ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ไทใหญ่"

เพิ่มขึ้น 100 ไบต์ ,  3 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
(ย้อนการแก้ไขที่ 6866350 สร้างโดย 223.205.41.240 (พูดคุย))
| group = ไทใหญ่<br />[[ไฟล์:Shan-tai.png|30px]] ''ไต๊''
| image = [[ไฟล์:CosTribe Shan.gif]]
| population = ประมาณ 612 ล้านคน
| region1 = [[ไฟล์:Flag of the Shan State.svg|22px]] [[รัฐฉาน]]
| ref1 = [[ไฟล์:Flag of Kachin State.svg|22px]] [[รัฐคะฉิ่น]]
}}
 
'''ไทใหญ่''' หรือไต- '''ฉาน''' ({{lang-shn|{{my|တႆး}}}} ''ไต๊''; {{lang-my|ရှမ်းလူမျိုး}}, {{IPA-all|ʃán lùmjóʊ|pron}}; {{zh-all|s=掸族|p=Shàn zú}}) หรือ '''เงี้ยว''' (ซึ่งเป็นคำเรียกที่ไม่สุภาพ)<ref>{{cite web | title = ยวน ในยวนพ่าย ก็เป็น ลาว (คักๆ) | publisher = สุจิตต์ วงษ์เทศ | url = http://www.sujitwongthes.com/2012/09/weekly21092555/ | date = 21 กันยายน 2555 | accessdate = 14 กุมภาพันธ์ 2558}}</ref> คือกลุ่มชาติพันธุ์ในตระกูลภาษาไท-กะได ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ขนาดใหญ่อันดับสองของพม่า ส่วนมากอาศัยใน[[รัฐฉาน]] [[ประเทศพม่า]] และบางส่วนที่เป็นชาวไทยเชื่อสายไทใหญ่อาศัยอยู่บริเวณ[[ดอยไตแลง]] ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีชุมชนไทใหญ่มากกว่า 100 ชุมชนเรียกว่าเป็นเมืองหลวงของไทใหญ่ในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ที่อำเภอฝาง หมู่บ้านใหม่หมอกจ๋ามก็มีชุมชนไทใหญ่อาศัยอยู่ด้วย ตลอดระยาชายแดนระหว่าง[[ประเทศไทย]]กับประเทศรัฐฉาน สหภาพพม่า<ref>Sao Sāimöng, The Shan States and the British Annexation. Cornell University, Cornell, 1969 (2nd ed.)</ref>คนไทใหญ่ในรัฐฉานประเทศพม่ามีประมาณ 38 หรือ 412 ล้านคน แต่มีไทใหญ่หลายแสนคนที่ได้อพยพเข้าสู่ประเทศไทย เพื่อหนีปัญหาทางการเมืองและการหางาน ตามภาษาของเขาเองจะเรียกตัวเอง ไต มีหลายกลุ่มเช่น [[ไตขืน]] [[ไตแหลง]] [[คำตี่|ไตคัมตี]] [[ไทลื้อ|ไตลื้อ]] และ[[ไตมาว]] แต่กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ ไตโหลง (ไต = ไท และ โหลง (หลวง) = ใหญ่) หรือที่คนไทยเรียกว่า ไทใหญ่ จะเห็นได้ว่าภาษาไตและภาษาไทยคล้ายกันบ้างแต่ไม่เหมือนกัน ชาวไทใหญ่ถือวันที่ [[7 กุมภาพันธ์]] เป็นวันชาติ เมืองหลวงของรัฐฉานคือตวนตี หรือ [[ตองยี]] มีประชากรประมาณ 150,000 คน ส่วนเมืองสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ [[สีป้อ]] [[ล่าเมืองลาเสี้ยว]] [[เมืองเชียงตุง]] เมืองนาย เมืองแสนหวี เมืองหยองห้วย และ[[ท่าขี้เหล็ก]]เมืองกึง
 
== เชื้อชาติ ==
 
== อิทธิพลของพม่า ==
ประวัติศาสตร์ไทใหญ่เต็มไปด้วยเรื่องราวของสงคราม จนภาษาไทใหญ่กลายเป็นภาษาต้องห้าม ที่รัฐบาลพม่าสั้งห้ามทำการเรียนการสอนเด็ดขาดใครเปิดสอนก็จะถูกจับขังคุก การเรียนการสอนภาษาไทใหญ่เมื่อสิบกว่าก่อน ต้องอาศัยแอบเรียนภายในวัดเท่านั้น ไม่มีการสอบวัดผลอะไร เด็กๆที่ไปเรียนกับพระที่วัดก็สามารถอ่านออกเขียนได้เท่านั้นเทียบกับปัจจุบันที่เราจะเห็นคนไทใหญ่ใช้ภาษาไทใหญ่หลากหลายในโลกโซเซีบล การเรียนประวัติศาสตร์ของชาวไทใหญ่กลายเป็นวิชาต้องห้ามมาตั้งแต่สมัยอังกฤษปกครอง อิทธิพลทางวัฒนธรรมของพม่าในไทใหญ่จึงมีมาก ซึ่งเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์และการเมือง<ref name=hb-95>{{cite book | title=A History of Burma | page=95 | publisher=Cambridge University Press | location=New York and London | year=1967 | author=Maung Htin Aung | authorlink=Htin Aung}}</ref> กล่าวคือเมื่อพม่ามีอิทธิพลทางการปกครองก็จะเกณฑ์ให้เจ้าฟ้าไทใหญ่ส่งลูกชายและลูกสาวไปเมืองหลวงพม่า เจ้าหญิงเจ้าชายเหล่านี้จึงได้รับวัฒนธรรมพม่ามา และนำกลับมาเผยแพร่แก่ประชาชนไทใหญ่ในรูปแบบของ[[ภาษา]] [[ดนตรี]] [[นาฏศิลป์]] และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ<ref name=app-108>{{cite book | title=History of Burma | author=Lt. Gen. Sir Arthur P. Phayre | year=1967 | pages=108–109 | edition=2 | publisher=Susil Gupta | location=London}}</ref> เช่น เกิดความนิยมว่า วรรณคดีที่ไพเราะซาบซึ้งควรมีคำพม่าผูกผสมผสานกับคำไท<ref>‘Mae Sai Evacuated as Shells Hit Town’, Bangkok Post, 12 May 2002</ref><ref>‘Mortar Rounds Hit Thai Outpost, 2 Injured’, Bangkok Post, 20 June 2002, p.1</ref>
 
== ภาษา ==
ภาษาไทใหญ่เป็นภาษาเก่าแก่ มีมาร่วม 2,000 ปี เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่คู่กับวิถีชีวิตของชาวไทใหญ่มาช้านาน เป็นวิชาเลือกหนึ่งภายในรัฐ เจ้าขุนสามซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายวัฒนธรรมรัฐฉานในอดีต เคยออกสำรวจคนไทใหญ่ในรัฐฉาน สหภาพพม่า พบว่ามีคนไทใหญ่พูดภาษาไทใหญ่มากมายหลายแห่ง ประมาณได้กว่า 12 ล้านคน แต่ไม่มีจำนวนที่แน่นอน เพราะคนไทใหญ่เหล่านั้นจะเรียกตนเองว่าเป็นพม่ายากแก่การสำรวจ พูดภาษาพม่า แต่งกายเป็นพม่า<ref>{{cite web |url=http://www.ethnologue.com/show_language.asp?code=shn |title=Shan: A language of Myanmar |accessdate=2006-12-02 |work=Ethnologue }}</ref>
 
== อ้างอิง ==
ผู้ใช้นิรนาม