เปิดเมนูหลัก

ไผ่แดง เป็นนวนิยายแนวเสียดสีสังคม บทประพันธ์ดัดแปลงหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ในปี พ.ศ. 2497 โดยได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ เป็นตอน ๆ จนจบ และต่อมาได้นำมาตีพิมพ์รวมเล่มอีกมากกว่า 18 ครั้ง และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศมากกว่า 9 ภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เวียดนาม พม่า เป็นต้น

ไผ่แดงดัดแปลงจากหนังสือชื่อ โลกใบเล็กของหลวงพ่อดอน คามิลโล (The Little World of Don Camillo) แต่งโดย โจวานนี กวาเรสกิ ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาอิตาลีเมื่อ พ.ศ. 2491

ไผ่แดงเป็นนวนิยายในแนวเสียดสีสังคมและการเมืองในสมัยที่การใช้นโยบายต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ในสมัยนั้น โดยที่ท่านผู้ดัดแปลงบทประพันธ์ได้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้ง ปฏิกิริยาระหว่างกลุ่มคนต่าง ๆ ในลัทธิใหม่และลัทธิเก่า อุดมการณ์ทางการเมือง โดยรัฐบาลใช้นโยบายต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างสับสนอลหม่าน โดยที่มีคำสั่งแปลก ๆ และพิสดารจากฝ่ายรัฐให้ประชาชนปฏิบัติ โดยที่ประชาชนเองยังไม่มีความรับรู้และเข้าใจในความหมายของคำว่า "คอมมิวนิสต์" เลยโดยเฉพาะในสังคมชนบทที่ห่างไกลจากแหล่งความรู้คือเมืองหลวงในสมัยนั้น

ไผ่แดง ได้นำมาเป็นภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2522 กำกับโดย เพิ่มพล เชยอรุณ นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี, ลลนา สุลาวัลย์, สุรพล วิรุฬห์รักษ์, ปาริชาติ บริสุทธิ์, สุเชาว์ พงษ์วิไล, ไกรลาศ เกรียงไกร

เนื้อเรื่องย่อแก้ไข

สมภารกร่าง พระเจ้าอาวาสวัดไผ่แดง ผู้ครองตัวเป็นสมณเพศในร่มเงาศาสนา แต่ก็ยังหลงเหลือสิ่งที่เรียกว่า กิเลส เนื่องจากยังไม่หลุดพ้นจากวังวนที่วุ่นวายในโลกียะ

ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงเป็นที่มาของเสียงในใจจากพระประธานในโบสถ์ เสมือนการถ่วงดุลความคิดขั้วตรงข้าม 2 ขั้ว ที่ตอบโต้กันในจิตของคนคนเดียว ผู้อื่นมิได้ล่วงรู้ ด้วยวัฒนธรรมชาวบ้านกับวัดซึ่งผูกพันใกล้ชิดกัน สมภาร จึงเป็นหลักพักพิงแก่ผู้อื่น ทั้งทางโลกและทางธรรมด้วยสติปัญญาและการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าในหลายเหตุการณ์ ต่อมา แกว่น แก่นกำจร สหายเก่าแก่ของสมภารกร่างตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อแกว่นกลายเป็นผู้ล้มเหลวในการดำเนินชีวิตจากเมืองหลวง แต่เขามีเพื่อนที่ช่วยปลอบใจ ให้ไปโทษระบบสังคม ระบบศักดินา แทนที่จะโทษตัวเอง ก็คือหนังสือปลุกระดมคอมมิวนิสต์ซึ่งทำให้เขายึดมั่นในอุดมการณ์ต่างขั้วที่เขาเองก็ไม่เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริง จนถึงขนาดลืมสำนึกถึงผิดชอบชั่วดี และความเป็นจริงของชีวิต

แต่สุดท้าย เสรีชนอย่างเขาก็ยอมจำนนต่อความรัก ความผูกพันและความดีของผู้คนชาวไผ่แดงที่มีต่อเขา โดยเฉพาะท่านสมภาร กำนันเจิม และพวกลูกสมุนของเขา ส่วนกำนันเจิมผู้นำชายชราหัวเก่า ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนผู้เฒ่าผู้แก่ของชุมชนไผ่แดง ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบและความรู้สึกผูกพันกับลูกบ้านที่เปรียบประหนึ่งลูกหลานของตนเอง แต่กลับได้รับความเดือดร้อนจากการยุยงปลุกปั่นชาวบ้านของเจ้าแกว่นอยู่เนืองๆ สุดท้าย สมภารกร่างต้องต่อสู้กับ คอมมิวนิสต์ ด้วยความดีทั้งปวงที่เรียกว่า พระพุทธศาสนา จนกระทั่งคอมมิวนิสต์ก็อ่อนแรงลงไป แต่กลับมีศัตรูตัวใหม่ขึ้นมา คือลัทธิทุนนิยม ผู้ซึ่งถูกเจ้าตัวกิเลส โลภ เข้าครอบงำ

ตัวละครและโครงเรื่องแก้ไข

ตัวละครเอกของเรื่องนี้คือ

  • "สมภารกร่าง" เจ้าอาวาสที่เป็นตัวตนและยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏร
  • "แกว่น แก่นกำจร" ผู้คลั่งไคล้ลัทธิคอมมิวนิสต์ว่าเป็นของใหม่ที่จะมาช่วยให้เกิดความเสมอภาคในสังคม (โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้เข้าใจในความหมายที่แท้จริงนัก) และ
  • "หลวงพ่อพระประธาน" ซึ่งท่านผู้ประพันธ์สื่อความหมายถึงส่วนลึกภายในจิตของสมภารกร่างที่มีความเป็นพุทธ กลายเป็นบุคคลที่มีสองบุคลิก คือบุคลิกหนึ่งอยู่ในโลกของความเป็นจริง ในสังคมที่มีความสับสนวุ่นวาย และในอีกบุคลิกหนึ่งที่เป็นผู้บำเพ็ญธรรม ไม่หมกมุ่นอยู่กับโลก โดยในบทประพันธ์ได้เสนอในลักษณะการเจรจากันระหว่าง "สมภารกร่าง" กับ "หลวงพ่อพระประธาน" ในโบสถ์ จึงเป็นเสมือนการตอบโต้ภายในจิตของคนคนเดียว โดยที่ไม่มีผู้อื่นล่วงรู้[1]

ละครโทรทัศน์แก้ไข

นำแสดงโดย โกวิท วัฒนกุล รับบทเป็น สมภารกร่าง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ รับบทเป็น อ้ายแกว่น, ชฎาพร รัตนากร และมี เทียรี่ เมฆวัฒนา ร้องเพลงประกอบ

อ้างอิงแก้ไข

  1. ไผ่แดง,พิมพ์ครั้งที่ 18 มิถุนายน 2544, สำนักพิมพ์ดอกหญ้า 2000