ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ระบบภูมิคุ้มกัน"

 
===2. [[Acquired Immunity]]===
'''Acquired immunity''' คือภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นภายหลัง หากเชื้อโรคสามารถฝ่าด่านแรกเข้าสู่ใต้เยื่อบุหรือผิวหนังที่มีบาดแผลได้แล้ว เซลล์ต่างๆ ของระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้ให้ออกไปพ้นจากร่างกาย เซลล์เหล่านี้เจริญเติบโตมาจาก [[stem cell]] อันเป็นเซลล์ต้นตอใน[[ไขกระดูก]] (พบที่รกด้วย) ซึ่งเติบโตแปรสภาพ ([[differentiate]]) ไปเป็นเซลล์[[เม็ดเลือดขาว]]ชนิดต่างๆ เมื่อเซลล์เหล่านี้โตเต็มที่แล้วจึงออกมาสู่กระแสเลือด ล่องลอยไปอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายตามหน้าที่เฉพาะตัวแตกต่างกันไปของเซลล์แต่ละชนิด ซึ่งทำงานสอดคล้องประสานกันเป็นระบบอย่างน่าอัศจรรย์ ดังนี้
 
*'''[[granulocyteGranulocyte]]''' เป็นเม็ดเลือดขาวชนิดที่มี [[granule]] มากมายในเซลล์ ส่วนใหญ่อยู่ในกระแสเลือด มีหน้าที่กรูกันมาจัดการกับ [[antigen]] โดยกิน ([[engulf]]) เชื้อแบคทีเรีย ฆ่าปรสิต เมื่อเซลล์เหล่านี้กิน [[antigen]] เข้าไปแล้ว ได้ใช้ [[enzyme]] ที่อยู่ใน [[granule]] ย่อยสลายเชื้อโรคและแปรสภาพเป็นหนอง หากอยู่ในกระแสเลือดก็กลายเป็นซากแล้วถูกกำจัดไป
 
*'''[[monocyteMonocyte]]''' เป็นเม็ดเลือดขาวที่มีจำนวนน้อยในกระแสเลือด มีหน้าที่กินเชื้อโรคในกระแสเลือดและเก็บกินซากที่เกิดจากการทำลายเชื้อโรค
 
*'''[[macrophageMacrophage]]''' เป็น [[monocyte]] ที่อยู่ในเนื้อเยื่อ กระจายอยู่ในอวัยวะต่างๆ เมื่อกิน [[antigen]] เข้าไปแล้ว จะทำหน้าที่เป็น [[antigen presenting cell]] (APC) คือส่งสัญญาณจาก [[antigen]] ต่อมาให้เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด [[T lymphocyte]] เพื่อรับหน้าที่ต่อไป
 
*'''[[dendriticDendritic cell]]''' มีหน้าที่เช่นเดียวกับ [[macrophage]]
 
*'''[[lymphocyteLymphocyte]]''' เป็นเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่แข็งขันที่สุด แบ่งตามหน้าที่เป็น 2 ชนิด คือ
 
1. '''[[B lymphocyte]]''' เมื่อสัมผัสกับ antigen แล้ว จะเปลี่ยนไปเป็น [[plasma cell]] มีหน้าที่ผลิตภูมิคุ้มกันด้านสารน้ำเรียกว่า [[humoral immunity]] (HI) คือภูมิต้านทาน ([[antibody]]) ที่จำเพาะต่อเชื้อนั้น ประกอบด้วยโปรตีน [[globulin]] ชนิดต่างๆ เรียกว่า [[immunoglobulin]] มีทั้งหมด 5 กลุ่ม คือ [[IgG]], [[IgA]], [[IgM]], [[IgD]], [[IgE]] ทำหน้าที่จับติดกับ [[antigen]] แล้วทำลายด้วยวิธีต่างๆที่สลับซับซ้อน ส่วนใหญ่ภูมิต้านทานเหล่านี้จะอยู่ในร่างกายไปตลอดชีวิต เพราะมีเซลล์ที่แปรสภาพเป็นเซลล์ความจำ ([[memory cell]]) ทำหน้าที่จำเชื้อที่เคยพบแล้ว เมื่อเชื้อเดิมเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง เซลล์ความจำก็จะระดมพลเพื่อสร้าง [[immunoglobulin]] ออกมาในปริมาณมากทันทีภายในสัปดาห์แรกที่ติดเชื้อ จึงสามารถกำจัดเชื้อโรคออกไปโดยไม่ทันก่อโรค ต่างจากการติดเชื้อในครั้งแรกที่ระดับภูมิต้านทานขึ้นในสัปดาห์ที่ 2
 
2.'''[[T lymphocyte]]''' เริ่มงานเมื่อได้รับสัญญาณจาก APC มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันด้านเซลล์ เรียกว่า [[cell-mediated immunity]] (CMI) ที่สำคัญมี 3 ชนิด คือ
 
*'''[[T helper]]''' หรือ '''[[CD4]]''' มีหน้าที่ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน เมื่อได้รับสัญญาณจาก [[APC]] มันจะกลายเป็น [[sensitized T cell]] ที่มีอานุภาพสูง หลั่งสารมากมายหลายชนิดออกมาจากเซลล์เรียกว่า [[cytokines]] เพื่อกระตุ้นเซลล์ชนิดต่างๆในระบบภูมิคุ้มกันให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนระดมพล และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อโรคเหมือนทหารที่ฮึกเหิมพร้อมออกศึก
 
*'''[[T suppressor]]''' หรือ '''[[CD8]]''' มีหน้าที่ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม อีกทั้งยับยั้งการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันเมื่อหมดความจำเป็นแล้ว ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายต่อร่างกายจากการทำงานที่เกินเลยของระบบภูมิคุ้มกัน
 
*'''[[naturalNatural killer cell]]''' เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็ง และเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสเป็นหลัก
 
จะเห็นว่าเซลล์เหล่านี้ทำงานประสานกันอย่างดีเยี่ยม เพื่อรักษาสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันไม่มากไปหรือน้อยไปจนเกิดความเสียหายตามมา
 
เรารู้จักเซลล์เหล่านี้ดีเมื่อโรคเอดส์ระบาด เพราะโรคเอดส์เกิดจากเชื้อ [[Human Immunodeficiency Virus]] ([[ HIV]]) ไปทำลายเซลล์ [[CD4]] ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันด้านเซลล์บกพร่องเป็นหลัก จึงติดเชื้อฉวยโอกาสง่าย
 
==ภูมิคุ้มกันมาจากไหน==
58

การแก้ไข