เปิดเมนูหลัก

ดร.เทียม โชควัฒนา ผู้ก่อตั้งและวางรากฐานกิจการในเครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องอุปโภคและบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้ชื่อการค้า บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: SAHA PATHANAPIBUL PUBLIC COMPANY LIMITED ชื่อย่อ:SPC) [1]

เทียม โชควัฒนา
Tiem-1.jpg
เทียม โชควัฒนา
เกิด14 มิถุนายน พ.ศ. 2459
เสียชีวิต29 มิถุนายน พ.ศ. 2534
สัญชาติไทย
ชื่ออื่นเฮงเทียม แซ่ลี้
อาชีพผู้ก่อตั้งบริษัท บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2459 ปีมังกร (นับตามปฏิทินจีน) ชื่อเดิมคือ เฮงเทียม แซ่ลี้ เป็นบุตรคนที่ 3 จากจำนวนทั้งสิ้น 8 คน ของนายฮกเปี้ยว แซ่ลี้ และ นางสอน แซ่ลี้ บิดาเป็นชาว จีนโพ้นทะเลมาจากตำบลเตี๋ยชู้เลี้ยง อำเภอโผวเล้ มณฑล แต้จิ๋ว ส่วนมารดานั้นเป็นลูกจีนซึ่งเกิดในเมืองไทย สมรสเมื่อตอนอายุ 17 ปี กับ นางสายพิณ โชควัฒนา มีบุตร-ธิดา ด้วยกันทั้งสิ้น 8 คน เป็นชาย 6 คน หญิง 2 คน คือ คุณบุญเอก คุณบุญปกรณ์ คุณบุณยสิทธิ คุณศิริยล คุณศิรินา คุณณรงค์ คุณบุญชัย คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา


เริ่มการศึกษา ครั้งแรกที่โรงเรียนเผยอิง ถนนทรงวาด จนกระทั่งอายุ 15 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนมาเป็นคนงานในร้านขายของชำของที่บ้าน และเมื่อเริ่มมีโอกาสก็ได้ไปเรียนภาคค่ำซึ่งคล้ายกับโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่

ประวัติการค้าแก้ไข

ปี พ.ศ. 2474 ขณะนั้นอายุได้ประมาณ 15 ปี โดยเริ่มงานครั้งแรกด้วยการเป็นพนักงานในร้าน"เปียวฮะ"ของบิดาและอาๆ ซึ่งเป็นร้านค้าที่ทำการจำหน่ายสินค้าประเภท นม น้ำตาล แป้งหมี่ น้ำมัน ฯลฯ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นสินค้าที่ไทยต้องสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ และไปเรียนภาคค่ำซึ่งคล้ายกับโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ การค้าในยุคแรกของร้านค้าส่งเปียวฮะต้องติดต่อสั่งซื้อสินค้า จากบริษัทต่างชาติ อาทิเช่น บอร์เนียว มิตซุย แองโกล-ไทย ฯลฯ หรือไม่ก็ต้อง ติดต่อกันระหว่างร้านค้าแถวตลาดทรงวาดที่หนึ่งที่สั่งสินค้าเข้ามาจำหน่าย จาก สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊าแล้วนำสินค้าเหล่านั้นมาเปิดบัญชีให้กับลูกค้ารายย่อยอีกต่อหนึ่ง

ในปี พ.ศ. 2484 บิดาได้แยกกิจการจากพวกอาๆ ออกมาตั้งร้าน “เฮียบฮะ” ในช่วงนี้คุณเทียมได้รับหน้าที่เป็นพนักงานติดต่อซื้อขาย และมีโอกาสได้รับทราบบัญชีและงบดุลของร้าน ในปี พ.ศ. 2485 หลังจากตั้งร้านเฮียบฮะ มาได้ 6 เดือน ก็ได้เสนอให้พี่น้องเปลี่ยนแนวทางในการทำธุรกิจ จากการขายแต่ขอหนักๆอย่างเช่น น้ำตาลที่ให้กำไรน้อย น้ำตาล 1 กระสอบ หนัก 100 กิโลกรัม ขายได้แค่ 20 สตางค์ มาเป็นการขายเสื้อกล้าม สามารถใช้มือหิ้วได้ข้างละ 10 โหล ซึ่งได้กำไร 1.50 บาท แต่บิดาไม่เห็นด้วย จากนั้นจึงตัดสินใจออกมาตั้งบริษัทของตัวเอง ที่ใช้ชื่อจีนว่า เฮียบ เซ่ง เซียง ด้วยเงินทุน 10,000 บาท ซึ่งเริ่มต้นโดยการสั่งซื้อสินค้าจากฮ่องกงมาขาย

ในปี พ.ศ. 2489 ได้เดินทางออกไปติดต่อนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาขายเอง ได้มีการโฆษณาสินค้า ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 เฮียบ เซ่ง เซียง ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดยนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคนานาชนิด มาจำหน่ายในต้นทศวรรษ 2500 บริษัทฯได้เริ่มติดต่อกับบริษัทไลอ้อน ประเทศญี่ปุ่นโดยสั่งสินค้าแชมพู ยาสีฟัน และผงซักฟอกมาขาย และได้เปิดบริษัทใหม่สำหรับขายเครื่องสำอางแม็คแฟคเตอร์ ธุรกิจเครื่องสำอางในรูปแบบเคาเตอร์มีพนักงานขายหญิง หรือที่เรียกว่า “B.A.” ย่อมาจาก “Beauty Advisor” ประจำ ณ เคาเตอร์ เป็นผู้แนะนำการใช้สินค้าเครื่องสำอางในการแต่งหน้า ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าค่อนข้างใหม่สำหรับคนไทยในยุคนั้น

เริ่มต้นสั่งเครื่องจักรเข้ามาบรรจุแชมพู ต่อมาเริ่มตั้งโรงงานผลิตสินค้าต่างๆ เช่น ถุงเท้า รองเท้า ผงซักฟอก เครื่องสำอาง ปี พ.ศ. 2515 ได้จัดตั้งบริษัทโฮลดิ้ง “บริษัท สหพัฒนา อินเวสเมนท์” เพื่อดูแลและวางแผนการลงทุนของเครือสหพัฒนฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับโรงงาน ได้จัดซื้อพื้นที่ในภาคตะวันออกใกล้ทะเล สร้างเป็นสวนอุตสาหกรรมซึ่งซึ่งปัจจุบันเจริญเติบโตเป็นที่รู้จักของบรรดานักอุตสาหกรรมเป็นอย่างดีว่า เป็นทั้งแหล่งอุตสาหกรรมที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคนานาชนิด

เกียรติคุณที่ได้รับแก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

ซูโฮชูจุโช ชั้น 3) พ.ศ. 2528

เกียรติคุณอื่นๆแก้ไข

  • พ.ศ. 2528 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน
  • พ.ศ. 2531 รางวัลเกียรติคุณนักการตลาดไทย
  • พ.ศ. 2532 รางวัลนักอุตสาหกรรมไทยดีเด่น

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข