ชีเบล คัมค็อพแทร์ เอส-100

ชีเบล คัมค็อพแทร์ เอส-100 (เยอรมัน: Schiebel Camcopter S-100) เป็นอากาศยานไร้คนขับ (UAV) จากออสเตรียที่ใช้การออกแบบอากาศยานปีกหมุน

คัมค็อพแทร์ เอส-100
Schiebel CAMCOPTER S-100.jpg
คัมค็อพแทร์ เอส-100
หน้าที่ ยูเอวี
ผู้ผลิต ชีเบล
ผู้ใช้หลัก กองทัพบกหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
กองทัพเรือเยอรมัน
กองทัพเรือจีน
หน่วยยามฝั่งรัสเซีย

การออกแบบและพัฒนาแก้ไข

ผลิตโดยบริษัทชีเบลของออสเตรีย ซึ่งได้รับการพัฒนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 ถึง 2548 ด้วยน้ำหนักบินขึ้นสูงสุด (MTOW) 200 กิโลกรัม (440 ปอนด์) ความทนทานในการบินต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง (ยืดได้นานกว่า 10 ชั่วโมง เมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงน้ำมันอากาศยานสำหรับเครื่องยนต์ลูกสูบเสริมภายนอก[1]) มีความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (140 ไมล์ต่อชั่วโมง) และเพดานบินสูงสุด 5,500 เมตร (18,000 ฟุต) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไดมอนด์ 55 แรงม้า (41 กิโลวัตต์) รวมถึงสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้หลากหลาย เช่น เซนเซอร์อิเล็กโทรออปติกส์ และอินฟราเรด

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555 ชีเบลประกาศว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการทดสอบเครื่องยนต์ ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดหนักที่พัฒนาโดยบริษัท ที่สามารถเปลี่ยนได้กับเครื่องยนต์ไดมอนด์มาตรฐาน เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดหนักนี้สามารถใช้เชื้อเพลิงอากาศยานเจพี-5, เจ็ต เอ-1 หรือเจพี-8 เชื้อเพลิงเหล่านี้ ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับเรือเดินทะเล มีความปลอดภัยในการจัดเก็บและจัดการมากกว่าแก๊สโซลีน[2]

ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ชีเบลได้จัดเที่ยวบินทดสอบระบบเรดาร์ตรวจการณ์แตเลซกรุป ไอ-มาสเตอร์ บนคัมค็อพแทร์ที่โรงงานวีเนอร์น็อยชตัท ประเทศออสเตรีย ระบบไอ-มาสเตอร์ ที่มีน้ำหนัก 30 กิโลกรัม (66 ปอนด์) นั้นเอื้ออำนวยตัวบ่งชี้การเคลื่อนย้ายเป้าหมายภาคพื้นดิน และการทำงานของเรดาร์ช่องเปิดสังเคราะห์[3]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "AAIB Bulletin" (PDF). Air Accidents Investigation Branch. 8 June 2017. p. 66.
  2. Caroline Rees, บ.ก. (12 March 2012). "Maiden Flight of the Camcopter S-100 with Schiebel's New Heavy Fuel Engine". Unmanned Systems Technology. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 November 2017. สืบค้นเมื่อ 21 May 2020.
  3. Hoyle, Craig (19 February 2013). "Camcopter UAV flies with Thales dual-mode radar". Flight International via FlightGlobal.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 March 2013. สืบค้นเมื่อ 27 May 2013.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข