ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระนางฮ็อนแอ"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
|}}
 
'''ชอนชู แทฮู''' หรือ สมเด็จพระพันปีหลวงชอนชู ทรงเป็นพระราชธิดาองค์โตของพระเจ้าแทจงกับสมเด็จพระชายาซอนอึย ทรงมีพระนามเดิมว่า '''ฮวางโบซู''' หรือ เจ้าหญิงหญิงซู พระนางทรงมีพระเชษฐาคือ [[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]]หรือ เจ้าชายวังชี และทรงมีพระขนิษฐา คือ เจ้าหญิงซอล หรือ สมเด็จพระราชินีฮอนจอง
'''ชอนชู แทฮู''' หรือ สมเด็จพระพันปีหลวงชอนชู ทรงเป็นพระราชธิดาองค์โตของพระเจ้าแทจงกับสมเด็จพระชายาซอนอึย ทรงมีพระนามเดิมว่า '''ฮวางโบซู''' หรือ เจ้าหญิงหญิงซู พระนางทรงมีพระเชษฐาคือ [[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]]หรือ เจ้าชายวังชี และทรงมีพระขนิษฐา คือ เจ้าหญิงซอล หรือ สมเด็จพระราชินีฮอนจอง เมื่อพระนางมีอายุได้ 16 ปี พระนางพร้อมกับเจ้าหญิงซอลได้อภิเสกไปเป็นพระมเหสีของ[[พระเจ้าคยองจงแห่งโครยอ]]ในปี [[ค.ศ. 979]] พระนางจึงได้รับพระนามมเหสีว่า '''สมเด็จพระราชินีฮอนแอ''' ส่วนเจ้าหญิงซอลได้รับพระนามมเหสีว่า '''สมเด็จพระราชินีฮอนจอง''' ในปี [[ค.ศ. 980]] พระนางก็ทรงพระครรภ์และประสูติพระราชโอรส คือ [[พระเจ้ามกจงแห่งโครยอ|เจ้าชายวังซง]] และในปี [[ค.ศ. 981]] [[พระเจ้าคยองจงแห่งโครยอ]]ทรงสิ้นพระชนม์ เจ้าชายวังชีขึ้นครองราชย์เป็น[[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]] พระเจ้าซองจงทรงให้พระนางฮอนแอ พระนางฮอนจองพร้อมกับเหล่าพระมเหสีและพระสนมของพระเจ้าคยองจออกจากวังหลวงทั้งหมด แต่พระเจ้าซองจงทรงให้เจ้าชายวังซงอยู่ในวังต่อไป พระเจ้าซองจงทรงพระราชทานนามให้พระนางฮอนแอว่า '''สมเด็จพระราชินีซุงด็อก''' และพระราชทานพระราชวังซุงด็อกให้แต่พระนางซุงด็อกและพระนางฮอนจองทรงกลับไปอยู่ที่พระราชวังมยองบกกับพระนางซินจองผู้เป็นพระอัยยิกา ในปี [[ค.ศ. 983]] อาณาจักรเหลียวทางตอนเหนือได้นำทัพมาบุกตอนเหนือของอาณาจักรโครยอ พระนางซุงด็อกก็มีดำริที่จะต้านศึกเหลียว อาณาจักรที่มีความเข้มแข็งซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือ คังกัมชันแม่ทัพใหญ่เห็นด้วยกับดำริของพระนางซุงด็อก จึงให้การสนับสนุนจนสุดกำลัง แต่ทว่ากลับถูกคัดค้านไม่ได้รับความเห็นชอบจากพระเจ้าซองจง ด้วยเรื่องต้านศึกเหลียวนี้เอง ทำให้พระเจ้าซองจงและพระนางซุงด็อกพี่น้องต้องบาดหมางใจกัน
==ประวัติ==
'''ชอนชู แทฮู''' หรือ สมเด็จพระพันปีหลวงชอนชู ทรงเป็นพระราชธิดาองค์โตของพระเจ้าแทจงกับสมเด็จพระชายาซอนอึย ทรงมีพระนามเดิมว่า '''ฮวางโบซู''' หรือ เจ้าหญิงหญิงซู พระนางทรงมีพระเชษฐาคือ [[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]]หรือ เจ้าชายวังชี และทรงมีพระขนิษฐา คือ เจ้าหญิงซอล หรือ สมเด็จพระราชินีฮอนจอง เมื่อพระนางมีอายุได้ 16 ปี พระนางพร้อมกับเจ้าหญิงซอลได้อภิเสกไปเป็นพระมเหสีของ[[พระเจ้าคยองจงแห่งโครยอ]]ในปี [[ค.ศ. 979]] พระนางจึงได้รับพระนามมเหสีว่า '''สมเด็จพระราชินีฮอนแอ''' ส่วนเจ้าหญิงซอลได้รับพระนามมเหสีว่า '''สมเด็จพระราชินีฮอนจอง''' ในปี [[ค.ศ. 980]] พระนางก็ทรงพระครรภ์และประสูติพระราชโอรส คือ [[พระเจ้ามกจงแห่งโครยอ|เจ้าชายวังซง]] และในปี [[ค.ศ. 981]] [[พระเจ้าคยองจงแห่งโครยอ]]ทรงสิ้นพระชนม์ เจ้าชายวังชีขึ้นครองราชย์เป็น[[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]] พระเจ้าซองจงทรงให้พระนางฮอนแอ พระนางฮอนจองพร้อมกับเหล่าพระมเหสีและพระสนมของพระเจ้าคยองจออกจากวังหลวงทั้งหมด แต่พระเจ้าซองจงทรงให้เจ้าชายวังซงอยู่ในวังต่อไป พระเจ้าซองจงทรงพระราชทานนามให้พระนางฮอนแอว่า '''สมเด็จพระราชินีซุงด็อก''' และพระราชทานพระราชวังซุงด็อกให้แต่พระนางซุงด็อกและพระนางฮอนจองทรงกลับไปอยู่ที่พระราชวังมยองบกกับพระนางซินจองผู้เป็นพระอัยยิกา ในปี [[ค.ศ. 983]] อาณาจักรเหลียวทางตอนเหนือได้นำทัพมาบุกตอนเหนือของอาณาจักรโครยอ พระนางซุงด็อกก็มีดำริที่จะต้านศึกเหลียว อาณาจักรที่มีความเข้มแข็งซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือ คังกัมชันแม่ทัพใหญ่เห็นด้วยกับดำริของพระนางซุงด็อก จึงให้การสนับสนุนจนสุดกำลัง แต่ทว่ากลับถูกคัดค้านไม่ได้รับความเห็นชอบจากพระเจ้าซองจง ด้วยเรื่องต้านศึกเหลียวนี้เอง ทำให้พระเจ้าซองจงและพระนางซุงด็อกพี่น้องต้องบาดหมางใจกัน
 
ในปี [[ค.ศ. 983]] อาณาจักรเหลียวทางตอนเหนือได้นำทัพมาบุกตอนเหนือของอาณาจักรโครยอ พระนางซุงด็อกก็มีดำริที่จะต้านศึกเหลียว อาณาจักรที่มีความเข้มแข็งซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือ คังกัมชันแม่ทัพใหญ่เห็นด้วยกับดำริของพระนางซุงด็อก จึงให้การสนับสนุนจนสุดกำลัง แต่ทว่ากลับถูกคัดค้านไม่ได้รับความเห็นชอบจากพระเจ้าซองจง ด้วยเรื่องต้านศึกเหลียวนี้เอง ทำให้พระเจ้าซองจงและพระนางซุงด็อกพี่น้องต้องบาดหมางใจกัน
ในปี [[ค.ศ. 997]] [[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]]ทรงสิ้นพระชนม์โดยไม่มีพระราชโอรส เจ้าชายวังซง จึงได้ขึ้นครองราชย์ต่อทรงมีพระนามว่า [[พระเจ้ามกจงแห่งโครยอ]] พระเจ้ามกจงทรงพระราชทานนามให้พระนางซุงด็อกว่า '''สมเด็จพระพันปีหลวงชอนชู''' พระนางชอนชูทรงเห็นว่าพระเจ้ามกจงยังทรงพระเยาว์ พระนางจึงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระนางทำให้อาณาจักรโครยอเป็นปึกแผ่นมั่นคง ปราศจากศึกภายใน สงครามภายนอก พระพันปีชอนชูก็ทรงสนับสนุนคิมชียางเป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนักจนบาดหมางกับเหล่าขุนนาง และทำให้อำนาจในราชสำนักสั่นคลอน แม่ทัพคังโจได้วางแผนโค่นอำนาจพระพันปีชอนชูวางแผน ปลงพระชนม์พระนาง ฆ่าคิมชียางจนเป็นเหตุให้อาณาจัรเหลียวรุกรานยึดครองอาณาจักรโครยอได้สำเร็จ พระเจ้ามกจงทรงสละราชสมบัติเนื่องจากเบื่อหน่ายการแย่งชิงอำนาจ โดยให้เจ้าชายวังซุนพระราชโอรสของพระนางฮอนจองกับเจ้าชายวังอุกขึ้นครองราชย์เป็น[[พระเจ้าฮยอนจงแห่งโครยอ]] โดยมีคังกัมชันขุนนางใหญ่ในราชสำนักให้การสนับสนุน เมื่อพระเจ้ามกจงสละราชสมบัติทรงกลับไปอยู่ที่พระราชวังมบองบกพร้อมกับพระนางชอนชูและพระราชินีซอนจอง คิมชียางวางแผนปลงพระชนม์พระเจ้ามกจงเรื่องทราบถึงพระนางชอนชู พระนางจึงได้สังหารคิมชียาง ในปี [[ค.ศ. 1009]] พระเจ้ามกจงถูกลอบปลงพระชนม์โดยขุนนางกลุ่มซิลลาโดยกลุ่มซิลลา เกรงว่าพระเจ้ามกจงจะกลับมาครอยงราชย์อีก ทำให้พระนางชอนชูทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก พระนางพร้อมกับพระมเหสีซอนจองมเหสีของพระเจ้ามกจงจึงได้ทำการแก้แค้นกลุ่มขุนนางซิลลา และพร้อมกับขับไล่พวกคิตันออกจากโครยอได้สำเร็จ
 
ในปี [[ค.ศ. 997]] [[พระเจ้าซองจงแห่งโครยอ]]ทรงสิ้นพระชนม์โดยไม่มีพระราชโอรส เจ้าชายวังซง จึงได้ขึ้นครองราชย์ต่อทรงมีพระนามว่า [[พระเจ้ามกจงแห่งโครยอ]] พระเจ้ามกจงทรงพระราชทานนามให้พระนางซุงด็อกว่า '''สมเด็จพระพันปีหลวงชอนชู''' พระนางชอนชูทรงเห็นว่าพระเจ้ามกจงยังทรงพระเยาว์ พระนางจึงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระนางทำให้อาณาจักรโครยอเป็นปึกแผ่นมั่นคง ปราศจากศึกภายใน สงครามภายนอก พระพันปีชอนชูก็ทรงสนับสนุนคิมชียางเป็นขุนนางใหญ่ในราชสำนักจนบาดหมางกับเหล่าขุนนาง และทำให้อำนาจในราชสำนักสั่นคลอน แม่ทัพคังโจได้วางแผนโค่นอำนาจพระพันปีชอนชูวางแผน ปลงพระชนม์พระนาง ฆ่าคิมชียางจนเป็นเหตุให้อาณาจัรเหลียวรุกรานยึดครองอาณาจักรโครยอได้สำเร็จ พระเจ้ามกจงทรงสละราชสมบัติเนื่องจากเบื่อหน่ายการแย่งชิงอำนาจ โดยให้เจ้าชายวังซุนพระราชโอรสของพระนางฮอนจองกับเจ้าชายวังอุกขึ้นครองราชย์เป็น[[พระเจ้าฮยอนจงแห่งโครยอ]] โดยมีคังกัมชันขุนนางใหญ่ในราชสำนักให้การสนับสนุน เมื่อพระเจ้ามกจงสละราชสมบัติทรงกลับไปอยู่ที่พระราชวังมบองบกพร้อมกับพระนางชอนชูและพระราชินีซอนจอง คิมชียางวางแผนปลงพระชนม์พระเจ้ามกจงเรื่องทราบถึงพระนางชอนชู พระนางจึงได้สังหารคิมชียาง ในปี [[ค.ศ. 1009]] พระเจ้ามกจงถูกลอบปลงพระชนม์โดยขุนนางกลุ่มซิลลาโดยกลุ่มซิลลา เกรงว่าพระเจ้ามกจงจะกลับมาครอยงราชย์อีก ทำให้พระนางชอนชูทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก พระนางพร้อมกับพระมเหสีซอนจองมเหสีของพระเจ้ามกจงจึงได้ทำการแก้แค้นกลุ่มขุนนางซิลลา และพร้อมกับขับไล่พวกคิตันออกจากโครยอได้สำเร็จ
 
ในปี [[ค.ศ. 1009]] พระเจ้ามกจงถูกลอบปลงพระชนม์โดยขุนนางกลุ่มซิลลาโดยกลุ่มซิลลา เกรงว่าพระเจ้ามกจงจะกลับมาครอยงราชย์อีก ทำให้พระนางชอนชูทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก พระนางพร้อมกับพระมเหสีซอนจองมเหสีของพระเจ้ามกจงจึงได้ทำการแก้แค้นกลุ่มขุนนางซิลลา และพร้อมกับขับไล่พวกคิตันออกจากโครยอได้สำเร็จ
 
จนในปี [[ค.ศ. 1029]] พระนางชอนชูทรงสิ้นพระชนม์อย่างสงบ ในพระราชวังมยองบก โดยมีพระชนม์ 65 พรรษา พระนางได้ถูกจารึกว่าเป็นวีรสตรีแห่งโครยอที่ได้ทำสงครามขับไล่เผ่าคิตันออกจากอาณาจักรโครยอ และพระนางทำการกวาดล้างกลุ่มขุนนางซิลลาออกจากราชสำนักได้สำเร็จตามรับสั่งของพระนางซินจองพระอัยยิกา
5,087

การแก้ไข