ผลต่างระหว่างรุ่นของ "แคทารีน เฮปเบิร์น"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
'''แคทารีน ฮอตัน เฮปเบิร์น''' ({{lang-en|Katharine Houghton Hepburn}}) ([[12 พฤษภาคม]] [[ค.ศ. 1906]] - [[29 มิถุนายน]] [[ค.ศ. 2003]]) เป็นนักแสดงหญิงชาวอเมริกัน เธอเป็นที่รู้จักอย่างมากจากนิสัยที่รักอิสระอย่างรุนแรงและมีชีวิตชีวา เฮปเบิร์นเป็นสตรีชั้นนำใน[[ฮอลลีวูด]]มาเป็นเวลากว่า 60 ปี เธอปรากฏตัวในวงการบันเทิงหลากหลายประเภท มีทั้ง[[ภาพยนตร์ตลกพ่อแง่แม่งอน]] (Screwball comedy film) จนถึงภาพยนตร์แนววรรณกรรม และเธอได้รับ[[รางวัลออสการ์]]ใน[[รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม|สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม]]ถึง 4 ครั้ง ซึ่งมีการบันทึกว่าเป็นจำนวนมากกว่านักแสดงใดๆ ในปี ค.ศ. 1999 เฮปเบิร์นได้รับการประกาศชื่อจาก[[สถาบันภาพยนตร์อเมริกัน]]ในฐานะ[[AFI's 100 Years...100 Stars|นักแสดงหญิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล]] ของภาพยนตร์ฮอลลีวูดยุคคลาสสิก
 
เฮปเบิร์นเติบโตขึ้นใน[[รัฐคอนเนตทิคัต]]และถูกเลี้ยงดูโดยบิดามารดาที่มั่งคั่งและอยู่ในยุค[[สมัยแห่งความก้าวหน้า]] เฮปเบิร์นเริ่มแสดงขณะศึกษาอยู่ที่[[วิทยาลัยบรินมอร์]] หลังจากใช้เวลาสี่ปีแสดงในโรงละคร ได้มีบทวิจารณ์ที่ดีในช่วงที่ทำการแสดง[[ละครบรอดเวย์]]ได้ทำให้เธอเป็นที่สนใจของฮอลลีวูด ช่วงปีแรกๆของเธอในวงการภาพยนตร์เริ่มต้นด้วยความสำเร็จ โดยเธอได้รางวัลออสการ์จากการแสดงในภาพยนตร์เรื่องที่สามของเธอ คือ เรื่อง ''[[มอร์นิ่งกลอรี (ภาพยนตร์ปี 1933)|มอร์นิ่งกลอรี]]'' (ค.ศ. 1933) แต่ก็ตามมาด้วยความล้มเหลวในเชิงพาณิชย์ซึ่งทำให้เธอถูกตีตราว่าเป็น "[[บ็อกออพฟิศพอยชั่นบ็อกซ์ออพฟิศพอยชั่น]]" ในปี ค.ศ. 1938 เฮปเบิร์นมีความคิดที่เฉียบแหลมในการทำให้ตัวเธอเองกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง โดยการไปซื้อสัญญากับ [[อาร์เคโอพิกเจอร์]] และทำให้ได้สิทธิในบทประพันธ์ ''[[เดอะฟิลาเดลเฟียสตอรี (บทละคร)|ดอะฟิลาเดลเฟียสตอรี]]'' ซึ่งเธอได้ประกาศขายโดยมีเงื่อนไขว่าเธอจะต้องได้เป็นนักแสดงนำในเรื่อง ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1940 เธอได้รับการติดต่อจาก [[เมโทร-โกลด์วิน-เมเยอร์]] ซึ่งทำให้งานการแสดงของเธอเน้นไปที่การเป็นพันธมิตรกับ[[สเปนเซอร์ เทรซี]] ความเป็นหุ้นส่วนกันนี้เป็นเวลา 25 ปี และผลิตภาพยนตร์ออกมา 9 เรื่อง
 
เฮปเบิร์นได้สร้างความท้าทายให้ตนเองในช่วงครึ่งหลังของชีวิต โดยเธอมักจะปรากฏตัวเป็นประจำในละครเวทีแนว[[วิลเลียม เชกสเปียร์|เชกสเปียร์]]และสร้างความท้าทายในบทบาทที่หลากหลายในด้านวรรณกรรม เธอพบช่องทางในการแสดงบทบาทเป็นสตรีทึนทึกวัยกลางคน เช่นในภาพยนตร์เรื่อง ''[[เดอะแอฟริกันควีน (ภาพยนตร์)|เดอะแอฟริกันควีน]]'' (ค.ศ. 1951) ได้ทำให้เธอกลายเป็นบุคคลที่สาธารณะอ้าแขนรับ เธอได้รับรางวัลออสการ์อีกสามครั้งในภาพยนตร์ ''[[เกรสฮูส์คัมมิ่งทูดินเนอร์]]'' (ค.ศ. 1967), ''[[ราชันใจเพชร]]'' (ค.ศ. 1968) และ [[ออนโกลเดนพอนด์ (ภาพยนตร์ปี 1981)|ออนโกลเดนพอนด์]] (ค.ศ. 1968) ในช่วงทศวรรษ 1970 เธอเริ่มปรากฏตัวในภาพยนตร์โทรทัศน์ ซึ่งจะเป็นจุดสนใจของอาชีพการทำงานในบั้นปลายชีวิตของเธอ เธอยังคงทำงานต่อเนื่องในวัยชรา ซึ่งทำให้เธอปรากฏตัวในจอครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1993 ขณะมีอายุ 87 ปี หลังจากนั้นเธอก็ไม่สามารถทำงานได้อีกและมีปัญหาสุขภาพ เฮปเบิร์นเสียชีวิตในปี ค.ศ. 2003 ด้วยวัย 97 ปี
9,499

การแก้ไข