เจ้าสุริวงศ์ สว่าง

(เปลี่ยนทางจาก เจ้าสุลิวงศ์ สว่าง)

เจ้าสุลิวงศ์ สว่าง (ลาว: ເຈົ້າສຸລິວົງ ສະຫວ່າງ ; ประสูติ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2506) เป็นพระราชนัดดาใน พระบาทสมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา เจ้ามหาชีวิตองค์สุดท้ายแห่งพระราชอาณาจักรลาว ทรงเป็นผู้อ้างสิทธิในพระราชบัลลังก์ลาว ปัจจุบันประทับในฐานะผู้ลี้ภัย ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส[1]

เจ้าสุลิวงศ์ สว่าง
Soulivong.jpg
พระนามเต็มเสด็จเจ้าสุลิวงศ์ สว่าง
พระอิสริยยศองค์สมเด็จเจ้าราชนัดดา
ฐานันดรผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์ลาว
ราชวงศ์ราชวงศ์ล้านช้างหลวงพระบาง
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ8 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 (58 พรรษา)
พระราชวังหลวงพระบาง พระนครหลวงพระบาง ประเทศลาว
พระราชบิดาสมเด็จเจ้าฟ้าชายวงศ์สว่าง องค์มกุฎราชกุมาร
พระราชมารดาสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงมณีไลย องค์มกุฎราชกุมารี
พระวรชายาเจ้าจันทร์ศุกร์ สุขธารา

ในปัจจุบันนั้นพระองค์ได้ทรงดำรงตำแหน่งพระประมุข (เจ้ามหาชีวิต) แห่งรัฐบาลพระราชอาณาจักรลาวพลัดถิ่นทำให้สถานะของพระองค์ได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสังคมชาวลาวว่าพระองค์ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ลงมาเล่นการเมืองอย่างเต็มตัว

พระประวัติแก้ไข

เจ้าสุลิวงศ์ สว่าง ประสูติ ณ พระราชวังหลวงในเมืองหลวงพระบาง เป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้าชายวงศ์สว่าง องค์มกุฎราชกุมารกับสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงมณีไลย องค์มกุฎราชกุมารี หลังจากการปฏิวัติของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ มีการสถาปนารัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ทรงถูกนำไปยังค่ายสัมมนา แต่เจ้าสุลิวงศ์ สว่างทรงสามารถหลบหนีออกมาได้พร้อมกับพระอนุชา เจ้าธัญวงศ์ สว่าง ในปี พ.ศ. 2524 แล้วจึงเสด็จลี้ภัยไปยังกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

การศึกษาแก้ไข

เจ้าสุลิวงศ์ สว่างทรงเข้าศึกษาต่อด้านนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลร์มองต์-เฟร์รองด์

ด้านการเมืองแก้ไข

บทบาทพระประมุขแห่งรัฐบาลราชอาณาจักรลาวพลัดถิ่นแก้ไข

พระองค์ได้ทรงเป็นพระประมุขแห่งรัฐบาลพระราชอาณาจักรลาวพลัดถิ่นโดยทรงประทับอยู่ที่คฤหาสน์หรูส่วนที่ประเทศฝรั่งเศสซึ่งพระองค์ใช้ประทับเสมือนแทนพระราชวังที่นครหลวงพระบาง

ส่วนในด้านรายจ่ายส่วนพระองค์นั้นในระยะแรกแรกเริ่มของการที่พระองค์ลี้ภัยมาพำนักที่ฝรั่งเศส รัฐบาลฝรั่งเศสได้เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนพระองค์ แต่ต่อมาภายหลังนั้นทางราชวงศ์ลาวได้จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่อง ทางฝรั่งเศสจึงลดเงินสนับสนุนรายจ่ายของพระองค์ลง ดังนั้นพระองค์จึงทรงหันไปประกอบอาชีพเพื่อหารายได้ส่วนพระองค์และอีกส่วนมาจากเงินบริจาคของชาวลาวโพ้นทะเลที่มีจิตศรัทธาในระบอบกษัตริย์

การก่อการร้ายที่ด่านวังเตาแก้ไข

รัฐบาลราชอาณาจักรลาวพลัดถิ่นได้มีก่อการร้ายเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองของสปป.ลาวและฟื้นฟูระบอบกษัตริย์โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลพระราชอาณาจักรลาวพลัดถิ่นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เจ้าสุลิวงศ์ สว่างได้ทรงแต่งตั้งให้ ท้าวสีสุก ไชยแสง เป็นหัวหน้ากลุ่มขบวนการต่อต้านรัฐบาลสปป.ลาว ได้นำกำลังติดอาวุธบุกยึดด่านวังเตา เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก ประเทศลาว เมื่อเช้ามืดวันที่ 3 กรกฎาคม 2543 ในภารกิจดังกล่าวได้มีการจับชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเป็นตัวประกันไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อต่อรองกับกองทัพประชาชนลาว ถือเป็นการก่อการร้ายข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ[2]

หมายเหตุแก้ไข

ในพระราชสำนักลาว มีการเรียกพระนามของพระองค์ว่า สมเด็จเจ้าฟ้าชายสุริวงศ์ สว่าง[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "'สุริวงศ์ สว่าง' รัชทายาทไร้บัลลังก์เพรียกหาประชาธิปไตยในฝัน!". สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ในเนชั่นสุดสัปดาห์. สืบค้นเมื่อ 2010-11-03.
  2. "ย้อนรอยขบวนการกู้ชาติลาว..."ท้าวอนุวงศ์" หนุน ขตล.บุกยึดด่านวังเตาปี 43". ผู้จัดการออนไลน์ MGR Online. 25 มกราคม 2549. สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2563. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)