เจ้าชายแบร์นฮาร์ทแห่งลิพเพอ-บีสเทอร์เฟ็ลท์

เจ้าชายแบร์นฮาร์ทแห่งลิพเพอ-บีสเทอร์เฟ็ลท์ (29 มิถุนายน ค.ศ. 1911 - 1 ธันวาคม ค.ศ. 2004) ต่อมาคือ เจ้าชายแบร์นฮาร์ทแห่งเนเธอร์แลนด์ เป็นพระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถยูเลียนาแห่งเนเธอร์แลนด์ และเป็นพระราชบิดาของพระธิดา 4 พระองค์ รวมทั้งอดีตสมเด็จพระราชินีนาถแห่งเนเธอร์แลนด์ เจ้าหญิงเบียทริกซ์

เจ้าชายแบร์นฮาร์ท
Bernhard of Lippe-Biesterfeld 1976.jpg
เจ้าชายพระราชสวามีแห่งเนเธอร์แลนด์
ระหว่าง6 กันยายน 1948 - 30 เมษายน 1980
ก่อนหน้าเฮนดริกแห่งเม็คเล็นบูร์ก-ชเวริน
ถัดไปเคลาส์ ฟ็อน อัมส์แบร์ก
คู่อภิเษกสมเด็จพระราชินีนาถยูเลียนาแห่งเนเธอร์แลนด์
พระนามเต็ม
แบร์นฮาร์ท เลออปอล ฟรีดริช อีบาร์ฮาร์ท ยูเลียส เคิร์ท คาร์ล ก็อทฟรีท เพเทอร์
พระบุตร
ราชวงศ์ลิพเพอ
พระบิดาเจ้าชายแบร์นฮาร์ทแห่งลิพเพอ
พระมารดาอาร์มการ์ด ฟอน แครม
ประสูติ29 มิถุนายน ค.ศ. 1911(1911-06-29)
เยนา ซัคเซิน-ไวมาร์-ไอเซนัค จักรวรรดิเยอรมัน
สิ้นพระชนม์1 ธันวาคม ค.ศ. 2004 (93 ปี)
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยยูเทรกต์ ยูเทรกต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์
ฝังพระศพ11 ธันวาคม ค.ศ. 2004
โบสถ์นีเวอแคร์ก เดลฟท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์
ศาสนา
อาชีพนายทหาร นักบิน นักอนุรักษ์ ผู้อำนวยการในองค์กรไม่แสวงหากำไร
ลายพระอภิไธย

พระประวัติแก้ไข

เจ้าชายแบร์นฮาร์ทเป็นพระโอรสในเจ้าชายแบร์นฮาร์ทแห่งลิพเพอกับอาร์มการ์ด ฟอน แครม ประสูติเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1911 ทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์ลิพเพอ

อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงยูเลียนาแห่งเนเธอร์แลนด์เมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1936 มีพระธิดา 4 พระองค์คือ

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีพระบุตรนอกสมรสอีก 2 คน ซึ่งเป็นพระธิดาทั้งสิ้น นั้นคือ

  1. อลิเชีย เดอ บีสเตอร์เฟลด์
  2. อเล็กเซีย กรินดา

เจ้าชายแบร์นฮาร์ทสิ้นพระชนม์ลงด้วยพระโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2004 พระบรมศพได้รับการฝังที่เมืองเดลฟท์

พระยศทางทหารแก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ในเนเธอร์แลนด์แก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ในราชอาณาจักรไทยแก้ไข

ก่อนหน้า เจ้าชายแบร์นฮาร์ทแห่งลิพเพอ-บีสเทอร์เฟ็ลท์ ถัดไป
ดยุคเฮนริก    
เจ้าชายพระราชสวามีแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
(4 กันยายน ค.ศ. 1948 - 30 เมษายน ค.ศ. 1980)
  เจ้าชายเคลาส์แห่งเนเธอร์แลนด์

อ้างอิงแก้ไข

  1. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๒, ตอน ๑๑๓ ง, ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๘, หน้า ๓๒๖๓