ผลต่างระหว่างรุ่นของ "นางสิบสอง (นิทาน)"

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ป้ายระบุ: แก้ไขจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ แก้ไขจากเว็บสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
 
{{ต้องการอ้างอิง}}
{{ตรวจลิขสิทธิ์}}
'''นางสิบสอง''' เป็นนิทานที่สืบต่อกันมาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสิบสองคนที่ต้องผจญภัยในที่ต่าง ๆ เนื่องจาก นนท์และภรรยาของเขาชื่อจัน พราหมณี ด้วยความที่ลูกเยอะฐานะทางบ้านจึงค่อย ๆ ตกต่ำลง เงินทองที่เก็บไว้ก็หายไปหมดเนื่องจากต้องเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสิบสองคน พ่อของนางสิบสองก็ได้คิดอุบายว่าจะนำลูก ๆ ทั้งสิบสองคนไปปล่อยป่าไปกิน
 
== เนื้อเรื่อง ==
นานมาแล้วมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ นนท์ และภรรยาของเขาชื่อ จันพราหมณี ทั้งสองมีลูกสาวถึง 12 คนชื่อ บัว ผัน อี่ ปอง คล้อง คล้าย ใย ไพ แสด ปี่ ปลอด เภา ตามลำดับ ด้วยความที่ลูกเยอะฐานะทางบ้านจึงค่อย ๆ ตกต่ำลง เงินทองที่เก็บไว้ก็หายไปหมดเนื่องจากต้องเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสิบสองคน อยู่มาวันหนึ่งพ่อของนางสิบสองก็ได้คิดอุบายว่าจะนำลูก ๆ ทั้งสิบสองคนไปปล่อยป่า โดยหลอกลูกของตนว่าตนจะไปเยี่ยมญาติจะพาลูก ๆ ไปด้วย เมื่อมาถึงกลางป่าเขาก็บอกกับลูกว่าจะไปหาผลไม้มาให้กินให้ลูก ๆ
 
เมื่อได้โอกาสเขาก็หนีไปโดยหวังว่าจะมีคนที่ดีกว่านี้มารับเลี้ยงดู นางสิบสองรอบิดาของตนจนเหนื่อย โชคดีที่นางเภาน้องคนสุดท้องที่มีความฉลาดมากกว่าพวกพี่ ๆ ได้นำข้าวตากโรยตามทางที่เดินมา พวกนางทั้งสิบสองจึงกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
นางทั้งสิบสองใช้ชีวิตอยู่ในวังอย่างสุขสบายจนกระทั่งโตเป็นสาว นางเภาก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าเมืองนี้เป็นเมืองยักษ์เพราะว่าตนนั้นไม่เคยเห็นสัตว์ตัวไหนในเมืองในเมืองนี้เลยและพี่ของตนก็ได้เจอกับกองกระดูกที่พวกยักษ์กินไว้ทางท้ายวังซึ่งนางสันธมาลาห้ามไม่ให้ไปอีกด้วย นางเภาจึงพาพวกพี่หนีจากเมืองยักษ์จนนางสันตราตามมา แต่มองไม่เห็นนางทั้งสิบสองเพราะเทวดาในป่าคุ้มครอง นางสันตราจึงกลับเมืองไปด้วยความอาฆาตแค้น นางทั้งสิบสองดีใจที่หนีจากนางยักษ์มาได้และก็เดินทางไปโดยไร้จุดหมาย
 
จนมาถึงเมืองกุตารนครตลนครซึ่งมีราชารถสิทธิ์เป็นผู้ปกครองเมือง ท้าวรถสิทธิ์ เมื่อได้เห็นนางเภาที่รูปงามและพวกพี่ ๆ ของนางแล้วก็เกิดความรักใคร่ โดยรักนางเภามากที่สุด ท้าวรถสิทธิ์ได้นางทั้งสิบสองเป็นมเหสี อยู่มาวันหนึ่งนางทั้งสิบสองคนก็ได้ตั้งครรภ์ อีกด้านหนึ่งในขณะเดียวกันนางยักษ์สันตราสัตราได้ใช้มนตร์มนต์วิเศษของตนดูภาพพวกนางทั้งสิบสองผ่านกระจก นางสันตราจึงได้เห็นและรู้ว่านางสิบสองอยู่ที่เมืองกุตารนครตลนครและได้เป็นมเหสีของราชารถสิทธิ์ ก็ได้ตามไปจนมาถึงเมืองกุตารนครตลนครและได้พบกับท้าวรถสิทธิ์ นางจึงเป่ามนตร์มนต์สะกดให้ท้าวรถสิทธิ์รักใคร่และแต่งตั้งให้ตนเป็นพระมเหสีเอกแทนนางทั้งสิบสอง
 
เมื่อนางสิบสองรู้ข่าวว่าพระสวามีตนมีมเหสีใหม่จึงโมโหและอยากรู้ว่าเป็นใคร พอดีนางยักษ์สันตราผ่านมาพอดีนางสิบสองจึงได้รู้ว่าเป็นนางยักษ์สันตราก็ตกใจกลัว และร้องขอว่าอย่าทำอะไรตนเลย นางยักษ์สันตราไม่ยอมจึงเป่ามนตร์ให้ท้าวรถสิทธิ์เกลียดนางทั้งสิบสองและสั่งนางทั้งสิบสองไปขังไว้ในถ้ำ นางทั้งสิบสองต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในถ้ำขณะที่ท้องของนางก็เริ่มโตขึ้นทุกวัน ฝ่ายนางยักษ์สันตรายังไม่หยุดแค้นนางสิบสองจึงออกอุบายว่าตนป่วยเป็นโรคประหลาดและได้เป่ามนตร์ใส่หมอหลวงให้พูดว่าต้องใช้ลูกตา 24 ดวงมาทำยาให้กินจึงจะหาย
และร้องขอว่าอย่าทำอะไรตนเลย นางยักษ์สันตราไม่ยอมจึงเป่ามนต์ให้ท้าวรถสิทธิ์เกลียดนางทั้งสิบสองและสั่งนางทั้งสิบสองไปขังไว้ในถ้ำ นางทั้งสิบสองต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในถ้ำขณะที่ท้องของนางก็เริ่มโตขึ้นทุกวัน ฝ่ายนางยักษ์สันตรายังไม่หยุดแค้นนางสิบสองจึงออกอุบายว่าตนป่วยเป็นโรคประหลาดและได้เป่ามนต์ใส่หมอหลวงให้พูดว่าต้องใช้ลูกตานางทั้งสิบสองมาทำยาให้กินจึงจะหาย
 
พระรถสิทธิ์จึงรีบให้จัดการควักลูกตานางสิบสองมาถวายทันทีโดยนางยักษ์ได้สั่งให้วิรุฬและจำบัง สมุนเอกของตนรับหน้าที่นี้ เมื่อมาถึงถ้ำทั้งสองได้ควักลูกตานางสิบสองทันทีโดยโดยทั้งสิบสองคนได้หลบซ่อนในถ้ำไว้ แต่ผันโชคร้าย โดนจำบังพบตัวก่อน จึงโดนควักลูกตาก่อน แล้วบัว อี่ ปอง และเรียงจากพี่ไปน้อง ๆ ที่เหลือก็โดนควักลูกตาตามลำดับ ด้านนางค่อมผู้ซื่อสัตย์ต่อนางสิบสองได้อ้อนวอน ขอให้พระรถสิทธิ์สั่งไม่ให้ควักลูกตานางสิบสองอยู่พักใหญ่ก็ได้นำราชโองการมาให้วิรุฬและจำบังดูแต่ด้วยตนเองแก่แล้วและหลังก็ค่อมอีกด้วย จึงมาไม่ทันโดยวิรุฬจำบังได้ควักลูกตาไปทั้ง 11 คนแล้ว เว้นแต่นางเภาโดนควักไปเพียงข้างเดียวเพราะตนมาทันที่นางเภาพอดี วิรุฬจำบังจึงได้นำลูกตาของนางสิบสองใส่โถไปถวายให้นางสันธมาลา
ขอให้พระรถสิทธิ์สั่งไม่ให้ควักลูกตานางสิบสองอยู่พักใหญ่ก็ได้นำราชโองการมาให้วิรุฬและจำบังดูแต่ด้วยตนเองแก่แล้วและหลังก็ค่อมอีกด้วย จึงมาไม่ทันโดยวิรุฬจำบังได้ควักลูกตาไปทั้ง 11 คนแล้ว เว้นแต่นางเภาโดนควักไปเพียงข้างเดียวเพราะตนมาทันที่นางเภาพอดี วิรุฬจำบังจึงได้นำลูกตาของนางสิบสองใส่โถไปถวายให้นางสันธมาลา
 
นางค่อมได้โมโหตัวเองที่มาไม่ทัน นี่ก็เป็นเพราะเวรกรรมของนางทั้งสิบสองที่ตอนเด็กได้ควักตาปลาออกมาเล่นแต่นางเภาควักออกมาเพียงข้างเดียว จึงไม่โดนควักลูกตาทั้ง 2 ข้าง นางทั้งสิบสองต้องทุกข์ทรมานเข้าอีกปวดทั้งตาและท้องแก่ที่ใกล้คลอดโดยหากบเขียดแถวนั้นมาย่างกินประทังชีวิตและข้าวที่นางค่อมคอยแอบนำมาถวาย
 
== พระรถ-เมรี ==
รถเสนโตขึ้นและแลอยากจะช่วยแม่และป้าของตนหาข้าวมากินจึงได้ไปบ่อนไก่อยู่หลายครั้งและตนนั้นก็มีไก่ที่เทวดาเสกมาและได้นำไปชนไก่และชนะอยู่หลายครั้ง จึงได้เงินมาซื้อข้าวให้แม่และป้าของตนกิน จนรู้ไปถึงหูของพระรถสิทธิ์ที่ไม่รู้ว่ารถเสนเป็นลูกตน
 
พอดีว่าเมืองกุตลนครมีเมืองอื่นมาท้าพนันตีไก่เอาบ้านเอาเมืองรถเสนได้รับคำเชิญจากพระรถสิทธิ์ให้นำไก่ของตนไปชนเพราะว่าได้ยินชื่อเสียงว่าเก่ง และก็ชนะด้วยทางฝ่ายนั้นก็ได้นำทัพกลับไป รถเสนก็กลายเป็นคนโปรดของพระรถสิทธิ์และนางสันธมาลาจึงได้นำไปเลี้ยงดูจนโตเป็นหนุ่มและได้กลับมาหานางทั้งสิบสอง นางยักษ์สันตราก็ได้รู้ว่ารถเสนเป็นลูกของนางเภา
 
ขณะเดียวกันที่เมืองทานตะวัน เมรี ลูกของพญายักษ์และมเหสีเป็นมนุษย์ที่นางสันธมาลาขอมาเลี้ยงไว้ก็ได้โตเป็นสาวแล้ว ฝ่ายนางยักษ์สันตราพอรู้แล้วว่ารถเสนเป็นลูกของนางเภาก็โกรธแค้นจึงได้ออกอุบายว่าตนป่วยอีกครั้งคราวนี้ให้นำมะงั่วหาว มะนาวโห่ที่เมืองทานตะวันมารักษาพร้อมให้รถเสนนำสาส์นที่ตนเขียนว่าเมื่อรถเสนมาถึงเมืองกลางวันก็ให้ฆ่ากลางวันถึงคืนก็ฆ่าคืนให้เมรีด้วยโดยบอกรถเสนว่าห้ามเปิดอ่านเด็ดขาด รถเสนจึงได้ขี่ม้าไปที่เมืองทานตะวันแต่แวะพักที่กระท่อมของฤๅษี ฤๅษีได้ขออ่านสาส์นของรถเสนจึงรู้ว่ารถเสนจะต้องตายแน่ จึงแปลงสาส์นว่าถึงเมื่อไหร่ก็ให้แต่งงานเมื่อนั้นและได้มอบม้าวิเศษพูดได้ชื่อประกายเพชรได้ให้รถเสนด้วย แล้วรถเสนก็มาถึงเมืองทานตะวันเมื่อเมรีได้อ่านสาส์นก็เกิดความรักจึงได้แต่งงานกันและอยู่ที่เมืองทานตะวันอยู่พักหนึ่ง
 
ฝ่ายแม่ย่าได้ตรวจดวงชะตาของเมรีแล้วพบว่าถ้าเมรียังรักรถเสนอยู่อย่างนั้น เมรีจะต้องตาย แม่ย่าจึงคิดออกอุบายให้รถเสนไปจากเมรี ทางรถเสนที่จะนำดวงตาของนางสิบสองที่ห้องสรรพยาที่นางสันธมาลานำมาไว้เอาไปให้แม่และป้าของตน พอแม่ย่ารู้ก็สนับสนุนให้รถเสนไปจากเมรีจึงได้เปิดทางให้โดยสะดวกรถเสนได้นำดวงตาออกมาและขี่ม้าคู่ใจของตนไปเมืองกุตลนคร แต่เมรีไม่ให้ไปจึงวิ่งตามมารถเสนจึงอธิษฐานให้พื้นเป็นทะเลเมรีจึงตามไปไม่ได้ เมรีจึงตรอมใจตาย เมื่อรถเสนมาถึงก็ได้นำดวงตามาให้แม่และป้าของตนนางทั้งสิบสองจึงมีดวงตาเหมือนเดิม ทุกคนพอรู้ว่านางสันธมาลาเป็นยักษ์จึงได้เนรเทศออกนอกเมือง
 
== ภาคต่อ ==
ภาคต่อของพระรถ เมรี คือ พระสุธน-มโนราห์ รถเสนเกิดเป็นพระสุธน ส่วนเมรีเกิดเป็นมโนราห์ เนื่องจากตอนที่นางเมรีตรอมใจตายเพราะรักที่มีให้แก่รถเสนก็อธิษฐานว่า ''"ถ้าชาตินี้น้องตามพี่ไม่ได้ งั้นชาติหน้าขอให้พี่ตามน้องแทน"'' เพราะอย่างนี้จึงทําให้ทั้งสองเกิดมาคู่กันอีก{{อ้างอิง}}
 
== การดัดแปลงเป็นสื่อ ==
นางสิบสองถูกทํามาเป็นละครโทรทัศน์ช่อง 3 ปี พ.ศ. 2543, ช่อง 5 ปี พ.ศ. 2538 , ช่อง 7 สี ครั้งแรกในปี พ.ศ.2517, พ.ศ. 2531 , พ.ศ. 2543 และ ช่อง 7 HD พ.ศ. 2562 - ถูกฉายเป็นการ์ตูนทางช่อง 3 ในปี พ.ศ. 2552{{อ้างอิง}}
 
===นักแสดง พ.ศ. 2562===
{| class = "wikitable"
|-
!'''ละครโทรทัศน์''' !! '''พ.ศ. 2562'''
|-
| align="center" |'''สถานีออกกาศ'''
| align="center" |[[ช่อง 7 HD]]
|-
| align="center" |'''บทประพันธ์'''
| align="center" |ดัดแปลง “บุราณ”
|-
| align="center" |'''บทโทรทัศน์'''
| align="center" |สุวิชา
|-
| align="center" |'''อำนวยการสร้าง'''
| align="center" |[[ไพรัช สังวริบุตร]]
|-
| align="center" |'''อำนวยการผลิต'''
| align="center" |สยาม สังวริบุตร <br>สยม สังวริบุตร
|-
! บทบาท !! นักแสดงนำ
|-
| align="center" |รถเสน
| align="center" |[[พลพจน์ พูลนิล]]
|-
| align="center" |เมรี
| align="center" |[[กมลวรรณ ศตรัตพะยูน]]
|-
| align="center" |ท้าวรถสิทธิ์
| align="center" |ณพบ ประสบลาภ
|-
| align="center" |เภา<br>(ลูกคนที่ 12)
| align="center" |[[เกศรินทร์ น้อยผึ้ง]]
|-
| align="center" |นางยักษ์สันธมาลา
| align="center" |กัณติศา เอเวอรี่
|-
| align="center" |บัว<br>(ลูกคนที่ 1)
| align="center" |[[วรัญภรณ์ พัฒน์ช่วย]]
|-
| align="center" |ผัน <br>(ลูกคนที่ 2)
| align="center" |ชนุชตรา สุขสันต์
|-
| align="center" |อี่ <br>(ลูกคนที่ 3)
| align="center" |ชนารดี อุ่นทะศรี
|-
| align="center" |ปอง <br>(ลูกคนที่ 4)
| align="center" |อัญรส ปุณณโกศล
|-
| align="center" |คล้าย <br>(ลูกคนที่ 5)
| align="center" |จิดาภา วัชรสินาพร
|-
| align="center" |คล้อง <br>(ลูกคนที่ 6)
| align="center" |แพรวรรณ สมศักดิ์
|-
| align="center" |ใย <br>(ลูกคนที่ 7)
| align="center" |[[กัญจน์อมล เคล้าจิตพูลสุข]]
|-
| align="center" |ไพ <br>(ลูกคนที่ 8)
| align="center" |ภัทรภร สนธิภักดิ์
|-
| align="center" |แสด <br>(ลูกคนที่ 9)
| align="center" |นิรดา เจษฎาปริยากุล
|-
| align="center" |ปี่ <br>(ลูกคนที่ 10)
| align="center" |ซาร่าห์ สายสกุลเศรษฐ์
|-
| align="center" |ปลอด <br>(ลูกคนที่ 11)
| align="center" |ฐาปนีย์ ศุภรัตนาภิรักษ์
|-
| align="center" |เศรษฐีนนท์
| align="center" |[[ไพโรจน์ สังวริบุตร]]
|-
| align="center" |นางจัน
| align="center" |สุภัสสร มามีเกตุ
|-
! ตัวละคร !! นักแสดงสมทบ
|-
| align="center" |วิรุฬ
| align="center" |พบศิลป์ โตสกุล
|-
| align="center" |จำบัง
| align="center" |โอภาภูมิ ชิตาพัณณ์
|-
| align="center" |พาลเทพ/ไก่เทวดา/ม้าพาชี
| align="center" |สุรศักดิ์ สุวรรณวงษ์
|-
| align="center" |สุรฤทธิ์
| align="center" |[[รัฐศิลป์ นลินธนาพัฒน์]]
|-
| align="center" |สุรกาศ
| align="center" |สุกฤษฏิ์ สงแก้ว
|-
 
== อ้างอิง ==