สกาลา (โรงภาพยนตร์)

อดีตโรงภาพยนตร์เดี่ยวในกรุงเทพมหานคร
(เปลี่ยนทางจาก โรงภาพยนตร์สกาลา)

โรงภาพยนตร์สกาลา เป็นโรงภาพยนตร์ ขนาด 1,000 ที่นั่ง[1] ใน กรุงเทพมหานคร ตั้งชื่อตาม โรงอุปรากรสกาลา[1] สกาลาเปิดตัวเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2512 โดยมีการฉายภาพยนตร์ The Undefeated ซึ่งเป็นภาพยนตร์คาวบอยตะวันตกของสหรัฐ นำแสดงโดย จอห์น เวย์น และ ร็อก ฮัดสัน สกาลาปิดให้บริการในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ด้วยภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย ซีเนม่า พาราดิโซ [2] [3] สกาลา ซึ่งเคยได้รับการกล่าวว่าเป็น "...โรงภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ถือเป็นโรงภาพยนตร์เดี่ยวแห่งสุดท้ายในกรุงเทพฯ อันลดลงจากโรงภาพยนตร์ประมาณ 140 แห่งในช่วงคริสตทศวรรษ 1950-60[1]

สกาลาในปี พ.ศ. 2561
โถงทางเข้าโรงภาพยนตร์

ประวัติ แก้

สกาลาในย่านสยามสแควร์ เป็นหนึ่งในกลุ่มโรงภาพยนตร์เครือเอเพ็กซ์ ซึ่งรวมถึงโรงภาพยนตร์สยาม และโรงภาพยนตร์ลิโด้ โรงภาพยนตร์สยามได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการวางเพลิงในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงปี พ.ศ. 2553 ต่อมาได้ทุบทิ้งและสร้างเป็นโครงการสยามสแควร์วัน ส่วนโรงภาพยนตร์ลิโด้หมดสัญญาเช่าในปี พ.ศ. 2559 และปรับปรุงเป็นโครงการลิโด้คอนเน็กต์ในอีกสองปีต่อมา

สกาลาเป็นโรงภาพยนตร์เดี่ยวแห่งสุดท้ายของกรุงเทพฯ ที่ยังให้บรรยากาศย้อนยุค[4] ประธานเครือเอเพ็กซ์ให้เหตุผลที่สกาลาปิดตัวเนื่องจากการระบาดของโควิด–19 และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป[3] การฉายรอบสุดท้ายของสกาลามีขึ้นท่ามกลางกระแสการทุบอาคารทิ้งเพื่อเปิดทางให้การพัฒนาพื้นที่นี้ใหม่[5]

โรงภาพยนตร์สกาลา ออกแบบโดยพันเอกจิระ ศิลป์กนก ชื่อโรงภาพยนตร์ตั้งชื่อตามโรงอุปรากรเตอาโตรอัลลาสกาลา แห่งเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยคำว่า "สกาลา" หมายถึง บันได ในภาษาอิตาลี โรงภาพยนตร์ออกแบบในศิลปะอาร์ตเดโค ภายในมีเสาคอนกรีตโค้ง การผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตก และโคมฝ้าระย้าทรงหยดนํ้าค้างแข็ง 5 ชั้นขนาดยักษ์ที่สั่งตรงจากอิตาลี ในปี 2555 สกาล่าได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์[6][7] บริเวณหน้าทางเข้าโรงหนังมีปูนปั้นลอยตัวที่แสดงถึงความบันเทิงของเอเชีย ซึ่งมีทั้งบาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ไทย รวมอยู่บนผนัง[8][9]

สกาลาเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลภาพยนตร์ เช่น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เทศกาลภาพยนตร์เงียบ[10] รวมถึงการแสดงอื่น ๆ เช่น เดี่ยวไมโครโฟนของอุดม แต้พานิช[11] อีกทั้งตัวอาคารเองก็เป็นหนึ่งในหัวเรื่องของภาพยนตร์สารคดีที่ฉายในเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติศาลายา ในปี พ.ศ. 2559 [12]

การปิดกิจการและสิ่งสืบเนื่อง แก้

 
สกาลาในเดือนกรกฎาคม 2564 สี่เดือนก่อนที่จะถูกรื้อถอน

สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความพยายามพัฒนาพื้นที่สยามสแควร์ ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการรื้อถอนโรงภาพยนตร์ลิโด้และสกาลา ตั้งแต่ พ.ศ. 2555[13] แต่ถูกคัดค้านจากภาคประชาสังคม[14][15] ทั้งนี้ ผู้บริหารของเครือเอเพ็กซ์ขอขยายสัญญาเช่าในปี พ.ศ. 2557[16] และสำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ ขยายสัญญาเช่าพื้นที่ดังกล่าวในอีกสามปีถัดมา[17] แต่ที่สุดสกาลาก็ปิดกิจการในปี พ.ศ. 2563 จากภาวะการระบาดของโควิด-19 และหมดสัญญาเช่าในช่วงเวลาดังกล่าวพอดี

ในวันสุดท้ายของสกาลา มีการฉายภาพยนตร์สี่เรื่องที่คัดสรรโดยหอภาพยนตร์ รวมผลงานคลาสสิกของอิตาลี 2 รายการ ได้แก่ ผลงานของ มีเกลันเจโล อันโตนีโอนี เรื่อง Blowup ในช่วงเที่ยง ตามมาด้วยสารคดีไทยเรื่อง The Scala [12] และ Phantom of Illumination [18] ที่อุทิศแก่กิจการโรงภาพยนตร์เดี่ยว ในเวลา 15.00 น. และ Cinema Paradiso ของ Antonioni ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของสกาลา ในเวลา 18.00 น. [1] ในปีต่อมามีการรื้อถอนอาคารในหมุดเอของสยามสแควร์ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงโรงภาพยนตร์สกาลาด้วย ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนาได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว[19][20]

อนึ่ง ก่อนที่โรงภาพยนตร์สกาลาจะถูกรื้อถอน ทายาทเครือเอเพ็กซ์ได้นำของตกแต่งจากอาคารดังกล่าวไปใช้ที่โรงละครในสวนนงนุช[21] และได้ตั้งชื่อโรงละครนี้ตามอาคารที่ถูกรื้อถอนดังกล่าว[22]

ความเสื่อมถอยของโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ในประเทศไทย แก้

ในยุครุ่งเรืองของโรงภาพยนตร์จอใหญ่ ประเทศไทยมีโรงภาพยนตร์แบบสแตนด์อโลนถึง 700 โรง ตามที่ ฟิลลิป จาบลอน นักประวัติศาสตร์ภาพยนตร์กล่าว ในจำนวนนี้ 140 แห่ง อยู่ในกรุงเทพฯ[18] แต่ในปี 2562 มีเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในประเทศไทย[23] ได้แก่ สกาลาในกรุงเทพฯ, เดชอุดมมินิเธียเตอร์ที่อุบลราชธานี (อำเภอเดชอุดม)[24] และชุมแพซีนีเพล็กซ์ที่ขอนแก่น (อำเภอชุมแพ)[25] ทั้งนี้ แม้สกาลาจะถูกรื้อถอนไปแล้ว แต่เดชอุดมมินิเธียเตอร์และชุมแพซีนีเพล็กซ์ยังเปิดดำเนินการอยู่จนถึงปัจจุบัน[26][27]

ฟิลลิป จาบลอน ตั้งข้อสังเกตว่า "สิ่งที่น่าประหลาดใจคือโรงภาพยนตร์เดี่ยวลดลงไปมากจน [เกือบ] ศูนย์" เขากล่าวว่า "ผมนึกไม่ออกว่าวัฒนธรรม เทคโนโลยี และอาคารแบบนี้หายไปไหนหมด โรงภาพยนตร์แบบสแตนด์อโลนทั่วโลกเสื่อมถอยลง แต่ไม่รู้ว่าที่ไหนลดลงจนสูญพันธุ์ ยกเว้นประเทศไทย เป็นเรื่องน่าขบขัน เพราะคนไทยยังไปชมภาพยนตร์ในโรงอยู่ ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่แข็งแกร่งและยังนำเข้าภาพยนตร์เป็นจำนวนมาก แต่การดูหนังแบบเดิม ๆ ก็ตายไปอย่างสิ้นเชิง" [28]

สนธยา ทรัพย์เย็น และโมรีมาตย์ ระเด่นอาหมัด ออกเดินทางเพื่อบันทึกภาพโรงภาพยนตร์เดี่ยวที่เหลืออยู่ของประเทศไทยสำหรับหนังสือปี พ.ศ. 2557 เรื่อง สวรรค์ 35 มม.: เสน่ห์วิกหนังเมืองสยาม (Once Upon a Celluloid Planet: Where Cinema Ruled: Hearts & Houses of Films in Thailand) [29] สนธยาตั้งข้อสังเกตว่า "โรงมหรสพเดี่ยวเคยเป็นสถานที่สำคัญของเมืองและเป็นสถานบันเทิงมวลชนแห่งเดียวสำหรับคนทุกวัย" และยังกล่าวว่า โรงมหรสพเดี่ยวมีความเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทยระหว่างคริสตทศวรรษที่ 1950 ถึง 1970 ก่อนที่จะมีผู้ชมลดลงในช่วงทศวรรษ 1980 จากการเข้ามาของวิดีโอเทป วีเอชเอส "คนในท้องถิ่นแต่งตัวเพื่อไปชมโรงมหรสพเช่นเดียวกับการไปงานวัด" ซึ่งมักพบในใจกลางเมืองใกล้กับตลาด โรงมหรสพจึงกลายเป็นจุดรวมตัวของชุมชน “และเป็นการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน"[30]

หมายเหตุ แก้

1. ^ แหล่งข้อมูลบางแห่งอ้างว่ามีจำนวน 800 ที่นั่ง แหล่งข้อมูลอื่น ๆ ระบุ 1,000 ที่นั่ง

อ้างอิง แก้

  1. 1.0 1.1 1.2 "So Long Scala: Final movies to show on historic cinema's last two days". Coconuts Bangkok. 23 June 2020. สืบค้นเมื่อ 6 July 2020.
  2. Carlisle, Peter (7 June 2020). "Bangkok's Historic Scala Cinema's 51-Year Run Said To End". Thailand Construction News. สืบค้นเมื่อ 6 July 2020.
  3. 3.0 3.1 "Final curtain drops at Scala theatre". Bangkok Post. 6 July 2020. สืบค้นเมื่อ 6 July 2020.
  4. "Scala's Got Soul". Bangkok 101. 27 July 2015. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-09-07. สืบค้นเมื่อ 29 September 2017.
  5. Thaitrakulpanich, Asaree (6 July 2020). "Cinema at Scala Shuts Down, But Its Future is Unclear". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ 6 July 2020.
  6. "อำนาจเงิน-ทรงคุณค่า แบบไหนจะชนะ? ทุบทิ้ง-คงไว้ โรงหนังสกาลา". ไทยรัฐ. 26 พฤษภาคม 2016. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2021. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2018.
  7. "เปิดประวัติ โรงหนังสกาล่า ตำนานของชาวสยามสแควร์ที่ถูกทุบทิ้ง". Thaiger. 3 พฤศจิกายน 2021.
  8. ""ตัวไม่อยู่ ขอให้โรงหนังอยู่" ล้วงใจเจ้าของสกาลา รอวันอำลาหรือฉายต่อ?". ไทยรัฐ. 23 พฤษภาคม 2016.
  9. Boonchumnong, Chonson. "โรงภาพยนตร์สกาล่า [Scala Movie Theater]". ASA Conservation Award. Association of Siamese Architects. สืบค้นเมื่อ 6 July 2020.
  10. "Silent Film Festival makes noise at the Scala". Bangkok Post. 20 May 2019. สืบค้นเมื่อ 6 July 2020.
  11. "thaiticketmaster.com เชิญชมการแสดงฉายเดี่ยวไมโครโฟน ครั้งที่ 5 กับ โน้ต". ryt9.com.
  12. 12.0 12.1 Rithdee, Kong (25 March 2016). "Scala doc to open film festival". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 6 July 2020.
  13. Thailand, Teenee Media co Ltd. "เตรียมไล่รื้อ สยามสแควร์ - ลิโด้ ทำตึกช้อปปิ้งสตรีท". teenee.com.
  14. saveapexsiamsquare (2012-03-18). ""ขอแบ่งปันพื้นที่สร้างสรรค์ : เราต้องการลิโด้ และสกาล่า"". saveapexsiamsquare.
  15. isranews (2016-05-30). "หมดสัญญาปี 60! รณรงค์ผ่าน Change ค้านจุฬาฯ รื้อทิ้ง 'โรงหนังสกาล่า'". สำนักข่าวอิศรา.
  16. "'โรงภาพยนตร์สกาลา' ก่อนความผูกพันจะเลือนหาย ก่อนความทรงจำจะกลายเป็นประวัติศาสตร์". สารคดี (ภาษาอังกฤษ).
  17. ไทยรัฐออนไลน์ (2016-06-01). "จุฬาฯ ยัน ต่อสัญญา 'โรงหนังสกาลา' อีก 3 ปี". สำนักข่าวอิศรา.
  18. 18.0 18.1 Berra, John (6 May 2020). "Phantom of Illumination (Thailand, 2017)". VCinema. สืบค้นเมื่อ 7 July 2020.
  19. "'เซ็นทรัล' คว้าที่ดินจุฬา 'โรงหนังสกาลา' ผุดศูนย์การค้าใหม่ เผย รักษาโครงสร้างสถาปัตย์เดิม". มติชน. 5 กันยายน 2021.
  20. ""เซ็นทรัล" บุกสยามสแควร์! คว้าสิทธิ์ที่ดิน "สี่แยกปทุมวัน รวมโรงหนังสกาลา" จับตาเตรียมผุดโปรเจกต์ใหม่". Brand Buffet. 5 กันยายน 2021.
  21. Panomai, Suriyan (2020-09-24). "ปลดประจำการ 'โคมระย้าสกาลา' เตรียมย้ายไปประดับที่สวนนงนุช". Time Out กรุงเทพมหานคร.
  22. "ชุบชีวิต "สกาลา"! สวนนงนุชพัทยาส่งท้ายปี 64 พร้อมเปิดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและช้างแสนรู้". mgronline.com. 2021-11-29.
  23. Jablon, Philip (2019). Thailand's Movie Theatres: Relics, Ruins and the Romance of Escape (Paper). Bangkok: River Books. ISBN 9786164510234.
  24. โยธี, ธนัชชา (2023-02-27). "64 ปี เดชอุดมเธียเตอร์ โรงหนังระดับอำเภอ ที่ยืนโต้ลมมาตั้งแต่รุ่นพ่อ". เดอะอีสานเรคคอร์ด.
  25. "'ชุมแพซีนีเพล็กซ์' โรงหนังขายตั๋ว 60 บาท การยืนหยัดของโรงภาพยนตร์อิสระในขอนแก่น Spotlight". thepeople (ภาษาอังกฤษ). 2023-01-27.
  26. พุทซาคำ, สุวิชา (2024-01-12). "ลองStay 10 สิ่งที่คุณควร 'ลอง' เมื่อต้องอยู่ยาว ๆ ที่จังหวัดอุบลราชธานี". The Cloud.
  27. Patchayaporn, Fang; Kaijeaw.com (2023-10-20). "สุดคลาสสิค กระแสหนังสัปเหร่อปลุกตำนานโรงหนังเก่าแก่ของ อ.ชุมแพ". Kaijeaw.com.
  28. Mahavongtrakul, Melalin (27 May 2019). "Storybook picturehouse". Bangkok Post. No. Life. สืบค้นเมื่อ 7 July 2020.
  29. Subyen, Sonthaya; Raden-Ahmad, Morimart (2014). Once upon a Celluloid Planet Where Cinema Ruled: Hearts and Houses of Films in Thailand. Bangkok: FilmVirus. ISBN 978-6163619532.
  30. Ketbungkan, Kaewta (18 August 2017). "Find Hidden Treasures From Bangkok's Golden Age of Cinema (Photos)". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ 7 July 2020.

แหล่งข้อมูลอื่น แก้

13°44′44″N 100°31′53″E / 13.74556°N 100.53139°E / 13.74556; 100.53139