ควอนตัส

(เปลี่ยนทางจาก แควนตัส)

ควอนตัส (อังกฤษ: Qantas) เป็นสายการบินประจำชาติและเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย และยังเป็นสายการบินเก่าแก่เป็นอันดับ 3 ของโลกที่ยังให้บริการอยู่ ตามหลังเคแอลเอ็ม และเอเวียนก้า ชื่อของควอนตัส (Qantas) นั้นย่อมาจาก "Queensland and Northern Territory Aerial Services"

ควอนตัส
Qantas
QANTAS2016.png
IATA
QF
ICAO
QFA
รหัสเรียก
QANTAS
ก่อตั้ง16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1920 (101 ปี)
ท่าหลักซิดนีย์
เมลเบิร์น
บริสเบน
เมืองสำคัญเครนส์
ดาร์วิน
สิงคโปร์
สะสมไมล์Qantas Frequent Flyer
ห้องรับรองควอนตัสคลับ
พันธมิตรการบินวันเวิลด์
บริษัทลูกควอนตัสลิงก์
เจ็ตสตาร์
ควอนตัสเฟรต
ควอนตัวฮอลิเดย์
เอกซ์เพรสกราวนด์แฮนดลิง
ควอนตัสกราวนด์เซอร์วิส
ขนาดฝูงบิน126
จุดหมาย85
สำนักงานใหญ่ซิดนีย์, นิวเซาท์เวลส์, ออสเตรเลีย
เว็บไซต์www.qantas.com.au

ควอนตัวเป็นหนึ่งในสี่สมาชิกผู้ก่อตั้งวันเวิลด์อัลไลอานซ์[1]

ประวัติแก้ไข

ควอนตัสก่อตั้งขึ้นในเมืองวินตัน รัฐควีนส์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1920 โดยฮัดสัน ฟิช, พอล แมคกินเนส และเฟอร์กัส แมคมาสเตอร์ ในชื่อ "ควีนส์แลนด์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีเอเรียลเซอร์วิสลิมิเต็ด"[2] เครื่องบินลำแรกของสายการบินคือ Avro 504K ย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ลองรีช รัฐควีนส์แลนด์ในปีค.ศ. 1921 และเมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ในปีค.ศ. 1930

จุดหมายปลายทางแก้ไข

ควอนตัสบินไปยังจุดหมายปลายทาง 85 แห่งทั่วแอฟริกา อเมริกา เอเชีย ยุโรป และโอเชียเนีย

 
จุดหมายปลายทางของควอนตัส

พันธมิตรทางการบินแก้ไข

ควอนตัสเป็นหนึ่งในสมาชิกของวันเวิลด์ และมีพันธมิตรทางการบินกับสายการบินดังต่อไปนี้:[3]

ฝูงบินแก้ไข

ณ เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 ฝูงบินของควอนตัสมีดังนี้:[11][12]

ฝูงบินของควอนตัส
เครื่องบิน ประจำการ คำสังซื้อ ผู้โดยสาร หมายเหตุ
F J W Y
รวม
แอร์บัส เอ220-300 20[13] TBA เริ่มส่งมอบในปี 2566
เพื่อทดแทนโบอิง 737-800 และ โบอิง 717 ของควอนตัสลิงก์ตามลำดับ [14]
แอร์บัส เอ321เอกซ์เอลอาร์ 20[13] TBA
แอร์บัส เอ330-200 18 27 224 251[15] เครื่องบินสองลำจะถูกดัดแปลงเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า[16]
28 243 271[17]
แอร์บัส เอ330-300 10 28 269 297[18]
แอร์บัส เอ380-800 12 14 64 35 371 484[19] เครื่องบินสองลำจะถูกปลดประจำการ
เครื่องบินที่เหลือจะให้บริการถึงปี 2567
70 60 341 485[20] มีการติดตั้งที่นั่งชั้นธุรกิจและประหยัดพรีเมียมแบบใหม่[21]
เครื่องบินห้าลำจะนำกลับมาให้บริการในปี 2565.
เครื่องบินที่เหลือจะให้บริการถึงปี 2567
โบอิง 737-800 75 12 162 174[22] เครื่องบินที่เหลือจะให้บริการถึงปี 2567

จะถูกทดแทนด้วยเครื่องบินตระกูลแอร์บัส เอ320นีโอ[13]

โบอิง 787-9 11 3[23][24] 42 28 166 236[25]
รวม 126 43

ห้องโดยสารแก้ไข

อุบัติเหตุและอุบัติการณ์สำคัญแก้ไข

  • 23 มีนาคม ค.ศ. 1946 เครื่องบิน แอฟโรแลนด์แคสเตรียน ได้หายตัวไปขณะบินอยู่เหนือมหาสมุทรอินเดีย เครื่องบินหายไปพร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือเจ็ดคนบนเที่ยวบินระหว่างโคลัมโบ ซีลอน (ปัจจุบันคือศรีลังกา) และหมู่เกาะโคโคส (คีลิง) ประมาณสามชั่วโมงก่อนถึงกำหนดส่งถึงหมู่เกาะโคโคส[26]
  • 7 เมษายน ค.ศ. 1949 เครื่องบิน แอฟโรแลนด์แคสเตรียน เหวี่ยงลงจอดที่เมืองดับโบ รัฐนิวเซาท์เวลส์ระหว่างการฝึกบิน ทำให้เกียร์พัง เครื่องบินถูกทำลาย แต่ลูกเรืออพยพอย่างปลอดภัย[27]
  • 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1951 เดอ ฮาวิลแลนด์ออสเตรเลีย ดีเอชเอ-3 โรเวอร์ ชนนอกชายฝั่งนิวกินี หลังจากที่ใบพัดของเครื่องยนต์ตรงกลางล้มเหลว นักบินและผู้โดยสารหกคนบนเครื่องเสียชีวิต[28]
  • 23 กันยายน ค.ศ. 1999 ควอนตัสเที่ยวบินที่ 1 ซึ่งเป็นเครื่องบินโบอิง 747-400 ได้พลิกคว่ำรันเวย์ขณะลงจอดที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ระหว่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง เครื่องบินมาจอดที่สนามกอล์ฟใกล้กับทางวิ่ง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
  • 25 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 ควอนตัสเที่ยวบินที่ 30 ซึ่งเป็นเครื่องบินโบอิง 747-400 ได้รับความเสียหายที่ลำตัวและการบีบอัดที่แตกเนื่องจากการระเบิดของถังอ็อกซิเจนเหนือทะเลจีนใต้ ระหว่างทางจากท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงไปยังท่าอากาศยานเมลเบิร์น เครื่องบินลงจอดฉุกเฉินในฟิลิปปินส์โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ[29]
  • 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 ควอนตัสเที่ยวบิน 32 ซึ่งเป็นแอร์บัส เอ380 ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ เทรนต์ 972 สี่ตัว ประสบกับปัญหาเครื่องยนต์ด้านซ้ายล้มเหลวไม่นานหลังจากออกจากท่าอากาศยานสิงคโปร์ชางงีระหว่างทางไปซิดนีย์ . เครื่องบินกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่สิงคโปร์อย่างปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต[32][33][34]

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "oneworld - News". web.archive.org. 2011-07-15. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-15. สืบค้นเมื่อ 2022-02-04.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  2. "About Qantas - Our Company - History - Small Beginnings". web.archive.org. 2006-10-09. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-10-09. สืบค้นเมื่อ 2022-02-04.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  3. "Profile on Qantas Airways | CAPA - Centre for Aviation". web.archive.org. 2016-10-29. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-10-29. สืบค้นเมื่อ 2022-02-04.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  4. "QANTAS AND AIR FRANCE RENEW PARTNERSHIP TO OFFER CUSTOMERS MORE TRAVEL OPTIONS BETWEEN AUSTRALIA AND FRANCE". Qantas News Room (Press release).
  5. Schofield, Adrian (1 June 2018). "Air New Zealand & Qantas to codeshare". Air Transport World. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 June 2018.
  6. "Cathay Pacific And Qantas To Bring Australia And Asia Closer Together". Qantas News Room (Press release). 21 September 2018. สืบค้นเมื่อ 16 October 2018.
  7. Liu, Jim (7 September 2017). "El Al / Qantas codeshare partnership begins in Sep 2017". Routesonline. สืบค้นเมื่อ 7 September 2017.
  8. "Qantas e ITA Airways vanno in code share" [Qantas codeshare with ITA Airways]. italiavola.com (ภาษาอิตาลี). สืบค้นเมื่อ 2021-12-16.
  9. 2018, UBM (UK) Ltd. "Qantas / Jetstar Pacific begins codeshare service from March 2018". Routesonline. สืบค้นเมื่อ 19 March 2018.{{cite web}}: CS1 maint: numeric names: authors list (ลิงก์)
  10. "KLM / QANTAS begins codeshare service from Nov 2018". Routesonline. 1 November 2018.
  11. Australian civil aircraft register search Archived 2015-05-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, using "Qantas Airways" as the "Registered Operator" search parameter. Search conducted 18 May 2012. Included in the aircraft that match the search criterion are five operated by Express Freighters Australia under a separate Air Operator Certificate.
  12. CASA website AOC listing search Archived 2009-10-01 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, using "Express Freighters Australia" as the search criterion. Search conducted 13 November 2009.
  13. 13.0 13.1 13.2 "Airbus beats out Boeing: Qantas to order A321XLR, A220 jets". Executive Traveller (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-12-15.
  14. Welle (www.dw.com), Deutsche. "Qantas switches to Airbus to replace domestic fleet | DW | 16.12.2021". DW.COM (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2021-12-16.
  15. "Airbus 330-200 Seat Map for Configuration: 27 Business; 224 Economy – International" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 5 July 2018. สืบค้นเมื่อ 4 July 2018.
  16. "Qantas to convert two A330-200s into freighters". Ch-Aviation. 7 December 2021.
  17. "Airbus 330-200 Seat Map for Configuration: 28 Business; 243 Economy – Domestic" (PDF). 2015. สืบค้นเมื่อ 1 January 2015.
  18. "Airbus 330-300 Seat Map for Configuration: 28 Business; 269 Economy – International" (PDF). 2015. สืบค้นเมื่อ 7 June 2015.
  19. "Airbus 380 Seat Map for Configuration: 14 First; 64 Business; 35 Premium Economy; 371 Economy" (PDF). 2019. สืบค้นเมื่อ 1 October 2019.
  20. "Airbus A380-800 seat map – 14 First, 70 Business, 60 Premium Economy and 341 Economy" (PDF). Qantas. สืบค้นเมื่อ 1 October 2019.
  21. Stewart, Sammy (1 October 2019). "Inside Qantas' newly refurbished A380". News.com.au.
  22. "Boeing 737-800 Seat Map for Configuration: 12 Business; 162 Economy -" (PDF). 2016. สืบค้นเมื่อ 4 February 2016.
  23. Frawley, Gerald (17 October 2017). "'Great Southern Land' – first Qantas 787 formally revealed". Australian Aviation. Phantom Media. สืบค้นเมื่อ 18 October 2017.
  24. "Qantas Orders More Dreamliners, Sets Date to Farewell Jumbos" (Press release). Qantas. 2 May 2018. สืบค้นเมื่อ 2 May 2018.
  25. "Boeing 787-9 Seat Map for Configuration: 42 Business; 28 Premium Economy; 166 Economy" (PDF). 2018. สืบค้นเมื่อ 28 March 2018.
  26. Ranter, Harro. "ASN Aircraft accident Avro 691 Lancastrian C.1 G-AGLX Indian Ocean". www.aviation-safety.net.
  27. Ranter, Harro. "ASN Aircraft accident Avro 691 Lancastrian C.1 VH-EAS Dubbo Airport, NSW (DBO)". aviation-safety.net.
  28. http://nla.gov.au/nla.news-article2833330
  29. "MEDIA RELEASE : 28 July 2008 - Qantas Boeing 747-400 depressurisation and diversion to Manila on 25 July 2008". web.archive.org. 2008-08-03. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-08-03. สืบค้นเมื่อ 2022-02-04.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  30. "Media releases: 14 October 2008 - Qantas Airbus A330 accident Media Conference". web.archive.org. 2019-06-17. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-06-17. สืบค้นเมื่อ 2022-02-04.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  31. "Media releases: 14 October 2008 - Qantas Airbus A330 accident Media Conference". web.archive.org. 2019-06-17. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-06-17. สืบค้นเมื่อ 2022-02-04.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  32. http://www.dailytelegraph.com.au/news/nsw/qantas-attendants-sue-over-explosion/story-fni0cx12-1226666535421?nk=dc9e1caae518f53e8c49270990cf91ce
  33. http://www.abc.net.au/news/2010-11-04/qantas-grounds-a380s-after-engine-failure/2324262
  34. "Qantas: No Crash / Explosion | Plane Lands In Singapore | QF 32". web.archive.org. 2010-11-07. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-11-07. สืบค้นเมื่อ 2022-02-04.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)