เปิดเมนูหลัก

การเปลี่ยนแปลง

ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
{{พุทธศาสนา}}
[[พระพุทธศาสนา]]ได้เข้ามาใน[[ประเทศจีน]]ดังได้ปรากฏในหลักฐาน เมื่อประมาณพุทธศักราช 608 ในสมัยของพระ[[จักรพรรดิเม่งเต้]]แห่ง[[ราชวงศ์ฮั่น]] พระได้จัดส่งคณะทูต 18 คน ไปสืบ[[พระพุทธศาสนา]]ใน[[อินเดีย]] คณะทูตชุดนี้ได้เดินทางกลับ[[ประเทศจีน]]พร้อมด้วยพระภิกษุ 2 รูป คือ [[พระกาศยปมาตังคะ]] และ[[พระธรรมรักษ์]] รวมทั้งคัมภีร์ของ[[พระพุทธศาสนา]]อีกส่วนหนึ่งด้วย เมื่อพระเถระ 2 รูป พร้อมด้วยคณะทูตมาถึง[[นครโลยาง]] [[พระเจ้าฮั่นเม่งเต้]] ได้ทรงสั่งให้สร้างวัดเพื่อเป็นที่อยู่ของพระทั้ง 2 รูป นั้นซึ่งมีชื่อว่า [[วัดแป๊ะเบ๊ยี่]] แปลเป็นไทยว่า วัดม้าขาว เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ม้าตัวที่บรรทุกพระคัมภีร์ทาง[[พระพุทธศาสนา]]กับพระเถระทั้งสอง หลังจากนั้น[[พระปาศยมาตังตะ]] กับ[[พระธรรมรักษ์]]ได้แปลคัมภีร์[[พระพุทธศาสนา]]เป็น[[ภาษาจีน]]เล่มแรก
 
 
== ประวัติพุทธศาสนาในประเทศจีน ==
 
ใน พ.ศ.2455 [[ประเทศจีน]]ได้เปลี่ยนการปกครองเป็นแบบ[[สาธารณรัฐ]] รัฐบาลสนับสนุน[[ลัทธิมาร์กซิสต์]] ซึ่งลัทธิดังกล่าวได้โจมตีพระพุทธศาสนาตลอดมา และมีการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อ[[พระพุทธศาสนา]] เช่น เอาวัดเป็นสถานที่ราชการ
ใน พ.ศ.2465 พระสงฆ์ชาวจีนรูปหนึ่งชื่อว่า [[พระอาจารย์ไท้สู]] ได้ช่วยกู้ฐานะของ[[พระพุทธศาสนา]]ไว้บางส่วนคือ ท่านได้ทำการปฏิรูปพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง แม้จะมีกำลังน้อย เริ่มด้วยการตั้งวิทยาลัยสงฆ์ขึ้นที่ [[วูซันเอ้หมิง]] [[เสฉวน]] และ[[หลิ่งนาน]] เพื่อฝึกผู้นำทาง[[พระพุทธศาสนา]]ให้มีความรู้ทาง[[พระธรรมวินัย]]และวิชาการทางโลกสมัยใหม่ และนำมาเผยแผ่เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม จนผู้คนเลื่อมใสมากขึ้น จึงตั้งพุทธสมาคมแห่ง[[ประเทศจีน]]ขึ้นใน พ.ศ.2472 ความพยายามของ[[พระอาจารย์ไท้สู]] ทำให้ประชาชนและรัฐบาลเข้าใจใน[[พระพุทธศาสนา]]ดีขึ้น ทางราชการได้ออกคำสั้งพิทักษ์ทรัพย์สินของวัดห้ามนำไปใช้ในกิจการอื่น ใน พ.ศ.2473 สาธารณรัฐจีนมีพระภิกษุและภิกษุณีรวม 738,000 รูป ซึ่งนับว่า[[พระพุทธศาสนา]]เจริญใน[[ประเทศจีน]]พอสมควร
พ.ศ.2492 [[สาธารณรัฐจีน]]ได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบ[[คอมมิวนิสต์]] ในระยะแรกพรรค[[คอมมิวนิสต์]]เห็นว่า[[พระพุทธศาสนา]]ยังมีอิทธิพลอยู่ในจิตใจของประชาชนจึงงไม่ใช้ความรุนแรง จนใน พ.ศ.2494 รัฐบาลได้ออกกฎหมายเพิกถอนสิทธิวัดในการยึดครองที่ดิน ซึ่งเป็นการบีบให้พระสงฆ์ต้องลาสิกขาโดยทางอ้อม พระภิกษุที่ยังไม่ลาสิกขาก็ต้องไปประกอบอาชีพเอง เช่น ทำไร่ ทำนา เป้นต้น ทั้งที่ยังครองเพศเป็นภิกษุอยู่และในช่วงปฏิวัติวัมนะรรมครั้งใหญ่ของประเทศจีน เมื่อ พ.ศ.2509-2512 ได้มีเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อ[[พระพุทธศาสนา]]เป็นอย่างมาก คือ รัฐบาลได้ยึดวัดเป็นของราชการ ห้ามประกอบศาสนกิจต่างๆ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาถือเป้นความผิดทางกฎหมาย เมื่อ[[เหมา เจ๋อ ตุง]] ประธานพรรค[[คอมมิวนิสต์]]จีน ได้ถึงแก่อสัญกรรมใน พ.ศ.2519 รัฐบาลชุดใหม่ของจีนก็คลายความเข้มงวดลงบ้าง และให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการเลือกนับถือศาสนา
 
 
{{รายการอ้างอิง}}อ้างอิง : หนังสือศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ สำนักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ จำกัด
 
 
== ยุคราชวงศ์ฮั่น ==
ผู้ใช้นิรนาม