ธูตเบอร์กา เป็นเจ้าหญิงชาวแฟรงก์จากตระกูลโบโซนิด ทรงเป็นพระมเหสีของพระเจ้าโลธาร์ที่ 2 แห่งโลธาริงเกีย

พระราชประวัติแก้ไข

ธูตเบอร์กาเป็นบุตรสาวของโบโซผู้อาวุโสกับแองเกลทรูด ปี ค.ศ. 885 ทรงแต่งงานด้วยเหตผลทางการเมืองกับพระเจ้าโลธาร์ที่ 2 กษัตริย์แห่งโลธาริงเกียซึ่งเป็นพระโอรสคนที่สองของจักรพรรดิโลธาร์ที่ 1[1] โดยในตอนที่แต่งงานกัน พระเจ้าโลธาร์อาจมีความสัมพันธ์กับวัลดราดา ภรรยาลับที่มาจากครอบครัวชาวกัลโล-โรมัน[2] อยู่แล้ว ไม่นานสถานการณ์ก็ชัดเจนว่าธูตเบอร์กากับพระเจ้าโลธาร์น่าจะไม่มีพระโอรสธิดาด้วยกัน พระเจ้าโลธาร์จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในรัชสมัยของพระองค์ไปกับการหาทางทำให้การแต่งงานถูกประกาศให้เป็นโมฆะ เพื่อที่พระองค์จะได้แต่งงานกับวัลดราดา เพื่อให้บุตรหลายคนที่มีด้วยกันได้เป็นบุตรตามกฎหมาย

ธูตเบอร์กาถูกจำคุกในปี ค.ศ. 857 หลังถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์ชู้สาวกับญาติใกล้ชิดคืออูกแบต์ซึ่งเป็นพี่น้องชายของพระองค์ หลังรอดชีวิตจากการไต่สวนด้วยวิธีทรมาน (สันนิษฐานว่าเป็นการทรมานด้วยน้ำเดือด) พระเจ้าโลธาร์ถูกบีบให้คืนสถานะตามสิทธิ์อันชอบธรรมให้พระองค์ ทว่าพระเจ้าโลธาร์ได้รับการสนับสนุนจากจักรพรรดิหลุยส์ที่ 2 พระเชษฐาของพระองค์จนนักบวชท้องถิ่นส่วนหนึ่งยอมให้การแต่งงานของพระองค์ถูกประกาศให้เป็นโมฆะ ในที่สุดพระองค์ก็ได้อภิเษกสมรสกับวัลดราดาในปี ค.ศ. 862

ธูตเบอร์กาหนีไปลี้ภัยอยู่ที่ราชสำนักของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 ผู้ศีรษะล้าน กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรแฟรงก์ตะวันตก ที่นั่นพระองค์ได้ร้องทุกข์ต่อสมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 1 ที่ให้การประกาศให้การแต่งงานเป็นโมฆะและการอภิเษกสมรสที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นโมฆะ พระเจ้าโลธาร์ถูกบังคับให้รับธูตเบอร์กากลับไปอีกครั้งด้วยการขู่ว่าจะถูกตัดขาดจากศาสนา พระเจ้าโลธาร์รับตัวพระมเหสีกลับไปในปี ค.ศ. 865

แต่พระองค์ยังคงอยู่กินกับวัลดราดา เมื่อถูกตัดขาดจากศาสนา พระเจ้าโลธาร์ไปหาสมเด็จพระสันตะปาปาเอเดรียนที่ 2 สมเด็จพระสันตะปาปาคนใหม่ที่มอนเตกัสซิโนเพื่อขอสู้คดี แต่ทรงสิ้นพระชนม์ด้วยไข้ระหว่างเดินทางกลับในปี ค.ศ. 869 ธูตเบอร์กาสิ้นพระชนม์หลังพระองค์หกปี ทรงเกษียณตัวเข้าวิหารแซ็งต์กลูส์แซ็งด์แห่งเม็ตซ์ ทรงสิ้นพระชนม์ที่วิหารดังกล่าวในวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 875

อ้างอิงแก้ไข

  1. Monumenta Germanica Historica, tomus I: Annales Lobienses, anno 855, p. 232
  2. (in French) Baron Ernouf (1858) Histoire de Waldrade, de Lother II et de leurs descendants, p. 3