โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

สำหรับโรงแรมในอดีต ดูที่ โรงแรมเอราวัณ

โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ (อังกฤษ: Grand Hyatt Erawan Hotel) เป็นโรงแรมหรูในพื้นที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการเมื่อ พ.ศ. 2534 สร้างบนพื้นที่เดิมของโรงแรมเอราวัณ บริเวณหัวมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแยกราชประสงค์ โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มเอราวัณ กับ บจก. สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง และบริหารงานโดยกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทไฮแอท อาคารโรงแรมออกแบบโดยรังสรรค์ ต่อสุวรรณ โดยใช้สถาปัตยกรรมหลังสมัยใหม่ผสมกับความเป็นไทยแบบดั้งเดิม และมีศูนย์การค้า เอราวัณ แบงค็อก รวมถึงศาลพระพรหมอีกด้วย

โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ
Grand Hyatt Erawan, Bangkok.jpg
ด้านเหนือสุดของอาคารโรงแรม (ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้า) โดยมีศาลพระพรหมเอราวัณอยู่ด้านหน้า
โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร
โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ
ที่ตั้งภายในกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง494 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
ไทย ประเทศไทย
พิกัด13°44′36.7709″N 100°32′25.7462″E / 13.743547472°N 100.540485056°E / 13.743547472; 100.540485056
เปิดใช้งาน3 ธันวาคม พ.ศ. 2534
เจ้าของบริษัท โรงแรมเอราวัณ จำกัด โดย กลุ่มเอราวัณ และสหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว
ข้อมูลทางเทคนิค
จำนวนชั้น22
การออกแบบและการก่อสร้าง
สถาปนิกรังสรรค์ ต่อสุวรรณ
ข้อมูลอื่น
จำนวนห้อง380
จำนวนห้องชุด6
จำนวนร้านอาหาร9

ประวัติแก้ไข

จากการที่ โรงแรมเอราวัณ กิจการของรัฐบาล ซึ่งสร้างขึ้นก่อตั้งขึ้นที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของ สี่แยกราชประสงค์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2499 ไม่สามารถแข่งขันกับโรงแรมเอกชนอื่น ๆ ได้ บจก. สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง จึงได้ตัดสินใจที่จะรื้อถอนโรงแรมและสร้างใหม่ในลักษณะกิจการร่วมค้า

หลังจากเจรจามาสองปี บริษัท อัมรินทร์ พลาซ่า จำกัด (ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป) ซึ่งเพิ่งเปิดศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เป็นผู้ได้รับสิทธิ์พัฒนาและบริหารโรงแรม โดยลงนามในสัญญาเมื่อ พ.ศ. 2530 บริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารโรงแรมเอราวัณโฉมใหม่นั้น มีอมรินทร์พลาซ่าถือหุ้นสองในสาม และสหโรงแรมไทยฯ ถือหุ้นส่วนที่เหลือ ซึ่งรวมถึงสัญญาเช่าที่ดินสามสิบปี อิศรา วงศ์กุศลกิจ ซีอีโอของอัมรินทร์ฯ ได้เชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่ออกแบบอัมรินทร์ พลาซ่า ให้เป็นผู้ออกแบบโครงการ ทั้งสองได้พบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ หลายครั้งในระหว่างการออกแบบโครงการ รังสรรค์ดูแลการออกแบบอาคารส่วนใหญ่ของการโครงการ รวมถึงการตลาดของโรงแรมด้วย[1]

 
รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ใช้องค์ประกอบตกแต่งกรีก-โรมันในการออกแบบอาคาร อัมรินทร์พลาซ่า (ซ้าย) และใช้เสาทรงไทยสำหรับแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ (ขวา)

สำหรับโรงแรมแห่งใหม่นี้ รัฐบาลต้องการการออกแบบที่มีองค์ประกอบแบบไทย และรังสรรค์ได้นำเสนอแบบที่ผสมผสานลักษณะแบบไทยดั้งเดิมที่พบในพระราชวังและวัดในศาสนาพุทธ[1] ข้อเสนอเดิมของเขาที่จะเคารพความเป็นไทย[2] ถูกโจมตีเนื่องจากเป็นการไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และรังสรรค์ก็ยินยอมตามคำร้องขอของเจ้าของโครงการที่จะตัดองค์ประกอบหลายอย่าง[1] ผลที่ได้คือการออกแบบแบบหลังสมัยใหม่ที่คล้ายกับของอัมรินทร์พลาซ่า แต่ด้วยแรงบันดาลใจแบบตะวันตก-ประวัติศาสตร์แทนที่ด้วยองค์ประกอบแบบไทยดั้งเดิม เสาสี่เหลี่ยมขนาดมหึมาที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุด โดยมีการย่อมุมและหัวเสาในรูปแบบของสถาปัตยกรรมวัด[2]

บริษัท อัมรินทร์ พลาซ่า จำกัด ได้นำเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ไทยในปี พ.ศ. 2531 เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการนี้ เนื่องจากเป็นการลงทุนครั้งแรกในธุรกิจโรงแรม บริษัทจึงเลือกที่จะวางตำแหน่งให้เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวเพื่อสร้างฐานที่มั่นในอุตสาหกรรม โดยบริษัทได้ร่วมกับกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทไฮแอท ในการบริหารโรงแรมดังกล่าว โดยใช้ชื่อ "โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ" อาคารโรงแรมเริ่มก่อสร้างในปี 2531 และเปิดเมื่อปลายปี 2534[3]

โรงแรมได้รับการปรับปรุงใหม่หลายครั้ง รวมถึงการเพิ่มห้องสปาในปี 2548[4] และการปรับปรุงห้องพักทั้งหมดครั้งใหญ่ในปี 2555 รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมและจัดงานต่าง ๆ[5]

การบริหารงานแก้ไข

เจ้าของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ คือ บริษัท โรงแรมเอราวัณ จำกัด ซึ่ง ณ ปี 2553 ถือหุ้นร้อยละ 73.6 โดย ดิ เอราวัณ กรุ๊ป และร้อยละ 26.4 โดย บจก.สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว[6] [7] โรงแรมซึ่งบริหารงานโดยไฮแอท ใช้การเสนอราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ อันเป็นผลจากการช่วยป้องกันความสูญเสียอันเนื่องมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนลงจากวิกฤตการเงินในเอเชียในปี 2540

ในปี 2558 ธุรกิจโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ คิดเป็น 25% ของรายได้ของกลุ่มดิ เอราวัณ โรงแรมได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณที่อยู่ใกล้เคียงในปี 2558 [8] และการระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2563-2564 เนื่องจากกลุ่มธุรกิจของทางโรงแรมพึ่งพาแขกต่างชาติมากกว่าร้อยละ 80[9]

สิ่งอำนวยความสะดวกแก้ไข

 
อาคารโรงแรมสูง 22 ชั้นตั้งตระหง่านเหนือโพเดียม

โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ มีห้องพัก 380 ห้อง ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในอาคารสูง 22 ชั้น และมีห้องพัก 6 ห้องเป็น "กระท่อมสปา" สไตล์รีสอร์ท ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของส่วนโพเดียม 5 ชั้น ในบริเวณเดียวกับไอยสวรรค์เรสซิเดนเชียลสปาแอนด์คลับ และสระว่ายน้ำ โรงแรมมีร้านอาหารและบาร์ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงเอราวัณทีรูม นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับธุรกิจจัดประชุม มีห้องแกรนด์บอลรูมที่จุได้ 1,500 คน และห้องจัดเลี้ยงในธีม "เดอะ เรสซิเดนซ์" และ "เดอะ แคมปัส"[5] [10] ล็อบบี้ตั้งอยู่ในห้องโถงใหญ่ที่มีเสาสูงตระหง่าน ตกแต่งด้วยงานศิลปะโดยศิลปินไทยร่วมสมัยที่มีชื่อเสียง[11] [12]

นิตยสารการท่องเที่ยวโฟดอส์ ให้ความเห็นว่า "โรงแรมแห่งนี้มอบบริการ คุณภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับราคาสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง" [11] ด้านนิตยสารนิวยอร์กกล่าวว่า กระท่อมสปาคือ "ความลับที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ สำหรับความหรูหราที่ทันสมัย"[13]

ทางตอนเหนือสุดของอาคารโรงแรมเป็นศูนย์การค้าบูติกชื่อเอราวัณ แบงค็อก พื้นที่ 13,000 ตารางเมตร เปิดดำเนินการในปี 2548 ซึ่งมาแทนที่ห้างสรรพสินค้าโซโก้[14][15] ศูนย์การค้าและโรงแรมเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินลอยฟ้าไปยังสถานีชิดลมของรถไฟฟ้าบีทีเอส ตลอดจนห้างสรรพสินค้าและสถานประกอบการอื่น ๆ อีกหลายแห่งในย่านราชประสงค์

ในเขตโรงแรมบริเวณหัวมุมสี่แยกราชประสงค์ เป็นที่ตั้งของศาลพระพรหมเอราวัณ ซึ่งสร้างขึ้นพร้อมกับโรงแรมเอราวัณเดิมในความพยายามที่จะปัดเป่าสิ่งโชคร้ายที่รบกวนการก่อสร้าง ศาลแห่งนี้กลายเป็นสถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณที่มีชื่อเสียง ซึ่งได้รับความนิยมในการสักการะบูชา แม้โรงแรมเดิมจะถูกรื้อถอน ก็ยังมีการรักษาศาลพระพรหมไว้จนกระทั่งโรงแรมใหม่สร้างเสร็จและเปิดให้บริการอีกครั้ง[3]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 "รังสรรค์ ต่อสุวรรณ: อาจารย์ สถาปนิก นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของสังคมไทย (2)". The Momentum. 3 March 2017. สืบค้นเมื่อ 5 September 2021.
  2. 2.0 2.1 Chanowanna, Satanan (9 December 2015). "Arguments on the Postmodern Movement in Thai Architecture During the 1980s". EAU Heritage Journal Science and Technology (ภาษาอังกฤษ). 9 (3): 10–24. ISSN 2651-1738.
  3. 3.0 3.1 Warren, William (3 November 1991). "What's doing in; Bangkok". The New York Times.
  4. Glusac, Elaine (15 July 2007). "The Room as Spa, and Vice Versa". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 7 September 2021.
  5. 5.0 5.1 "Grand Hyatt Erawan Bangkok unveils new guestrooms". Bangkok Post. 19 December 2012. สืบค้นเมื่อ 7 September 2021.
  6. "เอราวัณปฏิเสธหนุนเสื้อแดง". Post Today. 9 April 2010. สืบค้นเมื่อ 6 September 2021.
  7. Ünaldi, Serhat (2014). "Politics and the City: Protest, Memory, and Contested Space in Bangkok". ใน Liamputtong, Pranee (บ.ก.). Contemporary socio-cultural and political perspectives in Thailand. Dordrecht: Springer Science & Business Media. p. 218. ISBN 9789400772441.
  8. Polkuamdee, Nuntawun (20 August 2015). "Attack fallout could hurt Erawan Group". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 7 September 2021.
  9. Orawan Marketeer (20 May 2021). "ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ไปต่ออย่างไร ความท้าทายของตระกูล "ว่องกุศลกิจ" และ "วัธนเวคิน"". Marketeer Online.
  10. Shippen, Mick (25 December 2012). "Innovative Ideas for Talk-of-the-town Events at Grand Hyatt Erawan Bangkok". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 7 September 2021.
  11. 11.0 11.1 Feinstein, Paul. "Grand Hyatt Erawan Expert Review". Fodor's Travel (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 5 September 2021.
  12. "Grand Hyatt Erawan Bangkok". Travel + Leisure (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 7 September 2021.
  13. Parks, Andrew (2019). "Where the Locals Would Stay in Bangkok If They Weren't Local". New York Magazine (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 7 September 2021.
  14. อรวรรณ บัณฑิตกุล (October 2003). "Erawan Bangkok ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของคนเมือง". Manager. สืบค้นเมื่อ 11 August 2021.
  15. Khanthong, Thanong (10 July 2000). "Sogo to keep Bangkok presence". The Nation. สืบค้นเมื่อ 8 September 2021.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข