ผลต่างระหว่างรุ่นของ "เรดอน"

เพิ่มขึ้น 18,359 ไบต์ ,  5 ปีที่แล้ว
added contents and references
(เก็บกวาดบทความด้วยบอต)
(added contents and references)
เรดอนเป็น[[ธาตุกัมมันตรังสี]]ที่เป็นก๊าซเฉื่อย (radioactive noble gas) ได้จากการแยกสลาย[[ธาตุเรเดียม]] เรดอนเป็นก๊าซที่หนักที่สุดและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไอโซโทปของเรดอนคือ Rn-222 ใช้ในงานรักษาผู้ป่วยแบบ[[เรดิโอเธอราปี]] (radiotherapy) ก๊าซเรดอนที่สะสมในบ้านเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอดและทำให้ผู้ป่วยใน[[สหภาพยุโรป]]เสียชีวิตปีละ 20,000 คน
 
เรดอนถูกสร้างขึ้นโดยผ่านกระบวนการอีกขั้นหนึ่งของการย่อยสลายธาตุกัมมันตรังสีทั่วไป โดยที่[[ธอเรียม]]และ[[ยูเรเนียม]]ซึ่งเป็นธาตุกัมมันตภาพดึกดำบรรพ์ที่มีอยู่ตั้งแต่ครั้งที่โลกเริ่มก่อตัวขึ้น ได้เกิดการสลายตัวของธาตุและให้ผลเป็นธาตุ[[เรเดียม]] และการสลายตัวของเรเดียมจึงทำให้เกิดธาตุเรดอน ซึ่งเมื่อเรดอนสลายตัว ก็ทำให้เกิดธาตุ radon  daughter อันเป็นชื่อเรียกของธาตุกัมมันตรังสีใหม่ที่ได้มา ซึ่งต่างจากเรดอนที่มีสถานะเป็นแก๊ซตรงที่มีสถานะเป็นของแข็งและเกาะติดกับพื้นผิว
 
== ลักษณะ ==
=== คุณสมบัติทางกายภาพ ===
 
เรดอนจัดเป็นก๊าซเฉื่อยที่ไร้รส สี และกลิ่น ไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยผัสสะสัมผัสของมนุษย์ ในอุณหภูมิและความดันมาตรฐาน เรดอนจะมีสภาพเป็น[[ก๊าซอะตอมเดี่ยว]]ที่มีความหนาแน่นเท่ากับ 9.73&nbsp;[[กิโลกรัม/เมตร]]<sup>3</sup>,<ref>{{cite web| title=Radon| publisher=All Measures| date=2004| url=https://web.archive.org/web/20110809192552/http://www.allmeasures.com/Formulae/d1/d2/d3/Results2_2.asp?formula=2&material=Radon+&#91;Rn&#93;| accessdate=2008-02-12}}</ref> มากกว่าความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศโลกที่ระดับน้ำทะเลประมาณ 8 เท่า <ref>{{cite web| last=Williams|first=David R.|date=2007-04-19|url=http://nssdc.gsfc.nasa.gov/planetary/factsheet/earthfact.html|title=Earth Fact Sheet|publisher=[[NASA]]|accessdate=2008-06-26}}</ref>
 
เรดอนจะสามารถสังเกตเห็นได้เมื่อนำไปแช่เย็นในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ซึ่งจะเปล่งแสงเป็นสีเหลืองไปถึงแดงส้มแปรผันตามอุณหภูมิที่ลดลง <ref>{{cite web|accessdate=2008-06-26|url=http://education.jlab.org/itselemental/ele086.html|title=Radon |publisher=Jefferson Lab}}</ref> Upon [[condensation]], radon glows because of the intense radiation it produces.<ref>{{cite book|title=Noble Gases|first=Jens|last=Thomas |url=https://books.google.com/?id=T0Iiv0BJ1E0C&pg=PA13|publisher=Marshall Cavendish|date=2002|isbn=978-0-7614-1462-9|page=13}}</ref> ด้วยสาเหตุจากการแผ่รังสีที่เข้มข้นขึ้น <ref>{{cite book|title=Noble Gases|first=Jens|last=Thomas |url=https://books.google.com/?id=T0Iiv0BJ1E0C&pg=PA13|publisher=Marshall Cavendish|date=2002|isbn=978-0-7614-1462-9|page=13}}</ref>
 
เรดอนสามารถ[[ละลาย]]ในน้ำได้ ซึ่งสามารถละลายได้มากกว่าเมื่อเทียบกับก๊าซมีตระกูลชนิดอื่น และละลายได้ดีกว่าในของเหลวชีวภาพเมื่อเทียบกับการละลายในน้ำ
 
=== คุณสมบัติทางเคมี ===
 
เรดอนจัดเป็นสมาชิกของกลุ่มธาตุ[[วาเลนซ์เป็นศูย์]]หรือถูกเรียกว่ากลุ่มก๊าซมีตระกูล ในการดึงอีเล็กตรอนหนึ่งๆออกจากเปลือกต้องใช้[[พลังงานไอออไนเซชัน]] 1037 กิโลจูล/โมล <ref>{{cite book|author=David R. Lide |title=CRC Handbook of Chemistry and Physics |edition=84th|publisher=CRC Press|location=Boca Raton, Florida|date=2003|chapter=Section 10, Atomic, Molecular, and Optical Physics; Ionization Potentials of Atoms and Atomic Ions}}</ref> เรดอนมี[[อิเล็กโตรเนกาทิวิตี]]ต่ำกว่า[[ซีนอน]]อ้างอิงจากตารางธาตุ ดังนั้นจีงเกิดปฎิกิริยาได้มากกว่า
 
การทดลองเกี่ยวกับธาตุเรดอนนั้นมีน้อยเนื่องด้วยปัจจัยทางด้านค่าใช้จ่ายที่สูงกอปรกับเป็นธาตุกัมมันตรังสี เรดอนสามารถ[[ออกซิไดซ์]]ได้ด้วยตัวออกซิ
ไดซ์ที่มีประสิทธิภาพอย่าง[[ฟลูออรีน]]ซึ่งจะทำให้เกิด[[เรดอนไดฟลูออรีน]] <ref>{{cite journal|author=Stein, L.|date=1970|journal=Science|volume =168|doi=10.1126/science.168.3929.362|title=Ionic Radon Solution|pmid=17809133|issue=3929|bibcode=1970Sci...168..362S|pages=362–4}}</ref><ref>{{cite journal|author=Pitzer, Kenneth S.|date=1975|journal=J. Chem. Soc., Chem. Commun.|pages=760–1|title=Fluorides of radon and element 118|doi=10.1039/C3975000760b|issue=18}}</ref> อันสามารถแยกส่วนกลับไปสู่ธาตุเดิมได้ในอุณหภูมิที่มากกว่า 250 องศาเซลเซียส เรดอนมีระดับ[[การระเหยเป็นไอ]]ที่ต่ำและถูกเชื่อว่าเป็น {{chem|RnF|2}}
 
เนื่องจากเรดอนมี[[ครึ่งชีวิต]]ที่สั้นและสารประกอบที่มีกัมมันตภาพรังสีจึงทำให้การตรวจสอบรายละเอียดของสารประกอบทำได้ยาก ทำให้มีเพียงข้อตั้งทางทฤษฎีที่คาดว่าเรดอนน่าจะมีระยะระหว่างพันธะ Rn-F เป็น 2.08&nbsp;[[Ångström|Å]] และสารประกอบมี[[อุณหพลศาสตร์]]ที่คงที่และผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ {{chem|XeF|2|link=xenon difluoride}}.<ref>{{cite journal|doi=10.1021/jp9825516|title=Chemical Bonding in XeF<sub>2</sub>, XeF<sub>4</sub>, KrF<sub>2</sub>, KrF<sub>4</sub>, RnF<sub>2</sub>, XeCl<sub>2</sub>, and XeBr<sub>2</sub>: From the Gas Phase to the Solid State|date=1998|author=Meng- Sheng Liao|author2=Qian- Er Zhang|journal=The Journal of Physical Chemistry A|volume=102|page=10647|issue=52}}</ref>
 
[RnF]<sup>+</sup> [[ไอออน]] เชื่อว่าก่อตัวขึ้นมาตามรูปแบบนี้:<ref>{{cite journal|doi=10.1016/S0022-1139(00)85275-6|title=Noble-gas fluorides|date=1986|author=Holloway, J|journal=Journal of Fluorine Chemistry|volume=33|page=149}}</ref>
 
:Rn (g) + 2 {{chem|[O|2|]|+|[SbF|6|]|-}} (s) → {{chem|[RnF]|+|[Sb|2|F|11|]|-}} (s) + 2 {{chem|O|2}} (g)
 
=== ไอโซโทป ===
 
เรดอนไม่มี[[ไอโซโทป]]คงที่ โดยทั่วไปจะมีไอโซโทปกัมมันตรังสี 36 ตัว ที่มี[[มวลอะตอม]]ตั้งแต่ 193 ถึง 228 ประกอบเข้าด้วยกัน<ref name=autogenerated1>{{cite web|url=http://www.nndc.bnl.gov/chart/|title=Interactive Chart of Nuclides|publisher=Brookhaven National Laboratory|author=Sonzogni, Alejandro|location=National Nuclear Data Center|accessdate=2008-06-06}}</ref> ไอโซโทปตัวคงที่ที่สุดของเรดอนคือ <sup>222</sup>Rn อันเป็นไอโซโทปที่ได้จากการสลายตัวของเรเดียม-226 หรือจากการสลายตัวของยูเรเนียม-238 <ref>{{cite web|url=http://www.gulflink.osd.mil/library/randrep/du/mr1018.7.appa.html |title=Principal Decay Scheme of the Uranium Series |publisher=Gulflink.osd.mil|accessdate=2008-09-12}}</ref> มีไอโซโทป 3 ตัวที่มีครึ่งชีวิตเพียงหนึ่งชั่วโมงกว่าอันได้แก่ <sup>211</sup>Rn, <sup>210</sup>Rn และ <sup>224</sup>Rn
 
ไอโซโทปตัวอื่นๆที่มีครึ่งชีวิตสั้นได้แก่ <sup>220</sup>Rn เป็นไอโซโทปที่ได้จากการสลายตัวของธอเรียม-232 ซึ่งเป็นไอโซโทปตัวคงที่ที่สุดของธาตุ[[ธอเรียม]] เรียกโดยทั่วไปว่า"ธอรอน"อันมีครึ่งชีวิตอยู่ที่ 55.6 วินาทีและยังปล่อย[[รังสีอัลฟา]]ออกมา เช่นเดียวกับ <sup>219</sup>Rn ที่เป็นผลผลิตจากไอโซโทปของธาตุ[[แอคติเนียม]]ตัวที่ 227 ซึ่งเป็นไอโซโทปตัวคงที่ที่สุด เรียกโดยทั่วไปว่า"แอคตินอน"อันมีครึ่งชีวิตอยู่ที่ 3.96 วินาทีและปล่อยรังสีอัลฟาเช่นกัน
 
== นิรุกติศาสตร์ ==
 
ในตอนแรกเรดอนมีหลายชื่อที่ใช้เรียก โดย "เอ็กซ์ราดิโอ"ถูกใช้เรียกในช่วงปีคริสต์ศักราช 1904 <ref name=ramsay1904>{{cite journal|author=Ramsay, Sir William|author2=Collie, J. Normal|title=The Spectrum of the Radium Emanation|journal=[[Proceedings of the Royal Society]]|volume=73|date= 1904|pages=470–6|doi =10.1098/rspl.1904.0064|issue=488–496}}</ref> และต่อมาได้มีการเสนอชื่อให้ใช้"เรดอน"ในปีคริสต์ศักราช 1918 <ref>''{{cite journal|author=Schmidt, Curt|title=Periodisches System und Genesis der Elemente|journal=Z. Anorg. Ch.|volume=103|date= 1918|pages=79–118|doi=10.1002/zaac.19181030106}}</ref> และ"เรดิออน"ในปีคริสต์ศักราช 1919 <ref>{{cite journal|title=Radon|journal=Ann. Physique|volume=11|date= 1919|page=5|author=Perrin, J}}</ref> แต่ในท้ายที่สุดแล้ว เรดอนก็ถูกเลือกให้เป็นชื่อที่ใช้เรียกแก๊ซชนิดนี้ตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1920 <ref>{{cite journal|author=Adams, Elliot Quincy|title=The Independent Origin of Actinium|journal=J. Amer. Chem. Soc.|volume=42|date=1920|page=2205|doi=10.1021/ja01456a010|issue=11}}</ref> และในปีคริสต์ศักราช 1923 คณะกรรมการจาก IUPAC ได้คัดเลือกให้ใช้ชื่อเรดอนธาตุนี้
 
== ประวัติ ==
 
เรดอนจัดเป็นธาตุกัมมันตรังสีธาตุที่ 5  ที่มีการค้นพบถัดจาก[[ยูเรเนียม]] [[ธอเรียม]] [[เรเดียม]] และ [[โปโลเนียม]] ย้อนกลับไปในช่วงปีคริสต์ศักราช 1900  [[เฟเดอริช เอิร์นส์ ดอร์น]]ได้ให้รายงานเกี่ยวกับการทดลองว่าด้วยเรื่องส่วนประกอบของธาตุเรเดียมได้ปล่อยแก๊ซกัมมันตภาพรังสีออกมา ซึ่งเขาเรียกมันว่า เรเดียม อีมาเนชัน(Ra Em)<ref>{{cite journal|journal=Abhandlungen der Naturforschenden Gesellschaft zu Halle|volume=22|author=Dorn, Friedrich Ernst|page=155|title= Ueber die von radioaktiven Substanzen ausgesandte Emanation|location= Stuttgart|date=1900}}</ref> ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีรายงานของดอร์ม [[ปิแอร์ คูรี]] และ [[มารี คูรี]] ได้สังเกตเห็นว่ามีมีก๊าซถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการสลายตัวของเรเดียม และคงกัมมันตภาพรังสีเป็นเวลานานนับเดือน ในช่วงปีคริสต์ศักราช 1899<ref>{{cite journal|journal=Comptes rendus hebdomadaires des séances de l'Académie des sciences|author=Curie, P.|author2=Curie, Mme. Marie|title=Sur la radioactivite provoquee par les rayons de Becquerel|volume=129|date= 1899|pages= 714–6}}</ref>
 
ในปีคริสต์ศักราช 1910 [[เซอร์ วิลเลียม แรมซี]] และ [[โรเบิร์ต วิทลอว์-เกรย์]] แยกเรดอนได้สำเร็จ  และประมาณค่าความหนาแน่นและให้ประมาณค่าเรดอนว่าเป็นก๊าซที่หนักที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ <ref name=ramsay/> They wrote that "L'expression de l'émanation du radium est fort incommode", (the expression 'radium emanation' is very awkward) and suggested the new name niton (Nt) (from the Latin "nitens" meaning "shining") to emphasize the radioluminescence property,<ref name=ramsay>{{cite journal|title=La densité de l'emanation du radium|author=Ramsay, W.|author2=Gray, R. W.|journal=Comptes rendus hebdomadaires des seances de l'Academie des sciences|volume=151|pages=126–8|date=1910|url=http://gallica.bnf.fr/ark:/12148/bpt6k31042/f126.table}}</ref> ซึ่งผลที่ได้นี้ได้รับการรับรองจาก CIAAW ในปีคริสต์ศักราช 1912
 
== การปรากฏ ==
 
เรดอนก่อตัวขึ้นจากกระบวนการสลายตัวของเรเดียม-226 ซึ่งพบได้ใน[[แร่ยูเรเนียม]] [[หินฟอสเฟต]] [[หินดินดาน]] [[หินอัคนี]] [[หินแปร]]บางชนิดอย่าง[[หินแกรนิต]] [[หินไนส์]] เป็นต้น และหินทั่วๆไปอย่างเช่น[[หินอ่อน]]เองบางทีก็มีเรเดียม-226 เป็นส่วนประกอบอยู่ แต่มักจะพบในปริมาณที่น้อย <ref name="Thad. Godish 2001">Thad. Godish, (2001) . "Indoor Environment Quality". Boca Raton, FL. CRC Press LLC.</ref>
 
ในบริเวณ1[[ตารางไมล์]]บนพื้นผิวของโลก ลึกลงไป 6-15 นิ้ว จะมีธาตุเรเดียมอยู่ประมาณ 1 กรัม ซึ่งจะปล่อยก๊าซเรดอนในปริมาณไม่มากออกมาสู่ชั้นบรรยากาศของโลก <ref name=USPHS90/> On a global scale, it is estimated that 2,400 million [[curies]] (90 TBq) of radon are released from soil annually.<ref>{{cite book|author=J. H. Harley|title=Noble gases|date=1975|publisher=U.S. Environmental Protection Agency|pages=109–114}}</ref>
 
ด้วยเหตุนี้ทำให้สามารถพบเรดอนได้ในหลายๆที่ด้วยกันบนภาคพื้นดินในปริมาณตั้งแต่ 1 ถึง 100&nbsp;[[แบ็กแรล/เมตร]]<sup>3</sup> และเหนือผิวมหาสมุทรประมาณ 0.1&nbps;แบ็กแรล/เมตร<sup>3</sup> แต่จะสามารถตรวจพบได้ในปริมาณที่มากในเขตเหมืองและถ้ำ โดยปริมาณที่ตรวจพบมีประมาณตั้งแต่ 20 ไปจนถึง 2,000&nbsp;แบ็กแรล/เมตร<sup>3</sup>.<ref>{{cite journal| author=Sperrin, Malcolm| author2=Gillmore, Gavin| author3=Denman, Tony| date=2001| title=Radon concentration variations in a Mendip cave cluster| journal=Environmental Management and Health| volume=12|page=476|doi=10.1108/09566160110404881| issue=5}}</ref>
 
== อ้างอิง ==
 
[[หมวดหมู่:แก๊สมีตระกูล]]
66

การแก้ไข