เออร์เนสต์ วิลเลียม กูดปาสเจอร์

เออร์เนสต์ วิลเลียม กูดปาสเจอร์ (อังกฤษ: Ernest William Goodpasture, 17 ตุลาคม ค.ศ. 1886 – 20 กันยายน ค.ศ. 1960) เป็นแพทย์ชาวอเมริกัน เกิดที่เมืองคลากส์วิลล์ในรัฐเทนเนสซี เป็นบุตรของอัลเบิร์ต เวอร์จิล กูดปาสเจอร์กับเจนนี วิลสัน ดอว์สัน เขาเรียนที่มหาวิทยาลัยแวนเดอบิลต์ก่อนจะเรียนจบระดับปริญญาเอกด้านการแพทย์ที่โรงเรียนแพทย์จอนส์ฮอปกินส์ในปี ค.ศ. 1912 หลังจากนั้นกูดปาสเจอร์ทำงานที่โรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ดและเป็นแพทย์ในกองทัพเรือสหรัฐในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง[1]

เออร์เนสต์ วิลเลียม กูดปาสเจอร์
เออร์เนสต์ กูดปาสเจอร์ในปี ค.ศ. 1955
เกิด17 ตุลาคม ค.ศ. 1886(1886-10-17)
คลากส์วิลล์, รัฐเทนเนสซี, สหรัฐ
เสียชีวิต20 กันยายน ค.ศ. 1960 (73 ปี)
แนชวิลล์, รัฐเทนเนสซี, สหรัฐ
สัญชาติอเมริกัน
สาขาพยาธิวิทยา
สถาบันที่ทำงานโรงเรียนแพทย์ฮาร์วาร์ด
มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์
ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์
โรงเรียนแพทย์จอนส์ฮอปกินส์
งานที่เป็นที่รู้จักกลุ่มอาการกูดปาสเจอร์

ในปี ค.ศ. 1919 กูดปาสเจอร์ศึกษาการระบาดของไข้หวัดใหญ่และพบผู้ป่วยมีอาการไอเป็นเลือดและหน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน ภายหลังเขาพบว่าเป็นกลุ่มอาการกูดปาสเจอร์ซึ่งเป็นโรคภูมิต้านตนเองที่ภูมิคุ้มกันทำลายเยื่อฐานของปอดและไต[2] สองปีต่อมา กูดปาสเจอร์ย้ายไปทำงานที่โรงเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์และเป็นผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการในเมืองพิตต์สเบิร์ก[1]

ในปี ค.ศ. 1924 กูดปาสเจอร์ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านพยาธิวิทยาที่มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ ก่อนจะดำรงตำแหน่งคณบดีโรงเรียนแพทย์จนเกษียณในปี ค.ศ. 1955[3] เขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือดที่เมืองแนชวิลล์ในปี ค.ศ. 1960[4]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "Ernest William Goodpasture" (PDF). National Academy of Sciences. สืบค้นเมื่อ November 27, 2018.
  2. "Goodpasture Syndrome". Johns Hopkins Medicine Health Library. สืบค้นเมื่อ November 27, 2018.
  3. "Ernest William Goodpasture". Vanderbilt School of Medicine. สืบค้นเมื่อ November 27, 2018.
  4. Obituary (AP): Dr. Ernest Goodpasture Dead; Developed Vaccine for Mumps: Pathologist's Chicken Embryo Virus Led to Immunization Against Many Diseases. New York Times (1923-Current file); Sep 22, 1960; ProQuest Historical Newspapers: The New York Times (1851-2010) pg. 27.