ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ทิวซิดิดีส"

นักปรัชญาการเมือง ลีโอ สเตราส์ (ในหนังสือ ''The City and Man'') เห็นว่าทิวซิดิดีสมีความรู้สึกขัดแย้งต่อวัฒนธรรมของชาวเอเธนส์ กล่าวคือในขณะที่สติปัญญาของตัวท่านเองเป็นผลผลิตของประชาธิปไตยแบบ[[เพริคลีส]] ซึ่งให้เสรีภาพแก่ความล้าคิดกล้าทำ ความกล้าเสี่ยงภัย และจิตวิญญาณที่ใฝ่ค้นหาคำตอบของปัจเจกบุคคล แต่เสรีภาพดังกล่าวในที่สุดก็ส่งเสริมความทะเยอทะยานทางการเมืองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนนำไปสู่ลัทธิจักรวรรดินิยม และความยุ่งเหยิงในประเทศ
 
นักวิชาการด้านกรีกโบราณ [[จาเคอลีน เดอ รอมิยี]] (Jacqueline de Romilly) เป็นคนแรกที่ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาในทางจริยศาสตร์เกี่ยวกับลัทธิจักรวรรดินิยมของเอเธนส์เป็น เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทิวซิดิดีสเพ่งความสนใจมากที่สุด และเธอชี้ว่าท่านวางงานเขียนประวัติศาสตร์ของตนไว้ ในบริบทของความคิดแบบกรีกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ การวิเคราะห์ของเธอกระตุ้นให้นักวิชาการหลายคน หันมาตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมองของทิวซิดิดีส ที่มีต่อ ''Realpolitik'' หรือแนวคิดสัจนิยมการเมือง จนระยะหลังมาเร็วๆนี้ ความเชื่อว่าตัวทิวซิดิดีสเป็น "บิดาของสำนักความคิดสัจนิยมการเมือง" ถูกสั่นคลอนอย่างต่อเนื่อง นักวิชาการบางท่านรวมทั้ง [[ริชาร์ด เน็ด เลอโบ]] (Richard Ned Lebow) เห็นว่างานเขียนของทิวซิดิดีส อาศัยและอ้างอิงแนวคิดในบทกวีมหากาพย์ และ[[โศกนาฏกรรม]]ในวรรณกรรมกรีกอย่างมาก จนถึงขนาดว่าจะยกให้ท่านเป็น "นักประพันธ์โศกนาฏกรรมคนสุดท้าย"<ref>Richard Ned Lebow, ''The Tragic vision of Politics'' (Cambridge University Press, 2003), p. 20.</ref> ก็ไม่ผิดนัก ในมุมมองนี้ พฤติกรรมที่ไร้ศีลธรรม และอัปยศ หรือ [[ฮิวบริส]] (ὕβρις) ของชาวเอเธนส์ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องพบกับความหายนะ
 
ปฏิเสธแนวความคิดสามัญของทิวซิดิดีสอย่างเช่นนักประวัติศาสตร์ด้าน realpolitik พวกเขาโต้ว่านักแสดงบนเวทีโลกผู้ซึ่งเคยอ่านงานของเขาทุกคนจะตั้งข้อสังเกตว่าบางคนจะเข้าใจการแสดงของพวกเขากับการไม่เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามาข้องเกี่ยวของผู้รายงาน มากกว่าแรงบัลดาลใจของผู้เล่าเรื่องและมีส่วนร่วมอย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจต่องานเขียน The Melian Dialogue ของเขาก็คือตัวอย่าง
 
ทิวซิดิดีส ไม่ได้ใช้เวลาในการแลกเปลี่ยนความคิดต่อศิลปะ, วรรณกรรม, หรือสังคมในทางเดียวกับที่หนังสือถูกแต่งขึ้น และในทางเดียวกับที่ตัวเขาเองเติบโตขึ้นมา เขาเขียนถึงแต่เหตุการณ์ ไม่ใช่ยุคสมัย และเว้นระยะที่จะไม่อธิบายอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องเช่นนั้น
 
ลีโอ เสตราส์ในการศึกษาเรื่อง The City and Man โต้ว่า ทิวซิดิดีสมีความเข้าใจที่สับสนอย่างมากต่อการปกครองแบบประชาธิปไตยของชาวเอเธนส์ ด้านหนึ่งคือ “ความเฉลียวฉลาดของเขาถูกทำให้เป็นไปได้” โดยการปกครองแบบประชาธิปไตยของ Periclean ในงานบันทึกเรื่องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของเขาเสี่ยงและกล้าได้กล้าเสีย ทั้งยังมีความน่าสงสัย แต่ในเรื่องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลเดียวกันนี้กระตุ้นเรื่องจุดหมายการปกครองที่ไม่เท่าเทียมกัน, ลัทธิจักวรรดินิยม, และปะทะกับทางการในตอนท้ายอย่างมากเกินไป นักวิชาการทางด้านประเพณีนิยมส่วนมากมีมุมมองต่อทิวซิดิดีสในทางที่น่าจดจำและคำสอนบทเรียนในเรื่องการปกครองแบบประชาธิปไตยต้องการผู้นำ แต่ผู้นำนั้นก็สามารถเป็นอัตรายต่อการปกครองแบบประชาธิปไตยได้
 
==แหล่งข้อมูลอื่นและอ้างอิง==
1,631

การแก้ไข