เอทานอล

ชื่อสารเคมีประเภทแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง
(เปลี่ยนทางจาก เอทิลแอลกอฮอล์)

เอทานอล (อังกฤษ: ethanol) หรือ เอทิลแอลกอฮอล์ (อังกฤษ: ethyl alcohol) (สูตรเคมี C2H5OH) เป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากการนำเอาพืชมาหมักเพื่อเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล จากนั้นจึงเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์ โดยใช้เอนไซม์หรือกรดบางชนิดช่วยย่อย เมื่อทำให้เป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 95% โดยการกลั่น ส่วนใหญ่ผลิตจากพืช สองประเภทคือ พืชประเภทน้ำตาล เช่นอ้อย บีทรูท และพืชจำพวกแป้งเช่น มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น

เอทานอล
Ethanol-2D-skeletal.svg
Ethanol-3D-vdW.png
Ethanol flat structure.png
Ethanol-3D-balls.png
ชื่อตาม IUPAC Ethanol
ชื่ออื่น Ethyl alcohol; grain alcohol; pure alcohol; hydroxyethane; drinking alcohol; ethyl hydrate
เลขทะเบียน
เลขทะเบียน CAS [64-17-5][CAS]
PubChem 702
RTECS number KQ6300000
SMILES
InChI
ChemSpider ID 682
คุณสมบัติ
สูตรโมเลกุล C2H6O
มวลโมเลกุล 46.07 g mol−1
ลักษณะทางกายภาพ ของเหลวใสไม่มีสี
ความหนาแน่น 0.789 g/cm3
จุดหลอมเหลว

−114.3 °C, 159 K, -174 °F

จุดเดือด

78.4 °C, 352 K, 173 °F

ความสามารถละลายได้ ใน น้ำ ละลายน้ำได้อย่างดี
pKa 15.9
ความหนืด 1.200 mPa·s (cP) at 20.0 °C
Dipole moment 5.64 fC·fm (1.69 D) (gas)
ความอันตราย
NFPA 704
NFPA 704.svg
3
0
0
 
R-phrases R11
S-phrases (S2) S7 S16
จุดวาบไฟ 286.15 K (13 °C or 55.4 °F)
สารประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกัน
หากมิได้ระบุเป็นอื่น ข้อมูลข้างต้นนี้คือข้อมูลสาร ณ ภาวะมาตรฐานที่ 25 °C, 100 kPa
สถานีย่อย:เคมี

อุตสาหกรรมเอทานอลแก้ไข

บราซิลเป็นผู้ผลิตเอทานอลอันดับหนึ่งในโลก [1] ข้อมูลปี พ.ศ. 2551 ประเทศไทยมีโรงงานเอทานอล 11 แห่ง กำลังการผลิตรวม 1.75 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศมีเพียง 800,000 ลิตรต่อวัน [2]

เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดและเผาไหม้ได้สมบูรณ์ช่วยลดการเกิดมลพิษในอากาศและเป็นผลดีต่อสภาวะแวดล้อมและมีฐานวัตถุดิบมาจากพืชซึ่งสามารถดูดซับปริมาณ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ในบรรยากาศได้

เอทานอลเป็นพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ผลิตได้จากวัตถุดิบทางการเกษตรซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ประภท[3] 1. วัตถุดิบประเภทน้ำตาล ได้แก่ น้ำอ้อย น้ำตาลจากบีท และกากน้ำตาลซึ่งยีสต์สามารถ ย่อยสลายวัตถุดิบประเภทนี้ได้เลยทันทีโดยไม่ต้องผ่านการย่อยเพื่อเป็นน้ำตาล (Pretreatment) 2. วัตถุดิบประเภทแป้ง ได้แก่ มันสำปะหลัง ธัญพืชและมันฝรั่งในการผลิตจะต้องย่อยแป้งในวัตถุดิบให้เป็นน้ำตาลกลูโคสซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดียวเสียก่อนยีสต์จึงจะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นเอทานอลได้ 3. วัตถุดิบประเภทที่เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมเกษตร เช่น กากอ้อย ฟางข้าวซังข้าวโพด และของเสียจากอุตสาหกรรม เยื่อกระดาษ ฯลฯ

เอทานอลมีค่าออกเทนสูงนำไปผสมกับน้ำมันเบนซินเรียกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ได้ ถ้าผสมกับน้ำมันดีเซล เรียกว่าน้ำมันดีโซฮอล์ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เอทนอล บริสุทธิ์เป็นเชื้อเพลิงได้โดยตรงโดยไม่ต้องผสมกับน้ำมันได้อีกด้วย   ปัจจุบันไทยมีโรงงานเอทานอล 27 แห่ง กำลังการผลิตรวม 6.125 ล้านลิตร [4]

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข