นโยบายพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา

นโยบายพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา จัดตั้งโดยองค์กรทั้งระดับท้องถิ่น ระดับรัฐ และระดับชาติของสหรัฐอเมริกา ให้ความในเรื่องของการผลิตพลังงาน การถ่ายโอนพลังงานและการบริโภค นโยบายพลังงานนี้อาจหายรวมถึง กฎหมายพลังงาน ความร่วมมือทางพลังงานระหว่างประเทศ ธุรการ การส่งเสริมการลงทุน การให้คำแนะนำด้านการอนุรักษ์พลังงาน การชำระภาษี และนโยบายสาธารณะอื่นๆ บางนโยบายก็เป็นแผนการของรัฐบาลมานานหลายปีแล้ว เช่น การควบคุมราคาให้น้ำมันเบนซินไม่ให้เกิน 1.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 แกลลอน (ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีนิกสัน) และสหรัฐอเมริกาจะไม่นำเข้าน้ำมันในปริมาณสูงเท่ากับที่นำเข้าปี 1977 อีก (สมัยประธานาธิบดีชาร์เตอร์) [1] แต่ก็ยังไม่ได้มีการวางแผนนโยบายระยะยาวเนื่องจากเกรงว่าอาจจะล้มเหลวได้[2] บทบัญญัตินโยบายทางด้านพลังงานที่ผ่านที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีเพียง 3 บทเท่านั้น คือ บทบัญญัติของปี 1992, 2005 และ 2007[3] เนื่องจากสหรัฐอเมริกาไม่ยอมลงนามในอนุสัญญาเกียวโตว่าด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์โลกร้อนนั้น ทำให้มีความต้องการบังคับให้ผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้ต้องเสียภาษี ดังนั้น ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบปีสหรัฐอเมริกาหลายคนจึงได้เน้นนโยบายด้านนี้ โดยบางคนเห็นด้วยกับการเก็บภาษีการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ และหันมาเน้นการพัฒนาพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น

อ้างอิงแก้ไข

  1. Failure Of American Policies To Achieve Energy Independence
  2. CRS Report for Congress
  3. "Energy Independence and Security Act of 2007 (Enrolled as Agreed to or Passed by Both House and Senate)". สืบค้นเมื่อ 2008-01-18.