เดปอร์ติโบอาลาเบส

สโมสรฟุตบอลในประเทศสเปน

เดปอร์ติโบอาลาเบส (สเปน: Deportivo Alavés) หรือมักย่อว่า อาลาเบส เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศสเปน ตั้งอยู่ในบิโตเรีย-กัสเตอิซ จังหวัดอาลาบา ในแคว้นปกครองตนเองประเทศบาสก์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 1921 ในชื่อ sport friend club ปัจจุบันเล่นในลาลิกา ลีกสูงที่สุดของประเทศสเปน นับตั้งแต่ปี 2016–17

เดปอร์ติโบอาลาเบส
ชื่อเต็มบริษัทกีฬา เดปอร์ติโบอาลาเบส จำกัด (มหาชน)
ฉายาBabazorros
El Glorioso (The glorious one)
Pink Team
ก่อตั้ง1921; 100 ปีที่แล้ว (1921)
สนามสนามฟุตบอลเมนดิซอร์โรตซา บิโตเรีย
แคว้นประเทศบาสก์ สเปน
Ground ความจุ19,840
เจ้าของซัสกีบัสโกเนีย (70.44%)
โฆเซ อันโตนิโอ เกเรเฆตา (6.4%)
ประธานอัลฟอนโซ เฟร์นันเดซ เด โตรโกนิซ
ผู้จัดการทีมกาเบียร์ กอร์เรฆา
ลีกลาลิกา
2019–20ลาลิกา, อันดับที่ 16
เว็บไซต์เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
ฤดูกาลปัจจุบัน

อาลาเบส นับว่าเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จรั้งท้ายในลีกสูงสุดในภูมิภาคประเทศบาสก์ตามหลังอัตเลติกเดบิลบาโอแห่งบิลบาโอ และเรอัลโซซิเอดัดแห่งซานเซบัสเตียน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรคือการผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่าคัพ ในปี ค.ศ. 2001 ที่ดอร์ทมุนด์ แต่พวกเขาก็แพ้ให้กับลิเวอร์พูลจากอังกฤษไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ ด้วยกฎโกลเดนโกล 5–4 รวมถึงในปี ค.ศ. 2017 ที่ผ่านเข้าไปรอบชิงชนะเลิศ โกปาเดลเรย์ ในฤดูกาล 2016–17 แต่แพ้ให้กับบาร์เซโลน่า ไป 3–1 ที่บิเซนเต กัลเดรอน

อาลาเบสมีสีเสื้อแข่งขันเหย้าเป็นลายขาว-น้ำเงิน ซึ่งเป็นสีที่เป็นอัตลักษณ์ของสโมสร ปัจจุบันพวกเขาใช้สนามเมนดิซอร์โรตซา เป็นสนามเหย้าของทีมซึ่งมีความจุ 19,840 ที่นั่ง[1][2]


ประวัติแก้ไข

สโมสรก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1921 ในนาม สปอร์ตเฟรนด์คลับ ก่อนที่ในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 1921 จะถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นปัจจุบัน[3] อาลาเบส เป็นสโมสรแรกที่เลื่อนชั้นจาก เซกุนดาดิบีซีออน สู่ ลาลิกา ได้สำเร็จ ซึ่งเกิดขึ้นในฤดูกาล 1929–30 ทีมจบลำดับที่ 8 จาก 10 ทีมบนตารางคะแนนในฤดูกาลแรกในลีกสูงสุด ก่อนที่จะตกชั้นในอีก 2 ฤดูกาลถัดมา[4]

ในฤดูกาล 1953–54 สโมสรได้กลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง ภายใต้การคุมทีมของ โรมัน การาตากา และได้ตกชั้นในฤดูกาลถัดมา[3] ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1963 อาลาเบส ตกชั้นสู่ เตร์เซราดิบิซิออน ลีกลำดับที่สามในขณะนั้น ซึ่งได้อยู่ในลีกนี้จนถึงฤดูกาล 1985–86[5] ในฤดูกาล 1969-70 สโมสรตกสู่ระดับลีกลำดับที่สี่ แต่เพียงปีเดียวสโมสรก็สามารถกลับขึ้นมาเล่นในเตร์เซราดิบิซิออน ลีกลำดับที่สามในขณะนั้นได้ อีกครั้ง ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการเลื่อนชั้นกลับเข้าสู่ เซกุนดาดิบิซิออนในฤดูกาล 1973–74 โดยรักษาการอยู่ในลีกนี้ได้เป็นเวลา 9 ปีก่อนที่จะตกชั้นลงสู่ลีกล่างอีกครั้ง ในฤดูกาล 1987–88 อาลาเบส จบลำดับที่ 8 บนตารางคะแนนเตร์เซราดิบิซิออน ซึ่งเป็นลีกอันดับที่สี่ในขณะนั้น นับเป็นการจบอันดับที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรจนถึงปัจจุบัน ก่อนที่ในอีกเจ็ดฤดูกาลถัดมาพวกเขาจะกลับขึ้นมาในเซกุนดาดิบิซิออนได้อีกครั้ง หลังจากคว้าแชมป์กลุ่มของเขาสองปีติดต่อกันใน เซกุนดาดิบิซิออน เบ ฤดูกาล 1992–93 (ลีกลำดับที่สามในขณะนั้นที่เพิ่งก่อตั้งในปี ค.ศ. 1977)

หลังจากพวกเขาชนะเลิศ 1997–98,[6] ก็ทำให้พวกเขาเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด เป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปี โดยในฤดูกาลนี้ อาลาเบส จบลำดับที่ 16 บนตารางคะแนน ซึ่งเก็บแต้มได้มากกว่าทีมที่ต้องเพลย์-ออฟตกชั้นอย่าง เอ็กเตร์มาดูราอินเพียงแต้มเดียว ในฤดูกาลถัดมา อาลาเบส สามารถผ่านเข้าไปลงเล่นในยูฟ่าคัพได้สำเร็จ หลังจากพวกเขาจบอันดับที่หก บนตารางคะแนนลาลิกา โดยเก็บได้ 61 แต้ม โดยในจำนวนนี้พวกเขาสามารถเก็บ 6 แต้มได้จากการบาร์เซโลนา ทั้งเหย้าและเยือน โดยนับเป็นสถิติการจบลำดับที่ดีที่สุดมาจนถึงปัจจุบัน

ในฤดูกาล2000–01 อาลาเบสจบลำดับที่ 10 บนตารางคะแนนลาลิกา และได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศชองฟุตบอลยูฟ่าคัพ หลังจากเอาชนะแอร์สเทอ เอ็ฟเซ ไคเซิร์สเลาเทิร์น ราโยบาเยกาโน และอินเตอร์มิลาน ตามลำดับในรอบแพ้คัดออก[7][8] โดยพวกเขาแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ ให้กับลิเวอร์พูล ด้วยคะแนน 5-4 ในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วยกฎโกลเดนโกล หลังจากเดลฟิ เกลิ โหม่งสกัดลูกฟรีคิกของแกรี แม็กอัลลิสเตอร์ เข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 116[9]

ในฤดูกาลถัดมา อาลาเบส จบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 7 บนตารางคะแนนลาลิกา ทำให้ได้ผ่านเข้าไปลงเล่นในยูฟ่าคัพ ฤดูกาล 2002–03 นับเป็นครั้งที่สองที่ อาลาเบส ได้ลงเล่นในฟุตบอลยุโรป โดยทีมสามารถเอาชนะได้ในรอบแรกกับ อันคารากือจือ ก่อนที่จะแพ้ให้กับเบชิกทัชในรอบที่สอง

ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2003 อาบาเบส ชนะการแข่งขันลาลิกา นัดที่ 100 จากการชนะเรอัลบายาโดลิด 3–1 ที่สนามกีฬาโฆเซซอร์รียา โดยในฤดูกาลนี้พวกเขาต้องตกชั้นลงอีกครั้ง ในเวลานี้ อาลาเบส ถูกซื้อโดยดีมิทรี เพียตร์แมน นักธุรกิจชาวยูเครน - อเมริกัน โดยโค้ชและผู้เล่น[10] รวมถึงแฟนบอล ต่างไม่พอใจกเปนอย่างมาก[11] อาลาเบส ใช้เวลาเพียงปีเดียวก็สามารถกลับมาสู่ตำแหน่งลีกสูงสุดได้ ก่อนที่จะจบอันดับที่ 18 บนลาลิกาทำให้ต้องตกชั้นลง อีกครั่ง โดยตลอดฤดูกาลได้ใช้ผู้จัดการทีมถึง 3 คน เพียตส์แมน ออกจากการดำรงตำแหน่งในปี ค.ศ. 2007 ทำให้สโมสรมีหนี้สินจำนวนมาก อาลาเบส ต้องหนีการตกชั้นจากเซกุนดาดิบิซิออนสองฤดูกาล แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จในฤดูกาล 2008–09

อาลาเบส ต้องลงเล่นอยู่ในเซกุนดาดิบิซิออน เบ เป็นเวลา 4 ฤดูกาล ก่อนที่ โฆเซ อันโตนิโอ เกเรสเอตา จะเข้าซื้อสโมสร[12] และสามารถเลื่อนชั้นได้ในฤดูกาลนี้ หลังจากชนะการเพลย์-ออฟ ต่อเรอัล ฆาเอน หลังจากการเข้ามาสะสางปัญหาทางเศรษฐกิจของ เกเรสเอตา ในอีกสามปีต่อมา ในวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 อาลาเบส ชนะเลิศเซกุนดาดิบิซิออน ทำให้ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังเลกาเนส ทีมลำดับที่สองพ่ายแพ้ต่อนูมันเซีย 2–0 ในวันสุดท้ายของการแข่งขัน

ในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 2016 อาลาเบส ชนะการแข่งขันในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับขึ้นมา โดยเอาชนะแชมป์เก่าอย่างบาร์เซโลนา ด้วยคะแนน 2–1 ที่สนามกัมนอว์[13] ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 อาลาเบส สามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศโกปาเดลเรย์ หลังจากเอาชนะ เซลตาเดบิโก ในรอบรองชนะเลิศ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่สโมสรได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศถ้วยในประเทศ หลังจาก ก่อนหน้านี้ เคยผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศมาแล้วในปี 1998 และ2004 โดยในปี ค.ศ. 2017 นี้พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับบาร์เซโลนา 3–1 ที่บิเซนเต กัลเดรอน[14] โดยในฤดูกาลนี้พวกเขาจบลำดับที่เก้าบนตารางคะแนนลาลิกา จากการชนะ 14 นัด เสมอ 13 นัดและแพ้ 11 นัด[15]

ผู้เล่นแก้ไข

ผู้เล่นชุดปัจจุบันแก้ไข

ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021[16]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
1 GK   เฟร์นันโด ปาเชโฆ (กัปตันที่ 3)
3 DF   รูเบน ดูอาร์เต
4 DF   โรดริโก เอลี
5 DF   วิคตอร์ ลากวาเดีย (รองกัปตัน)
6 DF   ลิซันโดร มากัลยา (ยิมตัวมาจาก อายักซ์)
7 FW   ลูกัส เปเรซ
8 MF   โตมัส ปินา
9 FW   โฆเซลู
10 MF   วิคเตอร์ กามาราซา (ยืมตัวมาจาก เรอัลเบติส)
11 FW   ลุยซ์ ไรโอฆา
12 DF   ราฟา นาวาร์โร
13 GK   โรแบร์โต (ยืมตัวมาจาก เวสต์แฮมยูไนเต็ด)
15 MF   นิกูบอมิง เฟรซา (ยืมตัวมาจาก ไบฟีกา)
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
16 MF   เอ็ดการ์ เม็นเดซ
17 DF   อาเดรียน มาริน
19 MF   มานู การ์เซีย (กัปตัน)
20 MF   เปเร่ ปอนส์
21 DF   มาร์ติน อากีเรกาบิเดีย
23 DF   ซิโม นาวาร์โร
24 FW   โอลิเวอร์ บรูคส์ (ยืมตัวมาจาก เวสต์บรอม)
27 DF   ตะชิ
29 MF   บอฆา แซงส์
31 GK   อริซส์ กัสโต
35 MF   อิสมาเอ กูเตเรียซ (ยืมตัวมาจาก เรอัลเบติส)
MF   ฟากุนโด เปลิสตริ (ยืมตัวมาจาก แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด)[17]

ทีมสำรองแก้ไข

ดูบทความหลักที่: เดปอร์ติโบอาลาเบส เบ

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
27 MF   แซร์ฌี การ์เซีย
28 MF   เปเป บลันโก
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
30 DF   อับดัลลาฮิ มาร์มรูด
39 DF   สเตเพลน ปอล เคลเลน

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัวแก้ไข

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
GK   อันโตนิโอ ซิเวรา (ไป   อัลเมรีอา จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
DF   เอนา กาลิเลอา (ไป   เอเค อิสทรา จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
DF   อาเดรียน เดียเกรซ (ไป   อัลกอร์กอน จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
DF   ซาอุล การ์เซีย (ไป   ราโยบาเยกาโน จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
DF   ราฟา ปาเอซ (ไป   เอเค อิสทรา จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2021)
DF   โอลิเวอร์ เบร์ดอน (ไป   เออูเปน จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
MF   ฆาเบียร์ มูญญอซ (ไป   เตเนริเฟ จนถึง 30 มิถุนายน 2020)
เลข ตำแหน่ง สัญชาติ ผู้เล่น
MF   บูรูกี (ไป   ฮันโนเฟอร์ 96 จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
FW   จอห์น กุยเดตติ (ไป   เรอัลซาราโกซา จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
FW   อังเดร์ซง เอมานูเอล (ไป   ฟูเอนลาบราดา จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
FW   เอร์เมดิน เดมิโรวิช (ไป   ซังคท์ กัลเลิน จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
FW   รามอน มิเอเรซ (ไป   เตเรนิเฟ จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)
FW   แพทริค ทวูมาซิ (ไป   กาซิสอิส จนถึง 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020)

ผลงานแก้ไข

ผลงานในแต่ละฤดูกาลแก้ไข

ฤดูกาล ระดับลีก ลีก อันดับ โกปาเดลเรย์
1929 2 เซกุนดาดิบิซิออน 3 รอบ 16 ทีม
1929/30 2 เซกุนดาดิบิซิออน 1 รอบก่อนรองชนะเลิศ
1930/31 1 ลาลิกา 8 รอบ 16 ทีม
1931/32 1 ลาลิกา 9 รอบก่อนรองชนะเลิศ
1932/33 1 ลาลิกา 10
1933/34 2 เซกุนดาดิบิซิออน 10
1939/40 2 เซกุนดาดิบิซิออน 8 รอบ 16 ทีม
1940/41 3 เตร์เซราดิบิซิออน 1 รอบสอง
1941/42 2 เซกุนดาดิบิซิออน 3
1942/43 2 เซกุนดาดิบิซิออน 8 รอบ 16 ทีม
1943/44 3 เตร์เซราดิบิซิออน 2 รอบห้า
1944/45 3 เตร์เซราดิบิซิออน 3 รอบ 16 ทีม
1945/46 3 เตร์เซราดิบิซิออน 5
1946/47 3 เตร์เซราดิบิซิออน 7
1947/48 3 เตร์เซราดิบิซิออน 10 รอบสาม
1948/49 3 เตร์เซราดิบิซิออน 12 รอบแรก
1949/50 3 เตร์เซราดิบิซิออน 10
1950/51 3 เตร์เซราดิบิซิออน 2
1951/52 2 เซกุนดาดิบิซิออน 9
1952/53 2 เซกุนดาดิบิซิออน 4 รอบ 16 ทีม
1953/54 2 เซกุนดาดิบิซิออน 1 รอบ 16 ทีม
1954/55 1 ลาลิกา 10 รอบ 16 ทีม
1955/56 1 ลาลิกา 14
ฤดูกาล ระดับลีก ลีก อันดับ โกปาเดลเรย์
1956/57 2 เซกุนดาดิบิซิออน 5
1957/58 2 เซกุนดาดิบิซิออน 7
1958/59 2 เซกุนดาดิบิซิออน 13 รอบแรก
1959/60 2 เซกุนดาดิบิซิออน 13 รรอบแรก
1960/61 3 เตร์เซราดิบิซิออน 1
1961/62 2 เซกุนดาดิบิซิออน 4 รอบ 16 ทีม
1962/63 2 เซกุนดาดิบิซิออน 8 รอบ 16 ทีม
1963/64 2 เซกุนดาดิบิซิออน 16 รอบ 16 ทีม
1964/65 3 เตร์เซราดิบิซิออน 1
1965/66 3 เตร์เซราดิบิซิออน 3
1966/67 3 เตร์เซราดิบิซิออน 7
1967/68 3 เตร์เซราดิบิซิออน 1
1968/69 2 เซกุนดาดิบิซิออน 14
1969/70 3 เตร์เซราดิบิซิออน 9 รอบแรก
1970/71 4 ดิบิซิออน เรฆิออนาเรส 1
1971/72 3 เตร์เซราดิบิซิออน 7 รอบแรก
1972/73 3 เตร์เซราดิบิซิออน 3 รอบสอง
1973/74 3 เตร์เซราดิบิซิออน 1 รอบสอง
1974/75 2 เซกุนดาดิบิซิออน 16 รอบสาม
1975/76 2 เซกุนดาดิบิซิออน 15 รอบสอง
1976/77 2 เซกุนดาดิบิซิออน 8 รอบสอง
1977/78 2 เซกุนดาดิบิซิออน 11 รอบก่อนรองชนะเลิศ
1978/79 2 เซกุนดาดิบิซิออน 9 รอบก่อนรองชนะเลิศ
ฤดูกาล ระดับลีก ลีก อันดับ โกปาเดลเรย์
1979/80 2 เซกุนดาดิบิซิออน 9 รอบ 16 ทีม
1980/81 2 เซกุนดาดิบิซิออน 8 รอบ 16 ทีม
1981/82 2 เซกุนดาดิบิซิออน 17 รอบสาม
1982/83 2 เซกุนดาดิบิซิออน 17
1983/84 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 3 รอบสอง
1984/85 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 3 รอบสาม
1985/86 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 5 รอบสอง
1986/87 4 เตร์เซราดิบิซิออน 7 รอบแรก
1987/88 4 เตร์เซราดิบิซิออน 8
1988/89 4 เตร์เซราดิบิซิออน 2
1989/90 4 เตร์เซราดิบิซิออน 1
1990/91 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 2 รอบสอง
1991/92 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 4 รอบสาม
1992/93 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 1 รอบสาม
1993/94 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 1 รอบสาม
1994/95 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 1 รอบแรก
1995/96 2 เซกุนดาดิบิซิออน 7 รอบสอง
1996/97 2 เซกุนดาดิบิซิออน 13 รอบสอง
1997/98 2 เซกุนดาดิบิซิออน 1 รองรองชนะเลิศ
1998/99 1 ลาลิกา 16 รอบสาม
1999/00 1 ลาลิกา 6 รอบ 16 ทีม
ฤดูกาล ระดับลีก ลีก อันดับ โกปาเดลเรย์
2000/01 1 ลาลิกา 10 รอบ 32 ทีม
2001/02 1 ลาลิกา 7 รอบ 16 ทีม
2002/03 1 ลาลิกา 19 รอบ 16 ทีม
2003/04 2 เซกุนดาดิบิซิออน 4 รอบรองชนะเลิศ
2004/05 2 เซกุนดาดิบิซิออน 3 รอบ 32 ทีม
2005/06 1 ลาลิกา 18 รอบสาม
2006/07 2 เซกุนดาดิบิซิออน 17 รอบ 16 ทีม
2007/08 2 เซกุนดาดิบิซิออน 17 รอบสาม
2008/09 2 เซกุนดาดิบิซิออน 19 รอบสอง
2009/10 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 5 รอบแรก
2010/11 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 3 รอบแรก
2011/12 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 6 รอบสาม
2012/13 3 เซกุนดาดิบิซิออน เบ 1 รอบ 16 ทีม
2013/14 2 เซกุนดาดิบิซิออน 18 รอบสาม
2014/15 2 เซกุนดาดิบิซิออน 13 รอบ 32 ทีม
2015/16 2 เซกุนดาดิบิซิออน รอบสาม
2016–17 1 ลาลิกา 9 รองชนะเลิศ
2017–18 1 ลาลิกา 14 รอบก่อนรองชนะเลิศ
2018–19 1 ลาลิกา 11 รอบ 32 ทีม
2019–20 1 ลาลิกา รอบแรก

เกียรติประวัติแก้ไข

ชนะเลิศ (4): 1929–30, 1953–54, 1997–98, 2015–16
ชนะเลิศ (4): 1992–93,[b] 1993–94,[c] 1994–95,[d] 2012–13[e]
ชนะเลิศ (5):[f] 1940–41,[g] 1960–61,[h] 1964–65,[i] 1967–68,[j] 1973–74[k]
ชนะเลิศ:[l] 1989–90[m]
  • ฟุตบอลลีกภูมิภาค[18]
บิสเกแชมเปียนชิป: 1929–30
จิปุสโกแชมเปียนชิป: 1938–39
ชนะเลิศ: 1945–46
รองชนะเลิศ: 2016–17
รองชนะเลิศ: 2000–01

หมายเหตุแก้ไข

  1. ลีกลำดับที่สาม
  2. ไมเลื่อนชั้นเนื่องจากแพ้การ เพลย์-ออฟ
  3. ไมเลื่อนชั้นเนื่องจากแพ้การ เพลย์-ออฟ
  4. เลื่อนชั้น หลังจากชนะการเพลย์-ออฟ
  5. เลื่อนชั้นหลังจากชนะการ เพลย์-ออฟ และเป็นแชมป์ของลีกจากการมีคะแนนสูงสุดเมื่อรวมทั้ง 4 ลีก
  6. ลีกลำดับที่สาม
  7. เลื่อนชั้นหลังจากชนะการ เพลย์-ออฟ
  8. เลื่อนชั้นหลังจากชนะการ เพลย์-ออฟ
  9. ไมเลื่อนชั้นเนื่องจากแพ้การ เพลย์-ออฟ
  10. เลื่อนชั้นหลังจากชนะการ เพลย์-ออฟ
  11. เลื่อนชั้นโดยตรงโดยไม่ผ่านรอบเพลย์-ออฟ
  12. ลีกลำดับที่สี่
  13. เลื่อนชั้นโดยตรงโดยไม่ผ่านรอบเพลย์-ออฟ

อ้างอิงแก้ไข

  1. Mendizorrotza Stadium Archived 27 November 2013 at the Wayback Machine.
  2. Depor, Redacción (2019-11-30). "¡Grítalo merengue! Real Madrid ganó 2–1 al Alavés por LaLiga Santander". Depor (ภาษาสเปน). สืบค้นเมื่อ 2020-01-24.
  3. 3.0 3.1 "La historia del Club | Alavés – Web Oficial". La historia del Club | Alavés – Web Oficial (ภาษาสเปน). สืบค้นเมื่อ 2019-11-20.
  4. "Primera División, Temporada 1930/1931 – laliga, liga santander, la liga santander, campeonato nacional de liga de primera división, liga española". www.resultados-futbol.com. สืบค้นเมื่อ 2019-11-20.
  5. "Historia del Deportivo Alavés". Alaves – El Correo (ภาษาสเปน). สืบค้นเมื่อ 2020-01-24.
  6. "Deportivo Alavés, S.A.D. :: La Futbolteca. Enciclopedia del Fútbol Español" (ภาษาสเปน). สืบค้นเมื่อ 2020-01-24.
  7. "El Alavés incendia San Siro" [Alavés set fire to San Siro] (ภาษาสเปน). El País. 23 February 2001. สืบค้นเมื่อ 24 February 2019.
  8. Robert O'Connor (18 May 2016). "What the heck happened to Alaves after 2001?". FourFourTwo. สืบค้นเมื่อ 24 February 2019.
  9. The greatest matches of all time; The Daily Telegraph, 4 July 2007
  10. Carreras denuncia el "trato vejatorio" de Piterman (Carreras denounces "vexatious treatment" by Piterman); 20 Minutos, 16 February 2006 (ในภาษาสเปน)
  11. Dimitri Piterman llama "subnormales" a los aficionados del Alavés (Dimitri Piterman calls Alavés' fans "morons"); 20 Minutos, 22 February 2006 (ในภาษาสเปน)
  12. "Querejeta compra las acciones del Alavés que tenía la familia Ortiz de Zárate" [Querejeta bought Alavés' shares that the Ortiz de Zárate family held] (ภาษาSpanish). El Correo. 29 July 2013. สืบค้นเมื่อ 26 February 2017.CS1 maint: unrecognized language (link)
  13. "Glorioso Matagigantes" [Glorious Giantkillers] (ภาษาSpanish). Marca. 10 September 2016. สืบค้นเมื่อ 21 September 2017.CS1 maint: unrecognized language (link)
  14. "Barcelona 3–1 Alavés". BBC Sport. 27 May 2017. สืบค้นเมื่อ 21 September 2017.
  15. "Primera División, Temporada 2016/2017 – laliga, liga santander, la liga santander, campeonato nacional de liga de primera división, liga española". www.resultados-futbol.com. สืบค้นเมื่อ 2019-11-20.
  16. "Plantilla Deportivo Alavés SAD – Alavés – Web Oficial". Plantilla Deportivo Alavés SAD – Alavés – Web Oficial. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 16 February 2017. สืบค้นเมื่อ 11 July 2017.
  17. Ganley, Joe (31 January 2021). "Facundo Pellistri joins Alaves on loan". ManUtd.com. Manchester United. สืบค้นเมื่อ 31 January 2021.
  18. "Spain – List of Champions of Norte". RSSSF. 21 January 2000. สืบค้นเมื่อ 5 March 2018.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข