ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พระเจ้าฌูเอาที่ 6 แห่งโปรตุเกส"

แทนที่คำผ่านการค้นหา: 'จราจล'→'จลาจล'
(แทนที่คำผ่านการค้นหา: 'ทรงโปรด'→'โปรด')
(แทนที่คำผ่านการค้นหา: 'จราจล'→'จลาจล')
ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็ได้เกิดปัญหาขึ้นคือการจัดหาพระชายาแก่องค์รัชทายาทของพระองค์ ซึ่งในอนาคตคือ [[จักรพรรดิเปดรูที่ 1 แห่งบราซิล]] ยุโรปในขณะนั้นได้พิจารณาเกี่ยวกับบราซิลว่าเป็นดินแดนห่างไกล, ล้าหลังและไม่ปลอดภัย ดังนั้นมันไม่ง่ายเลยที่จะจัดหาคู่สมรสที่เหมาะสม หลังจากปีแห่งการเสาะหา ราชทูต [[เปดรู ฌูเซ โจอาคิม วิโต เดอ เมเนเซส เคาทินโฮ]]ซึ่งดำรงยศเป็น[[มาควิสแห่งมาเรียลวา]] ท้ายที่สุดได้เสนอให้ผูกสัมพันธ์กับหนึ่งในราชวงศ์ที่ทรงอำนาจที่สุดในยุโรป นั่นก็คือ [[ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก]]ในจักรพรรดิแห่ง[[ออสเตรีย]] หลังจากได้มีการรับประกันจากราชสำนักออสเตรียด้วยสิทธิต่าง ๆ มากมาย, แสดงพิธีการที่เอิกเกริก และการแบ่งสรรปันส่วนทองคำแท่งและเครื่องเพชรจากชนชั้นสูง เจ้าชายเปดรูทรงอภิเษกสมรสกับ[[อาร์ชดัชเชสมาเรีย ลีโอโพลดีนาแห่งออสเตรีย]] พระราชธิดาใน[[จักรพรรดิฟรันซ์ที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์|จักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1 แห่งออสเตรีย]]กับ[[เจ้าหญิงมาเรีย เทเรซา แห่งเนเปิลส์และซิซิลีส์]]ในปี พ.ศ. 2360<ref>Wilcken, Patrick. ''Império à deriva: a corte portuguesa no Rio de Janeiro, 1808–1821''. Editora Objetiva, 2005, pp. 225–226. In Portuguese.</ref> จักรพรรดิและรัฐมนตรีของพระองค์ [[คลีเมนซ์ ฟาน แมทเทอร์นิตช์]] ได้พิจารณาการเจริญสัมพันธไมตรีครั้งนี้ว่า "เป็นแผนการที่เป็นประโยชน์ระหว่างยุโรปและโลกใหม่" เสริมสร้างความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในรัชกาลแห่งราชาธิปไตยของทั้งสองซีกโลกและได้นำออสเตรียเข้ามามีอิทธิพลในซีกโลกใหม่<ref>Lustosa, Isabel. ''D. Pedro I''. Companhia das Letras, 2006, pp. 77–78. In Portuguese.</ref>
 
ขณะที่สถานการณ์ในโปรตุเกสยังไม่มีความสงบสุข จากการว่างกษัตริย์และการถูกทำลายล้างจาก[[สงครามคาบสมุทร]] และเป็นผลกระทบให้เกิดผู้คนอดอยากจำนวนมากและการอพยพย้ายถิ่นฐานออกไปจำนวนมาก<ref>Gomes, p. 81</ref> จากการขับไล่การรุกรานของฝรั่งเศสครั้งสุดท้ายจากเมืองใหญ่ได้กลายการอารักขาโดยอังกฤษ ซึ่งควบคุมโดยนายพล [[วิลเลียม เบเรสฟอร์ด ไวส์เคานท์ เบเรสฟอร์ดที่ 1|วิลเลียม คารร์ เบเรสฟอร์ด]] ผู้ซึ่งปกครองด้วยกำปั้นเหล็ก ตั้งแต่พระเจ้าฌูเอาทรงสืบราชบัลลังก์ ชาวโปรตุเกสพยายามบีบบังคับให้พระองค์เสด็จกลับ เริ่มชักนำให้เกิดการจราจลจลาจลของพวก[[เสรีนิยม]] และการก่อตั้งองค์กรลับต่าง ๆ ด้วยเป้าหมายที่นำมาซึ่งการประชุม[[คอร์เตสโปรตุเกส]] (Portuguese Cortes) ซึ่งเป็นภาษาในยุคกลางหมายถึงตัวแทนของแคว้นต่าง ๆ ในโปรตุเกส ที่ซึ่งไม่ได้มีการพบปะกันอีกนับตั้งแต่พ.ศ. 2241 เหมือนกับพวกเสรีนิยมที่สร้างความวุ่นวายในบราซิล ในปี พ.ศ. 2360 เกิด[[กบฏเปร์นัมบูกัน]]ในเมือง[[เรซีฟี]] เป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิยม[[สาธารณรัฐ]]ที่ซึ่งทำการก่อตั้งรัฐบาลขึ้นเองใน[[รัฐเปร์นัมบูกู]]และการกบฏก็ขยายวงกว้างไปทั่วบราซิล แต่ในที่สุดก็ถูกปราบลงอย่างราบคาบ กลับไปที่โปรตุเกส ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2363 ได้เกิด[[การปฏิวัติเสรีนิยมในพ.ศ. 2363]] ที่เมือง[[โปร์ตู]] และได้ทำการก่อตั้งรัฐบาลเองที่ควบคุมโดย[[คณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง]] และได้ส่งผลกระทบในลิสบอน ที่ซึ่งมีการเข้าพบ "นายพลเพื่อจุดประสงค์พิเศษ" (General Extraordinary) และ "กลุ่มคอร์เตสรัฐธรรมนูญ" (Constituent Cortes) หรือ Cortes Gerais Extraordinárias e Constituintes ได้จัดตั้งรัฐบาล และได้มารวมกันเพื่อทำการเลือกคณะผู้แทนโดยปราศจากการขอพระราชวินิจฉัยจากพระเจ้าฌูเอา การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหมู่เกาะมาเดย์รา, [[อะโซร์ส]]และครอบงำไปถึง[[กาว-ปารา]]และ[[รัฐบาเยีย]]ในบราซิล นำมาด้วยการลุกฮือของกองทัพในนครริโอเดอจาเนโร<ref name="Cronologia"/>
 
ในวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2364 กลุ่มคอร์เตสได้มาประชุมกันที่ลิสบอนและมีพระราชกฤษฎีกาให้จัดตั้งสภาผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเพื่อใช้อำนาจในพระนามของพระเจ้าฌูเอา ได้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองจำนวนมากและเรียกร้องให้พระมหากษัตริย์เสด็จกลับ ในวันที่ 20 เมษายน พระเจ้าฌูเอาทรงเรียกประชุมขุนนางที่กรุงรีโอเพื่อทำการเลือกผู้แทนพระองค์ไปยังกลุ่มคอร์เตสรัฐธรรมนูญ แต่ในวันต่อมาเกิดการประท้วงที่จตุรัสและผู้ประท้วงถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ในบราซิลได้มีความคิดเห็นส่วนใหญ่ต้องการให้พระมหากษัตริย์เสด็จกลับโปรตุเกสซึ่งหมายความว่าจะต้องละทิ้งบราซิลความเป็นเอกราชของบราซิลและลดสถานะของบราซิลให้กลับเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสดังเช่นกาลก่อน ภายใต้กระแสความกดดัน พระเจ้าฌูเอาทรงดำเนินทางเป็นกลางโดยทรงส่งมกุฎราชกุมารเปดรู พระโอรสไปยังลิสบอนเพื่อให้เป็นผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญและก่อตั้งรัฐบาลใหม่ขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ตามองค์มกุฎราชกุมารที่ซึ่งมีพระดำริในทางเสรีนิยมได้ปฏิเสธแผนการของพระราชบิดา วิกฤตการณ์ได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นและเป็นการยากที่จะหวนกลับไปสู่ระบอบเก่า พระเจ้าฌูเอามีพระบรมราชโองการสถาปนาให้มกุฎราชกุมารเปดรูเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่บราซิลและพระองค์เองได้เสด็จออกจากบราซิลเพื่อไปลิสบอนในวันที่ 25 เมษายน หลังจากทรงประทับในบราซิลมาเป็นเวลา 13 ปี แผ่นดินที่ซึ่งพระองค์ทรงดำริถึงทุกเมื่อเสมอมา<ref name="Cronologia"/><ref name="Dicionário"/><ref name="Iglésias, p. 106">Iglésias, p. 106</ref>
123,859

การแก้ไข