ระวังสับสนกับ อายุรศาสตร์

อายุรเวท เป็นระบบการแพทย์ทางเลือกที่มีที่มาทางประวัติศาสตร์ในอนุทวีปอินเดีย[1] ทฤษฎีและวิถีปฏิบัติของอายุรเวททางการแพทย์นั้นถือว่าเป็นวิทยาศาสตร์ปลอม[2][3][4] สมาคมแพทยศาสตร์อินเดีย (IMA) ได้กำหนดว่าการรักษาด้วยวิถีการแพทย์สมัยใหม่โดยผู้ปฏิบัติการทางการแพทย์แบบอายุรเวทถือเป็นลักษณะหมอเถื่อน[5]

พระธันวันตริ เทพเจ้าแห่งอายุรเวท ในภาพเป็นเทวรูปศิลปะทมิฬ

เอกสารและบันทึกเกี่ยวอายุรเวทจากยุคคลาสสิกที่สำคัญมักเริ่มต้นด้วยการบันทึกและการถ่ายทอดวิทยาการทางการแพทย์จากเทพเจ้า ไปยังฤษีหรือนักบวช และจากนั้นจึงมาถึงมนุษย์ที่เป็นแพทย์[6] ใน สุศรุตสังหีต นั้น สุศรุตะบันทึกว่าพระธันวันตริ เทพเจ้าแห่งอายุรเวทของศาสนาฮินดูได้อวตารลงมาเป็นกษัตริย์แห่งพาราณสีและได้ถ่ายทอดความรู้แพทยศาสตร์แก่กลุ่มแพทย์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสุศรุตะ[7][8] การรักษาแบบอายุรเวทมักมีพื้นฐานมาจากสารประกอบสมุนไพรที่ซับซ้อน, แร่ธาตุ และธาตุโลหะ (ซึ่งเป็นไปได้ว่าได้รับอิทธิพลมาจาก รสศาสตร์) Ancient ตำราอายุรเวทโบราณยังมีการสอนถึงวิธีปฏิบัติการศัลยกรรม เช่น การผ่าตัดเสริมจมูก, การกำจัดนิ่วในไต, การเย็บแผล และการกำจัดวัตถุแปลกปลอม[9][10] อายุรเวทได้รับการพัฒนาและปรับให้เข้ากับความต้องการของตลาดตะวันตก โดยเฉพาะที่บาบาหริทาสได้ปรับอายุรเวทเข้ากับโลกตะวันตกในทศวรรษ 1970s และโดยกลุ่มมหาฤษีอายุรเวท ในทศวรรษ 1980s

แปดองค์แก้ไข

งานเขียนภาษาสันสกฤตบุคคบาสสิกที่เก่าแก่ที่สุดที่เกี่ยวกับอายุรเวทได้แบ่งการแพทย์ออกเป็นแปดองค์ประกอบ (องค์) (“อัษฏางค์”)[11][12] การจัดรูปแบบให้วิชาแพทย์ประกอบด้วยแปดองค์ "การแพทย์ที่ซึ่งมีแปดองค์" (จิกิตสายาม อัษฏางคายาง चिकित्सायामष्टाङ्गायाम्) พบครั้งแรกในมหาภารตะ[13] อัษฏางค์ (แปดองค์) นั้นประกอบด้วย:[14][15][16]

  • กายจิกิตสา (Kāyachikitsā): แพทยศาสตร์ทั่วไป
  • กุมาร-ภฤตยะ (Kaumāra-bhṛtya): กุมารเวชศาสตร์[17]
  • ศัลยตันตระ (Śalyatantra): ศัลยศาสตร์ และการผ่าวัตถุแปลกปลอมออก
  • ศาลากยตันตระ (Śhālākyatantra): เวชศาสตร์โสต สอ นาสิก และฟาริงซ์
  • ภูตวิทยา (Bhūtavidyā): การกำจัดวิญญาณร้ายที่สิงสู่ในร่าง
  • อคันทตันตระ/ หรือ วิษาคาร-ไวโรธตันตระ (พิษวิทยา): สารพิษและการระบาด
  • รสายันตันตระ (Rasāyantantra): การยืดอายุขัย
  • วาชีกรณตันตระ (Vājīkaraṇatantra): การศึกษาเกี่ยวกับการกระตุ้นทางเพศ

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Meulenbeld, Gerrit Jan (1999). "Introduction". A History of Indian Medical Literature. Groningen: Egbert Forsten. ISBN 978-9069801247.
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ kaufman
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ oxpsych
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Quack-2011
  5. "IMA Anti Quackery Wing". Indian Medical Association. The purpose of this compendium of court orders and various rules and regulations is to acquaint doctors regarding specific provisions and orders barring quackery by unqualified people, practitioners of Indian & Integrated Medicine to practice Modern Medicine.
  6. Zysk, Kenneth G. (1999). "Mythology and the Brāhmaṇization of Indian medicine: Transforming Heterodoxy into Orthodoxy". ใน Josephson, Folke (บ.ก.). Categorisation and Interpretation. Meijerbergs institut för svensk etymologisk forskning, Göteborgs universitet. pp. 125–145. ISBN 978-91-630-7978-8.
  7. Bhishagratna, Kaviraj Kunjalal (1907). An English Translation of the Sushruta Samhita Based on Original Sanskrit text. Calcutta: K. K. Bhishagratna. p. 1. สืบค้นเมื่อ 16 October 2015.
  8. Dhanvantari. (2010). In Encyclopædia Britannica. Retrieved 4 August 2010, from Encyclopædia Britannica Online
  9. Wujastyk, Dominik (2003). The Roots of Ayurveda: Selections from Sanskrit Medical Writings (3 ed.). London etc.: Penguin Books. ISBN 978-0-140-44824-5.
  10. Mukhopadhyaya, Girindranath (1913). The Surgical Instruments of the Hindus, with a Comparative Study of the Surgical Instruments of the Greek, Roman, Arab, and the Modern European Surgeons. Calcutta: Calcutta University. สืบค้นเมื่อ 16 October 2015.
  11. Ācārya, Yādava Trivikramātmaja, บ.ก. (1945). "Sūtrasthāna 1.7-9". Suśrutasaṃhitā. Bombay: Nirṇayasāgara Press. pp. 2–3.
  12. Ācārya, Yādava Trivikramātmaja, บ.ก. (1941). "Sūtrasthāna 30.28". The Carakasaṃhitā of Caraka, with the commentary by Cakrapāṇidatta, edited by Yadavaśarman Trivikarama Ācārya. Bombay: Nirṇayasāgara Press. p. 189.
  13. Wujastyk, Dominik (2003). "Indian Medicine". ใน Flood, Gavin (บ.ก.). The Blackwell Companion to Hinduism. Oxford: Blackwell. p. 394. ISBN 978-1405132510.
  14. Sharma, Priya Vrat (1999). Suśruta-Samhitā With English Translation of text…. 1. Varanasi: Chaukhambha Visvabharati. pp. 7–11.[ต้องการคำอ้างอิงเพื่อยืนยัน]
  15. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ GregoryFields
  16. Bhishagratna, Kaviraj Kunja Lal (1907). An English Translation of the Sushruta Samhita Based on Original Sanskrit Text. 1. Calcutta: The Author. pp. 2–6.
  17. Swami Sadashiva Tirtha (1998). The Ãyurveda Encyclopedia: Natural Secrets to Healing, Prevention & Longevity. ISBN 0-9658042-2-4.