ไซอิ๋ว 3D ตอน กำเนิดราชาวานร

ไซอิ๋ว 3D ตอน กำเนิดราชาวานร หรือ ไซอิ๋ว ตอนกำเนิดราชาวานร (อังกฤษ: The Monkey King) เป็นภาพยนตร์จีนที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2014 โดยนำเรื่องราวมาจากวรรณคดีเอกของจีนเรื่อง ไซอิ๋ว ตอน กำเนิดเห้งเจีย กำกับโดย เจิ้งป๋อไช่ ประพันธ์ดนตรีโดย คริสโตเฟอร์ ยัง นำแสดงโดย เจิน จื่อตัน, โจว เหวินฟะ, กัว ฟูเฉิง, เฉิน เฉียวเอิน, เหอ รุ่นตง, เฉิน ฮุ่ยหลิน, จาง จื่อหลิน มีภาค 2 ต่อจากนี้คือ ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร

The Monkey King
ไซอิ๋ว 3D ตอน กำเนิดราชาวานร
Poster1(1).jpg
โปสเตอร์ใบปิดภาพยนตร์ภาษาไทย
จีนตัวเต็ม西游記之大鬧天宮
จีนตัวย่อ西游记之大闹天宫
จีนกลางDà Nào Tiān Gōng
กวางตุ้งมาตรฐานแม่แบบ:Jpingauto
กำกับเจิ้งป๋อไช่
บทภาพยนตร์เซโต คัม-หยวน
เอ็ดมอนด์ หว่อง
ฮั่วซิน
ดร. ดาลี่ เชน
เนื้อเรื่องอู๋ เฉิงเอิน
นักแสดงนำดอนนี่ เยน
โจวเหวินฟะ
กัว ฟู่เฉิง
เฉิน เฉียวเอิน
เหอ รุ่นตง
เฉิน ฮุ่ยหลิน
จาง จื้อหลิน
เหลียง หย่งฉี
ฝานเส้าหวง
ดนตรีประกอบคริสโตเฟอร์ ยัง
กำกับภาพอาร์เทอร์ หว่อง
อาร์ดี้ ลัม
ดร. หยางเถา
Daniel L. Symmes
บริษัทผู้สร้าง
Filmko Entertainment[1]
Mandarin Films[1]
China Film Group[1]
Shenzhen Golden Shores Films[1]
Zhejiang HG Entertainment[1]
Dongguan Boning Entreprise and Investment[1]
Beijing Wen Hua Dong Run Investment Co., Ltd.
China Film Co-Production Corporation
Global Star Productions
ผู้จัดจำหน่ายa film exhibition
DNA
วันฉาย25 มกราคม ค.ศ. 2014 (2014-01-25)(Beijing premiere)
30 มกราคม 2014 (Hong Kong)
31 มกราคม 2014 (China)
ความยาว120 นาที
ประเทศจีน
ทุนสร้าง500 ล้านหยวน (82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[2]
รายได้181,900,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ต่อจากนี้ไซอิ๋ว 2 ตอน ศึกราชาวานรพิชิตมาร

เนื้อเรื่องแก้ไข

เรื่องราวเล่าตั้งแต่ปีศาจวัวยกทัพปีศาจบุกสวรรค์จนพังพินาศ เจ้าแม่หนี่วาจึงเสียสละตนเองเป็นผลึกแก้วเพื่อซ่อมแซมสวรรค์ แต่กลับมีผลึกแก้วหนึ่งชิ้นตกลงมาในโลก และนั่นก็คือจุดกำเนิดของราชาวานรนาม " ซุนหงอคง " และเรื่องราวจบลงตอนที่ซุนหงอคงไปป่วนสรวงสวรรค์จนพระยูไลต้องสาปให้ลงไปอยู่ในเขาห้าธาตุนานถึง 500 ปี

นักแสดงหลักแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 "Film Review: 'The Monkey King in 3D'". Variety. สืบค้นเมื่อ 24 November 2014.
  2. Skipper, Ben (2014-01-20). "Monkey King: A Look At China's Biggest (And Craziest) Film Ever". สืบค้นเมื่อ 2014-02-07.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข