เปิดเมนูหลัก

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรือฟริเกตของกองทัพเรือไทย ต่อขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ พัฒนาขึ้นจากเรือพิฆาตชั้นควังแกโทมหาราช เรือลำนี้ถือเป็นเรือลำแรกในโครงการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงของกองทัพเรือไทย สามารถปฏิบัติการรบ 3 มิติ ทั้งผิวน้ำ ใต้น้ำ และทางอากาศ[2] ขึ้นประจำการเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562 เดิมมีชื่อเดิมคือ เรือหลวงท่าจีน ต่อมาด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานชื่อใหม่คือ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ตามพระราชนามของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

HTMS Bhumibol Adulyadej (48044316051) (cropped).jpg
ประวัติ (ประเทศไทย) ราชนาวีไทย
ชั้นและประเภท: DW-3000F
ชื่อเรือ:ไทย: ร.ล. ภูมิพลอดุลยเดช
อังกฤษ: HTMS Bhumibol Adulyadej
ตั้งชื่อตาม: พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สั่งต่อเรือ: พ.ศ. 2556
ต่อขึ้นที่: อู่ต่อเรือแดวู Daewoo Shipbuilding and Marine Engineering (DSME), นครปูซาน, ประเทศเกาหลีใต้
งบประมาณ: 14,997 ล้านบาท (471 Million USD)
วางกระดูกงู: 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
ปล่อยลงน้ำ: 23 มกราคม พ.ศ. 2560
ขึ้นระวาง: 7 มกราคม พ.ศ. 2562
เลขเรือ: 471
สถานะ: ในประจำการ
ลักษณะเฉพาะ
ประเภท: เรือฟริเกต
ขนาด (ระวางขับน้ำ): เต็มที่ 3,700 ตัน
ความยาว: 124.1 เมตร (ตลอดลำ)[1]
ความกว้าง: 14.40 เมตร (กลางลำ)[1]
กินน้ำลึก: 8 เมตร
เครื่องยนต์: • 2 เครื่องยนต์ดีเซล MTU รุ่น 16V1163 M94 กำลัง 8,000 แรงม้า
• 1 เครื่องยนต์กังหันก๊าซ General Electric รุ่น LM2500 กำลัง 29,000 แรงม้า
ใบจักร: 4 x Ship Service Power Generation (Each of 830 kW Rated output)
ความเร็ว: • 33.3 นอต (สูงสุด)
• 18 นอต (มัธยัสถ์)[1]
พิสัยปฏิบัติการ: 4,000 ไมล์ทะเล • 7,408 กิโลเมตร ที่ความเร็ว 18 น็อต [1]
ลูกเรือ: 141 นาย[1]
ระบบตรวจการและปฏิบัติการ:

• 1 x เรดาร์ตรวจการณ์ 3 มิติระยะไกลแบบ Saab SEA GIRAFFE ER • 1 x เรดาร์ตรวจการณ์ 3 มิติระยะปานกลางแบบ Saab SEA GIRAFFE AMB • 3 x เรดาร์เดินเรือ • 1 x กล้องตรวจการณ์ • 1 x DSQS-24 Atlas Hull Mounted Sonar • 1 x ACTAS Atlas ELEKTRONIK Towed Array Sonar • 2 x IFF • 1 x ADS-B ระบบเรือ= • เทคโนโลยีสเตลท์ • Rader Cross Section Reduction • Infrared Reduction • Underwater Radiated Noise Reduction • Degaussing • NBC Protection System ระบบอำนวยการรบ= 15 x Multi-Function Consoles แบบ Saab 9LV Mk4 ระบบควบคุมการยิง= • 2 x เรดาร์ควบคุมการยิงแบบ Saab CEROS 200 • 2 x Continuous Wave Illuminators • 1 x Saab EOS 500 Electro Optical Fire Control

• 2 x Target Designation Sight: Bridge Pointer
สงครามอิเล็กทรอนิกส์และเป้าลวง:

• 1 x Radar ESM • 1 x Communication ESM • 6 x Decoy Launchers • Active-off board ECM

• ระบบเป้าลวงต่อต้านอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือ และระบบเป้าลวงตอร์ปิโดแบบ CANTO-V
ยุทโธปกรณ์:

• 1 x ปืนใหญ่เรือ OTO Melara 76/62 Super Rapid ขนาด 76 มม./62 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว ระยะยิง 16 กม. เมื่อใช้กระสุน standard ammunition. 20 กม. เมื่อใช้ กระสุน extended range ammunition. 40 กม. เมื่อใช้กระสุน VULCANO ammunition. • 8 x Advance Harpoon Weapon Control System: RGM/AGM-84L (Block 2) ระยะยิง 278 กิโลเมตร (150 nmi) ที่ความเร็ว 864 กิโลเมตรต่อชั่วโมง/0.24 กิโลเมตรต่อวินาที • 8 x Mk.41 VLS สำหรับ 32 x อาวุธปล่อยนำวิถี RIM-162 ESSM Block II ระยะยิง 50 กิโลเมตร หรือจรวดต่อต้านเรือดำน้ำ RUM-139C VL ASROC ท่อยิงละ 1 นัด รวม 8 นัด หรือเป้าลวงอาวุธปล่อยนำวิถี Mk.234 Nulka ท่อยิงละ 4 นัด รวม 32 นัด หรือผสมกัน (ในอนาคตสามารถติดตั้ง Mk.41 VLS เพิ่มเติมได้อีก 8 cell และสามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถี SM-2MR ระยะยิง 167 กิโลเมตรได้) • 1 x ระบบป้องกันระยะประชิด (CIWS) แบบ Raytheon Mk 15 Phalanx block 1B ขนาด 20 มม./99 คาลิเบอร์ 6 ลำกล้องหมุน • 2 x ปืนใหญ่กล MSI-DSL/ATK DS30MR Mk 44 ขนาด 30 มม./70 คาลิเบอร์ แท่นเดี่ยว • 1 x ปืนกล U.S. Ordnance M2HB ขนาด 12.7 มม. แท่นเดี่ยว

• 2 x แท่นยิง J+S DMTLS สำหรับตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำแบบ Mark 54 แท่นละ 3 ท่อยิง
อุปกรณ์สนับสนุนการบิน: 1 x ขนาด 10 ตัน S-70B Sea hawk หรือ MH-60S Knight hawk with Hangar

อ้างอิงแก้ไข