ผลต่างระหว่างรุ่นของ "พัดยศ"

เพิ่มขึ้น 20 ไบต์ ,  13 ปีที่แล้ว
ไม่มีคำอธิบายอย่างย่อ
ไม่มีความย่อการแก้ไข
ไม่มีความย่อการแก้ไข
'''พัดยศ''' มีชื่อเรียกและลักษณะแตกต่างกันไปตามศักดิ์ คือ
*'''พัดหน้านาง''' สำหรับพระ[[เปรียญ]] และพระฐานานุกรมบางตำแหน่ง
*'''พัดพุดตาน''' สำหรับ[[พระครูสัญญาบัตร]]และพระฐานานุรูป[[ฐานานุกรม]]บางตำแหน่ง
*'''พัดเปลวเพลิง''' สำหรับหระครูพระครูสัญญาบัตรที่เป็นเจ้าคณะจังหวัด และ[[เจ้าอาวาส]][[พระอารามหลวง]] (ชั้นเอก)
*'''พัดแฉกทรงพุ่มข้าวบิณฑ์''' สำหรับ[[พระราชาคณะ]]ทุกชั้น ถึงขั้น[[สมเด็จพระราชาคณะ]]
 
'''พัดยศ''' เป็นพัดคู่กับ '''[[พัดรอง]]'''
== ประวัติ ==
 
'''พัดยศ''' เป็นเครื่องประกอบสมณศักดิ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชานุญาตให้สร้างขึ้น เพื่อถวายแก่[[พระสังฆาธิการ]]ในโอกาสรับพระราชทาน[[สมณศักดิ์]] โดยจะนำมาใช้เฉพาะงานรัฐพิธีและการ[[พระราชพิธี]]เท่านั้น วิวัฒนาการของพัดยศก่อนจะมีรูปแบบดังที่พบเห็นอยู่นี้ มีความเป็นมาที่ยาวนานและได้มีการพัฒนารูปแบบมาหลายครั้ง หากสังเกตให้ดีจะพบว่าตาลปัตรหรือพัดยศมีอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดก็มีรูปทรง ลวดลาย ตลอดจนสีสันงดงามแตกต่างกันออกไปตามระดับของชั้นยศที่ได้รับพระราชทาน
 
พัดยศพัฒนามาจากรูปแบบเดิมคือ[[ตาลปัตร]] คำว่าตาลปัตรมาจากภาษาบาลีว่า '''ตาลปตฺต''' ซึ่งแปลว่า '''ใบตาล ''' ความหมายคือพัดของพระสงฆ์ในยุคแรกนั้นทำด้วยใบ[[ตาล]] ต่อมาได้มีวัฒนาการมาเป็นอย่างอื่น เช่น ทำด้วยขนนก หรือโครงเหล็กหุ้มด้วยผ้าชนิดต่างๆ ตลอดถึงทำด้วย[[งา]]หรือของมีค่าอื่น ๆ แต่ก็ยังนิยมเรียกว่าตาลปัตรอยู่นั่นเอง จากตาลปัตรที่ใช้พัดโบกได้พัฒนามาเป็น '''พัดยศ''' หมายถึง พัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแด่พระสงฆ์มาพร้อมกับการทรงตั้งสมณศักดิ์ในระดับชั้นต่าง ๆ ส่วนคำว่า '''พัดรอง''' หมายถึง พัดที่ทำขึ้นเป็นที่ระลึกในงานพิธีต่าง ๆ รวมถึงงานพระราชพิธี รัฐพิธี และพิธีทำบุญต่างของราษฎร ก็รวมเรียกว่า[[พัดรอง]]ด้วยเช่นกัน คำว่าพัดรอง เป็นชื่อเรียกเฉพาะพัดที่สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกในงานพิธีต่าง ๆ ดังกล่าวนี้เท่านั้น ส่วนคำว่าตาลปัตรเป็นชื่อรวมเรียกได้ทั้งพัดยศ และพัดรอง
5,823

การแก้ไข