ศิลปะชั้นสูงเมืองอุตรดิตถ์
บานประตูวัดพระฝาง(เก่า) บานประตูอันทรงคุณค่าศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายเป็นบานประตูที่สวยที่สุดในประเทศไทยรองจากบานประตูวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร ปัจจุบันประดิษฐ์สถานภายในพิพิธภัณฑ์วัดธรรมาธิปไตย
วัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ วัดอันเป็นศูนย์รวมพุทธศาสนาของหัวเมืองเหนือในอดีต


ร้านอาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่อร่อยที่สุดในจังหวัดอุตรดิตถ์แก้ไข

  1. ร้านอาหารได้แก่ ... ร้านแค้มป์รีเทิร์น และร้านอาหารสุขสรร มีเมนูอาหารที่อร่อยรสชาติหลากหลาย กลมกล่อมอร่อยมากค่ะ
  2. ร้านขนมหวานได้แก่... ร้านDecaf Milk ร้านที่มีขนมอร่อยๆไม่ซ้ำใคร ใครกินก็ต้องติดใจคร้า อยู่ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์จร้า ฝั่งถนนสำราญรื่น
  3. อาหารอร่อยได้แก่... ข้าวผัดอร่อย ร้านวิมล ตรงข้ามสถานีรถไฟศิลาอาสน์คร้า
  4. เต้าหู้นมสดอร่อยได้แก่.. เต้าหู้นมสดยี่ห้ออร่อยจัง ของขึ้นชื่อเมืองอุตรดิตถ์คร้า
  5. ภัตตาคารอาหารยอดเยี่ยมได้แก่... ครัวคุณใหญ่คร้า
  6. ข้าวเหนียวมะม่วง ต้อง... แม่สวาทคะ ขึ้นชื่อร่อยมักๆๆ
  7. ไก่ย่าง... วิเชียรบุรีคะของเด็ดจากเพชรบูรณ์มีที่อุตรดิตถ์อร่อยสุดๆๆ

--น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 00:42, 7 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)

จังหวัดอุตรดิตถ์ เชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญปฏิบัติธรรมและเวียนเทียนวันมาฆบูชาแก้ไข

นางสายรุ้ง ธาดาจันทน์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้กำหนดจัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา ระหว่างวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2553 โดยเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม และเวียนเทียนในวันมาฆบูชา ที่ วัดใกล้บ้าน ในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์ จะจัดงานเทศกาลมาฆบูชาขึ้น ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ วัดท่าถนน อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ และนมัสการหลวงพ่อเพ็ชร์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถ วัดท่าถนน เวลา 19.30 ที่มา ข่าวล้านนา--น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 13:11, 28 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)

ขอเชิญร่วมงานการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัย 9 กลุ่มครูศิลป์แผ่นดินล้านนา ครั้งที่9แก้ไข

ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ - 12 มีนาคม พ.ศ. 2553 โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ปฏิบัติการทางทัศนศิลป์ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ รอบเช้า ณ ม่อนอารักษ์ อำเภอลับแล รอบเย็น ณ อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน
  2. การบรรยายวิชาการศิลปกรรม เรื่อง แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
  3. การแสดงนิทรรศการ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ - 12 มีนาคม ณ หอศิลป์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

ที่มา [[1]] --น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 21:38, 5 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)

บทความที่จะดูและระบบหรือตรวจสอบเป็นประจำเมื่อเข้ามาแก้ไข

  1. จังหวัดอุตรดิตถ์
  2. รายชื่อห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย
  3. สถานีรถไฟศิลาอาสน์
  4. สถานีรถไฟอุตรดิตถ์
  5. ฟรายเดย์สรรพสินค้า
  6. รายชื่อพระธาตุเจดีย์
  7. สนามบินอุตรดิตถ์
  8. เขื่อนสิริกิติ์
  9. กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27

--น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 19:39, 12 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์แก้ไข

อุตรดิตถ์แก้ไข

 
ฟรายเดย์สรรพสินค้า ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในจังหวัดอุตรดิตถ์

ศูนย์การค้าแก้ไข

--น้องท่าเหนือสุดสวย 11:15, 7 มีนาคม 2554 (ICT)

ห้างสรรพสินค้าแก้ไข

 
เทสโก้ โลตัส คุ้มค่า สาขา อุตรดิตถ์เดิม (ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส สาขา อุตรดิตถ์)

ซุปเปอร์มาร์เก็ตแก้ไข

--น้องท่าเหนือสุดสวย 20:48, 6 มิถุนายน 2553 (ICT)

ธนาคารในจังหวัดอุตรดิตถ์แก้ไข

ธนาคารกรุงเทพ

  • สาขาอุตรดิตถ์
  • สาขาถนนบรมอาสน์
  • สาขาถนนเจษฎาบดินทร์
  • สาขาพิชัย
  • สาขาทองแสนขัน

ธนาคารออมสิน

  • สาขาอุตรดิตถ์
  • สาขามุขศาลา
  • สาขาคลองโพ และภาค7
  • สาขาตรอน
  • สาขาน้ำปาด
  • สาขาพิชัย
  • สาขาลับแล
  • สาขาท่าปลา
  • สาขาทองแสนขัน
  • สาขาฟากท่า

ธนาคารกสิกรไทย

  • สาขาอุตรดิตถ์
  • สาขาเทสโก้โลตัส อุตรดิตถ์
  • สาขาย่อย TT Garden (สำนักงานย่อยของสาขาเทสโก้ โลตัส อุตรดิตถ์)
  • สาขาย่อยพิชัย (สำนักงานย่อยของสาขาอุตรดิตถ์)
  • สาขาน้ำปาด

ธนาคารกรุงไทย

  • สาขาอุตรดิตถ์
  • สาขาถนนศรีอุตรา
  • สาขามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
  • สาขาเทสโก้โลตัส อุตรดิตถ์
  • สาขาพิชัย
  • สาขาตรอน
  • สาขาน้ำปาด

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

  • สาขาอุตรดิตถ์

ธนาคารทหารไทย

  • สาขาอุตรดิตถ์

ธนาคารอาคารสงเคราะห์

  • ศูนย์บริการOSS ที่ว่าการอำเภอเมืองอุตรดิตถ์
  • สาขาอุตรดิตถ์

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

  • สาขาอุตรดิตถ์

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารธนชาติ

  • สาขาอุตรดิตถ์

--น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 21:50, 29 มีนาคม 2553 (ICT)

วันขึ้นปีใหม่แก้ไข

ในโอกาสวาระนี้ดีหนักหนา เป็นวันฟ้าเปิดใหม่อันสดใส ขึ้นปีใหม่เราเบิกบานแย้มฤทัย ขอทุกข์ภัยจงขจัดหมดสิ้นเทอญ ขอให้ทุกคนมีความกะวันขึ้นปีใหม่น่ะคร้า--หนูน้อยหมวกหล่น 14:30, 31 ธันวาคม 2552 (ICT)

วันขึ้นปีใหม่แก้ไข

วันที่ 31ธันวาคมขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมงาน เคาท์ดาวส์ 2009 สู่ 2010 ณ บริเวณ สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก จังหวัดอุตรดิตถ์ในเวลา 22.00 น.-24.00 น.(กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบทีหลัง) --หนูน้อยหมวกหล่น 21:00, 27 ธันวาคม 2552 (ICT)

ขอเชิญรับเสด็จแก้ไข

ในวันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2552 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี จะเสด็จมายังโรงเรียนอุตรดิตถ์ ขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมรับเสด็จในครั้งนี้--หนูน้อยหมวกหล่น 20:24, 21 พฤศจิกายน 2552 (ICT)


งานวัน 100ปี โรงเรียนอุตรดิตถ์แก้ไข

สนุกมากเลยค่ะมีอาหารมากมายงิ และก็ได้เล่นเกมกะชมนิทรรศการได้ความรู้มากมายเลยค่ะ--หนูน้อยหมวกหล่น 21:00, 27 ธันวาคม 2552 (ICT)

ร้านค้าร้านนี้อร่อยแก้ไข

ร้าน Decaf Milk ตั้งอยู่ที่ ถนนสำราญรื่น ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์(ฝั่งประตูร้านไอกรุ่น) ร้านนี้มีอาหารอร่อย ราคาไม่แพงมาก แล้วก็บริการเป็นกันเองค่ะ --หนูน้อยหมวกหล่น 10:24, 13 ธันวาคม 2552 (ICT)

สกุลพระราชทาน ของคนเมืองอุตรดิตถ์แก้ไข

สกุลวิชัยขัทคะ--ธิดาหลวงพระบาง 18:48, 21 มิถุนายน 2552 (ICT)


คำพูดที่ตรึงตราอ้างจากไหนเอ่ยแก้ไข

คำพูดต่อไปนี้ถ้าใครได้ฟังคงจะเข้าใจนะคะว่าหมายความว่าอะไร ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร อุตรดิตถ์ก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เมืองร้อนที่เงียบสงบราคาอาหารตามสั่งจานละ 10 บาท คนอุตรดิตถ์ไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยมากนัก ปัญหาคนตกงานมักไม่ค่อยพบในเมืองนี้เท่าไรนักด้วยเป็นเมืองพักผ่อน ไม่ใช่เมืองเศรษฐกิจทั้งจากการลงทุนและการท่องเที่ยว ตามท้องถนนเราจึงไม่ค่อยพบรถยุโรปป้ายแดงราคาแพง หรือแหล่งสถานบันเทิงเปิดยามดึกเหมือนเมืองอื่นๆ เกษตรกรรมคือสิ่งหล่อเลี้ยงคนอุตรดิตถ์อยู่ตลอด เมืองที่ไม่ค่อยมีใครสนใจนักมักได้กินทุเรียนราคาถูกกว่าจังหวัดอื่นจากอำเภอลับแลทุกๆปี ผลไม้เมืองนี้มีให้เรากินทุกเดือน ด้วยอากาศ สภาพดินและระบบชลประทานที่ดีของจังหวัด เมืองเล็กๆน่ารักที่เป็นประตูก่อนจะเดินทางขึ้นเขาไปสู่ภาคเหนือรอรับคนเดินทางอยู่ หากต้องการความเงียบ สงบอุตรดิตถ์น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับใครบางคนที่ต้องการความสงบในชีวิต ขอขอบคุณคุณ niwath คำพูดเหล่านี้ดิฉันได้เข้าไปค้นหาอะไรดูก็เจอขึ้นเลยเอามาให้อ่านกันถ้าอ่านดีๆ จะจับใจความได้ว่าเมืองอุตรดิตถ์นี้เป็นอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็คงจะรู้กันนะคะไม่ต้องพรรณนาอะไรมากหรอกเนอะ ถ้าทุกคนที่ตั้งใจจะอ่านดูดีๆก็จะทราบว่าจังหวัดจังหวัดหนึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่ผู้คนทั้งประเทศอาจจะไม่รู้จักมากนักเพราะมิใช่เมืองใหญ่ที่ใครๆจะร้องอ๋ออย่างเช่น เชียงใหม่ ลำปาง พิดโลก นครศรีธรรมราช ภูเก็ต พัทยา หรือหาดใหญ่ แต่จังหวัดนี้ก็ยังเป็นจังหวัดหนึ่งที่รอผู้คนมาสัมผัสความงามที่ยังสามารถอนุรักษ์สืบจนปัจจุบันโดยไม่เสื่อมสลายได้ในปัจจุบัน จังหวัดนี้ยังรอคอยนักท่องเที่ยวอยู่น่ะค่ะ สวัสดีค่ะ--หนูน้อยหมวกหล่น 18:09, 10 ตุลาคม 2552 (ICT)

บ่นอะไรจ๊ะหลาน อย่าให้มากันมากเลย เดี๋ยวเมืองแตกเหมือนปาย ปล.ที่บ้านลุงก๋วยเตี๋ยวยัง 10 บาทเหมือนเดิมนะ ข้าวผัดกะเพราจานละ 15 หมูมาเป็นเล้า ๆ --  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 21:33, 9 ตุลาคม 2552 (ICT)

เมืองงามดินแดนล้านนาตะวันออก ที่ถูกลืมแก้ไข

เมื่อกาลก่อนเมืองอุตรดิตถ์ หรือที่รู้จักกันในสมัยนั้นว่าท่าเหนืออันมีความสำคัญในการค้าขายกับชาวไทยภาคเหนือ กับชาวสยาม และชาวลาว เมืองเมืองนี้เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ มีผลไม้ที่มั่งคั่งของภาคเหนือ มีดินที่คุณภาพดี มีทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าสนใจ แต่เพราะอะไรเมืองนี้จึงถูกลืม ในอดีตจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดศูนย์กลางแห่งภาคเหนือตอนล่าง มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจเป็นเมืองที่ใหญ่มาก แต่เมื่อครั้นราชการสร้างถนน ความสำคัญทางการค้าโดยลำน้ำจึงถูกลดความสำคัญลงถึงขีดสุด จึงทำให้ตลาดบางโพธิ์ท่าอิฐ ตลาดท่าเสา กลายเป็นตลาดร้าง แต่นี้ก็ยังมิใช้สาเหตุสำคัญที่ทำให้เมืองนี้ถูกลืม แต่กลับเพราะการจัดตั้งทะเบียนราชที่มีพระราชบัญญัติให้พิษณุโลกเป็นศูนย์กลางแทนจึงทำให้อุตรดิตถ์ถูกลดความสำคัญจนถึงขีดสุด และหมดความสำคัญไปในที่สุดและไม่ได้กลับมาเจริญดังแต่ก่อนอีก จนปัจจุบัน--ธิดาหลวงพระบาง 13:19, 28 กรกฎาคม 2552 (ICT)


บัญญัติวัดพระอารามหลวงแก้ไข

พระอารามหลวงในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชั้นเอก ชั้นโท และชั้นตรี

1.พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษคือพระอารามหลวงที่พระมหากษัตริย์เป็นผู้สร้าง เป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญต่อพระมหากษัตริย์แบ่งออกเป็น1ระดับเฉพาะในประเทศไทยมีทั้งหมด 6 วัด คือ ราชวรมหาวิหาร ได้แก่ วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร วัดพระเชตุพลวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ราชวรมหาวิหาร

2.พระอารามหลวงชั้นเอก คือวัดที่มีความสำคัญ มีเจดียสถานบรรจุพระบรมอัฐิ หรือเป็นวัดที่มีเกียรติสูง มี 3 ระดับ คือ ราชวรมหาวิหาร ราชวรวิหาร วรมหาวิหาร ได้แก่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร(สุโขทัย) วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร(พิษณุโลก) วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร วัดญาณสังฆวรารามวรมหาวิหาร เป็นต้น

3.วัดพระอารามหลวงชั้นโท คือวัดที่มีเจดียสถานสำคัญ หรือวัดที่มีเกียรติ มี 4 ระดับ คือ ราชวรมหาวิหาร ราชวรวิหาร วรมหาวิหาร วรวิหาร ได้แก่ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร วัดไชโยราชวรวิหาร วัดสระเกศราชวรวิหาร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดโสมนัสวิหารราชวรวิหาร เป็นต้น

4.พระอารามหลวงชั้นตรี วัดที่มีเกียรติ วัดประจำหัวเมือง หรือวัดที่มีความสำคัญชั้นรอง มี 3 ระดับ คือ ราชวรวิหาร วรวิหาร ไม่มีนามสร้อยต่อท้าย ได้แก่ วัดพระบรมธาตุช่อแฮ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดคลองโพธิ์ วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร วัดโสธรวรามรามวรวิหาร วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดบุปผารามวรวิหาร วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร วัดยานนาวา เป็นต้น --ธิดาหลวงพระบาง 11:11, 18 มิถุนายน 2552 (ICT)

ศิลปะเมืองอุตรดิตถ์ เกร็ดความรู้แก้ไข

จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดตั้งอยู่ใต้สุดของภาคเหนือ เหนือสุดของภาคกลาง แต่ปัจจุบันได้ถูกผนวกรวมกับจังหวัดภาคเหนือ ทั้ง17จังหวัด อุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่มีภูเขา เทือกเขาล้อมรอบ ตั้งแต่ อุดร บูรพา ทักษิณ หรือกระทั่งอาคเนย์ทิศ จึงทำให้เมืองนี้มีสภาพอากาศค่อนข้างร้อนเพราะเป็นที่บังลมมรสุมพัดผ่าน โดยรวมนั้นจังหวัดอุตรดิตถ์ไม่ได้ศิลปะเฉพาะแบบอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเช่นจังหวัดน่าน มีลายนาคเกี้ยวเป็นศิลปะชั้นสูงของเมือง เจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นศิลปะเฉพาะของสุโขทัยเป็นต้น แต่เนื่องจากที่ว่าไม่มีศิลปะเป็นของตนเองก็มิได้หมายความว่าในอุตรดิตถ์จะมิมีศิลปะอยู่เลย แต่ศิลปะที่มีอยู่จึงเป็นศิลปะผสมแทน คือ เป็นศิลปะผสมระหว่างสุโขทัย ล้านนา ลังกา อยุธยา ลาว สังเกตได้จากวัดพระบรมธาตทุ่งยั้ง อุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนา แต่เจดีย์ของเมืองเป็นศิลปะลังกา หรือแม้กระทั่งวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ภายในวัดเป็นศิลปะอยุธยา แต่วิหารหลวงเป็นทรงล้านนา หรืออีกกรณีคือ วัดพระธาตุศรีสองรัก ก็มิได้มีความเกี่ยวข้องอันใดเลยกับล้านนา แต่เจดีย์ที่สร้างกับเป็นเจดีย์ล้านนา จากการกล่าวโดยรวมจะเห็นได้ว่าอุตรดิตถ์ไม่มีศิลปะเฉพาะถิ่นเฉพาะตัวแต่เป็นศิลปะที่รับเขามานั่นเอง แต่ถึงแม้จะเป็นศิลปะที่ได้รับอานิสงฆ์จากอาณาจักรต่างๆที่เข้ามาปกครอง แต่ก็มีข้อดีอยู่อย่างมากมาย อย่างกรณีวัดพระฝาง บานประตูนั้นเดิมทีเป็นศิลปะงดงาม ทรงคุณค่า ศิลปะเชิงช่างทองช่างสูงสมัย พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งอาณาจักรอโยธยา ก็เป็นศิลปะที่อยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยสรุปอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่มิได้วิเศษวิโสโปเตเมียแต่อย่างใด แต่เป็นจังหวัดผสมผสานวัฒนธรรมของล้านนา ลาว ล้านช้าง ไทย อยุธยา ลังกา สุโขทัยเข้าด้วยกันนั้นเอง ดังนั้นเราจึงสามารถเปรียบได้อุตรดิตถ์คือเมืองที่มีวัฒนธรรม 3อารยธรรมในจังหวัดเดียวของภาคเหนือ ของไทยอีกเช่นกัน คำลงท้าย อุตรดิตถ์ จังหวัดในเมืองไทย ไม่แพ้จังหวัดใดบนโลกาภิวัฒน์นี้ ขอจบการพรรณนา ฉะนี้แล ไว้เจอกันใหม่ See you again to friday --ธิดาหลวงพระบาง 20:16, 1 มิถุนายน 2552 (ICT)


เพชรเม็ดงาม นามอุตรดิตถ์แก้ไข

ขอกล่าวว่า อุตรดิตถ์คือจังหวัดจังหวัดหนึ่งที่ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากนักเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆในภาคเหนือ แต่ถึงแม้จังหวัดจะมิใช่จังหวัดท่องเที่ยว แต่คนในจังหวัดนี้เขาก็ภูมิใจที่จังหวัดที่เขาอยู่เป็นจังหวัดที่งดงาม เป็นจังหวัดที่มีมนต์เสน่ห์ ความผูกพัน ไมตรี การต้อนรับ และความอบอุ่น จังหวัดนี้ยังมีความอุดมไปด้วยพรรณไม้ต่างๆนานาทั้งหายาก หาไม่ยาก ยังมีดินที่ดี เพาะปลูกอะไรก็ขึ้นเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป หรือแม้กระทั่งทรัพย์ในดิน จังหวัดนี้ก็มีมีแร่ธาตุที่หายากที่สุดในโลก คือ แร่หินอ่อนสีม่วง มีแร่เหล็กน้ำพี้ มีทองแดง สังกะสี พลวง ปูนขาว และดินขาว ซึ่งล้วนอุดมสมบูรณ์ จริงๆถ้าจะกล่าวถามผู้คนในจังหวัดใหญ่ๆที่มิได้ติดกับจังหวัดอุตรดิตถ์ เขาคงจะตอบได้ว่า อะไร ไม่เคยได้ยินหรอก จังหวัดนี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองจึงทำให้ผู้คนนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมินจังหวัดอุตรดิตถ์มองแค่ เป็นทางผ่านเพื่อจะไปจังหวัดอื่นๆ ซึ่งหารู้ไม่เลยว่า จังหวัดนี้ก็มิได้แพ้จังหวัดอื่น หรืออาจจะดีกว่าจังหวัดอื่นเสียด้วยซ้ำ จะมีจังหวัดไหนเล่าในสยามประเทศ ที่มีวัฒนธรรมถึง3วัฒนธรรมเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว จะมีที่ไหนที่มีความงามดุจแพรไหม จะมีที่ไหนที่สวยงาม อากาศเย็นสบายเช่นนี้อีก การที่ผู้คนนั้นได้ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ไปเฉยๆ โดยมิได้มาท่องเที่ยวเขาก็ไม่รู้หรอกว่ายังมีจังหวัดเล็กๆจังหวัดหนึ่งที่ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาเยือนมาสัมผัสเมืองงามที่ได้ฉายา จากหนังสือท่องเที่ยวต่างๆว่า เมืองงามที่ถูกลืม อดีตที่เคยรุ่งโรจน์ได้เสื่อมสลายอย่างมิมีวันหวนคืนคืนวันที่เจริญดั่งอดีตได้อีกต่อไป --หนูน้อยหมวกหล่น 21:24, 4 ตุลาคม 2552 (ICT)

พระพุทธศาสนา นิกายสุขาวดีแก้ไข

พระพุทธศาสนา นิกายสุขาวดี คือพระพุทธศาสนาที่ถือกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น หรือนิชิเรน พระพุทธศาสนานิกายนี้ นับถือพระอมิตาพระพุทธเจ้า เป็นพระศาสดาและมีคำสอนอยู่ว่าผูใดที่หมั่นทำความดี เมื่อถึงแก่ความตายจักได้ไปอยู่ยังดินแดนสุขาวดี คำว่าสุขาวดีในที่นี้มีความหมายเป็นความหมายเดียวคือ ดินแดนที่ไปแล้วเกิดสุขอันได้สวรรค์นั่นเอง พระพุทธศาสนานิกายนี้มีผู้ก่อตั้งคือ เคนกุ และนิกายนี้ในอดีตเป็นที่นับถือกันมากในหมู๋ชนสามัญ ปัจจุบันนี้นิกายสุขาวดีถูกยุบรวมกับกับนิกายมหายานซึ่งเป็นนิกายใหญ่ที่แตกออกมาจากนิกายเถรวาทเพราะยอมรับนับถือต่างกัน เพราะนิกายเถรวาทห้ามพระภิกษุดื่มของมึนเมา เสพยาเสพติด หรือสิ่งผิดจารีตทางพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าได้ทรงให้คำตรัสไว้ แต่นิกายมหายานมีคำสอนที่ว่าภิกษุสามารถดื่มเหล้าได้ สูบบุหรี่ได้นั่นเองจากภาวะปัจจุบันที่พระพุทธศนาเคยแตกนิกายเป็น30นิกาย แต่ปัจจุบันได้ถูกยุบรวมเหลือเพียง2นิกาย คือมหายาน และหินยาน สำหรับในปฐมภูมิของสยามประเทศนั้นพระพุทธศาสนาที่นับถือกันมากคือเถรวาทที่รับมาจากลังกา หรือที่เรียกอีกอย่างว่า พระพุทธศาสนา นิกายลังกาวงศ์(เถรวาท) แต่เมื่อลังกาได้สิ้นพระพุทธศสนาก็ได้ให้ไทยส่งสมณทูตไปเผยแผ่จึงทำให้เกิดนิกายใหม่คือ สยามวงศ์ หรือที่เรียกกันว่า นิกายเถรวาทแบบสยามวงศ์นั่นเอง ปัจจุบันนี้ถึงแม้ประเทศไทยจะเปิดเสรีทางการนับถือศาสนาไม่กีดกันศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ แต่คนส่วนใหญ่ก็นับถือพระพุทธศาสนา นิกายเถรวาทกันเป็นจำนวนมากจนทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโลกนั่นเอง โดยสรุปพระพุทธศาสนาถือเป็นศาสนาที่เกิดมาเพื่อช่วยคนช่วยให้คนพ้นทุกข์ พ้นจากความสิ้นหวัง ความอับอาย ความเสียใจ หรือแม้กระทั่งความตรอมใจ ดังนั้น ทุกคนเป็นคนไทย ควรจะช่วยกันทำนุบำรุงวัดวาอารามให้เหมือนในอดีตช่วยกันเผยแผ่พระศาสนาโดยทางอ้อม ช่วยกันทำบุญตักบาตร หมั่นบำเพ็ญศีลเพื่อที่จะไม่ให้ไทยต้องเป็นเมืองที่พุทธศาสนาสาบสูญนั่นเอง--ธิดาหลวงพระบาง 20:48, 16 มิถุนายน 2552 (ICT)

ก่อนคุณจะเขียนข้อความใดลงในหน้านี้กรุณาอ่านตรงบัญญัติแห่งหน้านี้ด้วยแก้ไข

  1. การเขียนข้อความมิได้เป็นการกล่าวทอหรือก่อกวนแต่อย่างใด
  2. ใช้วจนะที่สุภาพ และใช้คำที่ดีสำหรับการพูด
  3. ถ้าเกิดดิฉันทำให้ใครไม่พึงพอใจขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
  4. ดิฉันมิใช่คนคนเดียวกับมหาเทวีสิบสองจุไทยอะไรนั่น
  5. ดิฉันมีตัวของดิฉัน มิได้เป็นหุ่นเชิดแก่ใคร
  6. ดิฉันมีฐานันดรศักดิ์ที่ดีงามและดิฉันต้องการจะรักษาไว้กรุณาห้ามลบหลู่
  7. การจะเขียนในบทความนี้คนที่จะเขียนจะต้องมีสติ ปัญญา ที่ปรกติ มิใช่กำลังโกรธ หรือกำลังเหยียดหยามหรือ ว่าร้ายแต่ประการใด
  8. ดิฉันทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ข้อมูลวิกิพีเดีย
  9. ดิฉันไม่เคยทำให้ผู้ใดเสื่อมเสีย
  10. ดิฉันไม่เคยที่จะกล่าวว่าทอใครด้วยถ้อยคำที่ไม่ดีงาม
  11. ดิฉันช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ
  12. ดิฉันสามารถตอบคำถามในกลุ่มสาระสังคมศึกษาสาระประวัติศาตร์และภูมิศาสตร์ได้
  13. การที่ดิฉันเขียนในวิกิพีเดียคำทุกคำที่ดิฉันเขียนคุณสามารถมาเดินเห็นด้วยตาตนเองได้
  14. และข้อสุดท้ายกรุณาห้ามดูหมิ่นเหยียดหยามบรรพชนแห่งกรุงศรีสัตนานคหุต นครจำปาศักดิ์ รัฐอัตตะบือ นครหลวงพระบางโดยเด็ดขาดรวมทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์อันเป็นที่รัก
  15. อีกข้อหนึ่งการใช้คำเขียนในวิกิพีเดียดิฉันจะใช้ข้อมูลส่วนหลักมาจากข้อมูลทางดาวเทียมของไทยที่ถ่ายสภาพทั่วไปบนผิวโลก กรุณาจดจำบัญญัติทุกข้อนี้ด้วยถ้าผู้ใดฝ่าฝืนดิฉันถือว่าบุคคลนั้นมิได้ให้ความเคารพแก่ดิฉัน และตอนนี้ถึงคราวเปิดเรียนของดิฉันดิฉันไม่สามารถจะมาเขียนข้อมูลได้ตลอดเวลาดิฉันอาจจะเขียนข้อมูลเดือนละครั้งเท่านั้น
  16. ดิชั้นอยู่ไม่เป็นที่
  17. จะช่วยประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในอุตรดิตถ์
  18. รายงานข่าวในจังหวัดอุตรดิตถ์รวมถึงประเพณีและวัฒนธรรม
  19. ถ้ามีข่าวอะไรที่สามารถเขียนในวิกิได้จะเขียน
  20. เรื่องการ์ตูน ซีรีส์อิงประวัติศาสตร์เกาหลี ไทย หนูก็มีความรู้ --น้องท่าเหนือสุดสวย 21:11, 6 มิถุนายน 2553 (ICT)

มรดกโลกไทย พม่า ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซียแก้ไข

ไทย

  1. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และเมืองบริวาร (สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร)
  2. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเมืองบริวาน จ.พระนครศรีอยุธยา
  3. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร (จ.กาญจนบุรี และอุทัยธานี )
  4. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ป่าดงพญาเย็นและเขาใหญ่ (จ.นครราชสีมา ปราจีนบุรี และ นครนายก )
  5. แหล่งโบราณคดีบ้างเชียง จ.อุดรธานี
  6. ราชมรรคา (เมืองพิมาย พนมรุ้ง เนินต่ำ)(รอการพิจารณา)
  7. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (รอการพิจารณา)

ลาว

  1. เมืองหลวงพระบาง
  2. ปราสาทวัดพู (นครจำปาสัก)

พม่า

  1. เมืองพุกาม
  2. เมืองโบราณพม่าตอบบน อังวะ อมรปุระ สะกาย มินกุน-พะโคเก่า และมัณฑะเลย์ (รอการพิจารณา)
  3. ถ้ำบะดาห์-ลิน (รอการพิจารณา)
  4. ทะเลสาบอินเล (รอการพิจารณา)
  5. มอร็อกอู (รอการพิจารณา)

มาเลเซีย

  1. เมืองมะละกา
  2. เมืองจอร์จทาวน์ (ปีนัง)
  3. อุทยานแห่งชาติกุนุงมูลู
  4. อุทยานแห่งชาติกีนาบาลู

อินโดนีเซีย

  1. มหาเจดีย์สถานบูโรพุทโธ
  2. วัดพรัมบานัน
  3. แหล่งประวัติศาสตร์มนุษย์โบราณยุคเริ่มแรกซังงีรัน
  4. อุทยานแห่งชาติโคโมโด
  5. อุทยานแห่งชาติอูจุงกูลอน
  6. อุทยานแห่งชาติโลเรนซ์
  7. ป่าฝนเขตร้อนบนเกาะสุมาตรา (อุทยานแห่งชาติกุนุงลูเซอร์ อุทยานแห่งชาติเครินซีเซบลัต อุทยานแห่งชาติบูกิตบาริซานเซลาตัน )

--ธิดาหลวงพระบาง 20:18, 22 พฤษภาคม 2552 (ICT)

สวัสดีเจ้าแก้ไข

ตั๊วเป็นซาวเหนือเหมือนกั๋นเลยเจ้า มาอู้กับเฮาได้นะเจ้า--กำเมือง ถ้าบ่อู้ ไผจะอู้ 09:39, 24 พฤษภาคม 2552 (ICT)

ธิดาหมื่นปี แปดล้านอารยธรรมแก้ไข

เป็นชื่อที่น่าสนใจดีนะครับ มีความหมายอะไรพิเศษรึเปล่า?

ป.ล. ไฟล์:พระฝาง.gifนี่ มีปัญหาเล็กน้อยนะครับ คือว่า นโยบายขยะเขาไม่ยอมให้ใช้ภาพที่ไม่ใช่ภาพเสรีในหน้าผุ้ใช้และหน้าพุดคุยหน่ะครับ นั่นแปลว่าใครจะมาเอาภาพนี้ออกจากหน้าพุดคุยของคุรเมื่อไรก็ได้ (แน่ๆคนๆนั้นไม่ใช่ผม เพราะผมเกลียดนโยบายนี้) เลยเตือนๆไว้ก่อน

--ไอ้ขี้เมา (หว่อบู้ต่ง-จงเหวิน) : ผู้ดูแลหน้าตาดีแห่งไร้สาระนุกรม : ก๊งเหล้ากันได้ 20:40, 24 พฤษภาคม 2552 (ICT)

ผมว่าอ่านแล้ว เท่ดี คิดได้ไงเนี่ย ประมาณนั้นหน่ะครับ ส่วนรูป ถ้าถ่ายมาเอง ก็น่าจะอัปไว้ที่วิกิมีเดียคอมมอนส์นะครับ ที่นั่นวิกิพีเดียภาษาอื่นสามารถใช้งานได้ด้วย ถ้าภาพคุณออกมาสวย วิกิพีเดียภาษาอื่นอาจจะหยิบไปใช้ด้วยก้ได้นา ผมเองก้อัปภาพที่ถ่ายเล่นไว้ที่นั่นบ้างเหมือนกัน --ไอ้ขี้เมา (หว่อบู้ต่ง-จงเหวิน) : ผู้ดูแลหน้าตาดีแห่งไร้สาระนุกรม : ก๊งเหล้ากันได้ 21:27, 25 พฤษภาคม 2552 (ICT)


สวัสดีค่ะแก้ไข

วันนี้หนูเห็นคุณลุงไปปฏิรูปข้อมูลของจังหวัดใหม่ค่ะหนูดีใจมากเลยเพราะจะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นค่ะแต่หนูอยากจะบอกนิดนึงว่าตรงเหตุการ์ณ์สำคัญนี่น่ะค่ะมันอาจจะเป็นตัวฉุดได้ส่วรเรื่องของการรถไฟนั้นเดี่ยวหนูจะหาข้อมูลมาให้ได้คุณลุงก็ระบุมาว่าต้องการอะไรค่ะส่วนเรื่องเครื่องบินนี่มันต้องไปขึ้นที่พิษณุโลกแทน แล้วก็ส่วนเรื่องอุตสาหกรรมนี่ควรจะลบออกค่ะเพราะว่ามันมีแค่2แห่งและก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักหนาเหมือนอุตสาหกรรมไบโอสตอปของซัลซิล หรือของนีเวียที่ตั้งในฉะเชิงเทราค่ะ เพราะว่าโดยหลักอยู่แล้วอุตรดิตถ์เป็นเมืองเกษตรกรรมโดยสมบูรณ์เป็นแหล่งผลไม้ของภาคเหนือ เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ทั้งธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม อ้อส่วนเรื่องวัฒนธรรมนี่คือน่ะค่ะวัฒนธรรมของชาวอุตรดิตถ์จริงๆนั้น ไม่มีค่ะจะมีก็แต่ชาวต่างจังหวัดในอดีตที่อพยพมาจากแพร่น่าน สุโขทัย พิษณุโลก ลาว พวกนี้ถึงจะมีเพราะเมืองนี้ตั้งในรัชกาลที่5 ไม่มีศาลหลักเมือง ไม่มีแหล่งที่มาระบุเป็นตัวเป็นตนเหมือนจังหวัดอื่น มิมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มิมีสถานที่รวมใจของคนทั้งประเทศเหมือนอย่างเชียงใหม่เชียงราย พิษณุโลก ค่ะแล้วก็มีอีกเรื่องนึงคือการจัดการชุมนุมยุวกาชาด9จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง กับเจ้าภาพจัดการชุมนุมลูกเสือแห่งชาติน่ะค่ะตอนนี้ได้มีมติอนุมัติแล้วเหลือแต่กำหนดระยะเวลาการจัดค่ะ แล้วก็เออคือหนูอยากจะเสียใจกับเรื่องหนึ่งนั่นคือ ตลาดเทศบาล5ที่น่าสงสารมากมิมีคนเข้าเลย ความจริงนั้นโดยสรุปแล้วถ้าจะถามว่าอุตรดิตถ์เป็นเมืองท่องเที่ยวไหม หนูว่าไม่ค่ะ แล้วถ้าถามว่าอุตรดิตถ์เป็นเมืองใหญ่ไหม หนูก็ว่าไม่เพราะทางประชากรยังน้อยกว่าจังหวัดสมุทรปราการเสียอีก จากที่กล่าวมาอันพรรณนามามากมายแล้วขอกล่าวโดยรวมว่าเรื่องของห้างเหิ้งนั้นหนูคงจะขี้เกียจยุ่งหละใครจะใส่ก็ใส่หนูไม่สนใจเพราะว่ายังไงมันจะเกิดมันก็ต้องเกิดมันไม่อยากเกิดก็ช่างมัน เป็นธรรมดาของโลก เพราะในวิกีพีเดียก็มีเสือในร่างสมันเช่นกันหึ ลุงค๋าหนูขอจบการพรรณนามาฉะนี้แลไว้พบกันใหม่น่ะค่ะว้ายยยย ลืมเลยหนูไปสำรวจจากแผนที่ทางอากาศมาแล้วล่ะค่ะที่มันตั้งตรงนั้นน่ะเดิมทีมันเป็นที่ตั้งของถนนสายหลักสาย11ที่ไปเชียงใหม่แล้วตัดเป็นทางหลวง119กับ102ไปยังสวรรคโลกแล้วตรงนี้ก็เป็นเส้นทางหลักพอดีเปะเขาจึงมาตั้งส่วนเรื่องที่ลุงบอกว่าไม่ใหญ๋มากนั้นก็เพราะมันไม่ใช่เมืองใหญ่ จร้า--ธิดาหลวงพระบาง 20:21, 30 พฤษภาคม 2552 (ICT)


ยาวอีกละ -_-" --  ผู้ใช้ Tmd  พูดคุย 20:25, 30 พฤษภาคม 2552 (ICT)


คำตอบสั้นแต่คำถามนั้นยาวแก้ไข

  • ไม่ได้ปฏิรูปจะ แค่เข้าไปจัดหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบ รำคาญมานาน (หนูก็หายไปนาน) เลยทำเอง
  • เหตุการณ์สำคัญ จะไปฉุดอะไร วิกิเอาข้อเท็จจริง ดีไม่ดีไปตีกันเอาเอง แค่น้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าอุตรดิตถ์เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไหน ดูเมกาเขาก็ท่วมทุกปี
  • รถไฟ ไม่ต้องรอบอกครับ วิกิเป็นของทุกคน ใส่ได้เลยครับ
  • อุตสาหกรรม ไม่ควรลบ เป็นข้อเท็จจริงในด้านอุตสาหกรรม ถึงแม้มีแค่โรงเดียวก็ควรใส่
  • วัฒนธรรม ใครบอกไม่มี อุตรดิตถ์ตั้งเมืองมาแต่สุโขทัย ที่หนูคิดว่าไม่มีเพราะวัฒนธรรมเดี๋ยวนี้มีหลากหลายแต่ไม่มีการประสาน ต่างกลุ่มก็อนุรักษ์วัฒนธรรมของตน เพราะสถานการณ์บ้านเมืองในอดีตทำให้คนมาอยู่ปะปนกันในจังหวัดเรา เลยจับเอาดียังไม่ได้สักเรื่อง คนทุ่งยั้ง (โขทัย) คนลับแล (เหนือเจ้า) บ้านโคก,ตรอนหาดสองแคว (ลาวคัก ๆ) ให้สงสารสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด เพราะไม่รู้จะส่งเสริมอะไรดี มันดีไปหมด เลยมั่วหาดียังไม่ได้มาจนบัดนี้ (เหนือล่างกลางบน ปนกันไปหมด)
  • สถานที่รวมใจของเรามีตั้งหลายแห่งนิ พระแท่นก็ใช่พระหลวงพ่อเพ็ชรก็ใช่ พระยาพิชัยก็ใช่อีก ทำไมบอกว่าไม่มีละ
  • ชุมนุม ไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ตาม ผ่าน
  • ตลาดเทศบาล ๕ มันตั้งซ้ำซ้อนกันมากเกินกับตลาดใหญ่อื่นในเทศบาลเมือง แถมอยู่ไกลท่ารถบ้านนอกเข้าเมืองอีกเป็นโยชน์ ใครจะมาขาย มีแต่โรงโล่ง ๆ กับลานให้พวกแต่งรถมาประลองกันบ่ดายเท่านั้นเอง
  • อุตรดิตถ์ไม่ใช่เมืองเที่ยว,ไม่ใหญ่ อ้าว เฮ้ย! ไหง๋พูดเช่นนี้ จังหวัดเราออกจะใหญ่โต คนน้อย ของดีก็มีมากมาย ไม่ต้องแย่งกันกินกันใช้ ดีออก (ยกเว้นวิกิ เพราะมีอันเดียว แต่แย่งกันใส่ -_-")
  • ห้าง เฮ้อ...
  • ใช้คำซะหรูนะอีหนู ดูอากู๋กู้โลกมานั่นแหละน่า บอกมาตรง ๆ ก็ได้ ฮา ๆ

--  ผู้ใช้ Tmd  พูดคุย 01:29, 31 พฤษภาคม 2552 (ICT)

เอารูปมาฝากแก้ไข

--  ผู้ใช้ Tmd  พูดคุย 20:49, 5 มิถุนายน 2552 (ICT)

หวัดดีค่ะแก้ไข

สนใจจะสนับสนุนไหมค่ะ M:Requests for new languages/Wikipedia Northern Thai--กำเมือง ถ้าบ่อู้ ไผจะอู้ 13:56, 14 มิถุนายน 2552 (ICT)

ค่ะ ถ้าพูดอังกฤษได้ ไปสนับสนุนในช่อง Arguments in favour เลยค่ะ ดิฉันทำเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมค่ะ ปล.ขอเอ็มหน่อยดิ--กำเมือง ถ้าบ่อู้ ไผจะอู้ 20:39, 16 มิถุนายน 2552 (ICT)


ย้ายจากบ้านเกาะมาเกาะอยู่แถวฝั่งขวาแม่น้ำน่านไหมแก้ไข

น้ำไม่เคยท่วมสักที ปี ๓๘ ก็แค่ปริ่ม ๆ ปี ๔๙ ก็ไม่มีปัญหา ปี ๕๒ มันเริ่มมาอีกแล้ว -_-" --  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 22:07, 18 มิถุนายน 2552 (ICT)


  • ย้ายทามมาย บ้านลุงอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ว่าแต่หนูเหอะ ปี ๓๘ กะ ๔๙ โดนน้ำท่วมบ้างหรือปล่าว
  • มิสเตอร์เตือนภัยเขาเตือนก็อีตอนน้ำป่ามันมานะหนู แล้วตอนน้ำป่ามันมาก็ไฟดับ ฝนตกเสียงดัง ก็ลำบากอยู่ถ้าจะเตือนกันให้ได้ทั่วถึงกันหมด
  • เห็นนักธรณีบอกในข่าวว่าดินแถวลับแลมันไม่เหลือดีมาแต่ปี ๔๙ แล้ว ชอกช้ำระกำจิต ฝนลงหนักมันก็อาจจะซ้ำลงมามิดหลังคาได้อีกได้ตลอดเวลา

เดี๋ยวนี้มีแต่จะหนีออกนอกเมืองมาทางฝั่งขวาแม่น้ำน่าน (กลัวน้ำ)

  • ศิลปะมันมีมากมาย ความหลากหลายนี่แหละคือจุดขาย แต่พวกส่งเสริมวัฒนธรรมมัวไปงมโข่ง แทนที่จะจัดพาไปเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดันไปจัดไหว้พระ ๗ วัดงี้ ปิดนิมิต ๙ วัดงี้ ที่อื่นมันก็มี จัดส่ง ๆ พลาญงบหลวงไปเปล่า ๆ ปรี้ ๆ เท่านั้นเอง. สำคัญคือไม่มีตัวตั้งตัวที่ที่รู้งาน มีแต่คนที่อื่นมาอยู่รอวันเกษียณ จึงเป็นอย่างที่เห็น
  • ขนาดพิพิธภัณฑ์จังหวัด (หอวัฒนธรรมแถวป.ปลางาม) ยังเป็นแค่ตึกโกโรโกโสเก็บของเก่า เปิดมั่งไม่เปิดมั่ง กลายเป็นที่ชุมนุมขายพระปลอมกันเท่านั้นเอง เอางบมาจัดตรงนี้ดี ๆ จะเป็นตัวชูท่องเที่ยวได้มาก

แต่ก็ไม่ทำ...

  • ก๋วยเตี๋ยวถูกจริง แต่รถโดยสารตามบ้านนอกแม่มผูกขาดอิ๋บอ๋าย แค่เข้าเมือง ๖ โล ปาไป ๒๕ บาท ไป-กลับ ๕๐ สงสารชาวบ้านไม่มีรถจริง ๆ
  • ลับแลนะจัดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เอามาหลอกต่างชาติได้ดีเลย แต่ไม่รู้ไปถึงไหนกันแล้ว
  • ก็ดีแล้ว เมืองที่ถูกลืม เมืองห่างไกล แต่สงบ เงียบ เป็นกันเองดี เหมือนเมืองในฝันของคนในเมืองใหญ่ จงดีใจเถิดแล้วจะเกิดผล

--  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 17:33, 21 มิถุนายน 2552 (ICT)


แนะนำ คลังความรู้แก้ไข

ไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่เห็นว่า มาเติมข้อมูลให้กับจังหวัดบ่อยบ่อย เลยคิดว่าคุณน่าจะชอบ ศึกษาเกี่ยวกับ ความเจริญของจังหวัด รวมถึงภูมิภาคต่างๆ ของไทย

เลยขอแนะนำเวปนี้ครับ [2]

สกายสคราฟเปอร์ซิตี้ skyscrapercity.com

เป็นเวปบอร์ดที่อภิปรายเกี่ยวกับ ความเจริญ ของจังหวัด เรา ข่าวสาร คามเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ข้อมูลจะอัปเดต มากกว่าในนี้ และมีคนที่สนใจในเรื่องเดียวกันอยู่มากคับและทุกคนสามารถแลกเปลียนความรู้ไปได้ เหมือนกับว่าได้คุยกับคนที่ชอบเหมือนๆกัน

ไม่เฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์ เท่านั้น รวมถึงเมืองต่างทั่วประเทศและทั่วโลกที่คุณสนใจ

โดยของจังหวัดเราจะรวมอยู่กับ INDOCHINA INTEESECTION PROVINCES forum

จปส คือ อยากแบ่งปันความรู้กับทุกคน


ขออภัยถ้าไม่เหมาะสมคับ Nevadaboy 07-06-09 --ข้อความนี้ไม่ได้ลงชื่อ ซึ่งออกความเห็นโดยผู้ใช้ Nitim (พูดคุยหน้าที่เขียน) 08:58, 7 กรกฎาคม 2552 (ICT)

สุขสันต์วันอาสาฬหะแก้ไข

สุขสันต์วันอาสาฬหบูชา
วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒




สุขสันต์สวัสดีขอให้สุขีวันอาสาฬหบูชา วันแห่งปฐมเทศนา วันพระรัตนตรัยครับ
ขอให้มีความสุขตลอดปี Tamดี ตลอดพรรษา
ดำเนินมัชฌิมาปฏิปทา ติดวิกิพีดิยาแต่พอดี ๆ อย่างอมแงม นะขอรับกระผม อิอิ

--  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 12:13, 7 กรกฎาคม 2552 (ICT)

สิ้นสุดวันปิดภาคเรียนที่1--หนูน้อยหมวกหล่น 21:24, 4 ตุลาคม 2552 (ICT)

ต้องการสัญญาอนุญาต ไฟล์:Phit station new.jpgแก้ไข

ขอขอบคุณที่คุณได้อัปโหลด ไฟล์:Phit station new.jpg อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภาพดังกล่าวยังไม่ได้ถูกกำหนด "สัญญาอนุญาต" ซึ่งทางวิกิพีเดียนั้นมีนโยบายที่เคร่งครัดในเรื่องลิขสิทธิ์ โดยภาพดังกล่าวจะถูกลบทิ้งภายใน 7 วัน หากไม่มีการระบุ สัญญาอนุญาต และ แหล่งที่มา

  • หากไม่ทราบหรือไม่แน่ใจ กรุณาศึกษานโยบายการใช้ภาพ และสอบถามได้ที่เลขาชาววิกิพีเดีย
  • สำหรับภาพที่คุณได้อัปโหลดไว้แล้วและเพื่อป้องกันการถูกลบ สามารถเข้าไปแก้ไขและระบุเพิ่มเติมได้ตามที่กล่าวไว้ที่ ป้ายระบุสถานะลิขสิทธิ์ของภาพ ซึ่งจะมีรายชื่อป้ายสัญญาอนุญาตที่คุณสามารถเลือกมาใช้เพื่อระบุสัญญาอนุญาตของภาพ
  • สำหรับครั้งต่อไปที่คุณทำการอัปโหลดภาพ สามารถระบุได้จากหน้าอัปโหลดโดยตรง

ขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือและร่วมเขียนในวิกิพีเดีย ข้อความนี้เป็นข้อความแจ้งเตือนอัตโนมัติโดยบอตคุง หากคุณพบว่านี่เป็นข้อผิดพลาด หรือมีข้อสงสัย กรุณาแจ้งที่ คุยกับผู้ใช้:Jutiphan --บอตคุง | แจ้งผู้ดูแล 12:59, 13 ตุลาคม 2552 (ICT)


ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์แก้ไข

ถามหน่อยครับ พอจะทราบไหมว่าศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ตรงป.ปลางามข้าง ๆ จวนเจ้าเมืองอุตรดิฐ เปิดวันไหนบ้างครับ ไปทีไรไม่เห็นเปิดสักที และในงานศาลากลางที่ผ่านมาเขาเปิดให้เข้าชมได้หรือปล่าว (พอดีไม่ได้ไป กลัวลูกกระสุน) จะไปเก็บภาพโบราณวัตถุสำคัญของจังหวัดมาลงวิกิครับ --  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 15:42, 15 ตุลาคม 2552 (ICT)

การตอบแก้ไข

ขอความกรุณาตอบหน้าพูดคุยปัจจุบันด้วยครับ ข้อความที่เก็บเข้ากรุผมไม่ได้ตามไปอ่านแล้ว จะเป็นพระคุณยิ่ง--  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 22:11, 23 ตุลาคม 2552 (ICT)

ธันวาคม 2552แก้ไข

  ยินดีต้อนรับสู่วิกิพีเดีย เราเปิดให้ทุกคนนั้นช่วยพัฒนาวิกิพีเดียไทยในทางที่สร้างสรรค์ แต่การแก้ไขล่าสุดของคุณในหน้า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (การแก้ไข) นั้นมีลักษณะที่ไม่เป็นสารานุกรม ไม่เหมาะสม หรืออาจถือว่าเป็นการก่อกวน ซึ่งการแก้ไขนั้นได้ถูกย้อนกลับหรือลบทิ้งไปแล้ว กรุณาใช้หน้าทดลองเขียน หากต้องการทดสอบการแก้ไขใดๆที่คุณต้องการ และสามารถอ่านหน้าเริ่มต้น เพื่อศึกษาการร่วมพัฒนาวิกิพีเดีย

หากคุณมีคำถามหรือคำแนะนำเกี่ยวข้องกับบทความ คุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่หน้าพูดคุยของบทความ ซึ่งเนื้อหาพูดคุยจะเป็นการอภิปรายเพื่อพัฒนาบทความให้ดีขึ้น ไม่ใช่การสนทนา ขอคำปรึกษา หรือแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งคุณเองสามารถแก้ไขบทความดังกล่าวได้ ไม่เพียงแต่เสนอแนะรอให้คนอื่นมาแก้ไข เว้นเสียแต่หน้านั้นถูกล็อกชั่วคราว

โปรดทราบว่านี่เป็นการเตือนเพียงครั้งเดียว และในกรณีที่ทางเราพบว่าคุณได้ก่อกวนครั้งหน้า คุณอาจถูกบล็อกจากการแก้ไขชั่วคราวได้ทันที หากพบว่านี่เป็นความเข้าใจผิดและคุณได้มีเจตนาดี กรุณาแจ้งที่หน้านี้และคุณควรใส่คำอธิบายอย่างย่อเวลาคุณแก้ไข โดยเฉพาะกรณีที่คุณลบเนื้อหาบางส่วนออกถึงสาเหตุดังกล่าว ขอขอบคุณสำหรับร่วมมือ และร่วมพัฒนาวิกิพีเดียไทย --JBot | แจ้งผู้ดูแล - 13:49, 6 ธันวาคม 2552 (ICT)

Happy New Year 2010แก้ไข

 
วัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์
ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี
ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี
โปรดประทานพรโดยปรานี ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย
ห้บรรดาปวงท่านสุขสันต์ ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัย
ให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่ ผองชาวไทยจงสวัสดี
ลอดปีจงมีสุขใจ ตลอดไปนับแต่บัดนี้
ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์ สวัสดีวันปีใหม่เทอญ
บทเพลงพระราชนิพนธ์ "พรปีใหม่"
ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
Ken-Z! ขออวยพรให้คุณ น้องท่าเหนือ และชาววิกิพีเดียทุกคน ประสบความโชคดีตลอดปี 2553 และตลอดไป /Merry Chritstmas and Happy New Year 2010
--Ken-Z!   Talk I hate Grean & Vandalism on Wikipedia ! 14:31, 31 ธันวาคม 2552 (ICT)

ทุเรียนหลงลับแล คุณภาพดีที่สุดในโลกแก้ไข

“หลงลับแล” ทุเรียนคุณภาพดีที่สุดในโลก ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ “ลับแล” เป็นชื่ออำเภอหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์ ในอดีตเมืองลับแล จะรู้จักคุ้นเคยกันในนามว่า “เมืองแม่ม่าย” หรือ “เมืองแห่งสาวงาม” ซึ่งบรรพบุรุษของชาวลับแลเป็นกลุ่มชนที่อพยพมาจากล้านนาและมาปักหลักปักฐานทำมาหากิน ณ ผืนดินแห่งนี้ อันเป็นผืนแผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์จนเกิดพืชพันธุ์ธัญญาหารรวมทั้งผลไม้หลากหลายชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้ “ลางสาด” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีจนปรากฏในคำขวัญประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ว่า “เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก” การทำสวนทุเรียนของชาวลับแลแต่เดิมนั้นจะปลูกรวมในสวนลางสาดและผลไม้อื่นๆ โดยนำเมล็ดไปปลูกไว้ตามพื้นที่ข้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยโดยการขว้างหรือยิงเมล็ดลางสาดและเมล็ดทุเรียนด้วยคันสูน (อุปกรณ์ในการล่าสัตว์อย่างหนึ่งคล้ายธนู) โดยการดัดแปลงสายคันสูนให้สามารถใช้ยิงเมล็ดทุเรียนหรือลางสาดขึ้นไปบนภูเขา ซึ่งเป็นภูเขาดินที่มีความชุ่มชื้นตลอดปี ซึ่งทุเรียน-ลางสาดก็จะงอกและเจริญเติบโตขึ้นมาเองไม่มีระยะการปลูกที่เป็นระเบียบเหมือนสวนผลไม้ของที่อื่นแต่จะปล่อยให้ต้นทุเรียน-ลางสาดเติบโตขึ้นเอง ตามธรรมชาติโดยชาวบ้านจะไม่โค่นต้นไม้อื่นๆ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสวนทุเรียน-ลางสาด ของเมืองลับแลเป็นสวนผลไม้ที่แปลกไม่เหมือนที่อื่น คือ จะขึ้นอยู่ตามภูเขาทั่วไป ทั้งไหล่เขาจนกระทั่งถึงยอดเขา มองขึ้นไปก็จะเห็นเหมือนกับป่าไม้ตามธรรมชาติ และเป็นสวนผลไม้ที่ ไม่มีรั้วกั้น แต่ชาวบ้านจะรู้กันเองว่าตรงนี้ตรงนั้นใครเป็นเจ้าของ ลักษณะเช่นนี้จึงอาจถือได้ว่ามีเพียงที่นี้เท่านั้นเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนที่นี่ได้รับการส่งเสริมในเรื่องของการดูแลสวนแบบธรรมชาติหรือชีววิธีโดยไม่มีการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารเคมีที่ตกค้างในผลไม้และเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติเอาไว้อีกทางหนึ่งด้วย การเก็บทุเรียนพื้นเมืองของชาวลับแลในสมัยก่อนนั้นส่วนใหญ่แล้วจะปล่อยให้ทุเรียนที่สุกร่วงจากต้นลงมาเองแต่ที่ตัดมาบ่มก็มีบ้างเป็นส่วนน้อย ทั้งนี้ก็เพราะสาเหตุที่ว่าต้นทุเรียนขึ้นอยู่ตามภูเขาสูง ทุเรียนบางต้นก็สูงใหญ่มากจนชาวบ้านไม่สามารถปีนขึ้นไปตัดผลได้ โดยก่อนที่จะถึงหน้าทุเรียนแก่และสุกร่วงลงสู่พื้นนั้นชาวสวนจะแผ้วถางหญ้าและต้นไม้เตี้ยๆ ที่ขึ้นรกอยู่ตามพื้นดินด้านล่างให้เตียน บางสวนที่มีพื้นที่ชันมากเจ้าของสวนก็จะสานไม้ไผ่เป็นแผงทำเป็นรั้วกั้นไว้ไม่ให้ผลทุเรียนกลิ้งเข้าไปในพื้นที่สวนของคนอื่น และก็จะสะดวกในการเก็บด้วยเพราะทุเรียนเมื่อร่วงจากต้นแล้วก็จะกลิ้งมารวมกันที่บริเวณแผงไม้ไผ่ที่สร้างกั้นเอาไว้ ซึ่งชาวบ้านจะมาเก็บเอาในตอนเช้าตรู่โดยจะนำทุเรียนใส่เข่งหรือตะกร้าแล้วหาบลงจากสวนไปขายในหมู่บ้านหรือในตลาด ซึ่งจะมีพ่อค้าคนกลางทั้งภายในจังหวัดอุตรดิตถ์และต่างจังหวัดมารับซื้อไปขายต่อ การปลูกทุเรียนจากเมล็ดซึ่งถือว่าเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองของชาวลับแลนั้นเป็นสาเหตุทำให้มีการกลายพันธุ์ ทำให้ทุเรียนแต่ละต้นมีคุณภาพที่แตกต่างกันไป ทั้งที่กลายพันธุ์ไปเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพดีกว่าเดิมและเลวกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้เองเมื่อปี 2520 และ 2521 จังหวัดอุตรดิตถ์จึงได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร จัดประกวดทุเรียนที่ปลูกจากเมล็ดหรือทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองขึ้นที่อำเภอลับแล เพื่อค้นหาทุเรียนพื้นเมืองต้นที่มีคุณภาพดีที่สุดเพื่อที่จะรักษาทุเรียนคุณภาพดีต้นนั้นไว้พร้อมกับดำเนินการขยายพันธุ์ให้มีทุเรียนคุณภาพดีเพิ่มมากขึ้นต่อไป ซึ่งจากการจัดประกวดติดต่อกัน 2 ปีดังกล่าว ปรากฏว่าทุเรียนของนางหลง อุประ เลขที่ 126 หมู่ที่ 1 บ้านผามูบ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล ชนะเลิศการประกวดได้รับรางวัลยอดเยี่ยม เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าของสวนทุเรียนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดทุเรียนที่ปลูกด้วยเมล็ดหรือทุเรียนพื้นเมืองของอำเภอลับแลในครั้งนั้น คณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ใหม่ ซึ่งประกอบด้วย นายเลอเดช เจษฎาฉัตร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ศ.ดร.บรรเจิด คติการ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายพิศิษฐ์ ศศิผลิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายอารี แก้วงาม ผู้อำนวยการกองพืชสวน นายสมบัติ วงศ์พรหมเมฆ ผู้อำนวยการกองเกษตรสัมพันธ์ นายฟุ้ง ศศิสนธ์ อดีตผู้อำนวยการกองพืชสวน และนายถนอม โพธิ์ศรี เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ร่วมกันพิจารณารับรองพันธุ์ทุเรียนที่ชนะเลิศการประกวดดังกล่าว โดยการรับรองให้เป็นทุเรียนพันธุ์ใหม่ของอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้ตั้งชื่อทุเรียนพันธุ์ใหม่นี้ว่า พันธุ์ “หลงลับแล” ตามชื่อของนางหลง อุประ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2521 ณ หอประชุมศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ สำหรับลักษณะของทุเรียนพันธุ์ใหม่หรือทุเรียนพันธุ์หลงลับแลนี้ คือขนาดของผลทุเรียนไม่โตมากนัก โดยมีน้ำหนักตั้งแต่ 0.5 กิโลกรัม ไปจนถึง 3.5 กิโลกรัม โดยเฉลี่ยแล้วส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม รูปผลกลมหรือรูปไข่ ร่องพูไม่ชัดเจน ฐานผลค่อนข้างกลมหรือนูนขึ้นมาเล็กน้อย ผลมีสีเขียวอมเหลือง หนามแหลมถี่ เปลือกบาง เนื้อละเอียด สีเหลืองค่อนข้างจัด รสชาติหวานมันอร่อย กลิ่นหอมอ่อน เมล็ดเล็กลีบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นทุเรียนที่อร่อยถูกปากถูกใจผู้ที่ได้มีโอกาสรับประทานมากกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ และกำลังเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคทุกเรียนทั่วประเทศ ซึ่งทุเรียน “หลงลับแล” นี้ ถือว่าเป็นทุเรียนที่มีต้นกำเนิดที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่ออีกตัวหนึ่งที่ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์มีความภาคภูมิใจในทุกวันนี้ทุเรียนพันธุ์หลงลับแลของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับการขยายพันธุ์และขยายพื้นที่ปลูกออกไปมากขึ้นด้วยวิธีการเสียบยอดและการทาบกิ่งเพื่อไม่ให้เกิดการกลายพันธุ์โดยใช้ ต้นตอทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองต้นเดิมที่คุณภาพไม่ดี ทำให้ปัจจุบันมีทุเรียนพันธุ์หลงลับแลเพิ่มมากขึ้น ราคาขายส่งจากสวนทุกวันนี้กิโลกรัมละ 40-70 บาท ปัจจุบันหาซื้อได้ที่ตลาดผลไม้หัวดงและตลาดผลไม้นานกกก อำเภอลับแล หรือติดต่อซื้อได้จากสวนทุเรียนทั่วไปในจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มา หนังสือพิมพ์เสียงชาวบ้าน จ.อุตรดิตถ์ --หนูน้อยหมวกหล่น 11:11, 1 มกราคม 2553 (ICT)

เขื่อนสิริกิติ์ สุดยอดเขื่อนดินในประเทศไทยแก้ไข

“อุตรดิตถ์เมืองงาม”นั้นเคยขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดที่ร้อนที่สุดในประเทศไทยเมื่อนานมาแล้ว แต่ปัจจุบันจังหวัดตากครองแชมป์จังหวัดที่ร้อนที่สุดในประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว ทว่าอุตรดิตถ์ไม่ได้มีชื่อเสียงเฉพาะเรื่องอากาศร้อนแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีของดีอื่นๆอีกมากมายให้เดินทางไปเที่ยวชม เช่นต้นสักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เหล็กน้ำพี้ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผลไม้ขึ้นชื่ออย่างลางสาดและทุเรียน อีกทั้งวัดพระแท่นศิลาอาศน์ ที่ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล ยังไม่รวมถึงของฝากริมทางจำพวกไม้กวาด หอม กระเทียม ตามฤดูกาลอีก อุตรดิตถ์นั้นน่าไปเที่ยวนัก เขื่อนสิริกิติ์นั้นตั้งอยู่ที่ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา พื้นที่เหนือเขื่อนสิริกิติ์คืออุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ซึ่งภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูง ยอดเขาหลายแห่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำยมในจังหวัดแพร่ และแม่น้ำน่านในจังหวัดอุตรดิตถ์ การสร้างเขื่อนสิริกิติ์นั้นทำให้เกิดทะเลสาบขนาดใหญ่เหนือเขื่อน ผู้คนเหนือเขื่อนทำการประมงกันอย่างแพร่หลาย ส่วนประชาชนหลังเขื่อนก็มีอาชีพเกษตรกรรมที่ดีขึ้น มีน้ำใช้เพื่อการปลูกพืชตลอดปี ทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์นั้นถือว่าเป็นสถานที่ๆสวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง การเดินทางท่องเที่ยวเหนือเขื่อนทำได้ทั้งการนั่งเรือเที่ยวไปตามทะเลสาบ และสามารถจอดเรือแล้วเดินขึ้นไปเที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆรอบทะเลสาบได้ แนะนำให้ไปที่หมู่บ้านท่าปลา ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีการทำการประมงปลาน้ำจืดกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน มีการเลี้ยงปลาในกระชัง และให้นักท่องเที่ยวได้ลองลิ้มชิมความสดอร่อยของอาหารที่ปรุงจากปลาได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งลาบปลา ต้มยำ ลวกจิ้ม หรือจะเป็นแกงพื้นเมืองอื่นๆ รับรองจะติดใจ หากคุณรักการเดินป่าก็สามารถเดินป่าขึ้นไปชมวิวที่ยอดเขาภูพญาพ่อได้ โดยมีเส้นทางเดินป่าสายเชิงทอง-กิ่วเคียน ตามเส้นทางเดินป่าสายนี้จะผ่านหมู่บ้านชาวเขา และป่าหลายหลากประเภท พืชพรรณที่แปลกตา เมื่อขึ้นไปถึงจุดชมวิวบนยอดภูพญาพ่อคุณจะพบกับมุมมองเหนือทะเลสาบของเขื่อนสิริกิติ์แบบมุมกว้างอย่างรอบด้าน เนื่องจากยอดดอยแห่งนี้เป็นจุดที่สูงที่ในระแวกนั้น ขากลับยังลงไปรอชมพระอาทิตย์ตกลงผิวน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำได้อย่างสบายๆ การเดินทางไปท่องเที่ยวที่เขื่อนสิริกิติ์นั้นแนะนำให้ค้างคืนที่นั่นอย่างน้อน 1 คืน เพื่อรอชมพระอาทิตย์โพล่เหนือผิวน้ำอีกครั้ในย่ำรุ่ง สายๆยังมีกิจกรรมดีๆบริเวณทะเลสาบเหนือเขื่อนรอคุณอยู่อีกมากมาย เขื่อนสิริกิติ์อยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไม่มากนัก ขับรถออกจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1045 (อุตรดิตถ์-เขื่อนสิริกิติ์) ด้วยระยะทาง 35 กิโลเมตร ถึงแยกร่วมจิตให้ขับต่อไปอีก 10 กิโลเมตรจนถึงบ้านห้วยเจริญ จะเห็นป้ายบอกทางเข้าอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน เขื่อนสิริกิติ์จะนอนรอคุณอยู่ที่นั่น ทางอุทยานฯมีลานกางเต้นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ --หนูน้อยหมวกหล่น 11:11, 1 มกราคม 2553 (ICT)

เมืองโบราณที่สันนิษฐานกันว่าปัจจุบันคือจังหวัดอุตรดิตถ์แก้ไข

  1. เมืองพิชัย
  2. เมืองสวางคบุรี
  3. เมืองทุ่งยั้ง หรือเมืองราด
  4. เมืองตาชูชก
  5. เวียงเจ้าเงาะ
  6. เมืองกาหลง
  7. เมืองน้ำปาด
  8. เมืองศรีพนมมาศ หรือศรีนพวงศ์ (ลับแล)
  9. เมืองตรอนตรีสินธุ์ ขอขอบคุณข้อมูลจากกรมศิลปากร

--หนูน้อยหมวกหล่น 21:50, 2 มกราคม 2553 (ICT)

ความเจริญของอุตรดิตถ์แก้ไข

ถึงแม้อุตรดิตถ์จะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก หรือรอง หรือเรียกว่าไม่รู้จัก(ก่อนน้ำท่วม)เลยก็ได้ แต่ถ้าเทียบในอดีตกับปัจจุบันแล้วความเจริญของอุตดริตถ์ไม่ได้หยุดนิ่งแต่เคลื่อนที่ไปช้าๆๆ ค่อยๆเปลี่ยนไป มีอาคารตึกราบ้านช่องเพิ่มมากขึ้นและก็มีสิ่งต่างๆเปลี่ยนแปลงมากมายเช่น

  1. เอ็มเค เรสเตอรองส์
  2. สเวนเซ่นส์ (อนาคต)
  3. พิซซ่าคอมปานี
  4. ดังกิ้นโดนัท
  5. มิสเตอร์โดนัท (อนาคต)
  6. ผึ้งน้อย
  7. เคเอฟซี
  8. อเมซอน
  9. บิวตี้บุฟเฟ่ต์
  10. แดลี่ควีนส์เป็นต้น ธนาคารก็มีหลายสาขามากมาย เกือบ 20 กว่าสาขาในอำเภอเมือง ส่วนห้างสรรพสินค้าก็มีบ้างแต่ไม่ใหญ่มากที่จะใหญ่ๆก็คือ ฟรายเดย์ กับโลตัส ส่วนห้างอื่นจะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า และก็มีศูนย์การค้าถึง 3 ศูนย์อีกนั่นแหละ จากที่กล่าวอดีตถึงปัจจุบันอุตรดิตถ์ก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะน้า--หนูน้อยหมวกหล่น 20:56, 15 มกราคม 2553 (ICT)

ศิลปะในจังหวัดอุตรดิตถ์ที่เห็นได้ชัดเจนแก้ไข

ศิลปะล้านนา และเชียงแสน

  1. อุโบสถวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง
  2. วิหารหลวงวัดพระแท่นศิลาอาสน์
  3. อุโบสถวัดพระยืนพุทธบาทยุคล
  4. พระบรมธาตุเจดีย์ศรีสองเมือง
  5. หอคำแก้ว จังหวัดอุตรดิตถ์
  6. เฮือนลับแล
  7. ม่อนต่างๆในอำเภอลับแล
  8. วัดดอยพระธาตุ เหนือเขื่อนสิริกิติ์
  9. วัดไชยมงคล ต.น้ำอ่าง อ.เมือง (กำลังก่อสร้าง) ศิลปะล้านนาประยุกต์
  10. เจดีย์ วัดเจดีย์คีรีวิหาร(ศิลปะล้านนา เช่น เดียวกับพระธาตุที่เชียงรายหรือศิลปะล้านนาไทลื้อ)
  11. พิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก(ตัวอาคาร)
  12. มณฑปพระยืน (ศิลปะสมัยเชียงแสนรุ่นแรก)
  13. พระวิหาร วัดดอนสัก (สถาปัตยกรรมแบบเชียงแสน)

ศิลปะล้านช้าง หรือลาว

  1. อุโบสถวัดเสาหิน (ปัจจุบันยังก่อสร้างมิเสร็จ)

ศิลปะมอญ

  1. เจดีย์กลางน้ำ (สถูปโบราณ) เกาะกลางน้ำ เขื่อนสิริกิติ์

ศิลปะสุโขทัย

  1. อุโบสถวัดพระฝาง

ศิลปะอยุธยา

  1. อุโบสถมหาอุตม์ วัดพระฝาง
  2. อุโบสถวัดเจดีย์คีรีวิหาร
  3. อุโบสถวัดหน้าพระธาตุ อำเภอพิชัย

ศิลปะรัตนโกสินทร์

  1. วิหารหลวงวัดคลองโพธิ์
  2. อุโบสถวัดกลางธรรมสาคร
  3. อุโบสถวัดเกษมจิตตราราม
  4. อุโบสถวัดท่าถนน เป็นต้น(มีเยอะมาก)

ศิลปะลังกา

  1. พระบรมธาตุทุ่งยั้ง
  2. พระธาตุเขี้ยวฝาง

ศิลปะยุโรป

  1. หอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์
  2. พลับพลาสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง
  3. โบสถ์คริสต์สืบกิตติคุณ
  4. โบสถ์คริสต์ตลิ่งต่ำ
  5. โบสถ์คริสต์สันติธรรม
  6. โบสถ์คริสต์ไทยน้ำลอก
  7. โบสถ์คริสตจักรไทยน้ำไผ่
  8. โบสถ์คริสตจักรร่มเกล้า
  9. โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี วัดท่าถนน

ศิลปะอิสลาม

  1. มัสยิดอัด-ดาอีย์


ศิลปะของจีน

  1. ศาลเจ้าต่างๆในจังหวัดอุตรดิตถ์
  2. พลับพลาสวนสาธารณะจังหวัดอุตรดิตถ์
  3. อาคารที่ทำการมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์

--น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 14:42, 9 มีนาคม 2553 (ICT)

อิอิแก้ไข

หนูเข้าใจแล้วก๊า ความจริงหนูว่าที่คนที่ชื่อคนอุตรดิตถ์1 นี่ที่เค้าต่อต้านอาจจะมีเหตุผลกะด้ายแต่หนูกะไม่รู้อิอิ อย่างน้อยยังไงคนภาคเหนือตอนบนก็เป็นบ้านพี่เมืองน้องของกันและกันอยู่แล้วน่ะค่ะ ขอให้พี่ๆช่วยต้อนรับอุตรดิตถ์หนูเป็นภาคเหนือตอนบนด้วยคนน่ะค่ะ อิอิ บ้ายบายมีเรื่องอะไรจะปรึกษาได้เลยน่ะค่ะ ในเวปนี้อิอิ หรืออย่างอื่นกะได้ขอบคุณคร้า อุตรดิตถ์จงเจริญ--หนูน้อยหมวกหล่น 21:20, 23 มกราคม 2553 (ICT)

อาณาจักรที่เคยปกครองจังหวัดอุตรดิตถ์แก้ไข

  1. อาณาจักรทวารวดี
  2. อาณาจักรสุโขทัย
  3. อาณาจักรล้านนา
  4. อาณาจักรล้างช้าง
  5. อาณาจักรอยุธยา

--หนูน้อยหมวกหล่น 21:35, 22 มกราคม 2553 (ICT)

แยกกันแก้ไข

โอ้โห ซุปเปอร์สโตร์จะมาอุตรดิตถ์เหรอ มาแถบป่าเซ่าด้วย (ลบหน่อยให้กำลังใจเขาบ้างงิ) / น้องท่าฯ มีโอกาสไปงานพระแท่นป่ะ ถ้าไป ฝากถ่ายหลวงพ่อพุทธรังสีวัดพระยืนมาด้วยนะ แล้วก็จิตรกรรมฝาผนังในมณฑปพระพุทธบาท จะได้เอามาลงวิกิ --  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 23:46, 23 มกราคม 2553 (ICT)


เง้อแก้ไข

คงมะติดม้างค่ะถ้าซื้อที่ไว้แล้ว และอีกอย่างอยู่นอกเขตเทศบาล กะทำรายม่ะได้แย้วส่วนผังเมืองเนี่ยมะติดแน่นอน อยู่หละถ้าจะสร้างกะได้ถ้าเขามีตังงิ กะเหมือนโลตัสงายมะเห็นติดรายเลย ที่ออกกว้างขวาง แถมยังกักไว้อีกเกือบไร่ ไม่รู้ทำไรของมัน ส่วนวัดนี้ไปมาแย้วไปมะวาน -*- ตอนวันก่อนกะมะบอก งิ--หนูน้อยหมวกหล่น 13:29, 24 มกราคม 2553 (ICT)

ทักทายแก้ไข

ทักทายเช่นกันครับ

^_^

--Mahatee | พูดคุย (ฝากข้อความ) | อยากโวยวายเชิญทางนี้ 14:21, 24 มกราคม 2553 (ICT)



ขอขอบคุณข้อมูลมากเยยก้าแก้ไข

อิอิ ขอบคุณน่ะค่ะสำหรับข้อมูลขอบคุณมากๆๆค่ะ อิอิ มีไรก็แบ่งปันกันได้น่ะค่ะ ตอนนี้มีข่าวแว่วๆ ว่า ทางจังหวัดจะสร้างสนามกีฬาแห่วใหม่ในอุตรดิตถ์ค่ะ ใช้ควบคู่กับหมอนไม้ซึ่งกำลังขยายอยู่จร้า--หนูน้อยหมวกหล่น 20:23, 25 มกราคม 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์จงเจริญแก้ไข

บัดนี้หน่วยงานในจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ปรับปรุงและช่วยกันพัฒนาให้จังหวัดอุตรดิตถ์เติบโตขึ้นพร้อมกัน ซึ่งไม่เกิน 10ปี ข้างหน้าจังหวัดของเราจะต้องเป็นที่รู้จักของคนในประเทศ และ ต่างประเทศแน่นอน ค่ะ--น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 20:33, 25 มกราคม 2553 (ICT)


รายละเอียดโครงการต่างๆประกอบด้วย

5.สถานีอุตรดิตถ์ รวม 3 โครงการ เงินลงทุนกว่า 563 ล้านบาท มีโครงการดีพาร์ตเมนต์สโตร์ 20 ไร่ ช็อปปิ้งมอลล์ 2.6 ไร่ และอพาร์ตเมนต์ 8 ไร่




ขอบคุณข้อมูลมากก๊าอิอิ วัดศุกร์เมื่อวานหนูไปเที่ยวเชียงรายมาอิอิแก้ไข

สนุกมากเลยคร้า ขอขบคุณข้อมูลข่าวด้วยนะคะอิอิ หนูกลับมาทางสาย11 งิงิ เห็นเขากำลังขยายถนน ของสาย11 อยู่แต่เป็นช่วงๆๆ แต่เขายังมะทำโครงเยย อิอิ พี่ค่ะแล้วตอนนี้คาร์ฟูร์ของอุตรดิตถ์เขาได้พื้นที่เสร็จทั้งหมดยังคะ อิอิ--น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 13:21, 30 มกราคม 2553 (ICT)


ดีคร้าแก้ไข

ตอบคำถามเลยน่ะค่ะ อิอิ

  1. โครงการอ้อมเมืองอุตรดิตถ์ โดย กรมทางหลวงชนบทมอบให้บริษัท เซเว่น แอสโซซิเอตคอนซัลแตนส์จำกัด และบริษัทเอเซี่ยนเอนจิเนียริ่งคอนซัลแต้นส์ จำกัด สำรวจออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ถนนที่จะก่อสร้างมีระยะทางประมาณ 3.90 กม. แนวถนนจะซ้อนทับถนนเดิม และมีแนวถนนตัดใหม่ด้วย โดยจะก่อสร้างเป็นถนน 4 ช่องจราจร กว้างข้างละ 3.50 เมตร โดยมีเขตทางกว้างรวม 30 เมตร ในการก่อสร้างกรมทางหลวงจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่ประชาชน ที่ได้กับผลกระทบทุกราย ในการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับโครงการแต่ต้อง ให้มีการปรับแก้แบบให้เหมาะสมให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และให้ผู้ใช้ถนน มีความปลอดภัยมากที่สุด
  2. อิอิคร้า วิทยาลัยพยาบาลเข้าขยายกะดีน้า แต่หนูอยากให้เป็นวิทยาลัยอีกอันมากกว่า เช่นวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร คนที่จะเลือกเรียนพยาบาลจะได้เลือกได้หลากหลายนะหนูว่า
  3. อิอิ ม.ราชภัฏจะขยายที่ทำกินให้ใหญ่ขึ้นกะดีน้า แต่หนูว่าก่อนจะขยายที่เขาน้าจะทำสนามกีฬาของเขาให้ดีก่อนดีกว่า ม.อื่นเขามีที่โรงคลุมกันหมดแต่ราชภัฏอุตรดิตถ์ยังเป็นกลางแจ้ง แต่ถ้าขยายไปที่นูนกะดีคนแถวนั้นเขาจะได้ไม่ต้องเดินทางในเมืองเรียนที่นูนกะได้แต่ถ้าจริงๆถ้าเป็นไปหนูว่าเป็นม.อื่นมาเปิดอาจจะมีศักยภาพมากกว่า แต่เราต้องมั่นใจน่ะค่ะ เพราะยังไงราชภัฏอุตรดิตถ์เป็นม.ราชภัฏที่ดีที่สุดเป็นอันดับ2 ของประเทศ ในปี2548 รองจากราชภัฏดุสิตเลยน้า เราต้องมั่นใจในการพัฒฯจังหวัดเราของเขา
  4. ค่ะโลตัสคุ้มค่าอุตรดิตถ์ยังมีพื้นที่ว่างกว่า1ไร่จริงค่ะ เขาเอาหินอ่อนไปแปะๆๆไว้ ตรงนั้นยังเป็นดินลูกรังค่ะ เค้าเอาไว้ทำกิจกรรมเวลาจัดงานหรืออะไรอย่างงี้แต่นานๆมีครั้งนึงแต่หนูว่าเขาขยายที่ดีกว่าเป็นไฮเปอร์ยิ่งดีเพราะเดี๋ยวนี้โลตัสอุตรดิตถ์คนเข้าเยอะมาก โดยเพาะปีใหม่เบียดกันตาย แล้วเวลาลดราคาสินค้าเขาส่งมาให้ที่นี่น้อยมาก ไม่ค่อยพอต่อประชากรเลยค่ะ ถ้าเขาขยายหนูว่าดีกว่าจะได้ใหญ่ขึ้นมีร้าค้ามาเปิดมากขึ้นคนอุตรดิตถ์จะได้เลือกซื้อมากขึ้นคร้า เพิ่งผ่านมาได้ไม่นานนี้ โลตัสเขาก็เพิ่งเปิดสาขาย่อยของธนาคารกสิกรไทยไปไม่นานนี้เองค่ะ
  5. อิอิ อีเมลล์มีคร้ามีหลายอันหนูให้ไว้อันนี้ละกาน julietnao_zhang@windowslive.com กับ neptune_water@hotmail.com (อันที่2นี่ยังเข้าไม่ค่อยๆได้) --น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 12:19, 31 มกราคม 2553 (ICT)

โรงแรมในจังหวัดอุตรดิตถ์ เฉพาะอำเภอเมืองน่ะค่ะแก้ไข

  1. โรงแรมฟรายเดย์
  2. โรงแรมสีหราช
  3. โรงแรม เดอะรูม
  4. โรงแรมโอ ยู เอ็ม --ข้อความนี้ไม่ได้ลงชื่อ ซึ่งออกความเห็นโดยผู้ใช้ น้องท่าเหนือ (พูดคุยหน้าที่เขียน) 21:39, 6 พฤศจิกายน 2010 (ICT)
  5. โรงแรมธโนทัยโฮเต็ล
  6. โรงแรมธนากร
  7. โรงแรม พ วานิช 1
  8. โรงแรม พ วานิช 2
  9. โรงแรมวิวัฒน์โฮเต็ล
  10. โรงแรมสีหลักษณ์
  11. โรงแรมอุตรดิตถ์ 2
  12. โรงแรมแกรนด์วนา
  13. โรงแรมนำชัย
  14. โรงแรมอารย เทอเรซ รีสอร์ท
  15. โรงแรมเรือนต้นสัก
  16. โรงแรมไทธนา รีสอร์ท
  17. โรงแรมต้นกล้าแฮปปี้โฮม
  18. โรงแรมร่มไทรเกสท์เฮาส์
  19. โรงแรมพัฒนทาวเวอร์
  20. โรงแรมพิณธนาริมน่าน
  21. โรงแรมเฮฟเว่น
  22. โรงแรม 89
  23. โรงแรมเจษฎา
  24. โรงแรมเพื่อสุข
  25. โรงแรมธนากร
  26. โรงแรมเพิ่มสุข

เท่าที่หามามีเท่านี้น่ะค่ะ

--น้องท่าเหนือสุดสวย 21:39, 6 พฤศจิกายน 2553 (ICT)

วิถีดนตรี กวีศิลป์ เมืองลับแลแก้ไข

สมัยก่อน ชาวลับแลง หรือ ว่าชาวลับแล ขับซอกันระบำใดบ้างนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด จากพระราชหัตถเลขา ของรัชกาลที่ ๕ เมื่อคราว เสด็จเยือนเมืองลับแลนั้น กล่าวว่า การละเล่นของชาวลับแลนั้น กล่าวว่า ในตอนหัวค่ำ ได้มีราษฏร กลุ่มหนึ่ง มาแสดง การร้องเพลงโต้ตอบกัน ระหว่างชายหญิง ที่เรียก ว่า ---ว่าเหล้น--- นี่เป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์ อักษรชิ้นแรก ของ เมืองลับแลง หรือ ลับแล ในอดีต ชาวลับแล นิยมเรียกซอ ว่า ยิ้น ซึ่งปัจจุบัน ไม่มีใครใช้คำนี้ แล้ว จะเห็นได้ว่า ชื่อของการขับลำนำนั้น จะแบ่งเป็น สามชื่อ คือ ยิ้น ว่าเหล้น และก็ ซอ จากการสอบถามคนเฒ่า คน แก่ พบว่า ซอ นั้น มักจะนิยมเล่นกันในงานมงคลต่างๆ รวมถึง เวลาขอฝน และ งานเข้าทรงผีอารักษณ์หลักเมืองต่างๆ ก็จะใช้ซอ สื่อสารกับผีอารักษณ์ หลักเมือง ซึ่งถือ ว่า เป็นเพลงที่ใช้ในพิธีกรรม ได้เช่นกัน การซอนั้น จะซอเข้า ปี่จุม ๓ หรือ ๕ ไม่นิยมซอเข้าซึง หรือว่า สะล้อ หรือ ที่ชาวลับแลง เรียกว่า -หม่าล้อสีซอ- จนมีคำติดปากว่า -หลู้หลี้ช่างปี่- คือ เจ้าชู้เหมือนช่างปี่ เป็นต้น ช่างซอผู้ชาย สมัยก่อนนิยมใส่ผ้าต้อย หรือ ถ้าอย่างหรู ที่เป็นงานใหญ่ จะนิยมใส่ผ้าม่วง และมีผ้า คล้องใหล่ เป็นต้น ลักษณะการขับซอ นิยมมีคู่สอง หญิง ชาย และที่พิเศษ คือ มี ช่าง ซอ ๓ คน หรือ ที่เรียกว่า -ซอสามขอน เวลาขับซอ ช่างซอ จะนิยมคีบดอกไม้ใว้ในมือทั้งสองข้าง หรือ จะเป็นใบเล็บครุฑก็ได้ แล้ววาดแขนฟ้อนไปมา ไม่มีการยืนฟ้อน ในขณะที่เว้นจังหวะ ให้ปี่บรรเลง ช่างซอ ก็จะฟ้อน แวดผาม โดยการนั่งเข่าฟ้อนไปรอบวง หรือ นั่งยองๆ ไม่มีการลุกขึ้นยืนฟ้อนโดยเด็ดขาด และ ไม่มีการฟ้อนแง้นด้วย ซึ่งทางช่างซอ เมืองลับแลง ให้ความเห็นว่า เป็นการฟ้อนที่ไม่สุภาพ ในบางโอกาสก็มีการลุกขึ้นฟ้อนด้วย หลังจากจบบทซอใหว้ครู แต่เป็นการยืนฟ้อน ไม่มีการก้าวขา หรือ เดินฟ้อนเลย ระบำซอ ที่นิยมเป็นพื้น นั้น ช่างซอ เรียกว่า ซอดาด หรือ ซอลับแลง ซึ่งจะเป็นการซอที่ใช้เสียง เอื้อนยาว และเล็กแหลม อาจจะมีการเปลี่ยนทำนอง เป็นระบำเมืองน่าน บ้าง ตามเหมาะสม ในสมัยหลังก็จะมีซอ จากเมืองเชียงใหม่เข้ามามีบทบาท เช่น ซอ นางบัวคำ ซอเก็บนก เป็นต้น ซึ่งบทซอเหล่านี้ ถือ ว่าเป็นการขับซอ แบบ จิปาถะ หรือ เรียกว่า -ซอขี้เหล้า ( หรือ อาจเข้าข่ายที่ เรียก ว่า ว่าเหล้น ก็เป็นได้ ) ไม่นิยม มาขับในพิธีกรรมต่างๆที่เป็นทางการ ปัจจุบันนี้ คาดวา ไม่มีช่างปี่ หลงเหลืออยู่แล้ว จะมีแต่ช่างซอ ที่ลาผาม หรือ สมัครเล่นแล้วเท่านั้น ปัจจุบัน ในพิธี สรงน้ำลักษณ์ หลัก เมือง หรือ เรียกว่า แห่น้ำขึ้นโรง ก็จะมีการซอครั้งหนึ่ง โดยช่างซอ ดังที่กล่าวไว้แล้วนั้น ที่มา [[3]] --น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 21:01, 5 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)


ชาติพันธุ์ในอุตรดิตถ์แก้ไข

จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเมืองชายขอบ ของ หลายวัฒนธรรม ไม่ ว่า จะเป็น วัฒนธรรม ไทยวน ไทลาว ลาวพรวน รวมจนถึง วัฒนธรรม สยาม หรือ ไธย ( ในที่นี้ จะเรียกชาติพันธุ์ มี่ใช้ ภาษากลาง ว่า ไธย ) จึง เป็นเมือง ที่มีวัฒนธรรม ที่หลากหลาย และ เป็นเอกลักษณ์ นักวิชาการ บาง ท่าน กล่าว่า เมือง อุตรดิตถ์ นั้น เป็น เมือง ที่ศึกษา เรื่อง วัฒนธรรม ท้อง ถิ่น ค่อนข้าง ยาก เพราะ เป็น แหล่ง ที่หลาย วัฒนธรรม นั้น มาผสมกัน จนเป็น วัฒนธรรมเฉพาะ และ ไม่มีเอกลักษณ์ ที่ชัดเจน จากการแยกชาติพันธุ์ แล้ว สามารถ แบ่ง ออกได้ เป็น 4 ชาติพันธุ์ คือ

  • ชาติพันธุ์ ไธยสยาม ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด และรวมถึง กลุ่มชนที่ใช้ภาษา สุโขทัย เดิม ซึ่ง กลุ่มนี้ จะอาศัย อยู่ทั่วไป ในเขต อำเภอ เมือง พิชัย ตรอน และ ลับแลตอนใต้เป็นต้น
  • ชาตพันธุ์ ยวน หรือ ว่า ไทยวน จะอาศัย อยู่ใน เขต ลับแล ตอนเหนือ และ บางส่วน ในเขตอำเภอ เมือง ที่เป็นชายขอบ ติดกับ อำเภอลับแล และ จังหวัด แพร่ รวมถึง บางส่วนของ อำเภอ ตรอน และ ท่าปลา ซึ่ง สิ่ง ที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ชัดเจน ที่สุดก็คือ ภาษา รองลง มา ก็ จะเป็น ลวดลาย ผ้าสิ้น ( ผ้าซิ่น ) ซึ่ง ถ้าเป็น กลุ่ม ยวน จะเป็น ซิ่นลายขวาง มี หั้ง ซิ่น ตัว ซิ่น และ ตีนซิ่น อย่างชัดเจน ซึ่งในอดีต กลุ่ม ยวนนี้ อพยพ ลงมาจาก ทาง เหนือ ซึ่ง มีมาทั้ง สอง กรณี คือ อพยพ มาจากเมือง เชียงแสน และ อพยพ มาจาก เมือง น่าน และ แพร่ ในสมัยหลัง ต่อมา ซึ่ง ทำให้ ภาษา นั้น มีการแตกต่างกัน ในรายละเอียด ปลีกย่อย ซึ่ง เป็นไปตามหลักภาษาว่า ถ้าถิ่นใดเป็น แหล่ง อาศัย ที่เก่าแก่ การแตกแขนง ของ ภาษา ก็ จะเกิดขึ้น

ยกตัวอย่าง เช่น คำว่า พี่สาว ยวนลับแ ตอนกลาง จะเรียกว่า ใญ้ แต่ ทางตอนเหนือ จนสุดเขต แม่พูล จะใช้ว่า เญ้ เป็นต้น อีกกรณีหนึ่ง กระดุม ลับแลตอนเหนือ เรียกว่า กระดุม หรือ ว่ หม่าดุม แต่ลับแล ทางใต้ เช่น เขตไชยชุมพล จะเรียกว่า หมากเดิม เป็นต้น

  • ชาติพันธุ์ ลาว ซึ่ง ยังสมารถ แบ่ง ออกได้ สองกลุ่ม คือ ลาว เหนือ ที่ อยู่ ใน เขต น้ำปาด และ ฟากท่า และ ลาว ใต้ ที่อยู่ ในเขต ของ อำเภอ ตรอน ซึ่ง เป็น ชาติพันธุ์เดียวกัน แต่มาจากคนละที่ และ คน ละเวลา

ลาวเหนือ นั้น เป็น ชาติพันธุ์ ตะกูล ไท-ลาวมีถิ่นดั้งเดิม จากเมืองลาวทางตอนเหนือ อาจจะ ละแวก หลวง พระบาง เพราะ ภาที่ใช้ก็เป็นสำเนียง ลาวหลวงพระบาง รวมถึงการแต่งกาย ก้ มีการพบว่า ใช้เสื้อ แบบ ลาวหลวงพระบาง การนุ่งผ้าสิ้น ก้เป็นลายมัดหมี เสียส่วนใหญ่ ในวงการผ้าเก่า ผ้าน้ำปาด เป็นที่ต้องการมาก ในตลาด ซึ่ง จะไม่เหมือนกับ ผ้าทอลาย ล้วง หรือ ที่เรียกว่า น้ำใหล ในปัจจุบัน ซิ่น เก่า บางผืน พบว่า ตัวซิ่น ทำมาจาก แพรจีน แล้ว ยังมีการ การมัด ย้อม ให้เป็นลาย อีกด้วย บางครั้ง ก็มี การต่อตีนจกต่อสิ้น อีกด้วย ในกรณีซิ่น น้ำปาด ฟากท่า ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันนั้น เดิม นิยมกันใน อำเภอฟากท่า เพราะ เป็น เขตที่ติดต่อกับลาว และ คง ได้รับอิทธิพลการล้วง และ การขิด ลาย พิสดาร มาจาก ลาว และ ลื้อ ลาวใต้ น่าจะเป็นกลุ่มที่เคลื่อนย้าย มาจาก ทางตอนกลาง ของลาว อาจจะมาจากการย้ายถิ่น หรือ ถูก กวาดต้อน มาในสงคราม ลาวกลุ่มนี้ มีเอกลักษณ์ ที่ชัดเจน คือ ภาษา แต่ สำเนียง จะไม่ทอดเสียง ยาว เหมือน ทาง ลาวเหนือ และ กินข้าวจ้าว เป็น หลัก นิยมเรียกว่า ลาว ข้าวจ้าว

  • ชาติพันธุ์พรวน หรือ ทั่ว ไปเรียกว่า ลาวพรวน ไม่สามารถ ระบุแหล่ง ที่ชัดเจนได้ เพียง แต่กระจัดกระจายอนยู่เบาบางในแถบชายขอบ ทางสุโขทัย

อยากจะทำความเข้าใจให้ ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง ว่า พรวน และ ยวน นั้น แตกต่างกันอย่างชัดเจน พรวนนั้น เป็นกลุ่มชน ที่เคลื่อนย้าย มาจากเมือง เชียงขวาง ประเทศลาว แต่ที่จะทำให้ไขว้เขว กันมากที่สุด น่าจะเป็น ผ้าสิ้น ซึ่ง ลาย สิ้น พรวนสุโขทัย และ ไทยวน ลับแลนั้น ดูแล้ว ออกจะคล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างในรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่ง ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ยวนลับแล ได้รับอิทธิพลลายจก จากพรวนสุโขทัย หรือ ว่า พรวน สุโขทัย ได้รับอิทธิพล ลายจก จากลับแล ซึ่งต้อง ศึก กันต่อไป

  • หมายเหตุ ว่าด้วยเรื่อง ผ้าสิ้น แล้วนั้น จกไทยวน เมือง อุตรดิตถ์ ที่คล้าย ของ ลาว พรวน มากที่สุด คือ ผ้า เมือง น้ำอ่าง ที่นิยมใช้สีฉูดฉาด และ ลวดลายใหญ่ ซึ่ง นักวิชาการ บางท่าน กล่าวว่า ผ้าสิ้น ไทยวน น้ำอ่างนั้น เป็น ผ้าที่ทอโดยที่มี ความคิดแบบ อิสระ สามารถออกแบบ ได้โดยเสรี ซึ่ง แตกต่าง จากผ้าทอเมืองลับแล ที่ทอ แบบประเพณี อย่างเคร่งครัด และ นิยมใช้สี เอกรงค์ คือ เป็น ดทน สีเดียว ส่วน สิ้น ไทยวน แถวท่าปลานั้น ก็นิยมใช้สีฉุดฉาด ใช้ ลวดลาย ที่เป็นตาใหญ่ ลักษณะออก ไปทาง ลายซิ่น เมืองน่าน คาบเกี่ยวกับ ซิ่น ลาย น้ำปาด และ ฟากท่า อีกด้วย ที่มา[[4]]--น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 12:40, 7 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)

ประเพณีแห่น้ำขึ้นโรง ประวัติและความเป็นมาแก้ไข

ประเพณีแห่น้ำขึ้นโรง จัดขึ้นในวันที่ ๑๔ เดือนเมษายนของทุกปี บริเวณเชิงดอยม่อนอารักษ์ อำเภอลับแล มีการ กรวดน้ำรดน้ำให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยการนำน้ำอบและน้ำหอมไปสรงตามศาลเจ้า ซึ่งเป็นที่นับถือในหมู่บ้าน โดยมีขบวนพิธีจากหมู่บ้านต่าง ๆ อัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์และเครื่องสักการะไปรอบเมือง แวะสักการะอนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ สรงน้ำพระเถระผู้ใหญ่ในวัดเจดีย์ศรีวิหาร สักการะดวงวิญญาณบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร การแสดงถวายหน้า อนุสาวรีย์ และฟ้อนรำ --น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 12:48, 7 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)

สสวกแก้ไข

สุขสันต์วันเกิด แฮปปี้เบิร์ดเดย์ครับ ^^ --  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 15:33, 7 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)




ตอบ

รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ไหม หรือใหญ่อยู่แล้ว ถ้าใหญ่ ก็เข้าไปคุยกับสำนักพุทธอุตรดิตถ์และเจ้าคณะจังหวัด ทำโครงการเสนอไปก็ได้ หรือขอให้เขาทำโครงการส่งเสริมพุทธศิลป์ล้านนาอะไรก็ว่าไป (ขอสำนักพุทธ เขาสนอยู่แล้ว เพราะอยากทำผลงาน แต่ไม่รู้จะทำอะไร -นี่พูดตามจริง ตอนนี้)

ให้มี โครงการกำหนดเขตส่งเสริมเอกลักษณ์ภูมิทัศน์วัฒนธรรม แต่ต้องคำนึงถึงบริบทางประวัติศาสตร์ประกอบด้วย (เช่น-กำหนดให้ทำแบบล้านนาทั้งเขตลับแล แต่ทุ่งยั้งมันเป็นไทยสยาม อันนี้ไม่ได้ มันไม่ถูก ต้องดูบริบทและอัตลักษณ์ท้องถิ่นด้วย ไม่งั้นมั่ว) อันไหนสร้างไปแล้ว ช่างมัน อันไหนกำลังจะสร้าง สำนักพุทธ สำนักวัฒนธรรมจะไปช่วยออกแบบวัดให้ตามแบบวัฒนธรรมล้านนา ต้องทำอย่างนี้ เพราะตอนนี้มันมั่วไปหมด มีอยู่ไม่กี่ช่าง แล้วมันมั่ว ทำส่งเดช ไม่มีความสวยงาม แต่มันง่ายดี ทำเสร็จ ก็เป็นขยะทางวัฒนธรรม ไร้คุณค่าทางศิลปะ (วัดเขาคิดกันแค่นี้ ทำไงได้ ไม่มีใครช่วย สภาพสังคมมันเปลี่ยน มันพังไปหมด ไม่มีเอกลักษณ์)

ช่างในเมืองอุดดิดมีไม่กี่ช่าง ฝีมือมันไม่ถึงขั้น ต้องเอาข้างนอกมาช่วย หรือราชการเข้าช่วย ไม่งั้นไม่มีของดีให้ลูกหลานดู มีแต่ของใหญ่ (อย่างโบสถ์วัดหมอนไม้) แต่เป็นวัฒนธรรมขยะ ศิลปะแบบแฮมเบอร์เกอร์ไส้กรอก เอาไว้โชว์พาวกัน คงเข้าใจนะ --  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 02:43, 27 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)

  • พระธาตุทรงล้านนา สังเกตุรูปทรงจิ เหมือนที่วัดเจดีย์คีรีวิหาร ที่ลับแลป่าว ทรงเดวกานเลย นี่แหละทรงล้านนา แบบเชียงแสน หรือเชียงราย อยากให้มานสร้างพระธาตุทรงล้านนาให้หมดเลยแบบเยอะๆๆ ที่ วัดพระธาตุทุ่งยั้งก็อยากให้มานเปลี่ยนเป๋นทรงแบบนี้ หรือว่าทรงพระธาตุหริภุญชัย แล้ว ทาสีทอง ปะด้วยแผ่นทองจังโกรอบทิศ แบบนี้และ มีทัวร์ต่างชาติเข้ามาแน่ๆๆ แต่ ไม่จะติดต่อไปที่ใครดีอ่ะ แงง

ตอบ

คุยกับศิลปากรก่อน คุยกันรู้เรื่อง ก็ไม่มีปัญหา

วัดพระธาตุทุ่งยั้ง อย่าไปยุ่ง เป็นของไทยสยามสมัยสุโขทัย ไม่ใช่ล้านนา อย่าลืม /ถ้าจะแปลงใหม่ ก็ให้แปลงกลับไปเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เสีย ปิดจังโก้ก็จะมีหนึ่งเดียวในไทย ขายได้อีก (แต่มันไม่ถูกหลัก มันเป็นแบบปฏิสังขรณ์ไปเลย ไม่ใช่บูรณะ เราไม่มีรูปเก่า ผิดหลักวิชาการอีก กลัวศิลปากรไม่ยอม)

พระธาตุพระฝาง เป็นของสุโขทัยก็จริง แต่ร.๔ มาแปลงให้เป็นทรงลังกาแบบที่นิยมในภาคกลางอยุธยา อันนี้ ปิดทองจังโก้เข้า ซ่อมวิหารให้สมบูรณ์ โฆษณาดี ๆ ขายพระธาตุ เพราะเป็นของเก่าคู่บ้านเมืองมาแต่สุโขทัยและก่อนพระแท่นศิลาอาสน์ คู่กับพระพุทธบาทสระบุรี ต่อไปเป็นวัดหลวงไม่ยาก สำคัญคือคนพื้นคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แ้ล้วกุฎิสงฆ์มันมีเรื่องผิดมหาทักษาอีก ต้องแก้ก่อน จึงจะเจริญ อันนี้คุยแล้ว แต่เจ้าอาวาสอยากทำเต็มที่ แต่หลวงไม่ให้ ชาวบ้านไม่มีตังค์ คงเข้าใจ



ตอบ

อย่าลืมว่าเราเป็นเมือง ๓ วัฒนธรรม ไม่ใช่ ล้านนาอย่างเดียว อุดดิดเป็นชุมทางมาก่อน มีทั้งไทย ทั้งลาว มาอยู่รวมกัน ผมยังมีเชื้อลาว+ทั้งเชื้อไทยสยามแบบโขทัย มันแยกกันไม่ออก /ไม่อยากให้แบ่งแยก แต่อยากให้เอาทั้งสามจุดมาขยาย แล้วขาย อย่างแรกคือ เน้นจุดเด่นวัฒนธรรมทั้งสามออกมาก่อนให้ได้ ตอนนี้มันมั่วหมด /คนมีหน้าที่ก็ทำตามหน้าที่หมด มันไม่รู้จักพัฒนา ดีแต่ทำงานรอเงินเดือนตามระบบ เป็นเสียอย่างนี้ ชาวบ้านต้องช่วยกันย้ำ ให้เขาทำ เพื่อความเจริญของบ้านเรา- เห็นคุยกันมานาน ขอร่วมวงเสวนาด้วย --  ผู้ใช้Tmd | พูดคุย 02:43, 27 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)

หน่วยงานในภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์แก้ไข

  • การรถไฟแห่งประเทศไทย สาขา ภาคเหนือ คุมภาคเหนือทั้งหมด
  • กองลากเลื่อนเขต3 อุตรดิตถ์ ควบคุมการทำงานของการรถไฟทั้งหมดในภาคเหนือ
  • กองช่างกลเขต 3 อุตรดิตถ์ ดูแลรักษาหัวรถจักรต่างในเขตรับผิดชอบของภาคเหนือ
  • กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ ดูแลการจัดการรถไฟในภาคเหนือ
  • แขวงสารวัตรรถจักรอุตรดิตถ์ ดูแลรักษาบำรุงรถไฟ หัวรถจักร และควบคุมการทำงานช่วงสถานีพิษณุโลกดาราถึงสถานีเด่นชัย
  • แขวงควบคุมการเดินรถอุตรดิตถ์
  • แขวงโรงงานอุตรดิตถ์ ดูแลซ่อมบำรุงหัวรถจักร (พิษณุโลก-เด่นชัย)
  • แขวงบำรุงทางอุตรดิตถ์ (พรหมพิราม-บ้านด่าน)
  • แขวงการทางอุตรดิตถ์ที่1 และ 2 ดูแลในจังหวัดอุตรดิตถ์
  • ที่ทำการศูนย์บำรุงทางสายเหนือ
  • ที่ทำการพาณิชย์เขต 3 ศิลาอาสน์ ดูแลการค้าทางรถไฟในภาคเหนือ
  • ที่ทำการแพทย์เขตศิลาอาสน์ สำนักงานแพทย์การรถไฟแห่งประเทศไทย (พิษณุโลก-เด่นชัย)
  • ที่ทำการกองจัดการเดินรถเขต 3 แขวงการเดินรถอุตรดิตถ์ ดูแลการเดินรถไฟในภาคเหนือ
  • จังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ดูแล ฝึกทหารใน อุตรดิตถ์ และแพร่
  • หน่วยฝึกนศท. จังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ดูแลให้การศึกษานศท. ในจังหวัด อุตรดิตถ์ แพร่
  • สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 9 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดูแลในพื้นที่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก
  • ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการกำจัดขยะและบำบัดน้ำเสียตามแนวพระราชดำริ (ภาคเหนือ) จังหวัดอุตรดิตถ์ ดูแลการถ่ายทอดเทคโนโลยีการกำจัดขยะในภาคเหนือ
  • หน่วยบริการตำรวจทางหลวงอุตรดิตถ์ ตั้งอยู่ทางหลวงหมายเลข 11 ตอน พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ กิโลเมตรที่ 110+500
  • ศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับชุมชน เทศบาลตำบลหัวดง ตำบลหัวดง อำเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์ ทำหน้าที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่
  • ศาลจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์(ค่ายพิชัยดาบหัก) รับผิดชอบ อุตรดิตถ์ และแพร่
  • ศูนย์ดวงตา หลวงตามหาบัว อุตรดิตถ์ ดูแล... ในจังหวัดอุตรดิตถ์-เชียงใหม่ (ไม่นับรวมพิษณุโลกจังหวัดใกล้เคียง)
  • ธนาคารออมสินภาค 6 ดูแลจังหวัด อุตรดิตถ์ น่าน พิษณุโลก แพร่ ลำปาง สุโขทัย
  • สำนักทางหลวงชนบทที่ 9 (อุตรดิตถ์) ดูแลการคมนาคมในทางหลวงในเขตจังหวัด อำเภอ ในพื้นที่อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย
  • กองบังคับการตำรวจรถไฟ ส.รฟ.ศิลาอาสน์ กก.1 บก.รฟ. ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟศิลาอาสน์ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ รับผิดชอบ เส้นทางรถไฟตั้งแต่สถานีรถไฟพิษณุโลก ถึงสวรรคโลก และสถานีรถไฟเชียงใหม่
  • โรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ รับผิดชอบ ผู้ป่วยในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน
  • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์,ศูนย์วิชาการ ถ่ายทอดการศึกษา ความรู้แพร่ น่าน อุตรดิตถ์
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ รับผิดชอบในเขตมหาวิทยาลัยของภาคเหนือ คืออุตรดิตถ์ แพร่ น่าน
  • บัณฑิตวิทยาลัย ดูแลการศึกษาในส่วนของฝ่ายประถม(ราชภัฏ) ในพื้นที่จังหวัด อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน (ในสังกัด ม.ราชภัฏ)
  • ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนอุตรดิตถ์ รับผิดชอบเขตพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุตรดิตถ์ น่าน พิษณุโลก และ เพชรบูรณ์
  • หน่วยควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 9.1.7 อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์
  • หน่วยควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 9.1.8 อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์
  • ศูนย์หุ่นยนต์ที่ 10 จังหวัดอุตรดิตถ์ ดูแลเกี่ยวกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในเขตจังหวัด อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิจิตร
  • ศูนย์บริหารศัตรูพืช จังหวัดเชียงใหม่ สาขาอุตรดิตถ์ ดูแลการกำจัดศัตรูพืชในจังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน
  • ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 72 อุตรดิตถ์ ดูแลจังหวัดอุตรดิตถ์
  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อุตรดิตถ์ (เขื่อนสิริกิติ์)ดูแลการจัดการน้ำในเขตภาคเหนือตอนล่าง บริเวณลุ่มแม่น้ำน่าน
  • องค์การค้าคุรุสภา(ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์)สาขา อุตรดิตถ์
  • สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 ส่วนแยก วิจัยวัตถุมีพิษ (อุตรดิตถ์) ดูแล จังหวัดพิษณุโลก(สำนักวิจัยหลัก) กำแพงเพชร ตาก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร
  • สำนักงานเคหะชุมชนอุตรดิตถ์ ดูแลโครงการบ้านเอื้ออาทร จ.อุตรดิตถ์ สุโขทัย
  • ศูนย์วิจัยและทดสอบพันธ์สัตว์น้ำอุตรดิตถ์ ในสังกัดสถาบันวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำ เป็นศูนย์วิจัยหลักด้านพันธุกรรมสัตว์น้ำในภาคเหนือ
  • หน่วยป้องกันและปราบปรามการประมงน้ำจืดเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ควบคุมการประมงในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ และ น่าน
  • คณะอนุกรรมการอ้อยระดับท้องถิ่น เขต 7 จังหวัดอุตรดิตถ์ ดูแลรับผิดชอบการประชุมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายในจังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย*
  • เขตประสานงานอ้อยและน้ำตาลทราย 1 อุตรดิตถ์ดูแลรับผิดชอบในเรื่องโรงงานและอุตสาหกรรมน้ำตามรวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำตาลด้วยในจังหวัดอุตรดิตถ์ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร
  • สำนักส่งเสริมและพัฒนาไม้เศรษฐกิจอุตรดิตถ์ มีหน้าที่ควบคุมกลั่นกรองการ ดำเนินงานบริหารจัดการด้านการพัฒนาที่ดินสวนป่าให้เป็นสวนป่าไม้เศรษฐกิจในจังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย
  • หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 ฐานพัฒนาย่อยอุตรดิตถ์ ในเขตอุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตรร่วมกับ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 34 พิษณุโลก
  • หน่วยประสานงานชายแดนไทย-ลาวประจำพื้นที่ 1 อุตรดิตถ์ดูแลชายแดนจังหวัดอุตรดิตถ์ น่าน
  • องค์การพระกิตติคุณสมบูรณ์ในประเทศไทย เขต 3 อุตรดิตถ์ ประสานงานทางด้านศาสนาคริสต์ ในส่วนของคณะพระกิตติคุณสมบูรณ์ในจังหวัด อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน ลำปาง

--น้องท่าเหนือสุดสวย 22:18, 7 กุมภาพันธ์ 2554 (ICT)

อุตรดิตถ์พบมะค่าโมงยักษ์อายุ1,500ปีใหญ่สุดในภาคเหนือแก้ไข

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายธาตรี บุญมาก นายอำเภอฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยนายเกียรติพงษ์ ปัญญาธรรม หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่จริม นายศักดิ์ ดามัง นายก อบต.ฟากท่า และ พระมนตรี ทิตะมโน รักษาการเจ้าอาวาสวัดดงต้นผึ้ง อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่จริม จำนวน 10 นาย ได้นำผ้าจีวรพระสงฆ์ จำนวน 7 ผืน มัดรวมกัน เพื่อทำพิธีบวชให้ต้นมะค่าโมงยักษ์ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือ มีอายุกว่า 1,500 ปี มีความใหญ่โตเท่าขนาด 9 คนโอบ ขนาดเส้นรอบวงประมาณ 12 เมตร สูงประมาณ 40 เมตร มีกิ่งก้านสาขาขนาดใหญ่โต จำนวนกว่า 10 กิ่ง โดยมีกล้วยไม้ป่าและพันธุ์ไม้ป่าหายากขึ้นแทรกอยู่ตามกิ่งมะค่าโมงเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้นมะค่ายักษ์ต้นนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติห้วยก้านเหลือง แม่น้ำปาดฝั่งซ้าย หมู่ 8 บ้านห้วยก้านเหลือง ต.ฟากท่า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ ห่างจากถนนสายฟากท่า-บ้านโคก ประมาณ 200 เมตร ท่ามกลางป่าไม้เบญจพรรณประเภทไม้สัก ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้ตะแบกและไม้มะค่าขึ้นผสมร่วมกับป่าไผ่อย่างหนาแน่นเต็มพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ นายเกียรติพงษ์ กล่าวว่า ไม้มะค่าโมง ตามชื่อเรียกภาษาภาคกลาง มะค่าหลวง หรือ มะค่าหัวดำ ตามชื่อเรียกภาษาเหนือ จะขึ้นอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ยกเว้น จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ที่ต้องนำพันธุ์เมล็ดจากพื้นที่นี้ไปปลูก ลักษณะของเนื้อไม้แกนสีน้ำตาลอมเหลืองอ่อนถึงเหลืองแก่ เนื้อหยาบแข็ง เหนียว แข็งแรง และ มีความทนทาน ประโยชน์ของไม้มะค่าโมงสามารถนำมาใช้ทำเป็นเสาเรือนที่อยู่อาศัยทำหมอนไม้รางรถไฟ ทำเรือใบเดินทะเล เครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน หรือ สำนักงาน เมล็ดเนื้อในอ่อน สามารถใช้รับประทานเป็นอาหารได้มะค่าโมงชอบขึ้นในป่าไม้เบญจพรรณชื้น และป่าดิบแล้ง ขึ้นตามภาคต่างๆ ยกเว้น ภาคใต้จะไม่มีส่วนลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงตั้งแต่ 30 เมตร ขึ้นไป ลำต้นแตกกิ่งต่ำ เรือนยอดแผ่กว้าง และ ที่ลำต้นจะมีปุ่มปม ต้นนี้ถือเป็นแม่พันธุ์ชนิดดี เหมาะที่จะนำไปเพาะแจกจ่ายให้แก่ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และ โรงเรียนต่าง ๆ ได้แพร่ขยายพันธุ์ต่อไป ต้นนี้มีความสมบูรณ์เต็ม 100% ไม่มีการถูกตัด หรือ ทำลายแม้แต่ผิวของต้นไม้ และ มีความใหญ่โตขนาดยักษ์มากเท่าที่เคยพบเห็น อายุเชื่อว่ากว่า 1,000 ปี หรือ เทียบอายุไม้รุ่นเดียวกับต้นสักใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่วนอุทยานต้นสักใหญ่ ท้องที่บ้านปางเกลือ หมู่ที่ 4 ตำบลน้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด แตกต่างกันตรงที่ไม้มะค่าโมง เป็นพืชตะกูลถั่ว ที่มีการแตกกิ่งก้านสาขาขนาดใหญ่ สำหรับมะค่าโมงต้นนี้ถ้าถูกนำไปตัดเป็นท่อนซุงจะมีราคา 400,000-500,000 บาทขึ้นไป หากแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์จะมีราคาสูงกว่า 5 ล้านบาท ไม้ชนิดนี้กลุ่มมอดไม้ หรือ ผู้นิยมชมชอบไม้จะให้ความสำคัญรองจากไม้สักทอง จึงทำให้มีราคาแพงมากพอกัน นายธาตรี กล่าวอีกว่า อายุของต้นนี้คาดว่าประมาณ 1,500 ปี เพราะคำนวณจากขนาดความกว้างและเส้นรอบวง ถือเป็นมะค่าโมงยักษ์ที่ใหญ่สุดในภาคเหนือ เตรียมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวรวมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในพื้นที่ อ.ฟากท่า อาทิ สุสานหอยล้านปี และ มนุษย์แมงป่อง ที่โด่งดังไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ชมกลุ่มวัฒนธรรมทอผ้าลายน้ำไหล ผ้าทอซิ่นตีนจก ผ้ามัดหมี่ กลุ่มมะขามแปรรูป พร้อมทั้งกราบนมัสการหลวงพ่อโสธร ที่วัดกกต้องสามัคคี พระธาตุโพนธาตุ สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พระธาตุโคกธาตุ น้ำตกห้วยเทิบ ชมดูเก้ง และ นกนานาชนิด ที่หาดูได้ยาก มากินดินเค็มที่โปร่งนก และน้ำตกห้วยก้านเหลือง เพื่อให้ประชาชนได้พบเห็นถึงความยิ่งใหญ่ และ เห็นคุณค่าความเป็นต้นไม้มะค่าโมงยักษ์ พร้อมทั้งจะนำเมล็ดพันธุ์มะค่าโมงที่ตกอยู่ใต้ต้นไปเพาะปลูกขยายพันธุ์แจกให้กับผู้นำชุมชน ท้องถิ่น และโรงเรียนรวมถึงผู้ที่มีความต้องการ ต้นมะค่าโมงผู้ที่พบเห็นนั้นเป็นกลุ่มชาวบ้านที่เดินออกหาของในป่า เมื่อพบเห็นได้แจ้งให้ตนรับทราบ จึงได้นำพระสงฆ์พร้อมจีวรพระมาบวช เพื่อให้ชาวบ้านหรือผู้ที่คิดจะลักลอบตัดไม้ต้นได้รับรู้ว่ามีการบวชแล้ว นอกจากนี้ได้จัดตั้งศาลเพียงตาให้เจ้าที่และเทพเทวาอารักษ์ ซึ่งดูแลต้นไม้นี้ได้อยู่อาศัย --น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 19:15, 28 กุมภาพันธ์ 2553 (ICT)

ตะลึงพบแร่ไหลดำ จ.อุตรดิตถ์ อายุนับร้อยล้านปีแก้ไข

ผอ.กองธรณีวิทยา พิสูจน์แร่ไหลดำ ตะลึง! มีอายุนับร้อยล้านปี อยู่ลึกใต้ผิวโลก 100 กิโลเมตร ชี้เป็นหลักฐานทางธรณีวิทยาที่สำคัญของโลก ว่า จ.อุตรดิตถ์ กับ จ.น่าน เคยเป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกมาก่อน ... เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 มกราคม 53 ได้มีคณะของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำโดย ดร.อดิชาติย สุรินทร์คำ ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาฯ ได้เดินทางมายังบ้านของนายฟุ้ง เชื้อนพคุณ อายุ 66 ปี เลขที่ 43/1 บ้านน้ำพี้ หมู่ 1 ต.น้ำพี้ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เพื่อทำการตรวจและพิสูจน์ก้อนแร่ไหลดำน้ำพี้ ตามที่ชาวบ้านให้ความเชื่อว่า หากนำมาทำวัตถุมงคลจะสามารถทำให้ปลอดภัยและแคล้วคลาด รวมทั้งป้องกันภูติผีปีศาจ สิ่งเร้นลับที่ชั่วร้าย ป้องกันคุณไสย โดยเฉพาะผู้ที่มีไว้ครอบครองจะคงกระพันชาตรี อีกทั้งยังให้โชคลาภ โดย ดร.อดิชาติย กล่าวว่า ก้อนหินชนิดนี้หรือแร่ไหลดำตามภาษาของที่ชาวบ้านเรียกกันประกอบไปด้วยแร่หลายอย่างประกอบไปด้วย แร่ควอทซ์หรือ ซิลิก้า เซอร์เพนทีน และแร่เหล็ก เมื่อแร่ดังกล่าวถูกไฟเผาหรือเป่าลนตกลงมายังวัตถุที่ไว้ลองรับจะทำให้แร่ชนิดนี้จับตัวกันเป็นก้อนหรือผลึก แร่ซิลิก้าเป็นแร่ชนิดเดียวกันกับที่นำมาทำเป็นกระจกใสหรือขวดแก้วใส แต่ได้ผ่านกระบวนการทางธรรมชาติทำความสะอาดให้แล้ว โดยมีทั้งลมและน้ำ ซึ่งถ้าหากว่าแร่ซอร์เพนทีนมีสีเขียวผสมอยู่ เมื่อใช้ความร้อนประมาณ 1,000 องศาขึ้นไป เป่าหรือลน แร่จะไหลออกมาเป็นสีเขียวปนใส แร่ซิลิก้าหากอยู่ปนกับแร่เหล็กและดินกันผสมอยู่ ภาษาวิทยาศาสตร์เรียกว่า มลทิน เมื่อถูกความร้อนจะไหลออกมาเป็นสีดำทึบแสงเหมือนนิล แต่มีความมันเงาและแวววาวกว่านิล เนื่องจากมีแร่ซิลิก้าผสมอยู่ หากมีแร่ซิลิก้าผสมกับซอร์เพนทีนและแร่เหล็ก เมื่อถูกเผาก็จะออกมาเป็นอีกสีหนึ่งที่แปลกและแตกต่างกันออกไป เนื่องจากมีส่วนผสมของแร่แต่ละชนิดนั้นมากหรือน้อยการพบซึ่งแร่ดังกล่าวเป็นแร่ที่หาพบได้ยากมากในโลกนี้ จะมีเฉพาะที่จังหวัดอุตรดิตถ์และเขตติดต่อกับจังหวัดน่านของประเทศไทยเท่านั้น ส่วนในต่างประเทศก็จะพบที่ประเทศจีนแร่หินชนิดนี้เดิมทีอยู่ใต้ทะเลลึกใต้พื้นผิวโลกมากกว่า 100 กิโลเมตร มีอายุหลาบร้อยล้านปี ซึ่งขบวนการทางธรณีวิทยาทำให้แร่ชนิดนี้เกิดโผล่ขึ้นมาอยู่บนพื้นผิวโลกนานมาแล้วกว่า 130-150 ล้านปีที่ผ่านมา การพบแร่ชนิดนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มีการค้นพบแร่ชนิดนี้ในประเทศไทย นับว่าเป็นขบวนการทางธรณีวิทยาที่สำคัญของโลก ที่แผ่นเปลือกโลกทั้ง 2 ทวีป ได้มีการเคลื่อนตัวมาชนกัน ทำให้แผ่นดินในพื้นที่ดังกล่าวที่เคยอยู่ใต้ท้องทะเลกลับดันตัวเองขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกสัมผัสกับอากาศ ทำให้ปรากฏเป็นหลักฐานในพื้นที่ ของ จ.อุตรดิตถ์ โดยเฉพาะที่เขต อ.เมืองอุตรดิตถ์ อ.ท่าปลา อ.น้ำปาดส่วนที่ อ.แม่จริม อ.นาน้อย อ.นาหมื่น จ.น่าน ยังเคยเป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกเมื่อในอดีตเมื่อ 130 ล้านปีที่ผ่านมาแล้ว ในส่วนเรื่องของความเชื่อนั้นเป็นเรื่องความรู้สึกของชาวบ้าน บางคนนำแร่ไหลดำน้ำพี้เข้าพีธีปลุกเสกร่วมกับพระพุทธรูปโดยจะเน้นให้พระเกจิอาจารย์ชื่อดังปลุกเสกก่อนนำมาคล้องคอและพกติดตัวตามความเชื่อของแต่ละบุคคล ที่มาปาดู เนท --น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 20:50, 1 มีนาคม 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์ประกาศจัดงาน ท่าเหนือเมืองน่าอยู่แก้ไข

  1. สถานที่จัด ถนนแปดวาเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์
  2. ผังการจัดงาน ซุ้มลาน ๓ วัฒนธรรม ซุ้มโอทอป ซุ้มอาหาร ซุ้มเปิดงาน
  3. วันจัดงาน จัดวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓

จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดงานเปิดตัวจังหวัดสุขภาวะ "ท่าเหนือเมืองน่าอยู่ " นาย โยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า จังหวัดอุตรดิตถ์จะจัดงาน เปิดตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ สุขภาวะ "ท่าเหนือ เมืองน่าอยู่" ในวันที่ 4-5 มิถุนายน 2553 ที่ บริเวณ จวนผู้ว่าฯ และถนนแปดวา จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่เวลา 9.30น. เป็นต้นไป เพื่อสงเสริมให้จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิตได้แก่ การมีผลผลิตปลอดภัย, มีบ้านเมืองน่าอยู่อาศัย, มีสิ่งแวดล้อมดี, มีการท่องเที่ยวชุมชน, และเป็นการเปิดโครงการสร้างเสริมสุขภาวะจังหวัดอุตรดิตถ์ ท่าเหนือเมืองน่าอยู่ อีกด้วย


ในงานจะมีการเสวนา นโยบายสาธารณะสู่การเป็นท่าเหนือเมืองน่าอยู่, พิธีลงสัตยาบรรณ, การแสดงลานวัฒนธรรม, ชิมอาหารพื้นบ้าน, สำหรับ ในตอนค่ำมี ร้องเพลงชาติไทยร่วมกัน, ประกวดการแต่งกายประจำท้องถิ่นของนายกอบต., การแสดงดนตรีมังคละ. การแสดงฟันดาบ, ศิลปะแม่ไม้มวยไทย, รำดาบ, และชมการแสดงดนตรีลูกทุ่งชิงช้าสวรรค์โรงเรียนอุตรดิตถ์ จึงขอเชิญชวนประชาชน เที่ยวงาน เปิดตัวจังหวัดสุขภาวะ “ท่าเหนือ เมืองน่าอยู่” ตามวันเวลาดังกล่าว สำหรับผู้ที่จะไปร่วมงาน ขอเชิญชวนให้แต่งกายชุดประจำถิ่น หรือชุดพื้นบ้าน ............................................................................................ ศิริพร นศ.ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ข่าว/พิมพ์ 0-5541-2729 27 พฤษภาคม 2553

--น้องสองซัง ผู้เลอโฉมแห่งแดนอุษาอาคเนย์ 10:35, 6 มิถุนายน 2553 (ICT)

ทันข่าว กาวติด ที่นี่ที่อุตรดิตถ์แก้ไข

1.องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ จับมือสำนักส่งเสริมการศึกษานอกระดับและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุตรดิตถ์,ศูนย์การศึกษานอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัย และสำนักงานเจ้าคณะอำเภอเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ (วัดหมอนไม้) จัดสร้างห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารีจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.1 เพื่อจัดสร้างห้องสมุดเฉลิมราชกุมารีถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จำนวน 1 แห่ง

1.2 เพื่อขอพระราชทานห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี ให้พสกนิกร นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนได้ใช้ห้องสมุด

1.3 เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับประชาชน นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์

1.4 เพื่อปลูกฝังให้เด็ก เยาวชนมีนิสัยรักการอ่าน

1.5 เพื่อให้บริการประชาชนโดยไม่จำกัดเพศ วัย ระดับความรู้และเชื้อชาติ ศาสนา ถือว่าเป็น การศึกษาต่อเนื่องของประชาชน พัฒนาคุณภาพของประชาชน ยกระดับชีวิตและปัญญา

องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับสำนักส่งเสริมการศึกษานอกระดับและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดอุตรดิตถ์,ศูนย์การศึกษานอกระบบการศึกษาตามอัธยาศัย และสำนักงานเจ้าคณะอำเภอเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ (วัดหมอนไม้)ได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการจัดสร้างอาคารห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 8,800,000.-บาท โดยจะมีพิธีลงเสาเอกเริ่มต้นการสร้างอาคารห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารีจังหวัดอุตรดิตถ์ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2553 เวลา 17.19 น. นายพีระศักดิ์ พอจิต เปิดเผยว่า การจัดสร้างห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารีมุ่งหวังให้เยาวชนรวมถึงประชาชนได้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งนโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ในทุกๆ ด้าน


2.สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน เตรียมให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว เพื่อสร้างถนนจากชายแดนภูดู่ อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ถึงเมืองปากลาย สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) อยู่ระหว่างการจัดเตรียมโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว


นายวันชัย บุญเพชร ผู้อำนวยการสำนักเงินกู้โครงการ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) เปิดเผยว่า สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) อยู่ระหว่างการจัดเตรียมโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป.ลาว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการก่อสร้างถนนจากชายแดนภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ถึงเมืองปากลาย สปป.ลาว โดย สพพ. ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด มาดำเนินการศึกษาความเป็นไป และออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างถนนดังกล่าว ในการนี้ สพพ. ได้กำหนดจัดประชุมสัมมนาเพื่อชี้แจงโครงการและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน สำหรับใช้เป็นข้อมูลและแนวทางในการศึกษาโครงการตามที่กล่าว ในวันอังคารที่ 15 มิถุนายน ศกนี้ ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.00 น. ที่โรงแรมสีหราช อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ จึงขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมประชุมสัมมนาโดยแจ้งความประสงค์ไปยังบริษัทพิสุทธิ์ เทคโนโลยี จำกัด โทร. 0 – 2512 – 3141 – 2

--น้องท่าเหนือสุดสวย 11:45, 6 มิถุนายน 2553 (ICT)

อะไรนี่น่าติดตามแก้ไข

 
ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์หรือ มรอ.แห่งภาคเหนือ
  1. ท่าเหนือเมืองน่าอยู่จะออกมาเป็นแบบไร
  2. ถนนอินใจมีจะปรับปรุงภูมิทัศน์ได้มากแค่ไหน
  3. ด่านภูดู่จะสามารถพัฒนาสู่ด่านสากลได้เมื่อใดตอนนี้ทางลาวเปิดเป็นด่านถาวรท้องถิ่นผาแก้ว รอให้ทางแขวงไชยบุรีมีความพร้อมจะยกระดับเป็นด่านสากล
  4. ตอนนี้มีการศึกษาทำถนนด้วยน้าจ๊ะจากภูดู่ไปปากลาย
  5. อบจ.เตรียมการสร้างห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี
  6. เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์เตรียมใช้พื้นที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์และ สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก สร้างศูนย์แห่งความสุข
  7. การจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่27 อุตรดิตถ์เกมส์

--น้องท่าเหนือสุดสวย 23:23, 30 กันยายน 2553 (ICT)

สถานีรถไฟและอดีตสถานีรถไฟในจังหวัดอุตรดิตถ์แก้ไข

  1. สถานีรถไฟอุตรดิตถ์
  2. สถานีรถไฟศิลาอาสน์
  3. สถานีรถไฟวังกะพี้
  4. สถานีรถไฟชุมทางบ้านดารา
  5. สถานีรถไฟปางต้นผึ้ง
  6. สถานีรถไฟบ้านโคน
  7. สถานีรถไฟบ้านด่าน
  8. สถานีรถไฟพิชัย
  9. สถานีรถไฟท่าสัก
  10. สถานีรถไฟตรอน
  11. สถานีรถไฟไร่อ้อย
  12. อดีตสถานีรถไฟท่าเสา (ที่หยุดรถท่าเสา)
  13. อดีตสถานีรถไฟน้ำริด (ที่หยุดรถน้ำริด ปัจจบุนไม่เหลือคราบของสถานี)
  14. อดีตสถานีรถไฟคลองละมุง (ที่หยุดรถคลองละมุง)
  15. อดีตสถานีรถไฟอุตรดิตถ์เก่า (ปัจจุบันคือศูนย์โอท็อปอุตรดิตถ์)
  16. ที่หยุดรถไฟโรงงานน้ำตาลอุตรดิตถ์ (ปัจจุบันหรือเพียงร่องรอยเส้นทาง แต่ตัวโรงงานยังเปิดกิจการอยู่)

--น้องท่าเหนือสุดสวย 20:48, 9 มิถุนายน 2553 (ICT)

ข่าว ..แก้ไข

ไมเนอร์ฟู้ดรุกแฟรนไชส์เต็มสูบส่งเดอะพิซซ่า-สเวนเซ่น-แดรี่ควีนส์ลุยตจว. ข่าววันที่ 19 เมษายน 2553 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

นายอรรถ ประคุณหังสิต ผู้จัดการทั่วไปธุรกิจแฟรนส์ไชส์ บมจ.ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจแฟรนส์ไชส์ มองว่ามีการชะลอตัวลง สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาทางการเมืองเป็นหลัก แต่สำหรับกลุ่มไมเนอร์ ที่เข้ามารุกธุรกิจแฟรนส์ไชส์ในกลุ่มอาหารนั้น ยังพบว่า ทั้งในแง่ยอดขาย และความสนใจในการลงทุนของลูกค้ายังมีอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของเดอะ พิซซ่า คอมปานี ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 224 สาขา เป็นแฟรนส์ไชส์ 46 สาขา ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มสาขาแฟรนส์ไชส์เท่าปีก่อน อีก 4 สาขา คือ บุรีรัมย์, ชัยภูมิ, ภูเก็ต และกำแพงเพชร ในลักษณะของชอปเฮ้าส์ ซึ่งจากเดือนม.ค. - ปัจจุบัน พบว่าตัวเลขยอดขายในส่วนของสาขาแฟรนส์ไชส์เติบโตอยู่ที่ร้อยละ 5 เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนโตเพียงร้อยละ 1โดยปัจจัยที่ทำให้ยังโตอยู่นั้นมาจาก 1. แผนการตลาดที่วางไว้ตั้งแต่ปลายปีก่อนที่ผ่านมา และ2.โอนเนอร์ชิฟ กล่าวคือ ผู้ซื้อแฟรนไชส์ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม จากการที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ในย่านราชประสงค์นั้น เดอะพิซซ่า คอมปานี ได้ปิดให้บริการลง 2 สาขา คือ 1 สาขา ที่เป็นแฟรนส์ไชส์ ที่บิ๊กซี ราชดำริ และอีก 1 สาขาที่เซ็นทรัลเวิล์ด ซึ่งเป็นสาขาของบริษัท แต่เมื่อดูในแง่ของยอดขายแล้ว กลับพบว่าในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เดอะพิซซ่า คอมปานี ในส่วนของสาขาแฟรนส์ไชส์ยังมีการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 6 ซึ่งทั้งปีนั้น มองว่าในส่วนของแฟรนส์ไชส์จะมีการเติบโตที่ร้อยละ 5 นายอรรถ กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่า ไมเนอร์ ฟู้ด จะโฟกัสธุรกิจแฟรนส์ไชส์ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นหลัก หลังจากนี้เป็นต้นไป โดยมองว่าจะช่วยในเรื่องของการจัดการต่างๆให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยง รวมไปถึงทำให้บริษัทสามารถโฟกัสธุรกิจร้านอาหารในกรุงเทพได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนท้องถิ่นรายย่อยด้วยทั้งนี้ถึง แม้ว่าจะมีการชุมนุมและความวุ่นวายทางการเมืองเกิดขึ้นก็ตาม แต่ในส่วนของไมเนอร์ ฟู้ด ยังพบว่า ลูกค้าทั้งนักลงทุนรายเดิมและรายใหม่ ให้ความสนใจที่จะเข้ามาร่วมธุรกิจแฟรนไชส์กับทางไมเนอร์ ฟู้ด อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาค่าธรรมเนียมแฟรนส์ไชส์ยังอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท ระยะเวลา 10 ปี โดยในส่วนของร้านไอศกรีมสเวนเซ่น จากปัจจุบันมีทั้งสิ้น 216 สาขา แบ่งเป็นของบริษัท 112 สาขา และแฟรนส์ไชส์ 104 สาขา นั้น ปีนี้จะมีการขยายสาขาในส่วนของแฟรนส์ไชส์อีกอย่างน้อย 10 สาขา โดยจะเป็นในส่วนของต่างจังหวัดเป็นหลัก เช่น ภูเก็ต, อุตรดิตถ์, กำแพงเพชร และชัยนาท ซึ่งยอดขายในส่วนของสาขาแฟรนส์ไชส์ตั้งแต่ม.ค.-ปัจจุบัน ยังมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 12 นอกจากนี้ในส่วนของแดรี่ควีน จากปีก่อนที่มีนโยบายจะเข้ามารุกด้านแฟรนส์ไชส์อย่างจริงจังนั้น ปัจจุบันมีลูกค้าให้ความสนใจเข้าร่วมลงทุนค่อนข้างมาก ทั้งนี้ปัจจุบันแดรี่ควีนมีทั้งสิ้น 234 สาขา เป็นกรุงเทพฯ 110 สาขา และต่างจังหวัด 124 สาขา โดยตามแผนที่วางไว้ จะมุ่งขยายแฟรนส์ไชส์ในส่วนของต่างจังหวัดเป็นหลัก โดยเริ่มจากภาคใต้ก่อนในปีนี้และปีหน้าจะบุกภาคอีสาน ตามมาด้วย ภาคเหนือ ซึ่งการขยายสาขาแฟรนส์ไชส์ ปีนี้ตั้งเป้าที่ 30 สาขา ขณะที่สาขาเดิมที่เปิดให้บริการในภาคใต้ จะขายเป็นแฟรนส์ไชส์อีก 10 สาขา รวมแล้วปีนี้แดรี่ควีนจะมีสาขาแฟรนส์ไชส์ทั้งสิ้น 40 สาขา

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดการฝึกซ้อมแผนเตือนภัยพิบัติจากธรรมชาติที่จังหวัดอุตรดิตถ์แก้ไข

เช้าวันนี้ (23 มิ.ย.2553) เวลา 09.00 น. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ร่วมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้จัดการฝึกซ้อมแผนเตือนภัยพิบัติจากธรรมชาติและให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อเตรียมเผชิญเหตุ ที่ โรงยิม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ โดยมี พลเรือเอก เกาะหลัก เจริญรุกข์ รองประธานกรรมการบริหารระบบเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานร่วมกับนายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งกำหนดจัด 3 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 23-25 มิถุนายน 2553 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการฝึกซ้อมและให้ข้อมูลแก่ประชาชนเพื่อเตรียมพร้อมเผชิญเหตุจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยจะฝึกซ้อมการบริหารจัดการระบบการแจ้งเตือนภัย การจัดการด้านการสื่อสาร ฝึกซ้อมแผนการอพยพ ประชาชน จากพื้นที่เสี่ยงภัย จากธรรมชาติ ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมแบบเสมือนจริงทุกขั้นตอน โดยจะสมมุติเหตุการณ์เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม ในวันที่ 24 มิถุนายน 2553 ที่ ตำบล แม่พูล อำเภอลับแล และจะมีการประชุมประเมินผล และแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ในวันที่ 25 มิถุนายน 2553 เวลา 11.00 น. ที่ โรงแรมสีหราช จังหวัดอุตรดิตถ์ จึงขอเชิญชวน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ ไปร่วมชมนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับการเตรียมเผชิญเหตุภัยพิบัติจากธรรมชาติ ที่ โรงยิมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ตั้งแต่วันที่ 23-25 มิถุนายน 2553--น้องท่าเหนือสุดสวย 21:19, 23 มิถุนายน 2553 (ICT)

ดีง้าบแก้ไข

แจ้งข่าว... เบทาโกรชอ็ปเปิดสาขาอุตรดิตถ์แล้วที่ถนนบรมอาสน์ใกล้กับธนาคารออมสิน ภาค 6 (คลองโพธิ์) และศรีสวัสดิ์ติดล้อเปิดสาขาที่อุตรดิตถ์แล้วจร้า..... บ้านเรามีตุ๊กตาบลายซ์ขายแล้วน้าอิอิ.... ไปชมกันได้จร้าอยู่ถนนเจษฎาบดินทร์ร้านเห็นชัดมากๆๆรูปบลายซ์ติดอยู่หน้าร้าน

--118.172.170.127 19:53, 26 มิถุนายน 2553 (ICT)

ดีงิแก้ไข

ขอบคุณคร้าอิอิ จังหวัดเราพบเมืองโบราณใหม่ชื่อว่า เมืองล่ม บึงทุ่งกะโล่แล้วน้า ตำนานที่มีมานาน กลายเป็นเรื่องจริงพบวัตถุโบราณมากมายเยยคร้า อยากจะดูข้อมูลเข้าเว็ปนี้ได้เยย http://song412805.mysquare.in.th/blog.php?u=song412805&&md=post&id=3044&err= --น้องท่าเหนือสุดสวย 21:14, 27 มิถุนายน 2553 (ICT)

อุ๊บแก้ไข

วันนี้ไปอ่านกระดานข้อความของเว็ปจังหวัดอุตรดิตถ์มาพบว่า ทางโลตัสอุตรดิตถ์จะขยายห้างค่ะ ซึ่งไม่รู้จะเป็นการปล่อยข่าวโคมลอยหรือเป็นเรื่องจริง ถ้าหนูว่างจะลองไปดูที่ที่เขาว่าน่ะค่ะ ถ้าเกิดเขาขยายจริงหนูว่าเป็นเรื่องดีค่ะร้านค้าจะได้เพิ่มมากไม่ต้องอัดแน่นเหมือนในปัจจุบัน ถึงแม้อุตรดิตถ์จะมีกำลังซื้อน้อยเพราะคนส่วนใหญ่มีหน้าที่อย่างเดียวคือเกษตร อุตรดิตถ์เป็นที่ยอมรับกันในภาคเหนือว่า คือเมืองที่อุดมสมบูรณ์ เป็นเมืองหลวงของผลไม้ แห่งภาคเหนือ และมีการทำเกษตรกรรมที่มากที่สุดในภาคเหนือตอนล่างค่ะ แต่ถ้าขยายก็ดีแต่ที่ขยายในเว็ปบอกว่าจะทำตรงที่จดรถมอเตอร์ไซค์แต่ที่ตั้งนั้นติดเสาไฟฟ้าแรงสูง คงจะขยายได้ไม่มากเต็มพื้นที่หรอกค่ะแต่ก็มีพื้นทีเยอะพอดูก่อนที่จะถึงเสาไฟที่ว่า ถ้ามีโรงหนังด้วยหนูว่าก็ดีน่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องไปจำเจกับโรงหนังยี่ห้อดีแต่หนังที่เข้าช้ามากสุดๆค่ะ...--น้องท่าเหนือสุดสวย 20:37, 6 กรกฎาคม 2553 (ICT)

อุ๊บ 2แก้ไข

แต่เท่าที่ดูน่าจะเป็นข่าวโคมลอยน่ะค่ะ แต่ทุกอย่างไม่แน่นอนแต่เขาบอกว่าสร้างเดือนกรกฎาคมนี่จะสิงหาแล้วน่ะค่ะ..... อัพเดดอุตรดิตถ์กันหน่อย

  1. สนามกีฬาหมอนไม้ขณะนี้กำลังทำผิวยางสังเคราะห์ในลู่วิ่งน่ะจ๊ะ และกำลังขยายอัฒจันทร์ มีศูนย์อาหารเครื่องดื่ม ของอบจ.มาตั้งด้วย
  2. สนามหมอนไม้ถามทางอบจ.เขาบอกขยายอัฒจันทร์ได้ฝั่งเดียวแต่ขยายออกสองข้าง ขยายหมดไม่ได้เขาบอกงบไม่พอ
  3. สถานีรถไฟอุตรดิตถ์และศิลาอาสน์ปรับโฉมใหม่ คาดได้ชมเร็วๆๆนี้แต่สถานีเปิดปกติไม่รู้เค้าทำตอนไหน
  4. อุตรดิตถ์เร่งสานนโยบายเมืองน่าอยู่
  5. อุตรดิตถ์เตรียมจัดงานอุตรดิตถ์แฟร์กระตุ้นเศรษฐกิจ


ข่าวใหม่แกะกล่องแก้ไข

“ปากลาย” เมืองชุมทางแห่งลาวตะวันตก( สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน )แก้ไข

ภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ก่อให้เกิดเมืองซึ่งมีศักยภาพในการเป็นชุมทางการคมนาคมและขนส่งสินค้าขึ้นหลายจุด เมืองปากลาย แขวงไชยะบุรีของ สปป.ลาว ก็เป็นอีก 1 จุด ที่กำลังจะมีบทบาทสำคัญในอนาคต

“อีกไม่เกิน 2 ปีต่อจากนี้ถนนที่ผ่าน ปากลายจะเป็นถนนปูยางทั้ง 4 ทิศ ซึ่งจะ ทำให้การเดินทางติดต่อค้าขายสะดวกยิ่งขึ้น”

บัวพัน มักคะผน เจ้าเมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ย้ำกับผู้จัดการ 360º ที่ร่วมเดินทางไปกับคณะกรรมการเพื่อ โครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ (คสศ.) หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ กว่า 80 คน เพื่อสำรวจช่องทางการค้าการลงทุนจากด่านถาวรภูดู่ ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ไปถึงด่านประเพณีท้องถิ่น ผาแก้ว-บวมเลา เมืองปากลาย เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา

เป็นการตอกย้ำถึงอนาคตของเมือง ปากลาย 1 ในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของแขวงไชยะบุรี ว่ากำลังจะเป็นชุมทางสำคัญของพื้นที่ สปป.ลาวฝั่งตะวันตก ที่ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าทางเรือของแขวง ที่สามารถส่งสินค้าขึ้นไปถึงจีน หรือนครหลวงเวียงจันทน์ ผ่านทางแม่น้ำโขง ผ่านท่าเรือคอนกรีต ที่ประเทศออสเตรเลีย มาสร้างให้เมื่อปี ค.ศ.1995 อันเป็นท่าเรือที่ดีที่สุดของลาวตอนเหนือ

นั่นจะทำให้ “ปากลาย” กลายเป็นชุมทางสำคัญที่สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยวระหว่างไทย-ลาวตอนเหนือ-จีนตอนใต้ รวมถึงเวียดนามตอนเหนือทันที

“ถ้าถนนเสร็จตามแผน ต่อไปจากปากลาย เราจะไปนครหลวงเวียงจันทน์ ก็ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง จะไปหลวงพระบาง ก็ใช้เวลาแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น” บัวพันบอก

ปัจจุบัน สปป.ลาวกำลังเร่งพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบกจากเมืองปากลายในทุกทิศทาง คือ


- ทางเหนือ เส้นทางจากปากลาย-ไชยะบุรี ระยะทาง 152 กม. (เส้นทางหมายเลข 4 หลวงพระบาง-ไชยะบุรี-ปากลาย-ท่าลี่) และสามารถเชื่อมต่อไปถึงเมืองหลวงพระบางอีก 120 กม. (แต่ต้องข้ามแม่น้ำโขงที่ท่าเดื่อ โดยแพขนานยนต์ขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกได้ตั้งแต่ 80 ตัน) รวมระยะทาง 272 กม.ที่ได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) 2,000 ล้านบาท

ซึ่งแนวถนนสายนี้จะต่อโยงเข้ากับถนนสาย 13 เหนือ จากหลวงพระบาง-อุดมไชย (120 กม.สภาพถนนเป็นทางลาดยาง) ต่อไปถึงเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา (100 กม.) ข้ามพรมแดนไปถึงมณฑลหยุนหนัน สป.จีน

ในเส้นทางเดียวกัน (สาย 13 เหนือ จากหลวงพระบาง-เมืองไชย) เมื่อถึงเมืองน้ำบาก ซึ่งเป็น 3 แยก หากเลี้ยวขวาจะไปถึงเมืองเดียนเบียนฟู เวียดนาม (จากอุดมไชย-เดียนเบียนฟู 170 กม.) และยังต่อไปถึงกรุงฮานอยอีก 513 กม.ได้อีกด้วย

- ทางใต้ เส้นทางจากปากลาย-เมืองแก่นท้าว ระยะทาง 78 กม. เมืองนี้อยู่ตรงกันข้ามกับ อ.ท่าลี่ จังหวัดเลยของไทย

ล่าสุดสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัด เลย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย กำหนดจัดขบวนคาราวาน “ไปเลย ลุยลาว” ผ่านเส้นทางสายนี้ระหว่าง 22-27 กรกฎาคม 2553

อัจฉพรรณ บุญเจริญ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวถึงคาราวานนี้ว่า เส้นทางคาราวาน “ไปเลย ลุยลาว” จากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อำเภอท่าลี่-แขวงไชยะบุรี-หลวงพระบาง-วังเวียง-โพนโฮง-บ้านวัง-บ้านคกไผ่ อำเภอปากชม-เชียงคาน เป็นเส้นทางที่ได้รับการอนุญาตเป็นกรณีพิเศษจากแขวงเวียงจันทน์ สปป. ลาว และได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก องค์การท่องเที่ยวแห่งชาติ สปป.ลาว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมนี้จัดขึ้นในฤดูฝน ประกอบกับเส้นทางในฝั่งลาวกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง จึงมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนที่มีรถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือพวกนิยมรถ Off Road เป็นหลัก

- ทางตะวันออก เส้นทางจากเมือง ปากลาย-นครหลวงเวียงจันทน์ (เส้นทางหมายเลข 11) ระยะทาง 210 กม. ที่ได้ปรับปรุงเป็นทางลาดยางแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2551 ที่ผ่านมาแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น สปป.ลาวยังได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากนิวซีแลนด์ เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง บริเวณใกล้เคียงกับท่าแพขนานยนต์ที่เมืองปากลาย เพื่อเชื่อมต่อกับถนนเมืองปากลาย-นครหลวงเวียงจันทน์ ความยาวสะพาน 384 เมตร มูลค่าก่อสร้างประมาณ 7.7 ล้านปอนด์ ซึ่งมีกำหนดที่จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปีนี้ (พ.ศ.2553) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2554-2555

นั่นหมายถึงในอนาคตผู้คนจากภาคเหนือของไทยสามารถเดินทางไปนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ใกล้ที่สุดเพียง 422 กม. ผ่านเส้นทางอุตรดิตถ์-ปากลาย-เวียงจันทน์สายนี้

เส้นทางเหล่านี้นอกจากจะเอื้อต่อการขนส่งสินค้าของปากลายที่มีสินค้าส่งออกสำคัญ ทั้งผลิตภัณฑ์จากไม้ เฟอร์นิ-เจอร์ ข้าวโพด ตลอดจนสินค้าเกษตรอื่นๆ แล้ว ยังจะมีผลต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว ในอนาคตด้วยเช่นกัน

ที่ผ่านมาสินค้าเหล่านี้ก็จะถูกขนส่ง ผ่านเส้นทางต่างๆ เข้าสู่ตลาด สป.จีน-เวียดนาม รวมทั้งไทยด้วย

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุน จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนอย่างน่าจับตา ไม่น้อย โดยในกรณีของกลุ่มทุนไทยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการร่วมทุนในอุตสาหกรรม โรงเลื่อยและเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีอยู่ทั้งสิ้น 13 โรง โรงงานเฟอร์นิเจอร์อีก 6 แห่ง

เพียงแต่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูป ไม้นี้ ในอนาคตจะต้องได้รับผลกระทบจาก นโยบายปิดป่าของแขวงไชยะบุรี ที่มีการประกาศใช้แล้วอย่างแน่นอน

ขณะที่กลุ่มทุนจากจีน ก็เริ่มเข้ามาลงหลักปักฐานที่ปากลายเช่นกัน โดยเจ้าเมืองปากลายบอกว่าขณะนี้มีกลุ่มทุนจาก สป.จีน เข้ามาลงทุนตั้งไซโลที่ปากลาย เพื่อ อบแห้งพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพดเพื่อการส่งออกแล้ว 4 แห่งด้วยกัน รวมทั้งมีกลุ่มพ่อค้าจีนเข้ามาลงทุนกันมากขึ้น

บัวพันยังบอกอีกว่า การพัฒนาเส้นทางคมนาคมเหล่านี้ยังจะทำให้มีการเดินทางของผู้คน การท่องเที่ยวของปากลาย เติบโตขึ้นในอนาคตอีกด้วย ซึ่งขณะนี้ที่ปากลายมีกิจการโรงแรม-เรือนพักอยู่ทั้งสิ้น เพียง 17 แห่ง รีสอร์ตอีก 1 แห่ง สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 454 คนต่อคืน

แต่เขาเชื่อว่า กิจการเรือนพักของปากลายยังสามารถขยายตัวได้มากกว่านี้อีกแน่นอน ด้วยศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ที่หลากหลายและการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ที่จะเริ่มสมบูรณ์ภายใน 2 ปีต่อจากนี้

นอกจากนี้ทางทิศตะวันตกของปากลาย ยังมีเส้นทางเชื่อมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ของไทยอย่างน้อยอีก 2 เส้นทาง

หนึ่งในเส้นทางหลักที่มีการติดต่อค้าขายกันมานานก็คือ เส้นทางปากลาย-ด่านประเพณีผาแก้ว-บวมเลา ที่มีระยะทางเพียง 38 กม. เชื่อมกับด่านถาวรภูดู่ ซึ่งเส้นทางสายนี้ปัจจุบันยังเป็นถนนดินตลอด เส้นทางอยู่

อ่านเรื่อง “4 เส้นทางใหม่สู่หลวงพระบาง” นิตยสารผู้จัดการ 360º ฉบับเดือนมกราคม 2553 หรือ www.goto manager.com ประกอบ)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา อรรคศิริ บุรณศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า NEDA ลงนามในสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยบริษัทปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด (Lead Firm) บริษัทอินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด และบริษัทพิสุทธิ์ เทคโนโลยี จำกัด ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างถนนจากภูดู่ (อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์) ถึงเมืองปากลาย สปป.ลาว ในวงเงินรวม 7,979,846 บาท

เบื้องต้นประเมินกันว่าการปรับปรุง เส้นทางสายนี้จะใช้งบประมาณราว 520 ล้านบาท

ส่วนอีกเส้นทางหนึ่ง ก็คือถนนจากเมืองปากลาย-เมืองทุ่งมีไชย ระยะทาง 53 กม.เชื่อมต่อกับช่องประเพณีมหาราช (เดิมชื่อช่องหมาหลง) ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก อุตรดิตถ์

สมชาติ คะวีรัตน์ อดีตประธานหอการค้า จังหวัดอุตรดิตถ์ และทวีศักดิ์ ปิงวงศานุรักษ์ ประธานหอการค้าคนปัจจุบัน บอกทำนองเดียวกันว่า พวกเขาต้องการผลักดันให้ด่านการค้าชายแดนช่องภูดู่ให้เป็นด่านสากล เพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยเฉพาะระบบ Logistic ที่ลาวสามารถส่งผลผลิตมายังสถานีรถไฟศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์ เพื่อเป็นแหล่งกระจายสินค้าลง ไปทางตอนใต้ของประเทศ

“ก่อนหน้านี้ลาวเคยทดลองส่งข้าวผ่านเข้ามาทางภูดู่ แล้วนำขึ้นรถไฟที่ศิลาอาสน์ส่งเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเวลาในการขนส่งไปได้มาก”

นอกจากนี้หากสามารถผลักดันให้มีการพัฒนาด่านภูดู่-ปากลาย ยังจะทำให้เส้นทางสายนี้เชื่อมแหล่งมรดกโลก สุโขทัย-กำแพงเพชร-หลวงพระบาง รวมไปถึงฮา-ลองเบย์ของเวียดนามเข้าด้วยกัน โดยมีการเดินทางผ่าน จ.อุตรดิตถ์ รวมทั้งสามารถผลักดันให้เปิดเส้นทาง R9b เมียวดี-ตาก-สุโขทัย-กำแพงเพชร-อุตรดิตถ์-ไชยะบุรี ซึ่งทวีศักดิ์บอกว่าที่ผ่าน มาเคยมีการพูดคุยกันระหว่างหอการค้า จังหวัดตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ พยายามเริ่มต้นผลักดันเส้นทางการท่องเที่ยวสายนี้เช่นกัน เพราะถ้าดูแล้วหากโครงข่ายถนนใน สปป.ลาวเสร็จ จะสามารถเดินทางท่องเที่ยว 3 ประเทศในระยะทาง 400 กว่า กม.ได้ภายในวันเดียว

เมืองชายแดนกระทุ้งรัฐเปิดด่านถาวร10แห่งเพิ่มวอลุ่มการค้า (ประชาชาติธุรกิจ)แก้ไข

เมืองชายแดนประสานเสียงกระทุ้งรัฐบาลเร่งยกระดับจุดผ่อนปรนขึ้นเป็น "ด่านการค้าถาวร" หวังเพิ่มมูลค่าการค้า ส่งออก ท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียน และเชื่อมโยงเหลี่ยมเศรษฐกิจ ขณะที่ 10 จังหวัดเข้าคิวเสนอมหาดไทยไฟเขียว หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือฮึดอีกรอบ หนุนสุดตัว ช่องภูดู่ อุตรดิตถ์-กิ่วหก บ้าน ฮวก พะเยา ด้านจังหวัดหนองคายชงเปิดที่บ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่


มูลค่าการค้าชายแดนและการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างประเทศไทยกับเพื่อนบ้าน รวมทั้งการขยายตัวทางด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียน ทำให้ภาคเอกชนในหลายจังหวัดต้องลุกขึ้นมาผลักดันให้ภาครัฐเร่งพิจารณายกระดับจุดผ่อนปรนให้เป็นด่านการค้าถาวร เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และเชื่อมการพัฒนากับอนุภูมิภาคต่าง ๆ

นายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธาน คณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ หอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ (คสศ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า คณะกรรมการจะผลักดันให้รัฐบาลยกระดับจุดผ่อนปรนถาวรช่องภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เขตติดต่อกับเมืองปากลาย แขวงไซยะบุรี และจุดผ่อนปรนกิ่วหก บ้าน ฮวก ต.ภูซาง อ.ภูซาง จ.พะเยา เขตติดต่อกับบ้านปางมอญ เมืองคอบ แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นด่านการค้าถาวร

จากการสำรวจการค้าชายแดนบริเวณจุดผ่อนปรนถาวรช่องภูดู่ พบว่าปริมาณการค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เมืองปากลายก็เป็นชุมชนขนาดใหญ่อยู่ใกล้แม่น้ำโขง สามารถเชื่อมต่อกับแขวงไซยะบุรี แขวงหลวงพระบาง รวมถึงเมืองเวียงจันทน์ได้ ปัจจุบันรัฐบาลลาวกำลังก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างเวียงจันทน์กับแขวงไซยะบุรี หากแล้วเสร็จจะทำให้การค้า การท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศขยายตัวอีกมาก

ก่อนนี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 53 สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. ได้ลงนามในสัญญาจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบไปด้วยบริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด และบริษัท พิสุทธิ์ เทคโนโลยี จำกัด ศึกษาความเป็นไปได้ และออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างถนนจากภูดู่ถึงเมืองปากลาย ระยะทาง 33 ก.ม. วงเงิน 7,979,846 บาท เป็นการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ (เงินให้เปล่า) แก่ สปป.ลาว

สพพ.ระบุว่า จุดผ่อนปรนช่องภูดู่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาให้เป็น East-West Corridor จากเมืองเมียวดี ประเทศพม่า ผ่าน อ.แม่สอด จ.ตาก ผ่านสี่แยกอินโดจีน ที่ จ.พิษณุโลก ตรงเข้าสู่ จ.อุตรดิตถ์ และไปยังเมืองปากลาย ด้วยระยะทางที่สั้นที่สุดเพียง 422 กิโลเมตร การพัฒนาถนนดังกล่าวจะเชื่อมโยงกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านระหว่าง 5 เหลี่ยมเศรษฐกิจ (ไทย-พม่า-อินเดีย-บังกลาเทศ-ศรีลังกา) เข้ากับ 6 เหลี่ยมเศรษฐกิจ (ไทย-ลาว-จีน-เวียดนาม-พม่า-กัมพูชา) ส่งผลทำให้การไหลเวียนสินค้ามากขึ้น ระบบเศรษฐกิจดีขึ้น ลดต้นทุนการขนส่งระหว่างประเทศ ทำให้ไทยส่งออกได้มากขึ้น ทั้งจะสนับสนุนการท่องเที่ยวระหว่างอนุภูมิภาคด้วย

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสรุป ข้อเสนอให้รัฐบาลไทยสนับสนุนเงินกู้และเงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลลาวในการก่อสร้างเส้นทางดังกล่าว แต่ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้ ปัจจุบันการค้าขายผ่านช่องภูดู่มีมูลค่าประมาณปีละ 200 ล้านบาท

สำหรับจุดผ่อนปรนกิ่วหก จ.พะเยา ปัจจุบันมีตลาดนัดชายแดนทุกวันที่ 10 และ 30 ของทุกเดือน มีประชาชนข้ามพรมแดนเพื่อซื้อขายวันละกว่า 600 คน แขวงไซยะบุรี ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับปรุงถนนระหว่างเมืองไชยะบุรี-เมืองหงสา-เมืองเงิน-เมืองเชียงฮ่อน-เมืองคอบ-บ้านฮวก ระยะทาง 273 กิโลเมตร ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์และพะเยาได้ขอยกระดับช่องภูดู่และช่องกิ่วหกมานานกว่า 15 ปีแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ขอแก้ไขนิดนึงค่ะแก้ไข

  • ปัจจุบันรัฐบาลยกระดับจุดผ่อนปรนช่องภูดู่เป็นด่าวนถาวรแล้วค่ะ
  • ทางลาวยกระดับด่านผาแก้วซึ่งเป็นด่านประเพณ๊เป็นด่าวถาวรท้องถิ่นผาแก้วแล้วค่ะ
  • สิ่งเหล่าจึงเป็นข้อความที่ถูกน่ะค่ะ คือหมายความว่าทางไทยน่ะค่ะยกเป็นถาวรแล้ว รอลาวยกเป็นด่านสากลไทยก็จะยกด้วยนะคะสำหรับด่านภูดู่ และกำลังโครงการศึกษาในการสร้างถนนจากภูดู่ฝั่งไทยไปปากลายเชื่อมถนนขทงลาวซึ่งเป็นสายที่มุ่งสู่หลวงพระบาง ซึ่งสิ่งนี้เป็นหัวข้อสำคัญข้อนึงๆๆในยุทธศาสตร์การพัฒนาฯอุตรดิตถ์ในปี2552-2556 ต่อไปก็เหลือเพียงแค่ว่าถ้าสิ่งนี้ผ่านก็จะกระตุ้นการท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ที่เดิมทีก็ไม่มีใครท่องเที่ยวมากนัก อุตรดิตถ์ถือว่ามีจุดยุทธศาสตร์ที่ง่ายต่อการขนส่ง เศรษฐกิจดีกว่า แพร่ น่าน พะเยา เพระอะไรเราอยู่ใก้ลด่านชายแดน การศึกษาเป็นเลิศมีการจัดการศึกษาอย่างทั่วเป็นอันดับ 8ของประเทศ (ปี2548)มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยรัฐแห่งเดียวในอุตรดิตถ์เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีและจัดการศึกษาได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ อันดับที่ 2 ของประเทศ(ปี2548) กาณศึกษาอุตรดิตถ์จัดว่าดีเพราะมีแรงหนุนเยอะคือโรงเรียนประจำจังหวัดมีประสิทธิภาพพร้อมมีโรงเรียนเสริมทัพที่ถือว่าเป็นหัวกะทิของจังหวัดคือโรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์ เตรียมอุดมน้อมเกล้าอุตรดิตถ์ ลับแลพิทยาคม ลับแล ศรี และ ท่าปลาประชาอุทิศเป็นกำลังสำคัญค่ะ เศรษบกิจจังหวัดเรเศรษฐกิจมาจากการส่งออกผลไม้ และปลูกผลไม้ อุตรดิตถ์ปลูกทุเรียน(มากที่สุดในภาคเหนือ)และลางสาด มากที่สุดในประเทศไทย มีผลไม้ประจำฤดูกาลที่ยอมรับว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ได้แก่ ลางสาดอุตรดิตถ์ ทุเรียนหลงหลินลับแล และสับปะรดห้วยมุ่น อุตรดิตถ์สามารถปลูกผลไม้ขึ้นได้ทุกชนิดยกเว้น ลิ้นจี่ และผลไม้เมืองหนาว เป็นเมืองที่มีอากาศค่อนข้างร้อนจนได้รับสมญานามจากนักท่องเที่ยวชาติต่างชาติว่าเป็นเมืองแฝดของกรุงโคลัมเบียประเทศ โคลัมเบียซึ่งหมายถึงความมมีอากาศที่บริสุทธิ์น่ะค่ะไม่ใช่เรื่องอื่น และอุตดริตถ์ยังจัดได้ว่าเป็นจังหวัดที่ได้ฉายาว่า นครผลไม้แห่งภาคเหนือนั่นเอง เพระอุตรดิตถ์มีผลไม้ที่มีชื่อเสียงและปลูกผลไม้จำนวนมากและเป็นเศรษฐกิจหลักที่ทางจังหวัดพัฒนาจนไปถึงต่างประเทศแต่...การท่องเที่ยวกับหยุดอยู่ที่เดิมจึงเป็นเหตุได้ว่าอุตดริตถ์มีการส่งเสรืมเมืองเกษตร และผลไม้แบบสุด...นั่นเอง

ต่อ..เหลืออีกเรื่องการสาธารณสุขอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่เป็นจังหวัดขนาดกลางแต่ค่อนไปทางเล็กที่มีโรพงยาบาลศูนย์เป็นโรงพยาบาลหลักของอุตรดิตถ์ และยังดูแลผู้ป่วยส่งมากจากแพร่ น่าน อีกทางหนึ่ง ซึ่งโงพยาบาลศูนย์ถือเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ๋มีอุปกรณ์พร้อมซึ่งแสดงถึงศักยภาพการสาธารณสุขที่ดีพร้อมของอุตรดิตถ์... ท้ายนี้ขอให้อุตรดิตถ์รุ่งเรืองขึ้นไปน่ะค่ะ..... --น้องท่าเหนือสุดสวย 22:03, 29 กรกฎาคม 2553 (ICT)


ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดอุตรดิตถ์(ทบทวนปรับปรุงใหม่เริ่มใช้ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553)แก้ไข

จังหวัดอุตรดิตถ์ตั้งอยู่ภาคเหนือตอนล่างมีพื้นที่ราบประมาณ 40% ของพื้นที่ทั้งหมดมีเขื่อนสิริกิติ์และแม่น้ำน่านเป็นแหล่งน้ำสำคัญเหมาะสมแก่การเพาะปลูกราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นแหล่งผลิตข้าว ข้าวโพด ทุเรียน ลางสาด และลองกองที่สำคัญของประเทศมีศักยภาพสูงในการพัฒนาด้านเกษตรกรรมมีชายแดนติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและทางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ได้แก่ ไทยล้านนา ไทยล้านช้าง ไทยภาคกลาง และยังมีเส้นทางการคมนาคมที่เชื่อมโยงกับเมืองมรดกโลก 3 แห่ง ได้แก่ สุโขทัย กำแพงเพชร และหลวงพระบาง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมทั้งในและระหว่างประเทศด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในจังหวัด จึงได้ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดให้สอดคล้องกับศักยภาพของจังหวัด พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมของจังหวัดอุตรดิตถ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดอุตรดิตถ์ (ก.บ.จ.อต.) ได้ให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 วิสัยทัศน์ “ เมืองแห่งคุณภาพชีวิต ผลผลิตปลอดภัย บ้านเมืองน่าอยู่อาศัย ท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรมไทย ก้าวไกลสัมพันธ์เพื่อนบ้านยั่งยืน ” เป้าประสงค์

  • เป็นดินแดนแห่งความสงบสุข มีจริยธรรม เป็นระเบียบเรียบร้อย เศรษฐกิจมั่นคง
  • ประชาชนมีความเข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครอง
  • ผลผลิตด้านการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การแปรรูปสินค้า มีคุณภาพ ปลอดภัยและมีระบบการตลาดที่ดี
  • มีการพัฒนาที่ยั่งยืน อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลังงาน วัฒนธรรมและประเพณีที่งดงาม
  • มีศักยภาพการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์อันดีทั้งภายในและระหว่างประเทศ

พันธกิจ

1. เสริมสร้างบ้านเมืองน่าอยู่ คุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้และอาชีพที่เหมาะสมและชุมชนเข้มแข็ง กลยุทธ์

1.1 พัฒนาและปรับปรุงผังเมืองรวม ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐานให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกันสามารถรองรับความเจริญเติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจ

1.2 เพิ่มศักยภาพบุคลากรด้วยความรู้คู่คุณธรรม พร้อมกับการพัฒนาพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้สะอาด โปร่งใส ตรวจสอบได้เพื่อยกระดับการบริหารจัดการ ให้มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

1.3 พัฒนาทรัพยากรมนุษย์บนพื้นฐานความเสมอภาคโดยการสร้างโอกาสยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อผลสัมฤทธิ์ด้านคุณภาพและการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทุกสถาบันการศึกษาตลอดจนเปิดโอกาสในการเรียนรู้และเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศได้อย่างกว้างขวาง ถูกต้อง เป็นธรรมและรวดเร็ว

1.4 พัฒนาความเป็นอยู่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งวัยเด็ก วัยทำงานและผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้ประชากรวัยทำงานให้มีงานทำ คุ้มครองแรงงานเด็กและสตรี ส่งเสริมบริการสาธารณสุข สุขอนามัยและกีฬา รวมทั้งสนับสนุนให้มีการบริหารจัดการทางสังคมที่เหมาะสมและเท่าเทียมกัน

1.5 ส่งเสริมให้มีการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม คุ้มครอง ส่งเสริมและขยายโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน เพิ่มศักยภาพของชุมชน เชื่อมโยงเครือข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนนำไปสู่การพึ่งตนเองและลดปัญหาความยากจน

1.6 ช่วยเหลือสนับสนุนการมีงานทำและรายได้ของประชาชนเพื่อลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม

1.7 เสริมสร้างสถาบันครอบครัวและชุมชนให้มีความมั่นคงเข้มแข็ง ปลอดยาเสพติด มีความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

1.8 ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในการร่วมกันพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสมานฉันท์และความมั่นคงภายในและชายแดน การบริหารวิกฤติการณ์ด้านสาธารณภัย การดำเนินกิจกรรมสาธารณสุขชุมชนรวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการของกลุ่มประชาชนในลักษณะเครือข่ายให้สามารถแสดงความคิดเห็นและเสนอความต้องการของชุมชนในพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม

2. พัฒนาภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การแปรรูปให้มีคุณภาพและปลอดภัยกลยุทธ์

2.1 ส่งเสริม พัฒนากระบวนการผลิต ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าโดยมุ่งพัฒนาผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

2.2 ส่งเสริมพัฒนาการปลูกพืชที่สอดคล้องกับการตลาด โดยส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ในภาคการเกษตร

2.3 เสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการให้กับภาคเกษตรกรและผู้ประกอบการตลอดจนการส่งเสริมกลุ่มธุรกิจ ผู้ประกอบการ SMEs ให้มีความเข้มแข็ง

2.4 ส่งเสริมการศึกษาการวิจัย การสร้างนวัตกรรมและการบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรกรรม อุตสาหรรมและการแปรรูป

3. พัฒนาทุนทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์กลยุทธ์

3.1 ทำนุ บำรุง รักษาและสืบทอดประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นโดยการเชื่อมโยงกับการพัฒนาทางสังคม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ

3.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทยเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า บริการ การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพอาชีพ

3.3 ส่งเสริมเชื่อมโยงเส้นทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์กับเพื่อนบ้านทั้งภายในและต่างประเทศ

4. ดำรงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ พัฒนาแหล่งน้ำ การจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานที่ดีกลยุทธ์

4.1 สนับสนุนให้มีการสร้างสมดุลการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติพร้อมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การฟื้นฟูทรัพยากรดิน การพัฒนาแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและคุ้มค่าเพื่อรักษาดำรงไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสนับสนุนขยายผลโครงการตามแนวพระราชดำริ

4.2 กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ในที่ดินของประชาชนให้เพียงพอแก่การอยู่อาศัยแลการเกษตรกรรมโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งผืนดิน ผืนน้ำ วิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม

4.3 ส่งเสริมพัฒนาการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเมืองและท้องถิ่นภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

4.4 ส่งเสริม บำรุงรักษาและคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผลิตแลการใช้พลังงานทดแทนอย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดจนควบคุมและกำจัดภาวะมลพิษที่มีผลต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิการและคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยประชาชนชุมชนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการดำเนินงาน

4.5 ส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานและสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนทุกประเภทโดยคำนึงการกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนการผลิตของประชาชนเป็นสำคัญ

5. เพิ่มศักยภาพ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านกลยุทธ์

5.1 เสริมสร้างความร่วมมือและความรู้เกี่ยวกับการค้า การลงทุน และการบริการให้กับผู้ประกอบการทั้งภายในและต่างประเทศ

5.2 พัฒนาสัมพันธไมตรีและความร่วมมือกับจังหวัดภายในภูมิภาคและอื่น ๆ รวมทั้งต่างประเทศโดยยึดหลักการปฎิบัติต่อกันอย่างเสมอภาค สนับสนุนการเพิ่มและขยายช่องทางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอันดีอย่างยั่งยืน

5.3 พัฒนาศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ พัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจชายแดนและระบบ Logistics ให้เอื้อประโยชน์ต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการค้าในตลาดเดิมและแสวงหาตลาดใหม่

5.4 ส่งเสริมให้มีการประกอบกิจการมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดทั้งทางตรงหรือทางอ้อมและคุ้มครองผู้บริโภค

5.5 สนับสนุนให้มีการปรับปรุงและแก้ไขกระบวนการผ่านแดนเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

5.6 พัฒนาสินค้าและบริการ เสริมสร้างความปลอดภัยและสุขอนามัยให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค คู่ค้า และนักท่องเที่ยว

5.7 สนับสนุนให้มีการปรับปรุง พัฒนา แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน --น้องท่าเหนือสุดสวย 22:50, 31 กรกฎาคม 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์ลุ้นเปิดทางเชื่อมลาวตะวันตก (หอการค้านครราชสีมาแหล่งข่าว)แก้ไข

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - "เมืองลับแล-อุตรดิตถ์"ลุ้นสุดตัว ดันทางเชื่อม "ปากลาย-ชุมทางตะวันตก สปป.ลาว" เปิดเส้นทางบกเข้าเวียงจันทน์จากภาคเหนือที่ใกล้ที่สุด พร้อมเพิ่มทางเลือกลอจิสติกส์ขึ้นลาวเหนือ-จีนตอนใต้-เดียนเบียนฟู นอกจากตัวแทนหอการค้า 10 จังหวัดภาคเหนือ จะร่วมกันประเมินถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้รัฐเข้ามาแก้ไขปัญหา ผ่านเวทีการประชุมคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหล ี่ยมเศรษฐกิจ(คสศ.)หอฯ 10 จว.ภาคเหนือ ครั้งที่ 2/2553 ที่จังหวัดอุตรดิตถ์รับเป็นเจ้าภาพเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาแล้ว ยังได้นำคณะนักธุรกิจในภาคเหนือเข้าไปสำรวจช่องทางขยายเครือข่ายการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ผ่านเส้นทาง อุตรดิตถ์ด่านฯภูดู่ อ.บ้านโคก-เมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ที่อยู่ห่างจากพรมแดนไทยไปประมาณ 38 กิโลเมตร(กม.) เป็นเมืองปากลาย ที่กำลังได้รับการพัฒนาให้เป็น "ชุมทางด้านตะวันตก" ของสปป.ลาว ภายในระยะ 1-2 ปีต่อจากนี้

ทั้งนี้ เพราะนอกจาก "ปากลาย" จะเป็นเมืองที่มีที่ตั้งริมฝั่งแม่น้ำโขง มีท่าเรือคอนกรีตที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของลาวตอนเหนือ ซึ่งออสเตรียเข้ามาพัฒนาให้เมื่อปี ค.ศ.1995 ที่ผ่านมาแล้วขณะนี้ สปป.ลาว ยังได้รับเงินกู้จาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย(ADB) พัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อไปทางเหนือถึงแขวงไชยะบุรี-หลวงพระบาง (ระยะทางประมาณ 272 กม.) ต่อเนื่องไปทางทิศใต้ถึงเมืองแก่นท้าว (78 กม.) หรือเส้นทางหมายเลข4 ตรงข้ามด่านท่าลี่ จ.เลย ในวงเงินร่วม 2 พันล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2554-2555 นี้เส้นทางหมายเลข 4 นี้ จะเชื่อมต่อไปถึงแขวงอุดมไซ-บ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา (ชายแดนลาว)-บ่อหาน มณฑลหยุนหนัน สป.จีน รวมไปถึงเดียนเบียนฟู ฮานอย เวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางเชื่อมต่อเข้าถึงเวียงจันทน์ ได้ใกล้ที่สุดหากเดินทางจากภาคเหนือของไทย ผ่านเส้นทางปากลาย-นครหลวงเวียงจันทน์ (เส้นทางหมายเลข 11)ระยะทาง 210 กม. ที่ได้ปรับปรุงเป็นทางลาดยางแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2551 ที่ผ่านมาแล้ว และล่าสุดยังได้รับเงินกู้จากนิวซีแลนด์ เพื่อก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง บริเวณท่าเรือบักของเมือง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการภายในปีนี้ (2553) กำหนดแล้วเสร็จภายในไม่เกินปี 2555

ขณะที่ภาคเอกชนของอุตรดิตถ์ นำโดยหอการค้าจังหวัดฯ ได้พยายามผลักดันให้มีการพัฒนาเส้นทางจากด่านฯภูดู่-ปากลาย ระยะทาง38 กม. ที่มีสภาพเป็นถนนดินลูกรังแคบๆ ระยะทางประมาณ 20 กว่า กม. ให้เป็นถนนลาดยางต่อเชื่อมกับเส้นทางหมายเลข 4 ของลาว ที่นอกเมืองปากลาย ที่ล่าสุดเมื่อเมษายน 2553 สพพ. ได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาคือ บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด (Lead Firm)-บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ปจำกัด และบริษัทพิสุทธิ์ เทคโนโลยี จำกัด ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างถนนจากภูดู่ (อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์) ถึงเมืองปากลาย สปป.ลาว ในวงเงินรวม 7,979,846 บาท เบื้องต้นประเมินกันว่าการปรับปรุงเส้นทางสายนี้ จะใช้งบประมาณราว520 ล้านบาท พร้อมกับผลักดันให้ สปป.ลาว ยกระดับด่านผาแก้ว บวมเลา ตรงข้ามด่านฯภูดู่ ขึ้นเป็นด่านถาวรคู่กัน เพื่อพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนร่วมกันในอนาคตต่อไป


นายสุพจน์ แสงชัย พาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า การผลักดันจุดผ่านแดนด้านนี้เป็นด่านถาวรคู่กัน ถือว่า เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักลงทุนจากอุตรดิตถ์และจังหวัดใกล้เคียงติดต่อไปมาทางธุรกิจ ที่ชัดเจนมากที่สุดคือ ซีพี ที่เข้าไปทำคอนแทร็กฟาร์มิ่งให้คนลาวปลูกข้าวโพด ตัวเลขค้าขายบริเวณด่านฯภูดู่ในปี 51 จึงสูงถึง 263 ล้านบาท แยกเป็นส่งออก 7 ล้านบาทนำเข้า 193 ล้านบาท ปี 52 มูลค่าค้าขายจำนวน90 ล้านบาท แยกเป็นมูลค่าส่งออก 77 ล้านบาทนำเข้า 13 ล้านบาท สำหรับปีนี้ 2553 (ถึงเดือนพ.ค.53) มูลค่าค้าขายจำนวน 140 ล้านบาท แยกเป็นมูลค่าส่งออก 66 ล้านบาท นำเข้า 73 ล้านบาท นายสมชาติ คะวีรัตน์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า กรรมการหอการค้าอุตรดิตถ์ต้องการผลักดันและพัฒนาด่านการค้าชายแดนภูดู่ ให้เป็นด่านสากล เพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยเฉพาะระบบลอจิสติกส์ที่ใช้เส้นทางรถไฟ ใช้สถานีศิลาอาสน์ จ.อุตรดิตถ์เป็นแหล่งกระจายสินค้าลงไปตอนใต้ นอกจากนี้ยังเชื่อมแหล่งการท่องเที่ยวไทย-ลาว กับแหล่งมรดกโลก สุโขทัย-อุตรดิตถ์-หลวงพระบางได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าแขวงไชยะบุรีเริ่มมองเห็นความสำคัญทางการค้าผ่านเส้นทางนี้มากขึ้น จึงได้ยกระดับด่านประเพณี ขึ้นเป็นด่านถาวรท้องถิ่น ทำให้คนไทยสามารถเดินทางเข้าไปค้าขายและทำธุรกิจได้ แต่ยังไม่เป็นด่านสากล ที่เอื้อให้คนต่างชาติเข้าไปค้าขายได้ขณะที่ฝั่งไทยมีความต้องการผลักดันจุดผ่อนปรนช่องภูดู่ เป็นด่านสากล ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็มีมติไปแล้ว แต่รัฐบาลลาวบอกว่า ยังไม่พร้อมทำให้ด่านฯภูดู่ ณ วันนี้ยังไม่สามารถยกระดับเป็นด่านสากลได้

--น้องท่าเหนือสุดสวย 21:25, 29 กรกฎาคม 2553 (ICT)

วันนี้เรามาดูแหล่งแร่ในอุตรดิตถ์ดีกว่าแก้ไข

เหตุใดอุตรดิตถ์จึงมีแร่ อุตรดิตถ์ถือเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง และเป็นจังหวัดเดียวที่มีเขตรอยเลื่อนครึ่งหนึ่ของภาคเหนือเรียกว่าลอยเลื่อนอุตรดิตถ์ เพราะอุตรดิตถ์มีภูเขาขนาดใหญ๋ล้อมรอบทั้งจังหวัดทำให้อุดมไปด้วยแร่ต่างๆๆมากมาย ทางกรมทรัพยากรณีจึงจัดแบ่งมณฑลแร่ย่อยอุตรดิตถ์-น่าน นอกจากแร่ที่จะกล่าวนี้อุตรดิตถ์ยังพบแร่เหล็กน้ำพี้ และที่ขนาดไมได้ แร่ไหลเหล็กดำแห่งเดียวในโลกด้วยน่ะค่ะ

  1. แหล่งแร่ม่อนไก่แจ้ (แร่ใยหิน) อำเภอเมือง เป็นแหล่งแร่ที่ค้นพบแร่ใยหินมากที่สุดในประเทศไทย
  2. แหล่งแร่บ่อซำซู่ (แร่ใยหิน) อำเภอเมือง
  3. แหล่งแร่แหล่งบ่อซำข่า (ใยหิน) เขตอำเภอท่าปลา
  4. แหล่งสองห้อง และบ้านใหม่ (แร่ยิปซัม) อำเภอน้ำปาด
  5. แหล่งแร่บ่อเหล็กน้ำพี้ (เหล็กน้ำพี้)แห่งเดียวในไทย อำเภอทองแสนขัน
  6. แหล่งแร่โครไมต์ อำเภอท่าปลา

การที่จะพบแร่แสดงได้ว่าแผ่นดินนี้เป็นที่ตั้งแผ่นดินเก่าในสมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์พบมีการสะสมจากแร่เล็กๆๆจนเป็นแร่ชนิดใหม่เกิดขึ้น นอกจากอุตรดิตถ์ยังมีรอยเท้าไดโนเสาร์ที่เขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยเสียดสี แหล่งซากดึกดำบรรพ์ สุสานหอยล้านปี ที่อำเภอน้ำปาดอีกด้วย --น้องท่าเหนือสุดสวย 21:00, 28 สิงหาคม 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์ครบรอบ 123 ปีแล้วน้าแก้ไข

สมัยรัตนโกสินทร์ ยุคแห่งการเชื่อมโยงการค้าของบ้านเมืองต่างๆ ในสยามประเทศที่สืบเนื่องมาจากยุคสมัยการค้าก่อนหน้า เมืองอุตรดิตถ์ซึ่งมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ระหว่างภาคเหนือและภาคกลาง ริมฝั่งขวาแม่น้ำน่าน ประกอบกับสภาพภูมิประเทศที่เอื้อต่อการเดินเรือตามลำน้ำและการเดินทางบก ทำให้ที่นี่เป็นจุดศูนย์รวมสินค้าของภูมิภาคที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ดังความตอนหนึ่งในพระนิพนธ์ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพร ะยานริศรานุวัดติวงศ์ ที่เสด็จเมืองอุตรดิตถ์ เมื่อ พ.ศ.2444 ว่า

“...เมืองไหนจะดีเท่าอุตรดิตถ์ไม่มี เป็นเมืองที่โคราช เป็นที่รวมทางที่มาแต่ที่ดอน คือ แพร่ น่าน เป็นต้น มาสู่อุตรดิตถ์เป็นท่าเป็นบ้านร้านตลาดหาได้จับบางแต่ตามลำน้ำเช่นเมืองอื่นไม่ คับคั่งแน่นหนาประดุจตลาดน้อยกรุงเทพฯ...” ที่ตั้งเมืองอุตรดิตถ์ปัจจุบัน แต่เดิมคือบริเวณที่ตั้ง ต.บางโพท่าอิฐ เนื่องจากทำเลที่ตั้งดีจึงเป็นย่านการค้าแลกเปลี่ยนที่สำคัญ พ่อค้าทางเมืองใต้ได้ล่องเรือนำสินค้าขึ้นไปสุดที่ ต.บางโพท่าอิฐ เพราะมีเรือเดินจากกรุงเทพฯ มาถึงเหนือขึ้นไปแม่น้ำตื้นเขินและเป็นเกาะแก่งเรือเดินไม่สะดวก ส่วนพ่อค้าทางเมืองเหนือ เช่น หลวงพระบาง แพร่ น่าน ตลอดจนแคว้นสิบสองปันนา ก็นำสินค้าพื้นเมืองเดินบกลงมาจำหน่ายและซื้อสินค้าจากกรุงเทพฯ ที่ ต.บางโพท่าอิฐแห่งนี้ ด้วยการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของตำบลบางโพท่าอิฐ รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็น "เมืองอุตรดิตถ์" ที่หมายถึง เมืองท่าทางตอนเหนือ (เพราะ “อุตร” แปลว่า เหนือ และ “ดิตถ์” แปลว่า ท่า) เมื่อราว พ.ศ. 2430 และให้เป็นเมืองขึ้นของเมืองพิชัย และใน พ.ศ. 2442 ได้ย้ายศาลากลางจากเมืองพิชัยไปตั้งที่อุตรดิตถ์ เรียกกันว่า เมืองพิชัยใหม่

มาในสมัยรัชกาลที่ 6 พ.ศ. 2458 จึงโปรดให้เปลี่ยนนามเมืองพิชัยเป็นเมืองอุตรดิตถ์ให้ตรงกับนามท้องที่ๆ ตั้งเมือง และใน พ.ศ.2459 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเป็นจังหวัด เมืองอุตรดิตถ์จึงเปลี่ยนเป็นจังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่นั้นมา

"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"

เรามาดูชื่ออะไรกันหน่อยน้าจ๊ะ

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม (เฉลิมพระนามาภิไธยใหม่คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม )

พิชัยมหินทโรดมเมื่อแปลแล้ว มีความหมายถึงเมืองพิชัย อันเป็นที่ตั้งอยู่ ณ จังหวัดอุตรดิตถ์ น่าภูมิใจน่ะค่ะ นอกจากนี้ยังมีชื่อเจ้าองค์อื่นๆๆมีความเกี่ยวกับจังหวัดได้แก่

  1. บ้านดารา ในอำเภอพิชัย เป็นชื่อร.5 พระราชทานชื่อของ พระราชชายาดารารัศมิ์ ในพระองค์เป็นพระนามตั้งชื่อสถานีรุไฟชุมทางบ้านดารา และตำบลบ้านดารา
  2. เขื่อนสิริกิติ์ เป็นพระนามของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
  3. สวนป่าสิริกิติ์ (หลังเรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์) เป็นต้น

--น้องท่าเหนือสุดสวย 21:39, 28 สิงหาคม 2553 (ICT)

ข่าวอุตรดิตถ์นิวส์ ..แก้ไข

วันนี้มีข่าวที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ

  1. ฟรายเดย์ จัดตั้งโซนไอที ที่ฟรายเดย์อุตรดิตถ์เร็วๆนี้ (โดยประกาศโฆษณาว่าจะขนพันธ์ทิพย์พลาซ่า เชียงใหม่ มาไว้ที่อุตรดิตถ์ ณ ฟรายเดย์) รอดูต่อไปว่าอยู่ชั้นใดค่ะ
  2. ส่วนความคืบหน้าของศรีพงษ์ปาร์คยังเหมือนเดิมค่ะ โครงการศรีพงษ์พาร์ค (SRIPONG PARK) ..ตั้งแต่ปี 2543 ที่ บ.ศรีพงษ์กรุ๊ปฯ ได้ก่อตั้งขึ้น ถึงวันนี้(2553) 10 ปีพอดี ลูกค้าทุกท่านให้ความอุปการะเสมอมา ขอขอบพระคุณครับ :) ปัจจุบันสถานที่ไม่สามารถรองรับลูกค้าจำนวนมากได้ และสินค้ามีเพิ่มขึ้นมาก รวมทั้งเครือศรีพงษ์กรุ๊ปต้องการเพิ่มไลน์สินค้าให้ครบวงจรยิ่งขึ้น..ฯลฯ ...ทำให้เกิดโครงการศรีพงษ์พาร์คขึ้น..

โครงการศรีพงษ์พาร์ค จะเป็นช้อปปิ้งมอลแห่งใหม่ของอุตรดิตถ์ ที่ผสมผสานระหว่าง Community Mall กับ Department Store และ Modern Trade สามารถบริการทุกท่านได้เต็มที่มากขึ้น และรองรับทั้งภาคเหนือ.. รับรองว่าถูกใจผู้มีอุปการคุณทุกท่านอย่างแน่นอน :) เป็นข้อความากจากเฟชบุ๊คของทางบริษัทศรีพงษ์กรุ๊ป

  1. ต่อไป...
  2. สถานีรถไฟอุตรดิตถ์ ปรับปรุงโฉมใหม่ เปลี่ยนหลังคาสถานีใหม่ ทาสี และทำตราเสาใหม่ และสร้างทางเดินสำหรับคนพิการอีกด้วยค่ะ
  3. อุตรดิตถ์จัดงาน เทศกาลลางสาดหวาน เริ่มพรุ่งนี้แล้วน้าค่ะ มาเที่ยวกานได้อิอิ... ยิ่งใหญ่เหมือนทุกปี แต่เสียดายปีนี้บ่มีขบวนให้เมิ่นใจกานเน้อ
  4. วันจันทร์-อังคารนี้เตรียมรอผลนะคะ แชมป์ออฟเดอะแชมป์จะเป็นโรงเรียนอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ อ่ะเปล่าววว
  5. อุตรดิตถ์มีโรงแรมผุดใหม่อีกแห่งกำลังสร้างอยู่ คาดไม่นานก็เสร็จแว้ว

--น้องท่าเหนือสุดสวย 13:34, 12 ตุลาคม 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์นิวส์แก้ไข

  1. โรงเรียนอุตรดิตถ์ได้ลูกทุ่งแชมป์ออฟเดอะแชมป์ ของรายการชิงช้าสวรรค์ได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เมื่อมะวานนี้
  2. หนูได้ไปสำหรับมาแล้วน่ะค่ะงดงามจริงๆๆอิอิ ไปถูไถมาเรียบร้อยแล้วเพระหนูเป็นนักเรียนโรงเรียนอุตรดิตถ์คร้า.... งามจริงๆๆ
  3. งานเทศกาลลางสาดปีนี้จะยิ่งใหญ่วันนี้ไปเดินมาของกินเยอะๆๆมากๆๆเลยจร้า
  4. อีกไม่นานหรอกค่ะความเจริญคงจะต้องการมาอุตรดิตถ์ เพระทุกวันนี้เรารุดหน้าพัฒนาไปมากแล้วน่ะค่ะ..ไม่ได้ด้อยกว่าจังหวัดและอุตรดิตถ์ได้หลุดพ้นจากการเป็นจังหวัดที่มองว่าบ้านนอกหรือไม่เจริญแล้วน่ะค่ะ

--น้องท่าเหนือสุดสวย 20:47, 7 กันยายน 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์นิวส์แก้ไข

ฟื้นช่องทางสู่ล้านช้างในอดีตแก้ไข

วิกิพีเดียได้บันทึกไว้ว่า เส้นทางที่ผ่านด่านภูดู่ในอดีต เป็นเส้นทางระหว่างกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีสัตนาคนหุต (กรุงเวียงจันทน์ในอดีต) โดยมีบันทึกปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่มีอักษรจารึกไว้ว่า “การเดินทางไปยังอาณาจักรล้านช้าง จักต้องใช้เมืองสวางคบุรี เป็นทางผ่านในการขนส่งสินค้าจากกรุงสุโขทัยไปยังล้านช้าง”

อันบ่งบอกได้ว่าอุตรดิตถ์นั้น เดิมเป็นทางเดินผ่านจากกรุงสุโขทัยไปยังล้านช้าง หรือการเดินทางไปลาวจะต้องใช้เส้นทางนี้ อันหมายถึง “ภูดู่” นั่นเอง

ซึ่งวันนี้ “ภูดู่” กำลังถูกผลักดันให้เป็นช่องทางการค้าอีกเส้นทางหนึ่ง เพื่อช่วยสนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว ระหว่างไทย-ลาว-จีนตอนใต้ รวมไปถึงเวียดนามตอนเหนือ ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการ กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ กลุ่มที่ 3 (สี่แยกอินโดจีน) อันประกอบไปด้วยพิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก และอุตรดิตถ์ ได้จัดทำยุทธศาสตร์ร่วมเพื่อการพัฒนาโดยกำหนดวิสัยทัศน์ว่า “พัฒนากลุ่มสี่แยกอินโดจีนให้มีศักยภาพการแข่งขันได้อย่างเสรี และคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีร่วมกันของกลุ่มจังหวัด”

เป็นการฟื้นฟูศักยภาพเส้นทางการค้าในอดีต ขึ้นมารองรับโลกยุคใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ปัจจุบันที่ด่านภูดู่มีการเปิดตลาดนัดไทย-ลาว ค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าทุกวันเสาร์ โดยตั้งอยู่ห่างจากจุดพรมแดนประมาณ 300 เมตร (ฝั่งไทย) ส่วนใหญ่จำหน่ายสินค้าจากจีน เวียดนาม และไทย ทั้งบุหรี่ เหล้า เบียร์ ขนม โทรศัพท์มือถือ ซีดีเพลง อุปกรณ์เครื่องมือการเกษตรฯลฯ

เพียงแต่มูลค่าการค้าในระยะที่ผ่านมา ยังไม่สูงมากนัก (ปี 2547-2553 มีมูลค่าการค้าผ่านด่านภูดู่รวมประมาณ 766.70 ล้านบาท) เนื่องจากข้อจำกัดทั้งเรื่องการจำกัดรายการสินค้า เพราะด่านประเพณีผาแก้ว-บวมเลา (ตรงข้ามกับด่านภูดู่) ทำให้สินค้าบางรายการไม่สามารถนำเข้า-ส่งออกได้ ต้องหันไปใช้ด่านห้วยโก๋น จังหวัดน่าน หรือด่านท่าลี่ จังหวัดเลยแทน รวมถึงระเบียบปฏิบัติด้านภาษี การตรวจปล่อยสินค้าของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนเส้นทางคมนาคมที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในด้านการสัญจรเข้าออก ณ ด่านภูดู่แห่งนี้กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2542 ที่ผ่านมาที่มีบุคคลเข้า-ออกเพียง 2,882 คน ยานพาหนะ 720 คัน เพิ่มเป็น 59,922 คน ยานพาหนะ 11,093 คัน ในปี 2552 และในปี 2553 (มกราคม-มิถุนายน) มีบุคคลเข้า-ออก 26,587 คน ยานพาหนะ 3,824 คัน

หลังจากมีการยกระดับเป็นด่านถาวรภูดู่แล้ว หอการค้า จ.อุตรดิตถ์ได้พยายามผลักดันให้มีการยกระดับด่านประเพณีผาแก้ว-บวมเลาเป็นด่านถาวรด้วย พร้อมกับผลักดันให้มีการพัฒนาเส้นทางจากด่านภูดู่-ปากลาย เชื่อมต่อกับเส้นทางหมายเลข 4 ของ สปป.ลาว รวมถึงเสนอให้มีการปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268-ตลาดนัดไทย-ลาว ระยะทาง 6 กม. (ก่อนถึงด่านฯ ภูดู่) ที่เป็นถนนลูกรังอยู่ในขณะนี้ พวกเขาเชื่อว่า การพัฒนาพื้นที่ชายแดนภูดู่ จะทำให้ปริมาณการค้าผ่านพรมแดนด้านนี้เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 5 เท่า เป็นหลายร้อยล้านบาทต่อเดือน

รวมถึงส่งเสริมการส่งออกสินค้าไปยัง สปป. ลาวต่อเนื่องไปสู่จีนตอนใต้-เวียดนาม เพิ่มขึ้นเป็นการฟื้นฟูศักยภาพเส้นทางการค้าในอดีตขึ้นมารองรับโลกยุคใหม่อีกครั้งหนึ่ง

  • เปิดตลาดกลางค้าส่งผลไม้ตำบลนานกกก อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ (10/9/2010) นายสมทบ มากทิมทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนานกกก จะจัดงานเปิดตลาดกลางค้าส่งผลไม้นานกกก ในวันที่ 24 กันยายน 2553 ที่ ตลาดผลไม้ตำบลนานกกก อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อจำหน่ายผลผลิตทางด้านการเกษตร เช่น ทุเรียน ลางสาด ลองกอง ขณะนี้ผลผลิตทางการเกษตร ได้ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก เพื่อให้เกษตรกรได้จำหน่ายสินค้าทางการเกษตรให้กับพ่อค้าโดยตรง ซึ่งจะทำให้ราคาผลผลิตได้ราคาสูงขึ้น จึงขอเชิญชวนพ่อค้า ประชาชน เลือกซื้อ ทุเรียน ลางสาด และลองกอง ในวันดังกล่าว
  • จังหวัดอุตรดิตถ์ เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (10/9/2010) นายศุภชัย เหลืองแสงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยเกี่ยวกับการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ว่า คณะอนุกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เห็นชอบแผนดำเนินการโครงการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้เยาวชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และผลิตสื่อสร้างสรรค์ โดยจะประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในการเฝ้าระวังสื่อเพื่อให้เยาวชนได้รับสื่อที่มีประโยชน์ สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หมายถึง สื่อที่มีเนื้อหาไม่ละเมิดกฎหมาย เป็นสื่อที่ส่งเสริมการศึกษาการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทั้งสื่อสารมวลชน หรือสื่อบุคคล ตามแผนงานพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จังหวัดได้เสนอโครงการที่จะดำเนินการรวม 12 โครงการ โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการในปีงบประมาณ 2544 ได้แก่ โครงการประกวดสื่อสร้างสรรค์, การ์ตูนเพื่อเด็กและเยาวชน, ค่ายแกนนำเยาวชน ,การอบรมด้านการแสดงละครแก่เยาวชน ,การอบรมการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างสรรค์สื่อปลอดภัย , การอบรมการสร้างสื่อและประกวดเว็บไซต์, การส่งเสริมร้านเกมสีขาว, การอบรมเครือข่ายสื่อปลอดภัย, การประกวดภาพถ่ายวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม, การสำรวจข้อมูลสื่อปลอดภัยและโครงการจัดนิทรรศการแสดงผลงาน สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
  • จังหวัดอุตรดิตถ์ สืบทอด ศิลปะการแสดงตับเต่า อำเภอน้ำปาด จากช่างฝีมือพื้นบ้าน การทำหัวโขน, การทำทัดทรวง, การทำเครื่องดนตรีตับเต่า สู่เยาวชนรุ่นใหม่ (8/9/2010) นางสายรุ้ง ธาดาจันทน์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ จะจัดโครงการลานบุญลานปัญญา ในวันที่ 13 กันยายน 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ที่ วัดชุมพล ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อมุ่งเน้นให้พื้นที่ของศาสนสถาน เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ “ศูนย์กลางของชุมชน” เป็นแหล่งเรียนรู้ เสริมสร้างปัญญา ร่วมกันทำความดีเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยกิจกรรมเพื่อชุมชน จึงได้จัดโครงการลานบุญ ลานปัญญา ลานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นอาวุโสสู่เด็กรุ่นเยาว์ ได้แก่ การทำบายศรี, จักสาน, ตัดกระดาษงานมงคล, ประดิษฐ์ของชำร่วยเสริมรายได้ให้ชุมชน, การทำน้ำสมุนไพร, อาหารพื้นบ้านน้ำปาด(หลามบอน, แกงเอาะ,หมกหน่อไม้)) พร้อมกับให้ความรู้และอนุรักษ์ภาษาบ้านเฮา(ภาษาถิ่นน้ำปาด วัฒนธรรมล้านช้าง) ,ช่างฝีมือพื้นบ้าน (การทำหัวโขน, การทำทัดทรวง, การทำเครื่องดนตรีตับเต่า) ตลอดจนการอนุรักษ์ ศิลปะการแสดงตับเต่าน้ำปาด จากผู้สูงอายุสืบทอดศิลปะการแสดงสู่เยาวชนรุ่นใหม่ จึงขอเชิญชวนเยาวชนและประชาชนทั่วไป ร่วมงานการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของจังหวัดอุตรดิตถ์ ในโครงการลานบุญลานปัญญา ในวันที่ 13 กันยายน 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ที่ วัดชุมพล ตำบลแสนตอ อำเภอ น้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์
  • ศรีพงษ์ปาร์คความคืบหน้าล่าสุด... โครงการศรีพงษ์พาร์ค อยู่เลย ม.ราชภัฏ ไปหน่อย (ติดศาลเจ้าพ่อเสือ ตรงข้ามหมู่บ้านพิณธนาเริ่มก่อสร้างต้นปี 54 เสร็จปี 55 พร้อมเปิดบริการ --น้องท่าเหนือสุดสวย 15:25, 12 กันยายน 2553 (ICT)


ขอเชิญร่วมงานเทศกาลละครเยาวชนสร้างสุขภาคเหนือที่จังหวัดอุตรดิตถ์ (17/9/2010)แก้ไข

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับแจ้งจาก ศูนย์ประสานงานพื้นที่เทศกาลละครเยาวชนสร้างสุข ภาคเหนือ โดยจัดการเสวนาในหัวข้อ เรื่องเล่ากับการเล่าเรื่อง โดยศิลปินในสาขาต่าง ๆ เช่น ดนตรี ละคร สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ในวันที่ 25 กันยายน 2553 เวลา 13.00 -15.00 น. ที่ ศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และชมการแสดงละครของเยาวชนทั้ง 7 โครงการ และชมละครชุดพิเศษจากคณะละครมืออาชีพ พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน ตั้งแต่เวลา 18.00 -21.00 น. ที่ ลานเอนกประสงค์ริมน่าน อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมรับฟังการเสาวนาและชมการแสดงละคร ในวันและเวลาดังกล่าวด้วย

--น้องท่าเหนือสุดสวย 19:41, 17 กันยายน 2553 (ICT)


โปรแกรมคาราวานงานบุญออกพรรษา ด่านภูดู่สู่หลวงพระบางแก้ไข

วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2553 16.00 น. พร้อมกันที่จุดนัดพบ โรงแรม.........................เพื่อรับฟังคำชี้แจง 17.30 น คณะออกพร้อมกัน นมัสการหลวงพ่อเพ็ชร คารวะอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักเพื่อเป็นศิริมงคลก่อนเดินทาง 18.30 น. เริ่มงานจัดเลี้ยงต้อนรับ “เปิดภูดู่สู่ประตูอินโดจีน” 21.30 น. กลับที่พักเพื่อเตรียมเดินทาง วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 05.00 น. ออกเดินทางจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ 08.30 น. เช็คอินที่ด่านภูดู่ เดินทางเข้าสู่เมืองและแขวงไชยบุรี ในขณะที่เดินทางจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวเมืองปากลาย ที่ยึดเอาการผลิตพ ืชผลการเกษตรเพื่อส่งออกไปยังประเทศไทย 11.00 น. อาหารเที่ยงที่เมืองปากลาย หลังอาหารเที่ยงแล้วจะได้เที่ยวชมตัวเมืองปากลาย 12.00 น. ออกเดินทางต่อ เข้าสู่แขวงไชยบุรี อาหารเย็นที่ร้านอาหาร 3 พี่น้อง แขวงไชยบุรี 17.00 น. เช็คอินที่โรงแรมนกอินทรีย์ วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553 6.30 น เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม 7.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่ ร้าน 3 พี่น้อง / ออกไปร่วมงานแข่งขันเรือยาวออกพรรษาที่มีเทศกาลแข่งขันเรือยาวของชาวแขวงไชยบุรีที่ได้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสามัคคีของประชาชนแต่ละบ้าน จะได้ชมงานทั้งวันและมอบเครื่องนักกีฬาจากคณะทัวร์ให้แก่นักกีฬาเรือแข่งขันบ้านเจ้าภาพ(ถ้ามี) 12.00 น. อาหารเที่ยง สามัคคีร่วมกับงานเทศกาลดังกล่าว 13.00 น. ออกเดินทางเข้าสู่เมืองมรดกโลกหลวงพระบาง 17.00 น. เข้าโรงแรมที่พัก ทำธุระส่วนตัวตามอัธยาศัย อาหารเย็นที่ร้านมีไชยผล ร่วมทำพิธีบายศรีสู่ขัวญ ตามธรรมเนียมประเพณีชาวหลวงพระบางเมื่อมีแขกมา เพื่อเป็นศิริมงคล หลังอาหารเย็นเชิญเที่ยวชม ช็อป สินค้า ตลาดมืดหลวงพระบางตามอัธยาศัย/เที่ยวชมไนท์คลับเมืองซ้ง เพื่อเรียนเต้นรำวง บ๊าทสะโลบ ตามอัธยาศัย วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 6.00 น. ร่วมทำบุญใส่บาตรข้าวเหนียว พระจากทุกวัดในหลวงพระบางประมาณ 300 รูปออกเดินรับบิณฑบาตร 7.00 น. อาหารเช้า หลังอาหารเช้าแล้ว CITY TOUR เมืองมรดกโลก/วัดเชียงทอง/พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ/บ้านวัฒนธรรมผานม 12.00 น. อาหารเที่ยงที่ร้านอาหารปากห้วยมีไซ เสร็จแล้วออกเดินทางมุ่งสู่เมืองไชยะบุรี 16.30 น. เข้าพักที่โรงแรมนกอินทรีย์ เพื่อทำธุระส่วนตัวตามอัธยาศัย 18.30 น. อาหารเย็นที่ร้านสายน้ำฮุ่ง ชมบรรยากาศริมน้ำ ท่องราตรีเมืองไชยะบุรี วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2553 7.00 น. อาหารเช้าร้านสายน้ำฮุ่ง หลังอาหารเช้าเดินทางกลับเมืองปากลาย 12.00 น. อาหารเที่ยงที่เมืองปากลาย 15.30 น. เช็คเอ้าท์ที่ด่านผาแก้ว แขวงไชยยะบุรี กลับสู่ประเทศไทยทางด่านภูดู่โ ดยสวัสดิภาพ

เอกสารที่ต้องใช้

1.หนังสือเดินทาง(Passport) 2.สำเนาทะเบียนรถ ระบุ สี/ยี่ห้อ/เลขรถ/เลขเครื่องยนต์ อัตราค่าบริการ ท่านละ 5,900.-บาท เบี้ยประกันรถ(ในลาว)/ค่าข้ามเรือบั๊ค/อื่นๆ 1,500.-/คัน รถที่นำไปควรมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตรานี้รวม + อาหาร 12 มื้อ พร้อมที่พัก/โรงแรม 4 คืน + นำเที่ยวตามรายการ + ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ + มัคคุเทศก์ท้องถิ่น + ค่าภาษีท่องเที่ยว ค่าธรรมเนียม ต.ม. + ประกันระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 200,000 บาท + บริการรถโมบายเซอร์วิส/วิทยุสื่อสาร(ท่านที่มีอุปกรณ์สื่อสารทั้งมือถือ/ติดรถกรุณานำไปด้วยเพื่อความสะดวกในการติดต่อ เพราะระหว่างเดินทางโทรศัพท์ใช้ได้เป็นบางช่วงเท่านั้น) + บริการมาตรฐาน อัตรานี้ไม่รวม - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือรายการ

กิติพงษ์ วิรุฬห์ศรี นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดอุตรดิตถ์ 081-3793204 / 055414024

--น้องท่าเหนือสุดสวย 22:15, 17 กันยายน 2553 (ICT)

ข่าวอุตรดิตถ์จากประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์แก้ไข

+จังหวัดอุตรดิตถ์ เสวนา-เจรจา จับคู่ธุรกิจการค้า สับปะรดและผลไม้อื่นๆ (21/9/2010) นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ จะจัดเสาวนา – เจรจา จับคู่ธุรกิจการค้าสับปะรด และผลไม้อื่น ระหว่างผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปผลไม้กระป๋อง กับเกษตรกร และผู้รวบรวมสับปะรดและผลไม้ ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี, พิษณุโลก, ลำปาง, เชียงรายและ อุตรดิตถ์ จะจัดขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 2553 ที่ โรงแรมฟราย์เดย์ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จำนวน กว่า 100 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการตกลงทำสัญญาที่จะซื้อขายสินค้าผลไม้ ตลอดจนการวางแผนการตลาดรองรับผลไม้ที่จะออกสู่ตลาดไว้ล่วงหน้า เป็นการสร้างความมั่นใจด้านการตลาดแก่เกษตรกร และสร้างความมั่นใจด้านการหาวัตถุดิบ แก่ผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปผลไม้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ฝ่ายอีกด้วย

+คณะผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยตรวจตืดตามการจัดเตรียมแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 อุตรดิตถ์เกมส์ (21/9/2010) เช้าวันนี้ (21 ก.ย.2553) นายจตุรพร ณ นคร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้นำผู้บริหารของการกีฬาแห่งประเทศไทยและผู้แทนสมาคมกีฬาเยาวชนแห่งประเทศไทย ไปตรวจติดตามการจัดเตรียมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 อุตรดิตถ์เกมส์ ซึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์ จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ตั้งแต่วันที่ 20-31 มีนาคม 2554 โดย นายศุภชัย เหลืองแสงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เป็นประธานประชุม คณะผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณะเตรียมการจัดการแข่งขันฯ ของจังหวัด ที่ ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดได้จัดเตรียมการในด้านต่าง ๆ ไว้พร้อมทุกด้าน โดยกำหนดจัดแข่งขัน 34 ชนิดกีฬา และกีฬาสาธิต 1 ชนิดกีฬา คือ เน็ตบอล สำหรับสนามกีฬาได้เตรียมไว้ที่ อำเภอเมือง 29 สนาม,อำเภอลับแล 3 สนาม,อำเภอ ตรอน 1 สนาม ,อำเภอท่าปลา 1 สนาม และสนามยิงปืนที่จังหวัดพิษณุโลก โดยจะใช้งบประมาณเตรียมการจัดการแข่งขัน 100 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณบริหารจัดการ 50 ล้านบาทเศษและงบลงทุน 49 ล้านบาทเศษ ซึ่งใช้ในการก่อสร้างปรับปรุงสนามกีฬา โดยเฉพาะสนาม กีฬากลาง อยู่ระหว่างการก่อสร้างสนามฟุตบอล ลู่-ลาน กรีฑา งบประมาณ 27,980,000.-บาท สำหรับการจัดเตรียมที่พัก จังหวัดได้เตรียมไว้รวม 140 แห่ง โดยเฉพาะนักกีฬาจะจัด ที่พักในลักษณะหมู่บ้านนักกีฬา ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ รวมทั้งคณะสื่อมวลชน ก็ได้จัดที่พักให้ ที่ โรงแรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ด้วย ซึ่งจะสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่เพราะอยู่ในบริเวณเดียวกับ ศูนย์สื่อมวลชน ที่ อาคารศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย ราชภัฏอุตรดิตถ์ ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทยและผู้แทนสมาคมกีฬาฯ ก็ได้ไปเยี่ยมชมสนามแข่งขันกีฬาแต่ละชนิด พร้อมทั้งได้ให้คำแนะนำในการปรับปรุงสนาม ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานด้วย

+จังหวัดอุตรดิตถ์ตั้งศูนย์ประสานจองที่พักในการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชน (22/9/2010) นายศุภชัย เหลืองแสงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับเกียรติจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 “อุตรดิตถ์เกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 31 มีนาคม 2554 โดยมีการจัดแข่งขันกีฬาจำนวน 35 ชนิดกีฬา ซึ่งคาดว่าจะมีนักกีฬา ผู้ควบคุมนักกีฬา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ปกครองที่จะเดินทางมาเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับลูกหลานที่มาแข่งขันกีฬา จำนวนนับหมื่นคนที่จะเดินทางมาจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจองโรงแรมที่พัก ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันฝ่ายที่พัก ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านที่พักทั่วไปโดยสามารถติดต่อจองโรงแรมที่พักได้ที่ Callcenter โทรศัพท์ 0 – 5541 - 2592 ซึ่งถ้าจะติดต่อจองโรงแรมที่พักโดยตรงทางโรงแรมจะไม่รับจอง --น้องท่าเหนือสุดสวย 02:25, 24 กันยายน 2553 (ICT)


ข่าวใหม่แก้ไข

  • แผนกไอทีโซนของฟรายเดย์ตั้งอยู่ชั้น2ค่ะ ตอนนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง
  • โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ เปลี่ยนป้ายและทาสโรงเรียนใหม่จร้า
  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ กำลังก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่
  • ศรีพงษ์ปาร์คได้ที่แน่นอนแล้วนะคะอยู่ที่พื้นที่โล่งติดกับศาลเจ้าพ่อเสือกะร้านไกด์เค้ก รอดูต่อไปกะ

--น้องท่าเหนือสุดสวย 23:35, 30 กันยายน 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์นิวส์แก้ไข

  • อัปเดตข่าวฟรายเดย์กันก่อนค่ะอิอิ.. ตอนนี้ฟรายเดย์ สรรพสินค้าได้ทำลานจอดรถแห่งใหม่ตรงข้ามห้างฝั่งร้านเล็กอุบลคร้า
  • ฟรายเดย์กำลังก่อสร้าง และปรับปรุงเพื่อรับกับแผนกไอทีโซน ซึ่งเป็นแผนกใหม่ของห้างตั้งอยู่บริเวณลานเครื่องเล่นเด็กเก่าบนชั้น2 ใหญ่พอสมควร
  • ศรีพงษ์ปาร์คน่ะจ๊ะลองถามเค้าบอกว่ากำลังติดต่อโรงหนังเครือดังๆๆอยู่ไม่แน่น่ะคะถ้าสำเร็จเราอะจะได้มีโรงหนังดีๆ มาตรฐานระดับโลกดูกันแต่ขออุ๊บไว้ก่อนเพราะไม่รู้ว่าจะเป็นจริง หรือเป็นแบรนด์ใด แต่เค้าบอกว่ามีแน่นอนค่ะ
  • จังหวัดอุตรดิตถ์จัดงานพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปิยมหาราช

จังหวัดอุตรดิตถ์จัดงานพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปิยมหาราช นายศุภชัย เหลืองแสงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า วันที่ 23 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (สมเด็จพระปิยมหาราช) จังหวัดอุตรดิตถ์ได้กำหนดจัดงานพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปิยมาหาราช เพื่อให้ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ได้ระลึกถึงและแสดงความกตัญญูกตเวทีในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจสร้างความเจริญก้าวหน้ามาสู่ประเทศชาติและพสกนิกรชาวไทยอย่างใหญ่หลวง โดยกำหนดจัดงานพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปิยมหาราช ในวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553 เวลา 08.00 น. ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปิยมหาราช ลานเอนกประสงค์ริมน่าน อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ การแต่งกาย ข้าราชการแต่งเครื่องแบบชุดปกติขาว หรือชุดปฏิบัติงานแขนยาว สวมหมวก พ่อค้า ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน แต่งชุดสุภาพหรือชุดของกลุ่มองค์กร นักเรียน นักศึกษา แต่งเครื่องแบบของสถาบันการศึกษา จึงขอเชิญชวนร่วมงานโดยพร้อมเพียงกัน ธวัช สุขอยู่/ข่าว 30 กันยายน 2553 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์

  • จังหวัดอุตรดิตถ์ได้มีการเปิดบริษัทนำเที่ยวใหม่ชื่อว่า ช้างน้อยตะลอนทัวร์ ว่างๆใครจะมาเที่ยวอุตรดิตถ์ หรือคนอุตรดิตถ์จะไปเที่ยวก็มาติดต่อน่ะค่ะอิอิ มีความสุขไปด้วยกัน.....กับฉัน ช้างน้อยตะลอนทัวร์ บริษัทนำเที่ยวที่ดีที่สุดในจังหวัดอุตรดิตถ์เปิดรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสถึงการท่องเที่ยวในแบบต่างๆที่คุณชื่นชอบ ในราคาแสนประหยัดพร้อมการบริการแสนประทับใจจากทีมงาน สอบถามรายละ

เอียดการท่องเที่ยวได้แล้ววันนี้ ถนนเกาะกลาง ตรงข้ามอัญชันผ้าไทย ติดกับร้าน ซันยง อินเตอร์เนชั่น สาขา อุตรดิตถ์

  • โรงเรียนอุตรดิตถ์จัดคอนเสริต์เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในการได้ชนะเลิศรายการชิงช้าสวรรค์ ซึ่งเป็นถ้วยพระราชทานจากศาสตราจารย์ พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 2ตุลาคม ที่ผ่านมา
  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์กำลังก่อสร้างสำนักงานงานใหม่แล้วนะคะที่ไหนยังบ่ทราบ พักนี้นี่ดูสำนักงานต่างๆทางราชการจะเริ่มมีการขยับขยายน่ะค่ะเนี่ย ตั้งแต่ สำนักทางหลวงชนบทที่9 ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ กำลังสร้างสำนักงาน แล้วก็สาธารณสุขจังหวัดด้วย
  • โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2553 นายสมบูรณ์ ชัยศิรินิรันดร์ ผส.ทช.9 ร่วมกับ นายไพบูลย์ เนื่องพืช ผอ.ทชจ.อุตรดิตถ์ และข้าราชการเจ้าหน้า ลงพื้นที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ จัดทำ MOU โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ บนถนนสาย อต.5003 แยกทางหลวง อต.2014-บ้านโคน-บ้านวังพะเนียด ต.บ้านโคน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการก่อสร้างดังกล่าว และเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมีผู้เข้าร่วมการ MOU กว่า 300 คน
  • “อัญเชิญพระวิษณุกรรมประดิษฐาน” ณ แท่นหน้าสำนักทางหลวงชนบทที่ 9 (อุตรดิตถ์) เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2553 เวลา 09.09 น. นายสมบูรณ์ ชัยศิรินิรันดร์ ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงชนบทที่ 9 เป็นประธานในพิธี “อัญเชิญพระวิษณุกรรมประดิษฐาน” ณ แท่นหน้าอาคารสำนักทางหลวงชนบทที่ 9 (อุตรดิตถ์) โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานทางหลวงชนบทในความรับผิดชอบทั้ง 4 จังหวัดเข้าร่วมงาน เมื่อเวลา 09.09 น. นายสมบูรณ์ ชัยศิรินิรันดร์ ผส.ทช.9 เป็นประธานจุดเทียนธูปบูชาพระวิษณุกรรม โดยมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีบวงศรวงและอัญเชิญพระวิษณุกรรมประดิษฐาน ณ แท่นหน้าอาคารสำนักทางหลวงชนบทที่ 9 (อุตรดิตถ์) พร้อมกับมี นายเดชา ชัยชนะ ผอ.ส่วนบูรณ์, นายช่วย เพชระกระจ่าง ผอ.ส่วนอำนวยการ, นายภิญโญ สอนโต ผอ.ส่วนตรวจสอบและวิเคราะห์, นายอุทัย สกุลเจ้า ผอ.ส่วนเครื่องกล และข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักทางหลวงชนบทที่ 9 (อุตรดิตถ์) และสำนักงานทางหลวงชนบททั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และอุตรดิตถ์ เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วยความพร้อมเพรียง เมื่อเสร็จพิธีได้ถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก และได้ร่วมกันปลูกหญ้าพัฒนาบริเวณด้านหน้าและด้านหลังสำนักงานตามโครงการ”หน้าบ้านน่ามอง” ร่วมกันโดย นายสมบูรณ์ ชัยศิรินิรันดร์ ผส.ทช.9 กล่าวว่า “พระวิษณุกรรม ถือเป็นองค์เทพสำคัญที่เป็นที่เคารพบูชาของผู้ที่ทำงานด้านช่างในทุกแขนง ซึ่งเรามักจะได้เห็นองค์พระวิษณุกรรมตามสถาบันที่สอนวิชาช่าง และสำนักทางหลวงชนบทที่ 9 (อุตรดิตถ์) ก็เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานในด้านช่างโยธาและสำรวจ พระวิษณุกรรมจึงเป็นศูนย์รวมขวัญและกำลังใจของพวกเราชาวทางหลวงชนบท และ ได้ประกอบพิธีอัญเชิญพระวิษณุกรรมในวันนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 19 สืงหาคม 2553 ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ปีขาล ถือว่าเป็นฤกษ์ที่ดี โดยพระวิษณุกรรมนี้ เป็นองค์พระวิษณุกรรมที่กรมทางหลวงชนบทได้จัดสร้างขึ้น ทำจากสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว ประทับในท่านั่งบนแท่น มือขวาถือจอบหรือผึ่ง (เครื่องมือสำหรับถากไม้ชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายจอบ แต่มีด้ามสั้นกว่า) และมือซ้ายถือลูกดิ่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางช่างอย่างชัดเจน ซึ่งตรงนี้ก็แฝงด้วยปรัชญาในการดำเนินชีวิต คือความแม่นยำ เที่ยงตรง ไม่เอนเอียงในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นที่มาของช่างที่ดี คือมีคุณธรรมประจำใจ และขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานทำหน้าที่ตนเองให้เต็มที่เต็มความสามารถ และพร้อมที่จะก้าวไปได้ไกล ก้าวไปด้วยกัน
  • เจ้าหน้าที่ สทช.9 ร่วม “ปลูกต้นไม้เนื่องในวันเข้าพรรษา” แนะนำ “ตาดเยี่ยว” แหล่งท่องเที่ยวเหนืออ่างเก็บน้ำห้วยปู่เจ้า อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2553 เวลา 09.09 น. เจ้าหน้าที่สำนักทางหลวงชนบทที่ 9 (อุตรดิตถ์) ร่วมกิจกรรม “ปลูกต้นไม้เนื่องในวันเข้าพรรษา” ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยปู่เจ้า ม.3 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เนื้อที่ 75 ไร่ โดยมี นายศิริยศ ร่มสุข นายอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เป็นประธานในพิธี และมีทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ผู้นำชุมชน พ่อค้า ประชาชน และนักเรียน ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่าร้อยคนนายถวิล จันธิยศ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าโครงการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่เกิดอุทกภัยและดินถล่ม จังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่ที่ 4(ลุ่มน้ำห้วยปู่เจ้า) ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์และความเป็นมาของกิจกรรมในครั้งนี้ว่า ได้ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และราษฎรบ้านนารี ม.3 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ จัดโครงการ “ปลูกต้นไม้เนื่องในวันเข้าพรรษา” ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยปู่เจ้า ม.3 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เนื้อที่ 75 ไร่ เพื่อสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติไว้อย่างยั่งยืน เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ในท้องที่ตำบลฝายหลวง โดยเฉพาะบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำห้วยปู่เจ้า ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของชาวลับแล โดยได้ปลูกต้นไม้กว่าหนึ่งหมื่นต้น ประกอบด้วยต้นไม้ 6 ชนิด ได้แก่ ต้นสัก, ต้นมะค่าโมง, ต้นพญาสัตบรรณ, ต้นราชพฤกษ์, ต้นมะไฟ และต้นมะขามป้อม และได้มีการปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยปู่เจ้าด้วย ทั้งนี้ นายศิริยศ ร่มสุข นายอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ฝากให้พี่น้องประชาชนร่วมกันปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และช่วยกันพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญ โดยเฉพาะบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยปู่เจ้าแห่งนี้ อยากให้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของอำเภอลับแล เนื่องจากบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำมี “ตาดเยี่ยว” ซึ่งอยากแนะนำให้บุคคลภายนอกได้เข้ามารู้จัก และสัมผัสกับความเป็นธรรมชาติบริเวณอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ อีกทั้งพื้นที่รอบๆ บริเวณนี้มีการทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งคาดว่าจะเปิดเป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต่อไปในอนาคต
  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้การสนับสนุนส่งเสริมด้านจารีตประเพณี วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2553 เวลา 13.30 น. ณ บริเวณโถงสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้จัดกิจกรรมมอบหนังสือวารสารการ์ตูนพระยาพิชัยดาบหักและตำนานเมืองลับแลให้ให้กับโรงเรียนเทศบาลทั้ง 6 แห่ง คือ โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ,โรงเรียนเทศบาลวัดคลองโพธิ์,โรงเรียนเทศบาลวัดไผ่ล้อม,โรงเรียนเทศบาลวัดหนองผา,โรงเรียนเทศบาลวัดเกษมจิตรารามและโรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,200 เล่ม โดยมีนายชาญชัย ประเสริฐศักดิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ (1) เป็นประธานมอบหนังสือวารสารการ์ตูนดังกล่าว ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาทั้ง 6 แห่ง เป็นผู้รับมอบ นายพีระศักดิ์ พอจิต นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า การจัดทำหนังสือวารสารการ์ตูนเกี่ยวกับบุคคลสำคัญ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์นั้น จะช่วยเสริมสร้างความรอบรู้ให้กับ เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงประวัติศาสตร์ของบุคคลสำคัญจังหวัดอุตรดิตถ์ และได้ทราบสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จังหวัดอุตรดิตถ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ในรูปแบบการ์ตูน ซึ่งเป็นสื่อที่สร้างความเข้าใจให้กับเด็กและเยาวชนได้มากทีสุด
  • ห้องสมุดเฉลิมราชกุมารีจังหวัดอุตรดิตถ์ขณะนี้ได้สร้างไปคืบหน้ามากแล้วค่ะ จังหวัดอุตรดิตถ์เตรียมจัดตั้งห้องสมุดประชาชนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ลำดับที่ 91 จังหวัดอุตรดิตถ์ได้ดำเนินโครงการจัดตั้งห้องสมุดประชาชนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่าตามที่จังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ คณะสงฆ์อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จังหวัดอุตรดิตถ์ได้ดำเนินโครงการจัดตั้งห้องสมุดประชาชนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นั้น ขณะนี้จังหวัดได้รับแจ้งจากสำนักราชเลขาธิการว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นศิลาฤกษ์เพื่อทรงพระสุหร่ายและทรงเจิม สำหรับนำประกอบพิธีเป็นสิริมงคล ในการก่อสร้างห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ในวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2553 เวลา 15.00 น. ณ ศาลาดุสิตาลัย สวนจิตรลดา สำหรับห้องสมุดประชาชนเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดอุตรดิตถ์ที่จะจัดสร้างนี้ นับเป็นห้องสมุดประชาชนเฉลิมพระเกียรติฯ ลำดับที่ 91
  • ท่าเหนือ"เมืองน่าอยู่ คุณภาพชีวิตของชุมชนเต็มร้อย (โลกสดใส-กายสุขสันต์) หากจะพูดถึงความสมบูรณ์ของชีวิต ถ้าเป็นในส่วนบุคคล ผู้พูดจะต้องบอกว่า ขอให้ความสุขเกิดกับตัวเอง แต่หากจะพูดถึง สังคม ผู้พูดจะต้องบอกว่า "ขอให้คนในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์" แต่สังคมใดจะเกิดคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ได้ คนในสังคมทุกคนจำต้อง ช่วยกันสร้างมันขึ้นมา หาก สังคมใด สังคมหนึ่ง คนในสังคม ขาดความสามัคคี เกื้อกูล เอารัดเอาเปรียบ มองแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นสรณ ก็อย่าหวังเลยว่า สังคมนนั้น คนในสังคมจะเกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ประเทศชาติของเราเป็น สังคมใหญ่ หน้าที่อันสำคัญที่สุดของผู้บริหารประเทศคือ ต้องสร้าง คุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ให้เกิดกับคนในชาติ ... ซึ่งจะทำได้แค่ไหน มันก็ต้องอยู่ที่ ความ ร่วมมือ และ ความเอาใจใส่ของคนทุกคนในสังคม "อุตรดิตถ์" เป็นแดนสวรรค์แห่งการท่องเที่ยว มีวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ตามความหมายของคำขวัญ ที่เขียนไว้ว่า "เมืองแห่งคุณภาพชีวิต ผลผลิตปลอดภัย บ้านน่าอยู่อาศัย ท่องเที่ยวธรรมชาติวัฒนธรรมไทย ก้าวไกลสัมพันธ์เพื่อนบ้านยั่งยืน" จากความตั้งใจจริงของสังคมนี้ ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในสังคมของ เมือง อุตรดิตถ์ ซึ่งได้มีการเปิดตัว "ท่าเหนือเมืองน่าอยู่" โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ โดย มีเป้าหมาย เพื่อต้องการผลักดันให้จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเมืองน่าอยู่ เรียนรู้ เกื้อกูล ปลอดภัย พึ่งตนเอง ชุมชนมีสุข เป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิต ได้แก่การมีผลผลิตปลอดภัย มีบ้านเมืองน่าอยู่อาศัย มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีการท่องเที่ยวชุมชน และมีสวัสดิการชุมชน ซึ่งมีกลไกการขับเคลื่อนผ่านการปฏิบัติงานของเครือข่ายเชิงประเด็น 4 เครือข่าย ที่ประกอบด้วยเครือข่ายสวัสดิการ, เครือข่ายท่องเที่ยวและวิสาหกิจชุมชน , เครือข่ายเกษตรทางเลือก และ เครือข่ายการจัดการที่ดิน ภายใต้การ สนับสนุนของ เครือข่ายเรียนรู้ และ เครือข่ายท้องถิ่นท้องที่ โดยทั้งหมด มีเป้าหมายเดียวกันคือ เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมให้เกิดเป็นพลังในการขับเคลื่อนสู่ "จังหวัดน่าอยู่" โดยคนอุตรดิตถ์ เพื่อคนอุตรดิตถ์ต่อไป นอกจากนี้ยังมี เครือข่ายอีก 6 เครือข่าย เข้าร่วมเพื่อการสนับสนุนด้วย ได้แก่ 1.เครือข่ายท้องถิ่น 2.เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ซึ่งจังหวัดนี้มีผู้ที่มีความรู้ความชำนาญเรื่องเกษตรทางเลือก เกษตรอินทรีย์มากมาย เพราะจากผลวิจัย พบว่า ปัญหาใหญ่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ ปัญหาการใช้สารเคมี 3.เครือข่ายสวัสดิการชุมชน ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ขับเคลื่อนจากองค์กรชุมชนมากถึง 48 ตำบล มีเงินทุนจำนวนมาก (15 ล้านบาท) และกำลังจะขอจดทะเบียนเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชน เป็นการร่วมดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย ถือเป็นการรื้อฟื้นเรื่องเก่าที่สังคมได้ละเลย คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยรัฐบาลได้เห็นความสำคัญจึงมอบเงินสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อสนับสนุนการสร้างหลักประกันในภาคประชาชนด้วย 4. เครือข่ายท่องเที่ยวสีเขียวและวิสาหกิจชุมชน ซึ่งอุตรดิตถ์มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งตอนนี้มีโฮม สเตย์เกิดขึ้นมากและมีชื่อเสียง เช่น ต.หาดสองแคว จ.อุตรดิตถ์ ที่ได้รับคะแนนการประเมินมาตรฐานที่สูงที่สุดในประเทศ 5.เครือข่ายการเรียนรู้ ซึ่งมีแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาจำนวนมาก และมีภาควิชาการทั้งจากสถานศึกษาและนักวิจัยชุมชน เข้ามาร่วมสร้างเครือข่ายการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่น 6.เครือข่ายการจัดการที่ดิน ซึ่งเป็นปัญหาและได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์และการประกาศเขตป่าทับที่ทำกินที่อยู่อาศัยของชุมชน นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนเสริมจากเครือข่ายเด็กและเยาวชน ที่จะเข้ามาร่วมเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้จังหวัดน่าอยู่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้พัฒนาประชากร อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างจิตสำนึกให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ นายสมพร ใช้บางยาง เลขานุการคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ ในฐานะรองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ สสส.สนับสนุนให้จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดสุขภาวะ เนื่องจากจังหวัดนี้มีทุนและความพร้อมค่อนข้างมาก ได้แก่ 1.มีฐานของงานตำบล 1 ใน 3 ของพื้นที่ ซึ่งตอนนี้อุตรดิตถ์มีฐานงานตำบลสุขภาวะมากถึง 32 ตำบล และตอนนี้กำลังขยายอีก 30 ตำบล โดยส่วนใหญ่เด่นในเชิงประเด็นโดยเฉพาะเรื่องเกษตรทางเลือก ซึ่งในส่วนงานท้องถิ่น ท้องที่มีความเข้มแข็งจนเกิดเป็นเครือข่ายท้องถิ่น ท้องที่ ที่ร่วมมือกันเกื้อกูล และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ที่มีในชุมชนระหว่างกัน ซึ่งเป็นกลไกลที่ทรงพลังมหาศาล 2.จังหวัดนี้มีศูนย์เรียนรู้ถึง 2 แห่ง ได้แก่ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะชุมชนแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และเครือข่าย และชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีภาควิชาการจะเข้ามาหนุนเสริมและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะเรื่องการจัดการองค์ความรู้ งานวิจัย เพื่อพัฒนาต่อยอดจากทุนเดิมของชุมชนที่มีอยู่ นายสมพร กล่าวว่า สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ แรงสนับสนุนจากภาคราชการโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะเป้าหมายสูงสุดของงานจังหวัด คือ การประสานความร่วมมือและการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเครือข่ายเพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะระดับจังหวัด ที่มาจากความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติใช้ได้จริง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งตอนนี้เรามาถูกทางแล้ว เพราะสิ่งที่ทำถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปประเทศไทย ผ่านการพัฒนาอย่างบูรณาการทั้งจังหวัดโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง จากการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ ในทุกพื้นที่ ในทุกภาคส่วน ซึ่งจะทำให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ชุมท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และสามารถตอบสนองความต้องการของคนในจังหวัดได้อย่างตรงจุด น.ส.ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผอ.สนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน สสส. ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ของตน ว่า ต้องการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น โดยมีผู้เชี่ยวชาญ หรือนักวิชาการ หลากหลายฝ่าย ที่คอยให้คำแนะนำ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยง คอยกำกับดูแล ดังนั้นอาจจะต้องมีการปรับวิธีคิดใหม่ ทำให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง มีการสร้างจิตสำนึก และจุดประกายให้คนในชุมชนเกิดความตระหนักในการรักษาบ้านเมือง เพื่อนำไปสู่ประเทศที่น่าอยู่ต่อไปได้
  • เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์เปิดตัวไนท์บาซาร์ ตลาดสดเทศบาล5อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ค่ะ เมื่อวันที่ 1ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งจัดได้ว่าเป็นไนทบาซาร์แห่งที่ 3ของตัวเมืองอุตรดิตถ์
  • โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ จ้างเหมาก่อสร้างอัฒจรรย์ 6 ชุด บริเวณ สนามกีฬาโรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ โดยเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์
  • เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ปรับปรุงอาคารสถานที่และสนามกีฬา สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 24 (พ.ศ.2554) โดยในนั้นมีสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหักด้วย รอดูน่ะคะว่าเค้าจะทำอะไย
  • อีกนิดตอนนี้กำลังมีโรงแรมแห่งใหม่ผุดมาในตัวเมืองอุตรดิตถ์ชื่อโรงแรมโอ ยู เอ็ม คร้า เสร็จแล้วก๊ะไปพักกันด้วยน้าอิอิ
  • อุตรดิตถ์กำลังพัฒนา เราจะไม่ใช่จังหวัดด้อยพัฒนาฯเรากำลังจะเป็นจังหวัดที่พัฒนาแล้วในนามศูนย์กลางการค้าแห่งอินโดจีน (ฟากเวียดนามเหนือ-พม่า)หนูคิดเองนะอิอิ.... แต่ก็คงไม่นานหรอกถ้าด่านภูดู่ลุล่วงอย่างเสร็จสมบูรณ์

--น้องท่าเหนือสุดสวย 21:48, 6 ตุลาคม 2553 (ICT)

สถานการณ์การค้าไทย-ลาว ผ่านด่านจังหวัดอุตรดิตถ์-แขวงไชยะบูลี สปป.ลาวแก้ไข

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แจ้งถึงสถานการณ์การค้ากับแขวง ไชยะบูลี สปป.ลาว ได้ช่วงเดือนสิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการค้ารวม 6,128,998.-บาท มูลค่าการส่งออก 4,121,195.-บาท มูลค่าการนำเข้า 2,007,803.-บาท และไทยได้ดุลการค้า 2,113,392.-บาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน กรกฎาคม 2553 มีมูลค่าการค้ารวมเพิ่มขึ้น 453,178.-บาท หรือร้อยละ 7.98 มูลค่าการส่งออกลดลง 545,295.-บาท หรือร้อยละ 11.69 มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 998,473.-บาท หรือร้อยละ 98.92 และเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้ารวมลดลง 3,650,985.-บาท หรือร้อยละ 59.57 มูลค่าการส่งออกลดลง 3,876,585.-บาท หรือร้อยละ 48.47 มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 225,600.-บาท หรือร้อยละ 12.57

--น้องท่าเหนือสุดสวย 20:45, 5 ตุลาคม 2553 (ICT)

กินปลาเขื่อน เยือนด่านภูดู่ ขึ้นภูสอยดาวแก้ไข

ร้านอาหารแสนอร่อยริมเขื่อนสิริกิติ์ เป็นจุดเริ่มต้นของทีมงาน ขับไปคุยไป เที่ยวทั่วไทย กับรณชิต ที่จะนำพาท่านผู้อ่านไปกินปลาเขื่อน เยือนด่านภูดู่ ขึ้นภูสอยดาว โดยพาหนะของคณะเราคือ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และมาสด้า 2 ป้ายแดงทั้งคู่ บรรทุกแม่หมูและลูกหมูมาเต็มคันรถ ขับลองสมรรถนะขึ้นที่สูงแวะเที่ยวเขาค้อมาแล้วคืนหนึ่ง จนกระทั่งถึงเขื่อนสิริกิติ์

ที่นี่คือเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เดิมชื่อเขื่อนผาซ่อม ต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขนานนามว่า เขื่อนสิริกิติ์ ก่อสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางชลประทาน และผลิตกระแสไฟฟ้า โดยสร้างปิดกั้นแม่น้ำน่าน ที่ไหลมาจากดอยภูแว ในเทือกเขาหลวงพระบาง ก่อนที่จะไหลผ่านเขื่อนดินแห่งนี้ ไปบรรจบกับแม่น้ำยมซึ่งมาจากอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ สองแรงแข็งขันไหลไปเจอกับแม่น้ำปิงที่มาจากอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งรวมเอาแม่น้ำวังที่มาจากลำปางมาด้วย ณ ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ สี่สายไหลรวมกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาไปเลยครับ

พาท่านผู้อ่านย้อนมาที่ร้านอาหารเล็กๆ เรียงรายริมเขื่อน มีปลาสดๆ จากชาวประมงพื้นบ้านมาคอยไว้บริการนักท่องเที่ยว ทีมงานลองอุดหนุนชุดใหญ่ รสชาติจัดว่าใช้ได้ทุกเมนูเลยทีเดียว อิ่มแล้วขับรถป้ายแดงเลาะเลียบย้อนมาวนอุทยานต้นสักใหญ่ ที่มีผู้ไปพบเห็นต้นสักใหญ่นี้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2470 ต่อมาหน่วยงานของรัฐได้ร่วมกันพัฒนาให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจกลายมาเป็นวนอุทยาน โดยต้นสักที่ใหญ่ที่สุดในโลกต้นนี้เดิมทีเป็นรองแชมป์ ส่วนแชมป์ตัวจริงตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศพม่า แต่ปัจจุบันได้ถูกไฟไหม้เสียหายจนตกอันดับไป สักต้นนี้มีขนาดลำต้น 9.85 เมตร สูง 47 เมตร อายุอานามมากกว่า 1,500 ปี เก่าแก่ที่สุดในโลก ทีมงานขับรถผ่านป่าเบญจพรรณ บริเวณวนอุทยานต้นสักใหญ่ ที่ประกอบด้วยไม้สักหลายชั้น หลายอายุ มีตั้งแต่ขนาดใหญ่ ขนาดย่อมและลูกไม้ ขับตามถนนอันร่มรื่นปกคลุมด้วยเงาไม้เต็ง รัง พะยอม แดง ประดู่ ตะแบก ออกมาสู่ถนนหลัก หักเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1074 เพื่อขึ้นไปเยือนด่านถาวรไทย-ลาว ภูดู่

ด่านภูดู่ที่อุตรดิตถ์แห่งนี้เป็นน้องใหม่มาแรง มีนักท่องเที่ยวมาจากทั้งเวียดนาม จีน ลาว ไทย พม่า และมาเลเซีย ในอดีตนั้นเป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีสัตนาคนหุต หรือกรุงเวียงจันทน์ในปัจจุบัน ความแตกมาจากศิลาจารึกหลักที่ 1 ว่า การเดินทางไปยังอาณาจักรล้านช้างจักต้องใช้เมืองสวางคบุรีเป็นทางผ่านในการขนส่งสินค้าจากกรุงสุโขทัยไปยังล้านช้าง ซึ่งอธิบายความได้ว่าเมืองอุตรดิตถ์เป็นเมืองผ่านที่สำคัญ ในสมัยกรุงสุโขทัยจะไปเวียงจันทน์ต้องผ่านที่ช่องภูดู่แห่งนี้เท่านั้น ทีมงานขับเข้าไปชมกิจการร้านค้าซึ่งเปิดเฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์เท่านั้น สินค้าจากฝั่งไทยส่วนใหญ่เครื่องอุปโภคบริโภค ส่วนสินค้าจากฝั่งลาวเป็นพืชผลการเกษตรของป่าและเศษเหล็ก

มาสด้า 2 ยังคงตามบี้ติดด้วยฟอร์จูนเนอร์ ขับตามทางหลวง 1268 จุดหมายที่ภูสอยดาว ซึ่งเป็นภูสูง 2,102 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล นับความโย่งได้เป็นอันดับ 4 ของยอดดอยในเมืองไทย โดยเบอร์ 1 คือดอยอินทนนท์ที่เรารู้จักกันดี เบอร์ 2 ดอยผ้าห่มปกที่อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง เบอร์ 3 ดอยหลวงเชียงดาวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว เบอร์ 4 คือภูสอยดาวเนี่ยแหละ ตามติดปิดท้ายด้วยเบอร์ 5 ดอยลังกาหลวงที่อุทยานแห่งชาติขุนแจ

ทีมงานขับไปคุยไป ได้จอดชมน้ำตกที่ภูสอยดาว มีเจ้าหน้าที่มาขยายความให้ฟังว่า ภูสอยดาวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำปาด เทือกเขาภูสอยดาวทอดตัวลากยาวจากเหนือสู่ใต้แบ่งปันไทย-ลาว ออกจากกัน ยอดภูสอยดาวที่สูงสุดอยู่ฝั่งลาว สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ ลานสนทุ่งดอกไม้คือจุดขายของภูสอยดาว เป็นเรื่องราวของธรรมชาติล้วนๆ สามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดปี และถ้าสุดยอดเลยต้องหน้าหนาว ส่วนฤดูฝนนี้บริเวณที่ราบเชิงเขาตามเส้นทาง 1237 มุ่งลงสู่อำเภอชาติตระการ สองข้างทางเต็มไปด้วยไร่ข้าวโพด องุ่น ทุ่งข้าวไร่ ที่เจริญตาเจริญใจยิ่งนัก

จาก บ้านเมืองออนไลน์ เวลา 8:33:00 วันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2553

--น้องท่าเหนือสุดสวย 20:32, 7 ตุลาคม 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์ ฮอทนิวส์แก้ไข

  • นายพีระศักดิ์ พอจิต นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากจังหวัดอุตรดิตถ์ มีสินค้าที่ผลิตจากฝีมือของชาวบ้านซึ่งรวมกลุ่มกัน หรือเรียกว่าสินค้าโอทอป จำนวนกว่า 200 ชนิด จาก 9 อำเภอ ซึ่งปัจจุบันกำลัง ประสบปัญหาเรื่องการส่งเสริมการตลาด ทำให้ขาดรายได้ที่จะไปดำเนินการต่อ อบจ. อุตรดิตถ์ จึงได้จัดสร้างศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอป ขึ้นที่บริเวณสถานีบริการน้ำมันบางจาก ของสหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ริมถนน หมายเลข 11 อุตรดิตถ์-เด่นชัย ต.งิ้ว งาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ มีมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมและจำหน่าย

นายก อบจ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอป แห่งนี้ ได้แบ่งสินค้าออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ ผ้าทอสำเร็จรูป ผ้าม่าน ผ้าขาวม้า ผ้ามัดหมี่จากทุกอำเภอ อีกทั้งยังโชว์ผ้าขาวม้าที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีความยาว 799 เมตรด้วย ประเภทที่ 2 ประเภทของใช้ เครื่องประดับ ของที่ระลึก เช่น โคมไฟ (ผลิต ภัณฑ์จากกะลา) ดาบเหล็กน้ำพี้ หมอนอิงชนิดต่าง ๆ ต้นไม้ประดิษฐ์ ไม้กวาด ส่วนประเภทที่สาม ได้แก่อาหารสดและอาหารแปรรูป เช่นข้าวพันธุ์ผัก ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดัง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ปลาร้าผง มะขามแปรรูป น้ำพริกต่าง ๆ วุ้นมะพร้าว นายพีระศักดิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังมีสินค้า โอทอป อีกจำนวนมากที่นำมาจำหน่ายที่นี่ ให้ผู้ที่เดินทางขึ้นเหนือ หรือล่องใต้ ได้ซื้อเป็นที่ระลึกโดยไม่ต้องเดินทางไปถึงแหล่งผลิต และยืนยันว่าราคาไม่แพงกว่าท้องถิ่นแน่นอน เนื่องจากสินค้าโอทอป ที่นำมาจำหน่ายที่นี่ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ โดย อบจ.อุตรดิตถ์ จะเป็นฝ่ายอำนวยการจัดให้ทั้งหมด นายก อบจ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยด้วยว่า ทั้งนี้เพื่อให้สินค้าของอุตรดิตถ์ มีคนรู้จักมากขึ้น หากมีความต้องการสูง หรือเป็นที่สนใจก็จะส่งผลกลับไปให้ท้องถิ่นผลิตสินค้ามากขึ้นตามไปด้วย และเพื่อให้ศูนย์ดังกล่าวเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงได้จัดงานเทศกาลชิมผลไม้เมืองอุตรดิตถ์ปี 2533 ขึ้น เพื่อแนะนำผลไม้ของจังหวัดอุตรดิตถ์ เช่น ทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล ที่กำลังมีชื่อเสียงเรื่องความอร่อยอยู่ในขณะนี้ อีกทั้งยังมีลองกอง ลางสาด สับปะรดห้วยมุ่น ลำไยท่าปลา ตลอดจนการจำหน่ายกิ่งพันธุ์ให้แก่ผู้สนใจ “นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผลไม้และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น ทานผลไม้อิ่มละ 39 บาท ที่เมืองลับแล กิจกรรมการเที่ยวสวนชวนชิมผลไม้ เป็นกิจกรรมพานักท่องเที่ยว ชมวิถีชีวิตชาวสวนผลไม้ของอำเภอลับแล เช่น การลำเลียงผลไม้ผ่านภูเขาสูงโดยลวดสลิง การลำเลียงผลไม้โดยรถจักรยานยนต์จากยอดเขาลงมาสู่พื้นราบ ที่สัมผัสได้ตลอดเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองลับแล ตลอดจนการเที่ยวสวนผลไม้ ชิมผลไม้ในสวนอย่างอิ่มหนำสำราญอีกด้วย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่าน อุตรดิตถ์หาโอกาสสัมผัสให้ได้” นายพีระศักดิ์ กล่าว.

  • ศิลปากรขุดค้นกำแพงเมือง เมืองพิชัย นายสมหวัง พ่วงบางโพ นายอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย จะดำเนินโครงการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อศึกษาพัฒนาการกำแพงเมือง เมืองพิชัย ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เนื่องจากปัจจุบันเมืองโบราณพิชัยยังไม่ได้มีการขุดค้นทางโบราณคดีอย่างเป็นระบบ จึงทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าเมืองโบราณพิชัยเป็นเมืองโบราณที่มีมาแต่เดิม หรืออยู่ในสมัยอยุธยา ซึ่งอาจก่อสร้างในราวสมัย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ตามที่ปรากฏในพงศาวดาร หรือมีอายุสมัยที่มากกว่านั้น ดังนั้น การดำเนินงานขุดค้นทางโบราณคดีจะสามารถตอบคำถามถึงพัฒนาการและเป็นการนำหลักฐานที่ได้นำมาวิเคราะห์อายุสมัยของเมืองโบราณพิชัยประกอบกับหลักฐานทางเอกสารได้ต่อไป
  • จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ คณะทำงานเพศศึกษารอบด้าน นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้บูรณาการคณะทำงานเพศศึกษารอบด้านสำหรับเยาวชนในสถานศึกษา จะจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ครูสอนเพศศึกษาของจังหวัดอุตรดิตถ์ ในวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2553 ที่ ห้องบอลรูม โรงแรมสีหราช โดยจัดกระบวนการเรียนการสอนเพศศึกษาของครูจากโรงเรียน 8 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนลับแลพิทยาคม ลับแลศรีวิทยา น้ำปาดชนูปถัมภ์ บ้านโคกวิทยา วัดบ้านเกาะ บ้านนาอิน บ้านห้วยสูนและสีเสียดบำรุง เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางและบทเรียนการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา รวมถึงวางแผลงานขยายผลการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาให้กับโรงเรียนอื่น ๆต่อไป จึงขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานโรคเอดส์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์
  • โครงการนำร่องการประกันภัยธรรมชาติ สำหรับการผลิตข้าวนาปีจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2553 ผู้แทนจากกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์, สมาคมประกันวินาศภัย และคณาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ซึ่งประกอบด้วย ผศ.ดร.ศิริลักษณ์ ชุ่มชื่น, อาจารย์พิชิต พูนผลวัฒนาภรณ์ และอาจารย์วลัยรัตน์ บุญไทย อาจารย์ ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาพื้นที่เกษตรและชุมชนที่ประสบภัยธรรมชาติ วุฒิสภา ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 311 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบประกันภัยพืชผลทางการเกษตร “โครงการนำร่องการประกันภัยธรรมชาติ สำหรับการผลิตข้าวนาปีจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุตรดิตถ์” กับคณะกรรมการวิสามัญฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร และ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร โดยในการประชุมดังกล่าว ผศ.ดร.ศิริลักษณ์ ชุ่มชื่น ได้นำเสนอแนวความคิดและความก้าวหน้าของโครงการวิจัยนำร่องฯ แก่ที่ประชุมฯ
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้บริการตรวจสุขภาพฟรีแก่สัตว์เลี้ยง ที่ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับแจ้งจาก ชุมนุมสัตวแพทย์อาสาพัฒนาชนบท สโมสรนิสิตคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะจัดโครงการสัตวแพทย์อาสาพัฒนาชนบท โดยมีนิสิตสัตวแพทย์และอาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 100 คน ให้บริการในวันที่ 14-20 ตุลาคม 2553 ที่ ตำบลนาอิน, นายาง,บ้านโคน,พญาแมน,ท่ามะเฟือง ,ไร่อ้อย และท่าสัก อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยจะให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงสัตว์ที่ถูกต้อง วิธีป้องกันโรคติดต่อ ให้บริการตรวจสุขภาพ ทำวัคซีนและถ่ายพยาธิแก่สัตว์ลี้ยง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่องถึง 2 ปี จึงขอเชิญชวนเกษตรกรขอรับบริการได้ตั้งแต่วันที่ 14-20 ตุลาคม 2553 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอพิชัย
  • ขอเชิญร่วมตักบาตรเทโวโรหณะ พระภิกษุสามเณร รับบิณฑบาตลงจากดอยภูเงิน วัดภูเงินวนาราม อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ นายสายรุ้ง ธาดาจันทน์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และสภาวัฒนธรรมอำเภอน้ำปาด คณะสงฆ์อำเภอน้ำปาด และคณะศรัทธาวัดภูเงินวนาราม ตำบลบ้านฝาย อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ จะจัดงานตักบาตรเทโวโรหณะ ณ บริเวณบันไดทางขึ้น วัดภูเงินวนาราม ตำบลบ้านฝาย อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นตามวิถีชีวิตของชุมชนเสริมสร้างความสามัคคีของพุทธบริษัทนำสู่เส้นทางบุญ จึงขอเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา เยาวชน ผู้นำท้องถิ่น และองค์กรทุกภาคส่วน ร่วมตักบาตรโทโวโรหณะ โดยมีขบวนเทวดานางฟ้า พระปฎิมากรลงจากดอยภูเงิน พระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาตในวันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑) เวลา ๐๗.๓๐น. ณ บริเวณบันไดนาคทางขึ้น วัดภูเงินวนาราม ตำบลบ้านฝาย อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์
  • เกษตรตำบล อำเภอพิชัย ได้รับรางวัลเกษตรตำบลดีเด่น ระดับประเทศ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับแจ้งจากกรมส่งเสริมการเกษตรว่า ได้คัดเลือกบุคคล องค์กรและสถาบันดีเด่น ประจำปี 2553 โดยเกษตรตำบล อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับรางวัลเกษตรตำบลดีเด่น ระดับประเทศ ได้แก่ นายกำจร อยู่เจริญกิจ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตร อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยส่งเสริมให้เกษตรได้เรียนรู้ถึงโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งฟาร์ม ในรูปแบบ ไร่นาสวนผสม โครงการผลิตปุ๋ยอินทร์ใช้อย่างพอเพียง โครงการศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนและพัฒนาต่อยอดผลพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีในชุมชน และส่งจำหน่ายให้แก่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในต่างจังหวัด ซึ่งโครงการดังกล่าวทำให้เกษตรกรมีสุขภาพแข็งแรง ระบบนิเวศน์ในนาข้าวสมบูรณ์ขึ้นและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเข้ารับมอบโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณและเงินรางวัล 10,000.-บาท ในวันที่ 20 ตุลาคม 2553 ที่ กรมส่งเสริมการเกษตร ต่อไป
  • ชาวอุตรดิตถ์ตื่น"น้ำทิพย์" เชื่อดื่มแล้วหายปวดเมื่อย หูตาแจ่มใส ชาว ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พากันแตกตื่น และเดินทางไปยังวัดทุ่งเศรษฐี หมู่ 7 ต.ป่าเซ่า เพื่อขอบูชาน้ำทิพย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสีทอง ส่วนรสชาติเหมือนน้ำปกติทั่วไปที่ใช้อุปโภคบริโภคในครัวเรือน เป็นน้ำที่ถูกค้นพบโดยบังเอิญหลังจากเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการค้นพบวัตถุโบราณเครื่องใช้ประเภทภาชนะเครื่องปั้นดินเผา อาทิ หม้อดิน ขนาดใหญ่และเล็ก ฝาปิดหม้อดินเผาหลากหลายขนาด เตาเชิงกราน อาวุธปืนโบราณ และเครื่องสัมฤทธิ์ อายุตั้งแต่ 200-400 ปีขึ้นไป อยู่ในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยการค้นพบครั้งนี้ถูกค้นพบบริเวณ บึงบึงกะโล่ ต.ป่าเซ่า ชาวบ้านจึงร่วมกันนำเก็บมาไว้ที่วัดทุ่งเศรษฐี นางอารี คุมยอง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 บ้านหนองกลาย หมู่ 5 ต.ป่าเซ่า กล่าวว่า ไปบูชาน้ำทิพย์จากวัดทุ่งเศรษฐี 1 แก้ว ราคาแก้วละ 20 บาท เพื่อนำมาดื่ม หลังจากมีราษฎรรายหนึ่งในหมู่บ้านทุ่งเศรษฐีนำมาดื่มแล้วหายจากอาการปวดเมื่อยร่างกาย หูตาแจ่มใส ซึ่งหลังจากตนนำมาดื่มแล้ว ก็รู้สึกดีขึ้น ร่างกายสดชื่นหูตาแจ่มใสขึ้นมา หลังจากก่อนหน้านี้รู้สึกปวดเมื่อยร่างกายเพราะจัดงานศพให้กับป้า “หลังจากข่าวนี้มีการพูดกันปากต่อปาก มีชาว จ.สตูล พากันเดินทางโดยรถบัสมายังวัดทุ่งเศรษฐีเพื่อขอบูชาน้ำทิพย์ และทุกวันจะมีราษฎรจากจังหวัดอุตรดิตถ์และใกล้เคียงต่างพากันเดินทางมาดูวัตถุโบราณและน้ำทิพย์อย่างเนืองแน่น แต่สิ่งหนึ่งที่เกรงว่าจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ไปแล้วคือ จะมีกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสนำน้ำจากแหล่งอื่นนำมาให้ชาวบ้านที่เชื่อเรื่องนี้ออกจำหน่ายหาประโยชน์” นางอารี กล่าว แต่ต่อมาเขาบอกว่าไม่ควรดื่มเพราะมีสารพิษตกข้าง และเป็นบ่อเกิดโรคถึง 3โรค
  • นิดนึงอุตรดิตถ์เป็นหนึ่งในจังหวัดจังหวัดนำร่องรอบพื้นที่เป้าหมายการพิจารณาการเกษตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • อุตรดิตถ์ – เมืองลับแลโชว์ผลงานกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด พร้อมเพิ่มมาตรการคุมเข้มพื้นที่ติดต่อตามแนวชายแดนประเทศลาว รายงานข่าวจากจังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งว่า นายวิฑูรย์ ศิริบูลย์ภักดี ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับพล.ต.ต.พิเชษฐ วัฒนลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ แถลงข่าวปฏิบัติการกวาดล้าง (Ciean) เครือข่ายยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน 2553 ตามแนวทาง “มหาดไทย Clean & Seal ทำความดีเพื่อแผ่นดิน กวาดล้างให้สิ้นยาเสพติด” ระหว่าง 4-24 มิถุนายน 2553 ที่ห้องประชุมศิลาอาสน์ ศาลากลางจังหวัด โดยระบุว่า ในภาพรวมจังหวัดอุตรดิตถ์ จับกุมคดียาเพสติดได้ 51 คดี ผู้ต้องหา 53 คน จับกุมคดีผู้ค้ายาเสพติด/ผู้ผลิตที่เป็นเครือข่ายรายใหญ่หรือผู้ต้องหารายสำคัญได้จำนวน 2 คดี ผู้ต้องหา 3 คน ผู้ค้ารายย่อย 23 คดี ผู้ต้องหา 23 คน จับกุมข้อหายาเสพติด 27 คดี ผู้ต้องหา 27 คน การจับกุมคดียาเสพติดตามหมายจับค้างเก่า 1 คดี ผู้ต้องหา 1 คน นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการจัดระเบียบสังคม 9 อำเภอ ทั้งการตั้งจุดตรวจ จรวจสถานบริการ ตรวจหอพัก/เกม/อินเทอร์เน็ต ผลจับกุมในสถานบริการ 1 ราย ผู้ต้องหา 1 คน โรงแรม 2 ราย ผู้ต้องหา 3 คน ส่วนของกลางที่ได้ยึดเป็นของกลางภาพรวมเป็นกัญชา 24 กรัม ผู้ต้องหา 2 คน กระท่อม 20 กรัม ผู้ต้องหา 1 คนและยาบ้า 2,722 เม็ด ผู้ต้องหา 53 คน สำหรับการจับกุมครั้งสำคัญได้มีการจับกุมผู้ค้าที่ข้ามมาจากฝั่ง ส.ป.ป.ลาว พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการทุกพื้นที่ตั้งด่านตรวจ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ ส.ป.ป.ลาว ซึ่งก็ได้มีการเข้มงวดเป็นอย่างมาก มีการตรวจค้นยาเสพติด รถที่ต้องสงสัย ตรวจสอบบัตรประชาชนผู้ที่จะเข้ามาในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ทางด้านชายแดนว่าเป็นบุคคลที่มาจากเพื่อนบ้านหรือไม่ มีพฤติกรรมค้ายาเสพติดมาก่อนหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการจับกุมผู้ค้าที่ชายแดนลาว และมีข้อมูลด้านเครือข่ายผู้ค้าแล้วว่าเป็นใครบ้าง แต่ไม่ขอเปิดเผย นอกจากนี้ ยังได้ประสานข้อมูลกับทางแขวงไชยะบุรี ส.ป.ป.ลาว ให้ชุดปราบปรามยาเสพติดฝั่งลาวได้ทราบข้อมูลว่าคนของเขามีใครบ้างที่นำยาเสพติดมาขายในฝั่งไทย (จังหวัดอุตรดิตถ์)อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าฝั่งประเทศลาวเป็นผู้ผลิต หากสามารถดำเนินการได้เป็นผลสำเร็จก็จะมีการแถลงผลการดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการที่จะตรวจค้นอีกอย่างหนึ่งคือมีการปรับเปลี่ยนด่านตรวจ ให้มาดำเนินการที่บ้านไฮ้ฮ้า (เขตติดต่อระหว่างเส้นทางสายอุตรดิตถ์และจังหวัดแพร่) เพื่อสกัดเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่จะมาจากทางภาคเหนือตอนบน เช่น เชียงราย พะเยา ไม่ให้เข้ามาสู่จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งจะเป็นการลดการแพร่ระบาดของยาเสพติด และบรรดาผู้ค้าที่มาจากภาคเหนือก็จะทำได้ยากขึ้น

ต่อไปเป็นข่าวภายในเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์

  • ขอเชิญเที่ยวงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2553 นายสมชาย จงศิริการค้า นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 17 – 21 พฤศจิกายน 2553 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ริมน้ำน่าน เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยให้คงอยู่สืบไป และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจดังนี้

วันที่ 17 – 21 พฤศจิกายน 2553

· เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พบกับมหกรรมอาหาร อิ่มอร่อยกับอาหารหลากรสชาติ ของดีของจังหวัดอุตรดิตถ์ และเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีและการแสดงต่างๆ ของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2553

· เวลา 19.00 น. พิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2553 และชมการแสดงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น “เจ้าพระฝาง แห่งเมืองสวางคบุรี”

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2553

· เวลา 17.00 น. การประกวดกระทงเล็ก

· เวลา 18.00 น. การประกวดหนูน้อยนพมาศ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

· เวลา 18.00 น. ชมขบวนแห่และการประกวดรถกระทงใหญ่

· เวลา 20.00 น. การประกวดนางนพมาศ

เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ขอประชาสัมพันธ์และเชิญชวนทุกท่านร่วมอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทย ชมการแสดงแสง สี เสียง การประกวดหนูน้อยนพมาศ นางนพมาศ การประกวดกระทงเล็ก กระทงใหญ่ และงานมหกรรมอาหารอันหลากหลาย ในงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2553 ณ ลานอเนกประสงค์ริมน้ำน่าน เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์

--น้องท่าเหนือสุดสวย 12:56, 11 ตุลาคม 2553 (ICT)

"กล้วย เชิญยิ้ม"ลงเล่นการเมือง มุ่งระดับชาติ-หวังผลักดันโครงการแก้มลิงแก้ไข

อุตรดิตถ์ - เมื่อวันที่ 10 ก.ย. นายฐานุพงศ์ ศักดิ์ธนาวัฒน์ หรือ ตลกดัง "กล้วย เชิญยิ้ม" ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ที่เข้ามามีบทบาทการเมืองท้องถิ่นระดับ อบจ.ลงพื้นที่พบปะประชาชนทั่วไปในจังหวัดอุตรดิตถ์ 9 อำเภอ ทำให้รับรู้ปัญหาความเดือดร้อนความต้องการของประชาชนมากขึ้น และยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นท้องถิ่นระดับ อบจ.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างตรงจุด บางอย่างแค่บรรเทาความเดือดร้อน ไม่สามารถแก้ได้อย่างถาวร ต้องอาศัยการเมืองระดับชาติเข้ามามีบทบาทให้การช่วยเหลือจึงจะทำได้ โดยเฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร ปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคมีปัญหามากขาดการช่วยเหลืออย่าง จริงจัง

นายฐานุพงศ์ กล่าวต่อว่า เมื่อลงพื้นที่แล้วพบเห็นปัญหาดังกล่าวจึงอยากพลิกผันตัวเองลงมาแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านโดยตรง เพราะท้องถิ่นไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ต้องอาศัยการเมืองระดับชาติ โครงการใหญ่อย่างบึงมาย เนื้อที่กว่า 8,000 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ข่อยสูง อ.ตรอน ต.ไผ่ล้อม ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล เหมาะสำหรับเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ให้กับจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นพื้นที่สำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร นอกจากนี้ยังสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องของปัญหาน้ำท่วมให้กับ อ.ตรอน อ.พิชัย แต่ต้องใช้งบประมาณจำนวนหลายพันล้านบาท หากมีโอกาสอยากจะผลักดันโครงการนี้ด้วยตนเอง พร้อมต้องการเป็นตัวเชื่อมระหว่างชาวบ้านกับรัฐบาลให้เข้าถึงกันอย่าง สมบูรณ์ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

ตลกคนดัง กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าบทบาทหน้าที่ของศิลปินทำให้เข้าถึงปัญหาของประชาชนได้ไม่ยากและก็ สามารถเข้าถึงรัฐบาลได้ไม่ยากอีกเช่นกัน ตอนนี้มีหลายพรรคการเมืองเข้ามาติดต่อขอดึงตัวไปเป็นผู้สมัครของพรรคเพื่อลง สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ สมัยหน้าที่กำลังจะมาถึงนี้ โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล แต่ยังไม่ตอบรับเพราะต้องการลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านก่อน แต่สำหรับพรรคการเมืองในใจมีอยู่แล้ว แต่ขอให้ลงตัวเรียบร้อยก่อน เพราะไม่อยากให้ประชาชนผิดหวัง

สภาอุตสาหกรรม 3 จังหวัด จับมือ ร่วมผลักดัน “วันเดียว เที่ยว 3 ประเทศ”แก้ไข

สภาอุตสาหกรรม 3 จังหวัดตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ จับมือภาคเอกชน ร่วมผลักดันโครงการ “วันเดียว เที่ยว 3 ประเทศ” พม่า-ไทย-ลาว ส่งเสริมการท่องเที่ยว ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจ นายอานนท์ ขำโตนด ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย จัดประชุมความร่วมมือโครงการ “วันเดียว เที่ยว 3 ประเทศ” ณ โรงแรมสินวนารีสอร์ท ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างสภาอุตสาหกรรม หอการค้าจังหวัด และสมาคมการท่องเที่ยว 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ เพื่อร่วมผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจสายใหม่ ด้านการท่องเที่ยวระหว่าง 3 ประเทศ คือ พม่า-ไทย-ลาว โดยใช้เส้นทางตั้งแต่ประเทศพม่า ที่ด่านแม่สอด จังหวัดตาก มาที่จังหวัดสุโขทัย และไปสิ้นสุดที่ด่านภูดู่ จังหวัดอุตรดิตถ์ สู่ประเทศลาว ทั้งนี้หากโครงการดังกล่าวสมบูรณ์ จะเป็นการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว การค้าชายแดนระหว่างประเทศ สร้างเส้นทางขนส่งสินค้าและวัตถุดิบในภาคการผลิต รวมถึงเป็นพื้นที่สำหรับแบ่งปันวัตถุดิบและแรงงานระหว่างกัน

--น้องท่าเหนือสุดสวย 12:56, 11 ตุลาคม 2553 (ICT)

ข่าววันนี้แก้ไข

  • ไอทีโซน ห้างสรรพสินค้าฟรายเดย์ อุตรดิตถ์ ได้ฤกษ์เปิดแล้วในวันที่ 20พ.ย. 53 ลองมาชมและช็อปกันน้า
  • เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ รณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

นายสมชาย จงศิริการค้า นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ รณรงค์และป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อให้ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ได้ปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ โดยล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ควรใส่หน้ากากอนามัย เมื่อใกล้ชิดหรือดูแลผู้ป่วย เพื่อป้องกันการรับเชื้อ เช็ดทำความสะอาดบริเวณพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย ๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ด้วยน้ำสบู่ น้ำผงซักฟอก หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่ที่มีคนแออัด และดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด ออกกำลังกายสม่ำเสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

  • ขอเชิญร่วมงานเทโวโรหณะ วัดท่าถนน อำเภอเมืองอุตรดิตถ์

พระอธิการประทิม เขมภทฺโท เจ้าอาวาสวัดท่าถนน อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมงานเทโวโรหณะ ในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) จะจัดให้มีขบวนแห่งานเทโวโรหณะและพิธีตักบาตรพระภิกษุและสามเณร จำนวน 200 รูป โดยขบวนเริ่มต้นที่ หน้าอุโบสก – ที่ซุ้มประตูสามัคคีธรรม เคลื่อนผ่านหอนาฬิกา ผ่านหน้าสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ ผ่านบริเวณตลาด แล้วกลับเข้าสู่วัดท่าถนนที่หน้าอุโบสถ วัดท่าถนน จึงขอเชิญชวนพุทศาสนิกชน ร่วมงานเทโวโรหณะ ในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553

--น้องท่าเหนือสุดสวย 22:40, 11 ตุลาคม 2553 (ICT)

เที่ยวเมืองฟ้า ล้านนาตะวันออก โดยททท.แก้ไข

วันแรก : กรุงเทพฯ - อุตรดิตถ์ 05.30 น. พร้อมกันที่จุดนัดหมาย [ลานพระบรมรูปทรงม้า ฝั่งสวนอัมพร] 06.00 น. ออกเดินทาง พร้อมบริการอาหารว่าง (มื้อที่ 1) บนรถ จากนั้น.. เดินทางสู่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร สักการะพลวงพ่อใหญ่ “พระพุทธชินราช” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำเมืองสองแคว หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 พญาลิไท โปรดฯสร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์ ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในกรุงเทพฯ 12.00 น. บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 2) ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน้ำน่าน ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา มีที่มาจากในสมัยก่อนร้านก๋วยเตี๋ยวจะตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน เวลาลูกค้ามาทานจะนั่งห้อยขาชมทิวทัศน์ไปด้วยเพลินๆ จึงได้ชื่อว่า ‘ก๋วยเตี๋ยวห้อยขา’ จากนั้น... เดินทางสู่อุตรดิตถ์ โดยทางหลวงหมายเลข 11 [ระยะทางประมาณ 118 กม.] ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคเหนือ ในดินแดนล้านนาตะวันออก ได้ชื่อว่า เมืองท่า แห่งทิศเหนือ ตำนานอันลึกลับของเมืองลับแล ดินแดนแห่งลางสาดหวานหอม และเป็นบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก ขุนศึกคู่บารมีของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 15.00 น. นำท่านชม วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เดิมชื่อวัดมหาธาตุ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุทุ่งยั้ง พระธาตุคู่เมืองอุตรดิตถ์ เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ชมภาพจิตกรรมฝาผนัง ซึ่งเชื่อกันว่าเขียนในสมัยอยุธยา ภายใน 16.00 น. นำท่านชม วัดดอนสัก สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย วิหารที่สร้างมีบานประตูแกะสลักงดงาม เป็นลวดลายกนกก้านขดไหว้ ประกอบด้วยรูปหงส์ เทพนมและยักษ์ เป็นไม้แกะสลักทั้งบาน มีความอ่อนช้อย สวยงาม โดยบานซ้ายและขวาไม่เหมือนกัน เมื่อเปิดแล้วลวดลายมีความลงตัวเข้ากันได้สนิท 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหารม่อนลับแล จากนั้น... นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรมอารยเทอเรซ รีสอร์ท อุตรดิตถ์ หรือเทียบเท่า

วันที่สอง : อุตรดิตถ์-แพร่-น่าน 06.00 น. ออกเดินทางไปสู่จุดชมวิว ที่พักริมทางเขาพลึง ไปบันทึกภาพเมฆเหิน หมอกไหล สายลมเย็นที่เขาพลึง พร้อมชิมกาแฟกาแฟสดเด่นชัย รสชาติดี มีเมี่ยงพวง เป็นอาหารว่าง สำหรับกินเล่นของจาวเหนือ ห่อด้วยใบตอง พันด้วยใบมะพร้าว บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 4) อาหารกล่อง 09.00 น. ถึง วัดพระนอน อ.เมือง แพร่ เป็นวัดเก่าแก่อายุนับพันปีแห่งเมืองแพร่ นมัสการพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ศิลปะแบบ ผสมผสานสามยุค คือ เชียงแสน สุโขทัยและอยุธยาตอนปลาย ประดิษฐานภายในอุโบสถแบบเชียงแสน หน้าบันแกะสลักลวดลายแบบล้านนาไทยงดงามมาก 10.30 น. ถึง วัดพระหลวง อ.เมือง แพร่ ซึ่งวัดหลวงถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองแพร่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นวัดแรกของจังหวัดแพร่ นำชมวิหารหลวงพลนคร ภายในประดิษฐานพระเจ้าแสนหลวง พระธาตุหลวงไชยช้างค้ำ พระเจดีย์ศิลปะเชียงแสน ประดิษฐานพระธาตุที่นำมาจากเมืองหงสาวดี เที่ยง... บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 5 ) ร้านขนมจีนขยุ้ม สูตรต้นตำรับเมืองแพร่ บ่าย... เดินทางสู่ วัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ภายในประดิษฐานพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า และถือว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ปีเสือ (ปีขาล) จากนั้น... เดินทางสู่ วนอุทยานแพะเมืองผี อ.เมือง แพร่ ชมความแปลกของธรรมชาติที่เนรมิตกำแพงธรรมชาติให้เป็นรูปร่างพิสดาร สูงต่ำ รูปทรงแปลกๆ ก่อให้เกิดจินตนาการต่างกัน 16.30 น. เดินทางสู่จังหวัดน่าน [ระยะทางประมาณ 118 กม.] นำท่านเข้าพัก โรงแรม น่าน บูติก โฮเทล ที่พักแสนสบายสไตล์บูติก กลางเมืองน่าน สะดวกในการเยี่ยมชมแหล่งวัฒนธรรมในเมืองเก่าน่าน เย็น... บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 6) รับประทานอาหารแบบขันโตกริมน้ำน่าน


วันที่สาม : น่าน-กรุงเทพฯ 07.00 น. บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 7) อรุณสวัสดิ์ยามเช้า กลางเมืองน่าน เมืองเล็กๆ ที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาและวัฒนธรรม จนเป็นเมืองแห่งจุดหมายปลายทางของหลายคนที่มองหาความสงบ 08.00 น. นำท่านขี่จักรยานชมเมืองน่าน City Tour ไหว้พระวัดช้างค้ำ เที่ยว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ หอศิลป์ริมน่าน [ท่านที่ไม่ขี่จักรยานมีสามล้อให้นั่ง ใช้เวลาแบบชิลๆ] 10.30 น. ถึง วัดพระบรมธาตุแช่แห้ง ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง องค์ประธาตุประดิษฐานพระมหาชินธาตุ 7 พระองค์ พระพิมพ์ทอง เงิน ที่ได้รับพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท เมื่อ พ.ศ.1897 เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดปีเถาะ เที่ยง...บริการอาหารกลางวัน (มื้อที่ 8 ) บ่าย... เดินทางกลับ 18.00 น. บริการอาหารค่ำ (มื้อที่ 9 ) ที่ ภัตตาคารโกยี นครสวรรค์ 23.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ

--น้องท่าเหนือสุดสวย 12:23, 11 ตุลาคม 2553 (ICT)

ข่าวฮอทร้อน..แก้ไข

  • อุตรดิตถ์ - หอการค้าอุตรดิตถ์ จับตาห้างยักษ์จ้องยึดเศรษฐกิจอุตรดิตถ์ หลังพบนายหน้าที่ดินวิ่งติดต่อซื้อที่แปลงงามติดถนนอุตรดิถต์-ศรีสัชนาลัย ย้ำก่อนห้าใหญ่สร้าง ต้องคุยกับโชห่วยก่อน วอนเปิดพื้นที่ให้ทุนท้องถิ่นหายใจบ้าง ก่อนตายยกบาง นายทวีศักดิ์ ปึงวงศานุรักษ์ ประธานหอการค้า จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนายหน้าซื้อขายที่ดินมีความพยายามติดต่อขอซื้อที่ดิน หมู่ 1ต.ท่าเสา อ.เมืองอุตรดิตถ์ อยู่ติดกับถนนสายอุตรดิตถ์-ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ขณะเดียวกันได้มีการถมที่ดินบริเวณดังกล่าวแล้วบางส่วนราว 40 ไร่ เกรงว่าอาจจะมีการสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ขึ้นอีก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้ค้าในเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในแง่ของผู้บริโภคคงจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถเลือกใช้บริการได้“ยุคนี้เป็นการค้าแบบเสรี หากห้างสรรพสินค้าจะเข้ามาเปิดดำเนินการในอุตรดิตถ์ การต่อต้านก็ย่อมทำได้ยาก แต่ก่อนที่จะเข้ามา ผู้ประกอบการต้องมาพูดคุยหารือกับผู้ประกอบการในพื้นที่บ้าง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อกัน เปิดให้คนอื่นหายใจบ้าง คนท้องถิ่นจะได้อะไรบ้าง จะมีพื้นที่ส่วนไดบ้างที่เปิดให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นเข้าไปจำหน่ายสินค้า ส่วนผู้ประกอบการอุตรดิตถ์วันนี้ถึงเวลาต้องปรับตัวเองเพื่อความอยู่รอด ต้องคิดแบบนักธุรกิจไม่ใช่คิดแบบมีเงินมีสินค้ารอให้คนมาซื้อ หากคิดแบบนี้ ก็รอวันปิดกิจการอย่างเดียว” นายทวีศักดิ์ กล่าว นายสิทธิชัย เจริญธนะจินดา นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา กล่าวว่า ทราบข่าวว่า มีการซื้อและถมที่ดินบริเวณดังกล่าว แต่ยังไม่มีนักธุรกิจรายใดมายื่นขอก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ แต่ไม่น่าจะเป็นการสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เพราะพื้นที่ด้านหน้าแคบไม่เหมาะกับการสร้างห้างขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามจะมีห้างสรรพสินค้ารายใหญ่หรือไม่ก็จะสร้างความคึกคักและกระตุ้นเศรษฐกิจของตำบลท่าเสาขึ้นมา ที่สำคัญความเจริญก็จะขยายออกสู่ชานเมืองด้วย ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000140428
  • บริเวณก่อนถึงวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำลังมีการก่อสร้างสวนจตุจักร2 มีกำหนดเปิดเดือนกุมภา ปีหน้า เป็นข่าวที่ดีน่ะค่ะจะได้มีการค้าขายที่มั่งคั่งขึ้นมากกกกก

--น้องท่าเหนือสุดสวย 23:19, 11 ตุลาคม 2553 (ICT)

อุตรดิตถ์นิวส์แก้ไข

  • เปิดตลาดกลางซื้อขายผลไม้ลางสาด-ลองกอง

นายสำราญ เอื้อจิรวาณิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวดง เปิดเผยว่า เทศบาลตำบล หัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้จัดเตรียมสถานที่ตลาดจำหน่ายผลไม้ ที่ บริเวณตลาด OTOP เพื่อเป็นสถานที่ในการรับซื้อผลไม้ลางสาด-ลองกองของพ่อค้าทั้งในจังหวัดอุตรดิตถ์และต่างจังหวัด จึงขอเชิญชวนพ่อค้า ที่สนใจรับซื้อผลไม้ ลางสาด – ลองกอง จากสวนเพื่อไปจำหน่าย โดยเปิดจองล็อค ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลหัวดง โทร 055-457257 หรือ www.huadong.go.th

นายสุพจน์ แสงชัย พาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ สรุปราคากลางอ้างอิงมันสำปะหลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2553 กิโลกรัมละ 2.63 บาท ซึ่งเกณฑ์อ้างอิงที่คำนวณได้สูงกว่าราคาประกัน (กิโลกรัมละ 1.90บาท ) จึงไม่มีอัตราชดเชยส่วนต่างให้แก่เกษตรกรที่มาใช้สิทธิประกันรายได้ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 2553/54 ระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2553 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ โทร 0-5581-7742,46 ที่มา ข่าวล้านนา

--น้องท่าเหนือสุดสวย 14:13, 12 ตุลาคม 2553 (ICT)

อยากจะเตือนซักนิดน่ะค่ะแก้ไข

คนที่จะเอารูปจากที่นี่ไปหรือเอาข้อความจากที่นี่ไปทั้งจากของตัวดิชั้นเอง หรือคุณจะไปคัดลอกและรังสรรเป็นของตัวคุณเองเหมือนบางเว็ปทำได้น่าเกลียดมากๆเลยค่ะ เอาของคนอื่นไปแล้วก็เปลี่ยยคำแค่ค่ะเป็นครับ นี่หรอค่ะสังคมไทยทำไมจึงเป็นแบบนี้เอามาจากที่ไหนก็บอกสิค่ะ บอกสิว่าเอาจากที่นี่มันจะเป็นอะไรไป มันคงไม่ตายหรอกน่ะค่ะ ถึงขนาดดิชั้นเองชั้นคัดลอกมาจากชั้นก็บอกทั้งนั้นแหล่งที่มา แต่การเอาของคนอื่นไปแล้วไม่บอกที่มามันเป็นการหักหน้าที่หน้าเกลียดมากที่สุดเลยน่ะค่ะ ดิชั้นรู้น่ะค่ะว่าใครเอาไปโพสเว็ปไหน แต่ดิชั้นไม่อยากจะเข้าไปพูดคุยด้วย รู้ไว้ด้วยน่ะค่ะการคัดลอกข้อความของคนอื่นไปแล้วไม่บอกที่มาอย่างถูกต้องมันถือเป็นการผิดกฎหมาย งานคุ้มครองสิทธิในงานเขียน และงานวรรณกรรมซึ่งก็รวมถึงคำเขียนที่ผู้เขียนคิดขึ้นมาเองนี้เราสามารถแจ้งตำรวจจับคุณได้น่ะค่ะ แต่เราไม่ทำเพราะยังไงก็ยังเป็นคนไทยเรายังมีความเมตตา แต่ดิชั้นไม่เข้าใจว่าแค่บอกที่มามันจะตายหรือยังไงค่ะ

--น้องท่าเหนือสุดสวย 13:39, 6 เมษายน 2554 (ICT)

การเขียนตัวเมืองในวิกิพีเดียครับผมแก้ไข

ฝากพิจารณาเรื่องตัวเมืองในวิกิพีเดียตามนี้เลยเน้อครับ วิกิพีเดีย:ศาลาชุมชน/อภิปราย/รื้อฟื้นประเด็นการเขียนคำเมืองหรืออักษรธรรมล้านนาในวิกิพีเดีย

คน  มาแลกเปลี่ยนกันได้เน้อครับ-- Saranphong (พูดคุย) 00:32, 30 สิงหาคม 2556 (ICT)

เลือกตั้ง คอต.แก้ไข

ขณะนี้เป็นช่วงเลือกผู้สมัครเลือกตั้งอนุญาโตตุลาการ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถอ่านคำแถลงและเลือกผู้สมัครได้ในหน้านี้ --Taweethaも (พูดคุย) 11:42, 22 ธันวาคม 2556 (ICT)

ขอรบกวนเกี่ยวกับการศึกษาวิกิพีเดียภาษาไทยครับแก้ไข

มีเรื่องมารบกวนคุณ น้องท่าเหนือ ถ้าสะดวกครับ

[รบกวนทำแบบสอบถามครับ] เป็นการศึกษาในหัวข้อ 'ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าร่วมเพิ่มเติม/แก้ไขเนื้อหาบนวิกิพีเดียภาษาไทย' ในระดับ ป.โท สาขาการบริหารเทคโนโลยี วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์ครับ ทุกท่านที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตสามารถทำแบบสอบถามได้ครับ (และท่านใดสะดวกกระจายแบบสอบถามในหมู่คนรู้จัก ก็ขอรบกวนด้วยนะครับ แบบสอบถามจะมี 2 ชุดแยกกัน สำหรับคนที่เคยแก้วิกิพีเดีย และคนทั่วไปครับ ขอขอบคุณมากๆเลยครับ) ท่านที่เป็นชาววิกิพีเดีย หรือเคยเพิ่มหรือแก้เนื้อหาในวิกิพีเดียขอช่วยทำแบบสอบถามที่ตามลิงค์นี้เลยครับ >> https://docs.google.com/forms/d/1V1JfNiLHeQPuA22aw1TfYeWrgL0tWcmRkejJBUJfnIY/viewform

(สำหรับท่านที่เข้ามาอ่าน และเคยใช้วิกิพีเดียเพียงในด้านการค้นหาข้อมูล ขอช่วยทำแบบสอบถามที่ลิงค์นี้แทนนะครับ >> https://docs.google.com/forms/d/1cj_TLFSVd70cuFK9XbLl9-GiwlS16B5HdbprNeZNzhI/viewform )

อาจจะยาวนิดนึง ขอขอบคุณที่สละเวลาช่วยตอบมากๆเลยครับ :) --BlueJAck (พูดคุย) 16:17, 13 พฤษภาคม 2558 (ICT)

ชาววิกิพีเดียที่หายไปแก้ไข

สวัสดีครับ เพื่อระลึกถึงผู้ใช้ที่หยุดการเคลื่อนไหวจากวิกิพีเดียผมได้เพิ่มชื่อคุณ น้องท่าเหนือ ลงในหน้า วิกิพีเดีย:ชาววิกิพีเดียที่หายไป เพื่อแสดงรายชื่อชาววิกิพีเดียที่ไม่ได้ทำการแก้ไขในวิกิพีเดียภาษาไทยเป็นระยะเวลาหนึ่งและได้รับการพิจารณาว่าหายไปจากชุมชน ทั้งนี้ หากคุณ น้องท่าเหนือ กลับมามีส่วนร่วมกับวิกิพีเดียหรือไม่ต้องการให้มีชื่อผู้ใช้ของตัวเองอยู่ในหน้าดังกล่าวสามารถนำชื่อออกได้ครับ

ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์วิกิพีเดียภาษาไทยและหวังว่าจะกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้งในภายภาคหน้าครับ

หมายเหตุ: สารนี้ส่งโดยบอตของ Geonuch (พูดคุย) คุณไม่จำเป็นต้องตอบกลับสารนี้ --GeonuchBot (คุย) 16:57, 28 ธันวาคม 2562 (+07)