ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ยิวยิตสู"

เพิ่มขึ้น 3 ไบต์ ,  1 ปีที่แล้ว
เก็บกวาดบทความด้วยบอต
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
'''คุณสิทธิผล ผลาชีวิน''' เขียนคำอาลัยไว้ว่า
ถ้าพูดถึง “ยูโด”แล้วเมื่อใด ก็ย่อมระลึกถึง “คุณครูทิม อติเปรมานนท์” เมื่อนั้น คุณครูทิมได้ทุ่มเทจิตใจของท่านตั้งแต่วัยหนุ่มฉกรรจ์ จนวันสุดท้ายของชีวิตเพื่อสั่งสอน อบรม เผยแพร่ “ยูโด” ให้แก่เยาวชนไทยจนเจริญแพร่หลายทั่วประเทศ ด้งที่ได้รู้ได้เห็นอยู่ ณ บัดนี้ ไม่เป็นการล่วงล้ำก้ำเกินเลยถ้าข้าพเจ้าจะกล่าวสรรเสริญท่านด้วยน้ำใสใจจริงว่า คุณครูทิม คือท่านจิโกโร คาโน เมืองไทยนั่นเอง
ท่านเริ่มชีวิตยูโด ซึ่งสมัยนั้นกระทรวงศึกษาธิการยังเรียกว่า “ญูญิตสู” ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี ด้วยร่างกายอันกำยำล่ำสันมะขามข้อเดียว อกผายไหล่ผึ่งยิ่งกว่าหนุ่มๆนักเรียนพลศึกษาด้วยกัน หน้าตาท่าทางเอาจริงเอาจังเกินกว่าใครๆทั้งโรงเรียน ทำให้ท่านกลายเป็นศิษย์เอกของพระอาจารย์หม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิวงศ์ สวัสดิกุล ซึ่งทรงศึกษาวิขา “ญูญิตสู” มาจากประเทศฝรั่งเศส ด้วยที่ท่านรับราชการอยู่ในกระทรวงต่างประเทศจึงไม่มีเวลาว่างพอที่จะสอนได้สม่ำเสมอ เมื่อได้ทรงถ่ายทอด “ญูญิตสู” ให้แก่บรรดาครูและนักเรียนพลศึกษาหลายท่าน รวมทั้งศิษย์เอก ทิม อติเปรมานนท์ ท่านทรงแจ้งไปยังกระทรวงศึกษาธิการในสมัย ๕๐ กว่าปีนั้นว่า ควรรับวิชานี้เข้าหลักสูตรพลศึกษาสอนเด็กไทยให้เป็นไว้ และทรงเขียนตำราญูญิตสูเล่มแรกของเมือไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ ตั้งชื่อว่า “ตำรากายบริหารวิชาญูญิตสู” มีภาพครูทิม อติเปรมานนท์และครูเตี่ยน เหมะสกุล ครูพลศึกษาคนที่ ๑ ของเมืองไทย เป็นผู้แสดงแบบ กระทรวงศึกษารับเข้าหลักสูตรสอนนักเรียนไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๖ และสั่งให้ครูทิม อติเปรมานนท์ไปสอนวิชาญูญิตสูให้แก่นักเรียนสวนกุหลาบ บวรนิเวศ และปทุมคงคา เป็น ๓ โรงเรียนแรก ต่อมาโรงเรียนต่างๆได้เริ่มฝึกบ้าง เช่น เทพศิรินทร์ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา เบญจมบพิตร ต่อมากระทรวงส่งเสริมด้วยการจัดการแข่งขัน เมื่อพ.ศ. ๒๔๖๘ ข้าพเจ้ายังเรียนอยู่ชั้น ม.๔ เมื่อโรงเรียนเลิกแล้วก็มาดูผู้ใหญ่เขาเล่นญูญิตสูกันที่อาคารไม้ของพลศึกษากลางในโรงเรียนสวนกุหลาบทุกวัน ผู้ได้รับเกียรติเป็นผู้สอนวิชาญูญิตสูคนแรกของโรงเรียนพลศึกษากลางคือ ครูทิม อติเปรมานนท์ และ ได้ทำการสอนติดต่อกันมาประมาณ ๔๐ ปีเศษ
คุณครูทิมจะแต่งตัวด้วยเสื้อกางเกงแบบญูญิตสู คาดสายรัดเอวสีขาวยืนเด่นเป็นสง่าบนเบาะญูญิตสูต่อหน้าพวกเรานักเรียนฝึกหัดครูพลศึกษากลาง ซึ่งตั้งอยู่ในโรงเรียนสวนกุหลาบ
ผู้ใดภูมิใจว่าเป็นนักญูญิตสู ผู้นั้นย่อมเป็นลูกศิษย์ของคุณครูทิม อติเปรมานนท์ ทั้งประเทศ
 
ขึ้นชื่อว่าเป็น “โชดัน” ของยูโด สายดำเป็นเสมือนของศักดิ์สิทธิ์ของวิชายูโด สำนักโกโดกวันจะไม่ยอมให้สายดำแก่บุคคลใด ถ้าหากบุคคลนั้นไม่มีความรู้ในวิชายูโดอย่างจริงจัง เฉพาะชาวต่างประเทศก็ยิ่งถูกกวดขันเป็นพิเศษขึ้นอีก สายสามารถเข็มขัดดำแบ่งออกเป็นชั้นๆ ๙ ชั้น เริ่มด้วยชั้นที่ ๑ หรือ โชดัน จนถึงชั้นที่ ๙ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด ชั้น ๑-๕ เข็มขัดดำล้วน, ชั้น ๖-๘ มีสิทธิที่จะใช้ผ้าคาดเองสีแดงสลับขาวแทนสีดำ เรียก “ศาสตราจารย์ยูโด”, ชั้น ๙ ใช้สีแดงล้วนแทนสีดำและมีคนเดียวในพิภพคือ จิโกโร คาโน
ในประเทศไทย เกียรติคุณของครูทิม อติเปรมานนท์ แพร่หลายทั่วประเทศ บรรดาครูพลศึกษาที่สอบอยู่ตามโรงเรียนทั่วราชอาณาจักรล้วนเป็นลูกศิษย์ครูทิมทั้งสิ้น ต่อมาชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาอยุ่ในเมืองไทยได้เชิญศิษย์ครูไปแข่งขันในโรงยิมของชาวญี่ปุ่น ก็แปลกใจว่า เห็นพวกเราคาดเข็มขัดขาว แต่สามารถเอาชนะเขาซึ่งคาดสายสูงกว่าได้ แม้แต่ครูของเราก็คาดสีขาวเหมือนกัน เป็นข่าวไปถึงสำนักโกโดกวัน ณ กรุงโตเกียว ท่านจิโกโร คาโน ปลาบปลื้มใจที่วิชาของท่านแพร่หลายมาถึงเมืองไทย ได้ส่งศาสตราจารย์ยูโด ฟูมิมาโร คุโรยามะ มาพร้อมกับศิษย์สายดำอีก ๒ ท่าน มาเป็นทางการผ่านสถานฑูตสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทยติดต่อกระทรวงศึกษาธิการขอชมการเล่นญูญิตสูของบรรดาศิษย์ครูทิม โดยเล่นกันที่ตึกสามัคยาจารย์สมาคม ศาสตราจารย์ ฟูมิมาโร คุโรยามะแปลกใจมาก ที่เห็นพวกเราเล่นได้ดีเกินคาดสมคำเล่าลืม เพื่อสัมพันธไมตรีอันดีต่อไปภายหน้า สำนักโกโดกวันของท่านศาสตราจารย์จิโกโร คาโน ได้มอบสายดำ(โชดัน) เกียรตินิยมมาพร้อมกับท่านเพื่อมอบให้แก่ คุณครูทิม อติเปรมานนท์ เป็นคนแรกของไทยหรือของโลกทีเดียว เพราะไมมีชาวต่างประเทศคนใดที่ท่านจิโกโร คาโนจะส่งสายดำนี้ไปให้เลย
 
'''คุณกอง วิสุทธารมณ์''' เขียนคำอาลัยไว้ว่า
เป็นศิษย์ประจำชั้น ม.๑ ที่ข้าพเจ้าเคยสอนมาในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เป็นเด็กล่ำสัน แข็งแรง มีน้ำใจ กล้าหาญบึกบึนดีมาก ข้าพเจ้าชักชวนให้เรียนวิชา “ญูญิตสู” (ยูโด) เขาก็พอใจเรียน ระหว่างที่กำลังเรียนแกร่งกล้าในวิชานี้นั้น เขาอยู่กับคุณลุงของเขาที่ตึกแถวหน้าวัดเลียบ ก่อนย้ายมาอยู่บ้านข้าพเจ้าที่สี่แยกคอกวัวหลังที่ลุงของเขาถึงแก่กรรม ซึ่งเวลานั้น นิยม ทองชิตร์ ก็อยู่กับข้าพเจ้าด้วย เด็กคู่นี้อยู่ ร.ร.สวนกุหลาบด้วยกัน เป็นนักเรียนญูญิตสูด้วยกัน เป็นคู่เล่นกันทุกเวลาที่ข้าพเจ้าสอน ทิมเก่งวิธียาว ในการต่อสู้ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอยู่เสมอ ในเชิงมวย ทิมเก่งไม้สั้น นิยมเก่งไม้ยาว ซึ่งข้าพเจ้าพอใจเด็กคู่นี้มาก ที่น่าขันคือ เวลาหยุดเทอมปลาย ทั้งคู่จะต้องออกไปเที่ยวชมภูมิประเทศบ้นเมืองของเราเสมอ ก่อนไปก็เห็นปรึกษาหารือกันถูกอกถูกใจ พอไปถึงปลายทางแล้วเป็นต้องขัดใจเกิดทะเลาะกันทุกครั้ง เวลากลับบ้านก็ไม่มาพร้อมกัน ครั้นสิ้นเทอมปลายใหมก็ไปด้วยกันอีกทุกปี แต่ไม่เคยชกต่อยกัน ทิมมีความรู้ภาษาอังกฤษพอใช้ เขาประจำอยู่ห้องอาจารย์ซัตตันทุกวัน เว้นแตเวลาพลศึกาา เขาต้องไปสอนแทนข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าย้ายไปอยู่ ร.ร.นายเรือ ธนบุรี
 
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ แต่ไม่ปรากฎปรากฏการอ้างอิงที่แน่ชัด ได้ระบุถึงประวัติญูญิตสูในไทยุคแรกว่ายังมีที่
โรงฝึกแรกที่ชื่อเรนบูกัน และ ห้องยิมของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งมีการสอนจูจุสึและมีชื่อเสียงจากการแข่งขันกับโรงเรียนอื่น ๆ
โดยมีนักจูจุสึที่โด่งดังจากการแข่งขัน เช่น ฉลวย อัศวนนท์, ประจันต์ วัชรปาน, จำรัส ศุภวงศ์ , แถม สุดกังวาล,
393,742

การแก้ไข