โชว์มีเดอะมันนี่ ไทยแลนด์


Show Me The Money Thailand เป็นรายการโทรทัศน์เป็นรายการประกวดร้องเพลงแนวเรียลลิตี้,แร็ปและฮิปฮอป, แร็พเซอร์ไววัล ชื่อดังจากเกาหลี โดยซื้อลิขสิทธิ์รูปแบบรายการ Show Me The Money (SMTM; Korean: 쇼미더머니 Syomi Deo Meoni) เป็นรายการของค่าย CJ E&M ที่ออกอากาศทางช่อง Mnetของประเทศเกาหลีใต้ นำมาทำเป็นรูปแบบรายการของประเทศไทย ผลิตรายการโดย บริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (Zense Entertainment Company Limited) ผู้ผลิตรายการทีวีของประเทศไทย ซึ่งได้เห็นความน่าสนใจของรายการและบินไปซื้อลิขสิทธิ์ Show Me The Money ตั้งแต่ปี 2017 เพื่อมาผลิตและออกอากาศทาง ช่อง True4U ด้วยการร่วมมือกับ บริษัท CJ Entertainment & Media ของเกาหลี กับ บริษัท บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของไทย , True CJ ซีซั่นแรกเริ่มออกอากาศทางช่อง True4U ในวันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561 ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 21:30 น. ทาง True4U ช่อง 24 และชมแบบ Uncensored ได้ทางแอป TrueID ถึงวันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 รวม 13 ตอน .

โชว์มีเดอะมันนี่ ไทยแลนด์
ประเภทประกวดแร็พเซอร์ไววัล
สร้างโดยทรูโฟร์ยู[ต้องการอ้างอิง]
เสนอโดยเกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (NANAKE 555)
ประเทศแหล่งกำเนิดไทย
ภาษาต้นฉบับไทย
จำนวนฤดูกาล2
จำนวนตอน13 ตอน (เฉพาะ Season 1)
16 ตอน (เฉพาะ Season 2)
การผลิต
กล้องMulti-camera
ความยาวตอน90-120 นาที
บริษัทผู้ผลิตTrue CJ Creations
ออกอากาศ
เครือข่ายทรูโฟร์ยู
ออกอากาศ24 เมษายน พ.ศ. 2561 –
ปัจจุบัน
ลำดับเหตุการณ์
การแสดงที่เกี่ยวข้องShow Me the Money (South Korean TV series)
แหล่งข้อมูลอื่น
T

ฤดูกาลแก้ไข

ฤดูกาลแข่งขันแก้ไข

ซีซั่น ออกอากาศครั้งแรก ออกอากาศรอบชิงชนะเลิศ ผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศ
1 24 เมษายน พ.ศ. 2561 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ปิยวัฒน์ เชิดเพชรรัตน์ (นายนะ) - ทีม BUDDHABLESS นภ หอยสังข์ (เกม NLHz) - ทีม DOUBLE P (อันดับที่ 2)

ชัยกำพล จันทรักษ์ (จีน JIGSAW) - ทีม DOUBLE P (อันดับที่ 3)

2 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563 6 ตุลาคม พ.ศ. 2563 พัทธดนย์ วงษ์สมัย (เต้ K.AGLET) - ทีม Z2 ศุกลวัฒน์ พวงสมบัติ (SPRITE) - ทีม TRAP TRAP (อันดับที่ 2)

ไพวัฒน์ พิพัฒธาดา (ปืน WAY-G) - ทีม PxP (อันดับที่ 3)

Season 1 (2018/ พ.ศ. 2561)แก้ไข

เริ่มออกอากาศ ในวันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561 เวลา 21:30 น. ทาง True4U ช่อง 24 และชมแบบ Uncensored ได้ทางแอป TrueID ถึงวันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 รวม 13 ตอน มีเพลงประจำรายการตาม Concept ชื่อว่า SMTM Thailand (9producers) - TOGETHER มี Music Director คือ เมธี ขวัญบุญจัน (เต้ง) หรือ DJ Spyda Monkee (สไปด้ามังกี้) และมีเพลงประจำทีมดังนี้ Team DAJIMDAJAZZ SMTM Thailand (DAJIM x JAZZ SPKK) - DAJIM DAJAZZ , Team SUNNYCASH SMTM Thailand (SD THAITANIUM x BOTCASH) - WHO V R , Team DoubleP SMTM Thailand (POK MINDSET x MVL) - DOUBLE P , Team BUDDHABLESS SMTM Thailand (BUDDHA BLESS) - FOLLOW ME [1] [2]

โปรดิวเซอร์แก้ไข


รูปแบบรายงาน (กติกา) ประกอบไปด้วย 13 ตอน จำแนก ออกเป็นรอบดังนี้

รอบ Face to Face (EP.1- EP.2)แก้ไข

กติกา AUDITION รอบแรก ผู้เข้าแข่งขันจะแร็พ แบบไม่มีดนตรี (Accapella/ No beat) ต่อหน้าโปรดิวเซอร์ ถ้าใครได้สร้อยจะผ่านเข้ารอบต่อไป (120 คนเท่านั้น)

รอบ Ring of Fire (EP.3)แก้ไข

กติกา AUDITION รอบที่สอง ผู้เข้าแข่งขัน จะเป็นการแร็ปสด มี Beat(ดนตรีประกอบ) เป็นเวลา 60 วินาที พอสิ้นสุดแล้ว โปรดิวเซอร์แต่ละทีมจะมีสิทธิกด PASS หรือ FAIL , ตามกติกาจริงๆ คือแม้จะได้รับเพียง 1 PASS ก็มีสิทธิที่จะเข้ารอบ แต่เนื่องจาก ในกรณีมี คน PASS เข้ามาเยอะเกินกว่าที่กำหนดไว้คือจำนวน 40 คน ทางรายการจึงตัดสินใจใช้การเลือกจากจำนวน Pass ดัง ใครที่ได้ 4 Pass ถือว่าผ่านเข้ารอบเลย ในกรณียังไม่ครบ 40 คนก็จะตัดสินไปตามลำดับ 3 PASS , 2 PASS และ ก็ 1 PASS พอครบแล้วที่เหลือถึงว่าตกรอบ ในกรณี มีคนได้ จำนวน PASS เท่ากัน หลังจากการคัดเลือก ไม่ให้เกิน 40 คน จะเป็นการสุ่มเข้า

รอบ Battle (Ep.4 - EP.5)แก้ไข

กติกา AUDITION รอบที่สุดท้าย ผู้เข้าแข่งขัน 40 คนที่ผ่านเข้ารอบมาจะถูกจับคู่ให้มา แร็พ BATTLE กัน แต่ละทีมจะต้องมาแข่งขันกัน 2 ยก พอเสร็จทีม PD จะทำการปรึกษาลงคะแนนกัน เพื่อเลือกแร็พเปอร์ ที่จะได้ไปต่อเพียง 1 คนเท่านั้น ต่อคู่ (20 คนที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป) ซึ่งผู้ผ่านเข้ารอบจะได้รับหมวก

รอบ PD Show (EP.6)แก้ไข

กติกาในรอบนี้คือ โปรดิวเซอร์จะต้องมาทำโชว์แบบเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขัน 20 คนสุดท้าย เลือกว่าจะเข้าไปอยู่กับทีมไหน พอหลังจากจบโชว์จากโปรดิวเซอร์ทั้ง 4 ทีม จะเข้าไปอยู่ในห้อง ที่ไม่สามารถมองเห็นผู้เข้าแข่งขันได้ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกห้องทีมโปรดิวเซอร์ ที่ตนอยากไปต่อในฐานะลูกทีมที่ละคน ในกรณีที่ 1 ทีม มีสมาชิกเกิน 5 คน โปรดิวเซอร์จะต้องเลือกให้เหลือเพียง 5 คน และผู้ที่ไม่ถูกเลือกโดย โปรดิวเซอร์ก็จะต้องออกมาเลือกห้องใหม่ จนกว่า จะมีทีมละ 5 คน

รอบ Team Outing (EP.7)แก้ไข

กติกาในรอบนี้คือ โปรดิวเซอร์จะพาลูกทีมไปหาแรงบันดาลใจและ หาประสบการณ์จากโลกภายนอก ที่พร้อมเปิดทริปสร้างความสนิทสนม เพื่อร่วมมือกันแต่งทำนองไรห์มเพลงมาโชว์ความเหนือในรอบการแข่งขันครั้งต่อไป “TEAM SHOW” การโชว์ครั้งแรกในรูปแบบทีมของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 20 คน ซึ่งจะมีเพียง 12 คนเท่านั้น ที่จะได้ไปต่อ [3]

รอบ Team Show (EP.8)แก้ไข

กติกาในรอบนี้คือ สมาชิกทั้ง 5 คนจากแต่ละทีม จะต้องทำการโชว์ ภายใต้การทำเพลงของโปรดิวเซอร์เป็นครั้งแรก ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เพื่อให้โชว์ออกมาดีที่สุด หากแต่รอบนี้แบ่งออกเป็น 2 รอบย่อยๆ

  • รอบ 1 มีโควต้าสำหรับผู้ที่จะได้ขึ้นโชว์บน STAGE มีได้เพียง 4 คนเท่านั้น โปรดิวเซอร์จากการที่พาลูกทีมไปหาแรงบันดาลใจและ หาประสบการณ์จากโลกภายนอกนั้น จะมาดูว่าใครเหมาะสมที่จะเป็น แร็พเปอร์มากที่สุด 4 คน หรือมีความพร้อมที่จะขึ้นเวทีมากที่สุด เพื่อที่จะรับไมค์ และขึ้นไปโชว์บนเวที
  • รอบ 2 ภายหลังจาการโชว์ของแต่ละทีม PD ประจำทีมจะเลือกผู้เข้าแข่งขันที่ทำโชว์ได้ดีที่สุด 3 คน เพื่อเข้ารอบต่อไป

รอบ Team Battle (EP.9)แก้ไข

กติกาในรอบนี้คือ จะเป็นการแข่งขันรูปแบบ DISS BATTLE ซึ่ง 4 ทีม PD จะทำการจับฉลากเพื่อประกบคู่การแข่งขันกัน แต่ละทีมจะต้องมาแข่งขันกัน 2 ยก โดยในรอบนี้ พอร้องจบ คณะกรรมการ 99 คนในสตูดีโอจะโยนผ้าสีทีมขึ้นมา ทีมที่มีผ้ามากกว่าจะชนะทันที่ ไม่มีเสมอ ส่วนทีมที่แพ้ PD จะต้องเลือกลูกทีมออกจากทีม 1 คน (ในรอบนี้ผู้เข้าแข่งขันก็จะเหลือเพียง 10 คน)

รอบ Team Show Official Performance (EP.10)แก้ไข

กติกาในรอบนี้เป็น MISSION CONCERT ของ 4 ทีม โปรดิวเซอร์ แต่ละทีม PD จะต้องสร้างสรรค์เพลงเพื่อให้ลูกทีมออกมาทำโชว์ร่วมกับศีลปินรับเชิญ 4 Style ดนตรี ดังนี้ ศีลปินลูกทุ่ง , ศีลปินยุค 90 , ศีลปินเพื่อชีวิต และ ศีลปินร็อก ซึ่งแต่ละทีมได้ทำการจับฉลากเลือก Style เพลงที่ จะทำโชว์แล้วใน EP.9 คณะกรรมการ 100 คนในสตูดีโอ จะมีเงินเพื่อทำการโหวตรอบละ 10000 บาท ทีมไหนที่สร้างสรรค์ โชว์ มีมูลค่าสูงสุด 2 ทีมเท่านั้นจะไม่ต้องคัดลูกทีมออก ส่วนอันดับ 3 และ 4 จะต้องให้ลูกทีมออกจากทีม ทีมละ 1 คน (ซึ่งในรอบนี้ก็จะเหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 8 คน)

รอบ Team Show Official Performance #2 (EP.11)แก้ไข

กติกาในรอบนี้เป็นการที่ 4 ทีมต้องจับคู่กันเพื่อแข่งขันกัน ซึ่งในรอบนี้ PD จะร่วมทำโชว์ด้วย ซึ่งในรอบนี้จะใช่การตัดสินโดย กรรมการ 100 คนดูในสตูดีโอ ซึ่งจะมีคนละ 10000 บาท ทีมที่โชว์มีมูลค่าสูงกว่าจะเป็นผู้ชนะ ส่วนทีมที่แจะต้องคัดลูกทีมออกอีก 1 คน (ซึ่งในรอบนี้จะทำให้เหลือผู้เข้าแข่งขันเพียง 6 คน)

รอบ Semi Final (EP.12)แก้ไข

กติกาในรอบนี้จะมีโปรดิวเซอร์ที่จะต้องตกรอบ ในรอบนี้ PD จะจัดรูปแบบการโชว์ยังไงก็ได้ที่คิดว่าจะทำให้มันออกมาดีที่สุด เพื่อให้ทีมของตนอยู่ต่อ และให้สมาชิกทีมเข้าไปในรอบชิง ซึ่งมีโคว้าเพียง 3 คน เท่านั้น ซึ่งในรอบนี้ 6 คนจะถูกจับคู่กันโดยจะจับฉลากจับคู่ เพื่อ BATTLE โดยสมาชิกในทีมเดียวกันจะไม่ต้อง Battle กันเอง ซึ่งในรอบนี้จะใช่การตัดสินโดย กรรมการ 200 คนดูในสตูดีโอ ซึ่งจะมีคนละ 10000 บาท ผู้เข้าแข่งที่โชว์มีมูลค่าสูงกว่าจะเป็นผู้ชนะ

รอบ The Final (EP.13)แก้ไข

กติกาในรอบนี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ชนะ จะได้รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท และ สิทธิ์ขึ้นไปโชว์บนเวที Show Me The Money 777 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งในรอบนี้ ผู้เข้าชิง ทั้ง 3 จะต้องมาทำโชว์ และ รอบนี้จะเป็นรอบพิเศษด้วยที่ PD ทีมที่ตกรอบจะมาทำโชว์พิเศษซึ่งในรอบนี้จะใช่การตัดสินโดย กรรมการ คนดูในสตูดีโอ ซึ่งจะเป็นการให้มูลค่าตามทีมตนศรัทา ผู้เข้าแข่งที่โชว์มีมูลค่าสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ

Season 2 (2020/ พ.ศ. 2563)แก้ไข

เริ่มออกอากาศ ในวันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 21:30 น. ทาง True4U ช่อง 24 และชมแบบ Uncensored ได้ทางแอป TrueID ถึง ปัจจุบัน มีเพลงประจำรายการตาม Concept ชื่อว่า [SMTMTH2] CHANGE - PRODUCER CYPHER มี Music Director คือ เกริก ชาญกว้าง (นีโน่) หรือ Prod. NINO [4]

โปรดิวเซอร์แก้ไข

รอบ FACE TO FACE (EP.1 - EP.2)แก้ไข

กติกา AUDITION รอบแรก ผู้เข้าแข่งขันจะแร็พ แบบไม่มีดนตรี (Accapella/ No beat) ต่อหน้าโปรดิวเซอร์ ถ้าใครได้สร้อยจะผ่านเข้ารอบต่อไป

รอบ Ring of Fire (EP.3-EP.5)แก้ไข

กติกา AUDITION รอบที่สอง ผู้เข้าแข่งขัน จะเป็นการแร็ปสด มี Beat(ดนตรีประกอบ) เป็นเวลา 60 วินาที พอสิ้นสุดแล้ว โปรดิวเซอร์แต่ละทีมจะมีสิทธิกด PASS หรือ FAIL , เพียง 1 PASS ก็มีสิทธิที่จะเข้ารอบ (มี 61 คนที่ผ่านเข้ารอบเท่านั้น)

รอบ Battle One on One (EP.6-EP.8)แก้ไข

กติกา AUDITION รอบที่สุดท้าย  ผู้เข้าแข่งขัน 61 คนที่ผ่านเข้ารอบมาจะถูกจับคู่ให้มา Rap BATTLE กัน กำหนดคู่แข่งขันโดยการจับฉลากของพิธีกรเลือกผู้เข้าแข่งขันมา 1 คนและให้คนนั้นเลือกคู่ Battle ของตัวเอง (ยกเว้นกลุ่ม Top 5 จากคะแนนโหวตของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด โดย 1 ใน Top 5 นั้นสามารถเลือก Rap Battle แบบ Threesome ได้) พอเสร็จทีม PD จะทำการปรึกษาลงคะแนนกัน เพื่อเลือกแร็พเปอร์ ที่จะได้ไปต่อเพียง 1 คนต่อคู่เท่านั้น

รอบ PD SHOW (EP.9)แก้ไข

กติกาในรอบนี้คือ โปรดิวเซอร์จะต้องมาทำโชว์แบบเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขัน ที่ผ่านจากรอบ Battle One on One เลือกว่าจะเข้าไปอยู่กับทีมไหน พอหลังจากจบโชว์จากโปรดิวเซอร์ทั้ง 4 ทีม จะต้องถูกผู้เข้าแข่งขันให้คะแนน โดยทีมที่มีคะแนนสูงที่สุดจะได้ลำดับการเลือกลูกทีมก่อน ซึ่งลูกทีมจะสามารถตอบรับหรือปฏิเสธก็ได้ จนกว่าจะครบทั้ง 4 ทีม ทีมละ 4 คน นอกจากนี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ไม่มีทีมที่เหลือ 14 คน จะต้องตกรอบทันที

รอบ DISS BATTLE (EP.10-EP.11)แก้ไข

กติกาในรอบนี้คือ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจากทั้ง 4 ทีมจะต้องถูกจับคู่ให้มา Rap DISS BATTLE กัน กำหนดคู่แข่งขันโดยการจับฉลากของพิธีกรเลือกทีมมา 1 ทีมและให้ทีมนั้นเลือกทีมที่จะเป็นคู่ Diss Battle ของทีมตัวเอง และ 2 ทีมที่เหลือจะจับคู่ Diss Battle กันเองโดยอัตโนมัติ จากนั้นผู้เข้าแข่งขันของทีมที่พิธีกรจับฉลากได้จะเป็นฝ่ายเลือกผู้เข้าแข่งขันของทีมคู่แข่งมาเป็นคู่ Diss Battle ของตัวเอง เมื่อแข่งขันเสร็จ ผู้ชมทุกคนในสตูดีโอจะโยนผ้าสีทีมขึ้นมา ทีมที่มีผ้ามากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ส่วนทีมที่แพ้ PD จะต้องเลือกลูกทีมออกจากทีม 1 คน

รอบ OFFICIAL PERFORMANCE 1 (EP.12-EP.13)แก้ไข

กติกาในรอบนี้เป็นการที่ 4 ทีมต้องจับคู่กันเพื่อแข่งขันกัน โดย PD แต่ละทีมจะเลือกว่าผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนให้อยู่ในโชว์รอบไหนบ้าง โดยแบ่งออกเป็น 2 รอบ ได้แก่

  • รอบ MIC SELECTION : ในวันการแข่งขัน PD จะเป็นฝ่ายเลือกผู้เข้าแข่งขัน 1 คนจาก 2 คนที่เลือกมาให้แข่งกันรอบนี้ ขึ้นไปทำโชว์ร่วมกับ PD โดยที่ผู้เข้าแข่งขันที่ไม่ได้ถูกเลือกจะตกรอบทันที
  • รอบ MASTER SHOW : ผู้เข้าแข่งขันจะต้องมาทำโชว์โดยจะเป็นโชว์คู่หรือโชว์เดี่ยวตามจำนวนสมาชิกที่เหลือภายในทีม

การจับคู่ทีมแข่งขันกันจะมาจากผลการตัดสินในรอบที่แล้ว ทีมที่ชนะเจอที่ทีมที่ชนะเหมือนกัน ทีมที่แพ้ก็เจอที่ทีมที่แพ้เหมือนกัน ซึ่งในรอบนี้จะใช่การตัดสินโดย ผู้ชมในสตูดีโอ ซึ่งจะมีคนละ 10000 คะแนน ทีมที่โชว์ทั้งหมดมีคะแนนโหวตมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ส่วนทีมที่แพ้จะต้องคัดลูกทีมออกอีก 1 คน

รอบ OFFICIAL PERFORMANCE 2 (EP.14)แก้ไข

กติกาในรอบนี้เป็น MISSION CONCERT ของ 4 ทีม แต่ละทีม PD จะต้องสร้างสรรค์เพลงเพื่อให้ลูกทีมออกมาทำโชว์ร่วมกับศิลปินรับเชิญ โดยการจับคู่ทีมแข่งขันกันจะมาจากผลการตัดสินในรอบที่แล้ว ทีมที่ชนะเจอที่ทีมที่ชนะเหมือนกัน ทีมที่แพ้ก็เจอที่ทีมที่แพ้เหมือนกัน ในรอบนี้จะใช่การตัดสินโดย ผู้ชมในสตูดีโอ ซึ่งจะมีคนละ 10000 คะแนน ทีมที่โชว์ได้คะแนนโหวตมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ส่วนทีมที่แพ้จะต้องคัดลูกทีมออกอีก 1 คน

รอบ SEMI-FINAL (EP.15)แก้ไข

กติกาในรอบนี้จะมี PD ที่จะต้องตกรอบ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องจับคู่แข่งทำโชว์เดี่ยวเต็มรูปแบบของตัวเอง โดยการจับคู่กันจะมาจากการจับฉลากของพิธีกร ซึ่งในรอบนี้จะใช่การตัดสินโดย ผู้ชมในสตูดีโอ ซึ่งจะมีคนละ 10000 คะแนน โชว์ของผู้ที่ได้คะแนนโหวตมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ส่วนคนที่แพ้จะตกรอบทันที

รอบ FINAL (EP.16)แก้ไข

การแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 2 รอบโดยรอบแรกผู้เข้าแข่งขัน 3 คนสุดท้ายจะทำโชว์เดี่ยวคนละ 1 เพลง โดยโชว์ของผู้ที่ได้คะแนนโหวตน้อยที่สุดจะตกรอบทันที และในรอบที่ 2 ผู้เข้าแข่งขันทีเหลือทั้ง 2 คนจะได้โชว์อีก 1 เพลง และโชว์ของผู้ที่ได้คะแนนโหวตมากกว่าจะได้เป็นแชมป์รายกาาร Show Me The Money Thailand Season 2 และได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000,000 บาท

อ้างอิงแก้ไข