,200 9.96%
5 น.ส. เพชรลดา พูลวรลักษณ์ 84,772,900 9.85%

อ้างอิงแก้ไข

  1. [1] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  2. [2] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  3. [3] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  4. [4] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  5. [5] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ รายละเอียดบริษัท
  7. [6]
  8. สรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  9. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ settrade.com