พระแม่สันโตษี (อังกฤษ: Santoshi Mata,ฮินดี: संतोषी माता) เป็นธิดาของพระพิฆเนศ เป็นผู้ปกปักษ์รักษาสายน้ำซันโตชี ลักษณะเป็นเทพธิดางดงาม เทวลักษณะคือทรงมีสี่กร ทรงเทพอาวุธ คือ ตรีศูล,อภัยมุทรา, ดาบ, ถาดข้าว.[1][2]

พระแม่ซันโตษี
संतोषी माँ
Santoshi Mata.jpg
เทวรูปพระแม่ซันโตษี แกะสลักจากหินอ่อน สกุลช่างชัยปุระ ศิลปะอินเดียยุคปัจจุบัน.
ตำแหน่งเทพีแห่งความพึงพอใจและโชคดี
จำพวกเทวี
อาวุธตรีศูล,อภัยมุทรา, ดาบ, ถาดข้าว.
สัตว์พาหนะเสือ
โค
ปัทมอาสน์
บิดาพระพิฆเนศ
มารดานางสิทธิและพุทธิ
ศาสนา/ลัทธิศาสนาฮินดู
ศาสนาพราหมณ์
บาหลี
เทวรูปพระแม่สันโตษี ศิลปะไทย-อินเดียประยุกต์ในปัจจุบัน.

กำเนิดแก้ไข

แต่เดิม พระพิฆเนศไม่มีธิดา มีเพียงแต่พระโอรส 2 พระองค์ กับพระชายา สิทธิและพุทธิ แต่อยู่มาพระโอรสทั้งสอง อยากทำพิธีผูก รัคชิต (เป็นการผูกข้อมือมงคลคล้ายสายสิญจ์บ้านเราโดยผู้ที่ผูกให้ต้องเป็นน้องสาวของผู้ที่ต้องการผูก) พระพิฆเนศวรเลยติดจิตจากพระชายาทั้งสองมาเสกให้กลายเป็นกุมารีน่ารัก นามว่า "ซันโตชี" จากนั้นพระโอรสของพระพิฆเนศวรก็ได้รับการผูกรัคชิตจากพระน้องนางซันโตชีสมพระทัย[3][1][1]

ตำนานความศรัทธาแก้ไข

มีหญิงสาวชื่อ "สัตวาตี" เป็นผู้มีความศรัทธาต่อพระแม่ซันโตชีมาก เธอจะมานมัสการร้องรำบูชาพระแม่ทุกครั้งที่มายังศาลของพระแม่ จนมีอยู่ในวันบูชาพระแม่ซันโตชี ชายหนุ่มชื่อ "บียู" มาร่วมพิธีด้วย สัตวาตีพบบียูจนเกิดความรักขึ้น จากนั้นต่อมาสัตวาตีก็พบบียูทุกครั้งในวันบูชาพระแม่ซันโตชี จากนั้นสัตวาตีกับบียูก็รักกันและแต่งงานกัน สัตวาตีย้ายไปอยู่บ้านของบียู แต่ก็มิได้ลดละหรือทิ้งความศรัทธาในพระแม่ สัตวาตียังคงสวดมนต์และนมัสการพระแม่ทุกวัน โดยตั้งเป็นศาลที่มีเทวรูปเล็กๆของพระแม่ แต่วันหนึ่งบียูต้องจากสัตวาตีไปทำมาหากินยังต่างเมืองด้วยความดูถูกจากเหล่าพี่ๆ ที่หากว่าตนไม่มีค่าไม่ยอมทำมาหากิน สัตวาตีไม่สบายใจกลัวว่าบียูจัเกิดอันตรายจึงอ้อนวอนให้พระแม่ซันโตชีคุ้มครอง ปรากฏว่าเรือที่บียูโดยสารไปนั่นเกิดล้ม พระแม่ซันโตชีทรงช่วยบียูไปถึงฝั่ง พอบียูฟื้นได้สติก็เดินทางไปจนพบศาลของพระแม่ซันโตชี บียูเห็นชายชราผู้หนึ่งนอนหมดสติอยู่ บียูช่วยจนชายชราผู้นั่นฟื้น ปรากฏว่าชายชราผู้นั่นเป็นมหาเศรษฐี จึงตอบแทนพระคุณของบียูโดยรับบียูเป็นลูกจ้าง ต่อมาบียูทำงานกับเศรษฐีจนชำนาญในการค้า เศรษฐีเห็นว่าบียูเป็นคนหนุ่มไวไฟและขยันจึงยกบุตรสาวให้ ทางฝ่ายสัตวาตีทราบข่าวว่าบียูเรือล้ม สัตวาตีก็โศกเศร้าเสียใจ แต่ก็เชื่อในพระแม่ซันโตชีว่า พระแม่ต้องช่วยบียูให้รอดและต้องกลับมาหาเธอ สัตวาตีถูกเหล่าพระสะใภัรังแกต่างๆนานา แต่สัตวาตีก็อดทน พระแม่ซันโตชีมาหาบียูและเตือนเขาถึงสัตวาตี บียูจึงยึกขึ้นได้ว่าตนเองมีภรรยาที่แสนดีคือสัตวาตีรออยู่ที่บ้าน และพระแม่ซันโตชียังบอกกับเศรษฐีให้ปล่อยบียูไป เศรษฐีจึงมอบเงินทองที่เป็นค่าน้ำพักน้ำแรงของบียูและแบ่งสมบัติบางส่วนให้ บียูเดินทางกลับมาบ้าน สัตวาตีก็ดีใจยิ่งนัก สัตวาตีกับบียูก็ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจากการช่วยเหลือจากพระแม่ซันโตชี[1]

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 Lutgendorf, Philip (July–August 2002). "A Superhit Goddess: Jai Santoshi Maa and Caste Hierarchy in Indian Films (Part I)" (PDF). Manushi (131): 10–6.
  2. Hawley p. 4
  3. Hawley p. 3