โหราศาสตร์ไทย

โหราศาสตร์ไทย เป็นหนึ่งในวิชาที่ว่าด้วยการทำนายโชคชะตา เพื่อทำนายอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุคคล สังคม โดยใช้ดวงดาว ผลกรรมต่างๆของมนุษย์ มาเป็นปัจจัยในการกำหนด

แผนภูมิดวงดาวหนึ่งที่ใช้ในการทำนายตามโหราศาสตร์ไทย

ว่ากันว่า โหราศาสตร์ไทยเป็นวิชาที่มาจากคัมภีร์พระเวทในศาสนาพราหมณ์ ที่มีอยู่ก่อนพระพุทธศาสนา โดยหลักของโหราศาสตร์ไทยนั้นตามหลักฐานที่มีอยู่ แสดงถึงการสืบทอดมาจากอินเดียตั้งแต่สมัยสุโขทัย มาจนถึงปัจจุบัน

ในทางพระพุทธศาสนา สมเด็จพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้มีพุทธานุญาตให้ พระภิกษุสงฆ์เรียนรู้วิชาโหราศาสตร์ในเรื่องฤกษ์ยาม เพื่อจะได้รู้เวลาทำอุโบสถสังฆกรรม อันเป็นกิจในพระพุทธศาสนา จึงได้มีชื่อ วัน เดือน ปี และฤกษ์แสดงไว้ท้ายบอกวัตรพระเป็นประเพณีสืบต่อมา[ต้องการอ้างอิง]

เบื้องต้นแก้ไข

ดาวต่างๆแก้ไข

ดาวส่วนมากอิงจากดาวในระบบสุริยะ ยกเว้นราหูซึ่งเป็นตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากใต้ระนาบสุริยวิถีขึ้นเหนือระนาบสุริยวิถี ส่วนตําแหน่งที่ดวงจันทร์ผ่านจากเหนือระนาบสุริยวิถีลงสู่ใต้ระนาบสุริยวิถีเรียกว่าเกตุสากลซึ่งอยู่ตรงข้ามราหูเสมอ แต่เกตุไทยซึ่งมีเฉพาะในโหราศาสตร์ไทยนั้นมีวิธีคำนวณเฉพาะ

ในแผนภูมิดวงจะแบ่งเป็น ๑๒ ช่องแทนราศีทั้ง ๑๒ ราศี ดาวแต่ละดวงจะแทนด้วยตัวเลข ๐-๙ ตำแหน่งดาวในแผนภูมิจะบอกว่าดาวดวงนั้นอยู่ราศีใด

เลข ชื่อ ย่อ ธาตุ เคราะห์ ทาย กำลัง เวลาโคจร
อาทิตย์ ไฟ บาปเคราะห์ ยศศักดิ์อัครฐาน ราศีละประมาณ ๑ เดือน
จันทร์ ดิน ศุภเคราะห์ รูปจริต จิตใจ ๑๕ ราศีละ  ๒ วันครึ่ง
อังคาร ลม บาปเคราะห์ กล้าแข็ง ขยัน ราศีละประมาณ ๔๕ วัน
พุธ น้ำ ศุภเคราะห์ เจรจาอ่อนหวาน ๑๗ ราศีละประมาณ ๑ เดือน
พฤหัสบดี ดิน ศุภเคราะห์ ปัญญาบริสุทธิ์ ๑๙ ราศีละประมาณ ๑ ปี
ศุกร์ น้ำ ศุภเคราะห์ โภคสมบัติ ๒๑ ราศีละประมาณ ๑ เดือน
เสาร์ ไฟ บาปเคราะห์ โทษทุกข์ ๑๐ ราศีละประมาณ ๒ ปี ๖ เดือน
ราหู ลม บาปเคราะห์ ลุ่มหลง มัวเมา ๑๒ ราศีละ ๑ ปี ๖ เดือน
เกตุ วิญญาณ บาปเคราะห์ อายุยืน ราศีละประมาณ ๕๕ วัน
มฤตยู อากาศ บาปเคราะห์ อาเพศ - ราศีละ ๗ ปี

การโคจรวิปริต (ผิดปกติ)ของดาว พักร (พ)   มนท์ (ม)   เสริด (ส)

  • พักร คือ ดาวถอยหลัง ทำให้ผลที่จะได้ล่าช้า ไม่เป็นผล
  • มนท์ คือ ดาวที่เดินช้า หยุดนิ่ง
  • เสริด คือ ดาวที่เดินเร็ว กว่าปกติ

ดาวที่ไม่โคจร พักร มนท์ เสริด คือ ดาวอาทิตย์ จันทร์ ราหู เกตุ

คู่ดาวแก้ไข

คู่มิตร คู่ศัตรู คู่สมพล คู่ธาตุ
๑-๕ ๑-๓ ๑-๖ ๑-๗
๒-๔ ๔-๘ ๒-๘ ๒-๕
๓-๖ ๖-๗ ๓-๕ ๓-๘
๗-๘ ๒-๕ ๔-๗ ๔-๖

ราศีแก้ไข

มาตราโหราศาสตร์

1   วงกลมจักรวาล             =          12    ราศี

1   วงกลมจักรวาล             =        360    องศา

1   ราศี                           =          30    องศา( 3 ตรียางค์ หรือ  9 นวางศ์)

1   ตรียางค์                      =         10     องศา ( 3 นวางศ์)

1    นวางศ์                       =          3      องศา 20 ลิปดา

1    องศา                        =         60      ลิปดา

1    ลิปดา                        =         60     พิลิปดา

เลข ราศี ย่อ ธาตุ ภาค ดาวประจำ
เมษ มษ ต้นธาตุ ไฟ กลางคืน
พฤษภ พภ กลางธาตุ ดิน
เมถุน มถ ปลายธาตุ ลม
กรกฎ กฎ ต้นธาตุ น้ำ
สิงห์ สห กลางธาตุ ไฟ กลางวัน
กันย์ กน ปลายธาตุ ดิน
ตุลย์ ตล ต้นธาตุ ลม
พิจิก พจ กลางธาตุ น้ำ
ธนู ธน ปลายธาตุ ไฟ
มังกร มก ต้นธาตุ ดิน
๑๐ กุมภ์ กภ กลางธาตุ ลม กลางคืน ๘ (๗)
๑๑ มีน มน ปลายธาตุ น้ำ

ประเภทราศี (คุณะราศี)

ราศีต้นธาตุ(จรราศี)  คือ ราศีแกน ได้แก่ ราศี เมษ กรกฏ ตุลย์ มังกร ราศีเหล่านี้มีอิทธิพลให้ดาวที่เข้ามาอยู่ในราศี มีความเข้มแข็ง หนักแน่นรุนแรง ขยายออกไป ไม่หยุดนิ่ง

ราศีกลางธาตุ(สถิรราศี) คือ ราศีที่อยู่หน้าราศีแกน (ทวนเข็มนาฬิกา) ได้แก่ ราศี พฤษภ สิงห์ พิจิก กุมภ์ราศีเหล่านี้มีอิทธิพลให้ดาวที่เข้ามาอยู่มีความมั่นคง หยุดนิ่ง ไม่เปลี่ยนแปลง

ราศีปลายธาตุ(อุภัยราศี) คือ   ราศีที่อยู่หลังราศีแกน (ทวนเข็มนาฬิกา) ได้แก่ ราศี มิถุน กันย์ ธนู มีน ราศีเหล่านี้มีอิทธิพลให้ดาวที่เข้ามาอยู่ มีความไม่แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ทั้งดีและร้าย


ธาตุราศี

ราศีธาตุไฟ  หมายถึง สติปัญญา ความกระตือรือร้น ความก้าวหน้า ความสร้างสรรค์ ได้แก่ราศี เมษ สิงห์ ธนู

ราศีธาตุดิน  หมายถึง ความหนักแน่น มั่นคง การสะสม เงียบขรึม ได้แก่ราศี พฤษภ กันย์ มังกร

ราศีธาตุลม  หมายถึง การเคลื่อนไหว ผันผวนเปลี่ยนแปลง คล่องแคล่ว การติดต่อสื่อสาร ได้แก่ราศี มิถุน ตุลย์ กุมภ์

ราศีธาตุน้ำ   หมายถึง ความเมตตา อ่อนไหว อ่อนโยน ไม่แน่นอน เฉื่อยช้า ได้แก่ราศี กรกฏ พิจิก มีน

ลัคนาแก้ไข

ลัคนา (Ascendant) หรือลัคน์ หมายถึง ตำแหน่งของขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก ณ เวลาเกิด โหราศาสตร์ไทย เขียนแทนด้วย , ลั หรือ

ภพ เรียกตามไทยว่า เรือนชะตามีอยู่ ๑๒  เรือน หรือ ๑๒  ภพ เมื่อคำนวณดวงชะตาวางลัคนาเรียบร้อยแล้ว ให้ถือเอาภพที่ลัคนาสถิต เป็นภพที่ ๑  แล้วนับเวียนซ้ายเรียงลำดับกันไป ซึ่งมีความหมายแต่ละภพ ดังนี้

๑.   ตนุ แปลว่า  ตัวตน –ได้แก่รูปร่างสภาพของบุคคล นิสัย ความประพฤติ จริต กิริยา สุขภาพ อนามัย ที่อยู่อาศัย (ตัวตนหมายถึง    ศีรษะจรดเท้า)

๒.   กฏุมพะ แปลว่า สมบัติ – ได้แก่ทรัพย์สินเงินทอง ที่อื่น ๆ เรียกว่า ศูนย์พาหะคือทำให้เกิดกำลัง หรือหมายถึงครอบครัวก็ได้

๓.   สหัสชะ แปลว่า เกิดร่วมกัน – ได้แก่เพื่อน คนใกล้ชิด พี่น้องเกิดท้องเดียวกัน เรื่องเพื่อนต้องหมายถึงการสมาคม ทางสากลจึงหมายเอาถึงการเขียนจดหมาย การเดินทางใกล้ ๆ อีก

๔.   พันธุ แปลว่า ที่ติดเนื่องกัน – ได้แก่สิ่งที่ติดเนื่องมากับเจ้าชะตาเวลาเกิด เช่น บ้าน ที่ดิน พ่อ แม่ญาติพี่น้อง ทางภาระตะหมายถึงความสุขทั่ว ๆ ไป การศึกษาและ ยานพาหนะ

๕.   ปุตตะ แปลว่า การดื่ม ความยินดี  ได้แก่บุตร ธิดา บริวาร ควรหมายถึง ความรัก สถานที่ รื่นเริงบันเทิงใจ ความรู้สึกทางกามารมณ์ โชคลาภที่เกิดขึ้นเกินความคาดฝัน

๖.   อริ แปลว่า ศัตรู – ได้แก่ผู้คิดร้าย อุปสรรค โรคภัยไข้เจ็บ ทางภารตะหมายถึง หนี้สิน ภัยที่เกิดจากโจร ความทุกข์ระทม

๗. ปัตนิ แปลว่า สิ่งตรงข้าม – ได้แก่คู่ครอง การสมรส และยังหมายถึงการเซ็นสัญญาการติดต่อ ธุรกิจ การเดินทางได้อีก และคดีความด้วย

๘.   มรณะ แปลว่า การตาย – ได้แก่การแตกทำลาย การสูญเสีย การแปรสภาพ และยังหมายถึงสิ่งตาย ๆ เช่น มรดก พินัยกรรม ความสุดสิ้นของโรคภัยไข้เจ็บ เครื่องหมายทางเพศ

๙.   ศุภะ แปลว่า ความสวยงาม  -- ได้แก่ความสงบเรียบร้อย ได้แก่การงานภายในบ้าน ที่อยู่อาศัย การดำเนินชีวิต  การเดินทางไกล  เช่น ต่างประเทศ   ความเคารพเชื่อถือ

๑๐. กัมมะ แปลว่า การงาน – ได้แก่อาชีพ งานอดิเรก ตำแหน่งกรรมเก่าที่ตนสร้างมาแต่อดีตชาติ

๑๑. ลาภะ แปลว่า การได้  ---  ได้แก่โชค ความสำเร็จ เพื่อนหรือผู้ให้ความช่วยเหลือ อำนาจที่อยู่เหนือเจ้าชะตา

๑๒. วินาศ แปลว่า ความฉิบหาย – ได้แก่ความวิบัติ การจองจำกักขัง ศัตรูลับ การทรยศหักหลัง ความอึดอัดใจ การสุรุ่ยสุร่าย บาปนรก


ตนุลัคน์ คือดาวประจำราศีที่ลัคนาอยู่

ตนุเศษแก้ไข

การหาตนุเศษ คือให้ดูว่า ลัคนาอยู่ในราศีใด มีดาวอะไรเป็นเกษตร เริ่มนับลัคนาเป็น ๑  ไปหาดาวตนุลัคน์ของตน (คือดาวเจ้าเรือนเกษตรประจำราศีลัคนา) นับได้เท่าใดเอาเป็นตั้งลง แล้วเอาราศีที่ดาวตนุลัคน์ของตนสถิตอยู่เป็น ๑  นับไปหาดาวเจ้าเรือนเกษตรที่ดาวตนุลัคน์อาศัยอยู่ ได้เท่าใดเอามาคูณ แล้วเอา ๗ หาร เหลือเศษเท่าใดให้ไปกากบาทที่จำนวนเศษนั้นคือกาลงที่ดวงดาวที่เป็นจำนวนเศษ เรียกว่าตนุเศษ หากลัคนา อยู่ในราศีที่มีดาวเกษตรเป็นเจ้าเรือนประจำอยู่ หรือเรียกว่าดาวเกษตรกุมลัคน์อยู่ด้วยแล้ว จะนับได้ ๑ และไม่ต้องนับต่อไปอีก ให้ถือว่าเศษ ๑ หรือดาวอาทิตย์ คือ ๑  เป็นตนุเศษ

ถ้าลัคนาอยู่ราศีกุมภ์ให้นับหาเสาร์ ไม่ใช่นับการาหู เพราะราหูไม่มีเกณฑ์เป็นตนุเศษ

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข