ผลต่างระหว่างรุ่นของ "โจอิจิโร ทัตสึโยชิ"

→‎ประวัติ: เพิ่มเนื้อหา
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขขั้นสูงด้วยมือถือ
(→‎ประวัติ: เพิ่มเนื้อหา)
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขขั้นสูงด้วยมือถือ
เกิดเมื่อวันที่ [[17 พฤษภาคม]] [[พ.ศ. 2513]] ที่เมือง[[คูราชิกิ]] [[จังหวัดโอกายามะ]]<ref>[http://boxrec.com/list_bouts.php?human_id=002000&cat=boxer Joichiro Tatsuyoshi], Boxing Record Archive</ref> แต่ต่อมาได้อพยพมาอาศัยและเติบโตที่[[โอซากะ (เมือง)|โอซากะ]] จังหวัดโอซากะ โดยชื่อ โจอิจิโร นั้นมาจากชื่อ ยาบูกิ โจ ตัวละครเอกใน[[มังงะ|หนังสือการ์ตูน]]เรื่อง ''[[Tomorrow's Joe]]'' (โจ สิงห์สังเวียน) โดยพ่อเป็นผู้ให้ตั้งเอง โดยหวังจะให้ลูกชายตนเองเป็นแชมป์โลกเหมือนในการ์ตูน
[[ไฟล์:Tatsuyoshi Joichiro & Sakamoto Junji "Joe, Tomorrow" at Opening Ceremony of the 28th Tokyo International Film Festival (22439511161).jpg|thumb|left|250px|ทัตสึโยชิ (ซ้าย) กับซากาโมโตะ จุนจิ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง ''Joe, Tomorrow – 20 years with Joichiro Tatsuyoshi, a Legendary Boxing Champ'' ในพิธีเปิด[[เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว]]ที่ 28 เมื่อปี พ.ศ. 2558]]
ทัตสึโยชิเคยเป็นนักมวยญี่ปุ่นที่ชกน้อยครั้งสุดแล้วเป็นแชมป์โลก (ปัจจุบันสถิตินี้ได้ถูกทำลายลงโดย​ โคเซ ทานากะ ด้วยการชกในเวลา 5 ครั้ง​ในปี พ.ศ. 2558) เมื่อการชกครั้งที่ 8 ก็ได้ขึ้นชิงแชมป์โลกแบนตั้มเวท [[สภามวยโลก|WBC]] รุ่นแบนตั้มเวท กับ เกร็ก ริชาร์ดสัน นักมวยชาวอเมริกัน และเป็นฝ่ายเอาชนะอาร์ทีดี​ไปได้ในยกที่ 10 แต่หลังจากนั้น โจอิจิโร ทัตสึโยชิ ก็มีปัญหาทางสุขภาพ เนื่องจาก[[จอตา]]เสีย ต้องหยุดพักเพื่อรักษาตัวนานถึง 1 ปี และต่อมาก็ป้องกันตำแหน่งกับบิกตอร์ ราบานาเลส นักมวยชาวเม็กซิกัน ซึ่งเป็นแชมป์เฉพาะกาลในรุ่นนี้ และเป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอ​ราบานาเลสไปอย่างบอบช้ำ
 
ต่อมาแก้มือชิงแชมป์เฉพาะกาล WBC รุ่นแบนตั้มเวทที่ว่าง WBC กับบิกตอร์ นาบานาเรส อีก ก่อนชนะคะแนนไปแบบไม่เป็นเอกฉันท์ แต่ทางสมาคมมวยอาชีพญี่ปุ่น (JBC) ไม่รับรองผลการชก เพราะอาการบาดเจ็บที่จอตา ทัตสึโยชิต้องเดินทางไปชกนอกรอบที่อเมริกา ในปี [[พ.ศ. 2537]] ก่อนจะเดินเรื่องกลับมาชกที่ญี่ปุ่นได้ เพื่อมาชิงแชมป์โลกจริงกับนักมวยเพื่อนร่วมชาติ คือ "ยาซูเอะ ยากูชิจิ" แม้มือซ้ายของทัตสึโยชิหักตั้งแต่ยก 1 แต่ก็กัดฟันสู้พลางถอยพลาง จนครบ 12 ยก เป็นฝ่ายแพ้คะแนนไปอย่างไม่เอกฉันท์ ก่อนที่จะเลื่อนรุ่นไปชกในรุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวทจนติดอันดับรองแชมป์โลกอันดับ 1 WBC รุ่นเดียวกัน ต่อมาทัตสึ​โยชิ​ได้ขึ้นชิงแชมป์โลกกับดานิเอล ซาราโกซา นักมวยเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก WBC รุ่นซูเปอร์​แบนตั้มเวท​ชาวเม็กซิกันผู้มากประสบการณ์ ในต้นปี [[พ.ศ. 2539]] แม้จะได้นับซาราโกซาในยกแรก แต่เมื่อซาราโกซาตั้งตัวได้ติด ก็ได้ชกจนทัตสึโยชิเป็นแผลแตกที่เปลือกตาและตาแทบปิด กรรมการยุติการชกยกที่ 11 ต่อมาแม้จะขอแก้มือกับ ดานิเอล ซาราโกซา อีกแต่ก็แพ้คะแนนเอกฉันท์ ในต้นปี [[พ.ศ. 2540]]
 
จนกระทั่งปลายปีเดียวกันได้ตัดสินใจชิงแชมป์โลกอีกครั้ง โดยการชกครั้งนี้เป็นการตัดสินชะตาชีวิตบนสังเวียนผ้าใบของทัตสึโยชิ หากแพ้ก็จะแขวนนวมทันที โดยลดรุ่นมาชิงในรุ่นเดิม คือ แบนตั้มเวท กับ [[ศิริมงคล สิงห์มนัสศักดิ์]] แชมป์โลกชาวไทย โดยใช้ชื่อศึกครั้งนี้ว่า "Final Judgement" ซึ่งการชกครั้งนี้ศิริมงคลต้องประสบปัญหาการลดน้ำหนักตัวเป็นอย่างมาก ถึงวันชกสภาพร่างกายซูบซีด แก้มตอบ ตากลวงลึกโบ๋ แต่ศิริมงคลก็ยังอดทนกัดฟันแลกหมัดกับทัตสึโยชิและเกือบน็อกทัตสึโยชิได้หลายครั้ง แต่ทัตสึโยชิซึ่งสภาพร่างกายดีกว่าก็เป็นฝ่ายเอาชนะทีเคโอศิริมงคลไปได้ในยกที่ 7 จากนั้นจึงป้องกันตำแหน่งครั้งแรกชนะคะแนน โฆเซ ราฟาเอล โซซา นักมวยชาวอาร์เจนไตน์ แล้วป้องกันครั้งที่สองไปอย่างไม่ประทับใจเพราะเป็นฝ่ายชนะคะแนนโดยเทคนิคยอดมวยชาวอเมริกัน พอลลี อยาลา ไปอย่างน่ากังขา ก่อนที่จะมาเสียแชมป์ด้วยการแพ้ทีเคโอ​ให้ [[วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น]] ในปลายปี [[พ.ศ. 2541]] ในการป้องกันครั้งที่สาม
 
ต่อจากนั้นใน[[สิงหาคม|เดือนสิงหาคม]] [[พ.ศ. 2542]] ได้ชกแก้มืออีกครั้งกับ วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น โดยใช้ชื่อศึกครั้งนี้ว่า "Final Chapter" เพราะพ่อของทัตสึโยชิเพิ่งจะเสียชีวิตไปก่อนการชกไม่นาน โดยทัตสึโยชิประกาศสู้ตาย ยอมตายไม่ยอมแพ้ และไม่ว่าชนะหรือแพ้จะเป็นไฟท์สุดท้ายของตน เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการชกครั้งนี้ทัตสึโยชิสวมกางเกงและรองเท้าสีน้ำเงิน ผิดแผกไปจากการชกครั้งก่อน ๆ ที่จะสวมกางเกงและรองเท้าสีขาวล้วนมาโดยตลอด ผลการแข่งขันทัตสึโยชิเป็นฝ่ายแพ้ทีเคโอในยกที่ 7
 
หลังจากแพ้วีระพลและแขวนนวมไปพักใหญ่ โจอิจิโร ทัตสึโยชิ ก็เรียก [[แสน ส.เพลินจิต]] มาชกอุ่นเครื่อง แล้วต่อยหมัดชุดอัดแสนอยู่ข้างเดียว โดยที่หมัดของแสนทำอะไรทัตสึโยชิไม่ได้เลย โดนชกอยู่ข้างเดียวจนยก 6 กรรมการก็จับแสนแพ้ทีเคโอไป ต่อมา ทัตสึโยชิในวัย 38 ปี ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นชกในญี่ปุ่น ได้มาขึ้นชกมวยสากลที่[[เวทีราชดำเนิน]] ชนะน็อก พลังชัย ชูวัฒนะ ยก 2 และต่อมาในวันที่ [[7 มีนาคม]] [[พ.ศ. 2552]] ทัตสึโยชิได้เดินทางมาชกที่เมืองไทยอีกครั้ง ณ เวทีมวยราชดำเนิน โดยพบกับ [[ซาไก จ๊อกกี้ยิม]] ซึ่งปรากฏว่าไฟท์นี้เกิดการพลิกความคาดหมาย เนื่องจากทัตสึโยชิ ถูกหมัดชุดและหมัดเหวี่ยงของซาไกแพ้ทีเคโอ (ยอมแพ้กรรมการยุติการชก) อย่างสิ้นสภาพไปในยกที่ 7<ref>[http://home.att.ne.jp/yellow/ali/tats-bio.htm Biography of Joichiro Tatsuyoshi {{en}}]</ref> <ref>[http://sport.sanook.com/834358/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%81-%E0%B8%88%E0%B9%8A%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B8%A1-%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A/ สุดสลด!!ซาไก จ๊อคกี้ยิม ดวลหมัดดับ จาก[[สนุกดอตคอม]] {{th}}]</ref>
 
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 ได้มีการสร้างภาพยนตร์สารคดีชีวประวัติของทัตสึโยชิ ในชื่อ ''"Joe, Tomorrow – 20 years with Joichiro Tatsuyoshi, a Legendary Boxing Champ"'' กำกับโดย ซากาโมโตะ จุนจิ โดยเปิดตัวในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว ครั้งที่ 28 ที่กรุงโตเกียว โดยมีเนื้อหาเริ่มตั้งแต่ที่ทัตสึโยชิชนะบิกตอร์ นาบานาเรส ได้แชมป์เฉพาะกาล จากนั้นจึงประสบกับปัญหาต่าง ๆ รวมถึงชีวิตครอบครัวอีกด้วย เป็นระยะเวลารวมทั้งสิ้น 20 ปี<ref>{{cite web|title=ญี่ปุ่นเปิดตัวหนังสารคดีตามติดชีวิต20ปี "โจ ทัตสึโยชิ" คู่ปรับ "วีระพล-ศิริมงคล-แสน"|url=http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1446112241|date=2015-10-30|accessdate=2016-10-25|work=มติชน}}</ref>
 
โจอิจิโร ทัตสึโยชิ เป็นนักมวยที่มีมาดกวน โดยมักจะทำทีท่าว่าไม่ยี่หระกับคู่ต่อสู้ นั่นเป็นเพราะตัวเขาเป็นนักมวยที่ได้รับความนิยมจากทั้งผู้ที่เป็นแฟนมวยและไม่ใช่แฟนมวยชาวญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์นักกีฬาชาวญี่ปุ่นก็ว่าได้ ไม่ใช่เพราะฝีมือ แต่เป็นเพราะชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้มาตลอด เหมือนตัวละครในการ์ตูน โดยมีพ่อเป็นกำลังใจอยู่เคียงข้าง แม้จะประสบปัญหาเรื่องสายตามาโดยตลอดก็ตาม แต่ก็ไม่ละทิ้งความหวัง พยายามกลับมาเป็นแชมป์โลกให้ได้หลายครั้ง
 
== เกียรติประวัติ ==
7,337

การแก้ไข