โรเบิร์ต เรดฟอร์ด

ชาลส์ โรเบิร์ต เรดฟอร์ด จูเนียร์ (อังกฤษ: Charles Robert Redford Jr., เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1936) เป็นนักแสดง, ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน ได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในนักแสดงชายที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด โดยเคยได้รับรางวัลใหญ่อย่างรางวัลออสการ์, รางวัลลูกโลกทองคำ, รางวัลแบฟตา รวมถึงเหรียญอิสรภาพประธานาธิบดี อีกทั้งยังยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ให้การสนับสนุนภาพยนตร์อิสระ โดยเป็นผู้ก่อตั้ง สถาบันซันแดนซ์ ซึ่งเป็นผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ ขึ้นในปี ค.ศ. 1981 โดย นิตยสารไทม์ ได้เคยจัดอันดับให้เขาอยู่ใน 100 บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก (ไทม์ 100) ในปี ค.ศ. 2014[1][2]

โรเบิร์ต เรดฟอร์ด
Robert Redford (cropped).jpg
สารนิเทศภูมิหลัง
เกิด18 สิงหาคม ค.ศ. 1936 (85 ปี)
ชาลส์ โรเบิร์ต เรดฟอร์ด จูเนียร์
คู่สมรสโลล่า ฌอง แวน แวเกเนน (1958-1985)
อาชีพนักแสดง,ผู้กำกับ
รางวัล
ออสการ์ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
1980 เส้นทางมนุษย์
รางวัลออสการ์เกียรติยศ
2002 ผู้มีผลงานโดดเด่นในวงการบันเทิง
ลูกโลกทองคำนักแสดงชายหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
1966 Inside Daisy Clover
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
1981 เส้นทางมนุษย์
รางวัลเซซิล บี เดอมิลล์
1994 ผู้มีผลงานโดดเด่นในวงการบันเทิง
แบฟตานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
1969 สองสิงห์ชาติไอ้เสือ ; Downhill Racer ; Tell Them Willie Boy Is Here

ประวัติแก้ไข

โรเบิร์ต เรดฟอร์ด มีชื่อจริงว่า ชาร์ลส โรเบิร์ต เรดฟอร์ด จูเนียร์ เกิดที่แคลิฟอร์เนีย ในปี 1937 ในสมัยเด็กเขามีความสามารถทางด้านกีฬา ซึ่งได้ทุนการศึกษาสำหรับนักกีฬาเบสบอล จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด แต่ด้วยความชอบดื่มเหล้าจึงถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย หลังจากนั้น เขาทำงานเป็นคนงานขุดเจาะน้ำมันอยู่ระยะหนึ่ง แล้วจึงทางไปปารีส แต่ก็เสียเวลาไปกับการท่องเที่ยวยุโรป ต่อมาในปี 1958 เขาได้รู้จักและแต่งงานกับ โลล่า ฌอง แวน แวเกเนน เธอได้สนับสนุนให้เขาเรียนวาดรูปต่อที่นิวยอร์ก แต่เขากลับไปลงเรียนวิชาการแสดงแทน

จนในปี 1959 เขาได้แสดงในละครบรอดเวย์ เรื่อง Tall Story แต่ได้รับบทเล็กๆ แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นทางการแสดง และยังได้ปรากฏตัวตามรายการโทรทัศน์หลาย ๆ รายการ และได้แสดงในภาพยนตร์เรื่องแรกคือ War Hunt (1962) แต่ผลงานที่เริ่มสร้างชื่อให้กับเขาเห็นจะเป็นละครบรอดเวย์ เรื่อง Barefoot in the Park (1963) ต่อมา โดยในปี 1965 เขาก็ได้แสดง ภาพยนตร์ เรื่อง Situation Serious But Not Hopeless และเรื่อง Inside Daisy Clover แล้วตามมาด้วยเรื่อง The Chase และ This Property Is Condemned แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เขาได้เดินทางไปยุโรปอีกครั้ง จนต่อมา เขาได้รับข้อเสนอให้แสดงภาพยนตร์เรื่อง Barefoot in the Park ซึ่งเป็นดัดแปลงจากละครเวทีที่เขาเคยแสดง ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในปี 1967 และได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก

โรเบิร์ต เรดฟอร์ดเคยต้องขึ้นศาล ที่ไม่ทำตามสัญญา ไม่ยอมแสดงภาพยนตร์เรื่อง เดอะแกรดูเอท พิษรักแรงสวาท และ Rosemary’s Baby แต่กลับ ไปแสดงเรื่อง Blue แทน จนถูกฟ้องร้องเป็นเรื่องเป็นราว แต่ต่อมาเขาได้รับบบท คิด ใน สองสิงห์ชาติไอ้เสือ ในปี 1969 ซึ่งนับเป็นความสำเร็จดี ภาพยนตร์ 2 เรื่องต่อมา คือ Tell Them Willy Boy Is Here และ The Downhill Racer ก็ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ที่ดี แต่ในปีต่อ ๆ มาเขากลับล้มเหลวอีก จนกระทั่งในปี 1972 ภาพยนตร์เรื่อง The Candidate และ Jeremiah Johnson ที่เขาแสดง สามารถทำรายได้ค่อนข้างดี ผลงานเรื่องต่อมา คือ The Way We Were ทำให้เขากลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง หลังจากนั้น เขายังได้แสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง The Sting ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์ถึงเจ็ดรางวัล รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย

จากนั้นก็ได้แสดงภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่าง The Great Gatsby, The Great Waldo Pepper (1975), Three Days of the Condor (1975), All the President’s Men (1976) (ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาสร้างเอง) และเรื่อง A Bridge Too Far (1977) หลังจากนั้นเขาหยุดพักไปสองปี และกลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง The Electric Horseman (1979) และ Brubaker (1980) จนในปี 1980 เขาหันไปจับงานด้านการกำกับ โดยเริ่มต้นจากเรื่อง Ordinary People ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับ รางวัลออสการ์ไปถึงสี่รางวัล ในปี 1984 เขาแสดงนำในเรื่อง The Natural แล้วตามด้วยเรื่อง รักที่ริมขอบฟ้า ภาพยนตร์ที่กวาดรางวัลออสการ์ไปถึงแปดตัว

ในปี 1985 โรเบิร์ต เรดฟอร์ด หย่าขาดจากภรรยา ในปีถัดมาเขาได้แสดงนำในเรื่อง Legal Eagles (1986) แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก เขาจึงหันไปรับบทผู้กำกับอีกครั้ง กับเรื่อง The Milagro Beanfield War (1988) และต่อมาในเรื่อง Havana (1990) และ Sneakers (1992) และในปี 1992 เขาได้กำกัลภาพยนตร์เรื่อง A River Runs Through It นำแสดงโดยแบรด พิตต์ เขามีผลงานอีกเรื่อง คือ Indecent Proposal แล้วตามด้วยงานกำกับอีกเรื่องที่นักวิจารณ์ยกย่อง คือ Quiz Show (1994) ต่อมาเขาได้แสดงภาพยนตร์แนวรักโรแมนติคเรื่อง Up Close and Personal (1996) หลังจากนั้น เขารับหน้าที่ทั้งแสดงนำและกำกับเอง ในเรื่อง The Horse Whisperer ซึ่งไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไร ในปี 2000 เขารับหน้าที่อำนวยการสร้างและกำกับ The Legend of Bagger Vance ที่นำแสดงโดย วิล สมิธ และ แมทท์ เดมอน

ในปี ค.ศ.2014 เรดฟอร์ดมีผลงานภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรก คือ กัปตันอเมริกา: มัจจุราชอหังการ โดยรับบทเป็น อเล็กซานเดอร์ เพียร์ซ เลขาธิการสภาความมั่นคงโลก และเพื่อนสนิทของ นิค ฟิวรี่ (ซามูเอล แอล. แจ็กสัน)

อ้างอิงแก้ไข

  1. Nancy Gibbs. "Editor's Letter: The Ties That Bind the TIME 100". Time. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ April 24, 2014. สืบค้นเมื่อ April 24, 2014.
  2. "Robert Redford". Time. April 23, 2014. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ April 24, 2014. สืบค้นเมื่อ April 24, 2014.