เจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่

อำมาตย์ตรี เจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่ (28 พฤษภาคม พ.ศ. 2440 − 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2510) อดีตนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (2504−2508) และเป็นบิดาของเจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่

เจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่
Kawilawong and Siriprakay.jpg
เจ้ากาวิละวงศ์ (ขวา) ถ่ายคู่กับเจ้าศิริประกาย (ซ้าย)
เกิด28 พฤษภาคม พ.ศ. 2440
คุ้มเจ้าราชวงศ์ จังหวัดเชียงใหม่
เสียชีวิต30 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 (70 ปี)
คู่สมรสเจ้าศิริประกาย ณ เชียงใหม่
คุณหญิงถนิม ณ เชียงใหม่
บุตรเจ้าพงษ์กาวิล ณ เชียงใหม่
เจ้าศิริกาวิล สิงหรา ณ อยุธยา
เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่
บิดามารดาเจ้าราชวงศ์ (ชมชื่น ณ เชียงใหม่)
เจ้ากรรณนิกา ณ เชียงใหม่

ประวัติแก้ไข

เจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่เป็นบุตรของเจ้าราชวงศ์ (ชมชื่น ณ เชียงใหม่) กับเจ้ากรรณนิกา ณ เชียงใหม่ เมื่อครั้นเจ้าอุบลวรรณาผู้เป็นเจ้ายายเสียชีวิต เจ้ากาวิละวงศ์จึงได้ย้ายไปอยู่กับเจ้าดารารัศมี พระราชชายา พร้อมกับเจ้าเรณุวรรณา ณ เชียงใหม่ ที่เป็นเจ้าพี่ และเจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่ ธิดาเจ้าราชวงศ์ (เลาแก้ว ณ เชียงใหม่)[1]

เจ้ากาวิละวงศ์ได้รับการเลี้ยงดูจากเจ้าดารารัศมี พระราชชายา และถูกส่งไปศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศสพร้อมกับเจ้าลดาคำ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานทุน[1] เมื่อสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมรถไฟ จาก École nationale des ponts et chaussées ประเทศฝรั่งเศส[2] จึงกลับมายังประเทศไทย และได้สมรสกับเจ้าศิริประกาย ณ เชียงใหม่ มีบุตร 3 คน คือ[3]

  1. เจ้าพงษ์กาวิล ณ เชียงใหม่ สมรสกับงามวิไล (สกุลเดิม: สุกัณศีล) และสมรสอีกครั้งกับบุญประกอบ (สกุลเดิม: ส่วยสุวรรณ)
  2. เจ้าศิริกาวิล สิงหรา ณ อยุธยา
  3. เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่ สมรสและหย่ากับพลตำรวจโท ทิพย์ อัศวรักษ์ มีบุตรหนึ่งคน

หลังเจ้าศิริประกายเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้สมรสอีกครั้งกับคุณหญิงถนิม ณ เชียงใหม่ (สกุลเดิม: นาวานุเคราะห์) แต่ไม่มีบุตรธิดาด้วยกัน

เจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2510

การทำงานแก้ไข

เจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่ เข้ารับราชการเป็นนายช่าง สังกัดกรมรถไฟ[2] และมีส่วนร่วมในการสร้างสะพานพระราม 6 เมื่อปี พ.ศ. 2469 ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นพิเศษ ในพิธีเปิดสะพานในครั้งนั้นด้วย

ในสมัยที่เจ้ากาวิละวงศ์รับราชการในสังกัดกรมทางหลวง ดำรงตำแหน่งนายช่างกำกับการภาคอิสาณ ท่านได้เป็นผู้ออกแบบและอำนวยการก่อสร้างสะพานข้ามลำโดมน้อยในทางหลวงแผ่นดินสายวารินชำราบ-ช่องเม็ก (ปัจจุบันคือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 217 ถนนสถิตนิมานการ) จนสำเร็จ รัฐบาลไทยจึงประกาศให้ขนานนามสะพานนี้ว่า "สะพานกาวิละวงศ์" เมื่อ พ.ศ. 2493 เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน[4] สะพานแห่งนี้ทำเป็นรูปสะพานโค้ง ถือเป็นสะพานที่สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่มีเสากลางเป็นแห่งแรกของจังหวัดอุบลราชธานี นับว่าเป็นของแปลกใหม่สำหรับชาวจังหวัดอุบลราชธานีในยุคนั้น[5]

เจ้ากาวิละวงศ์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับหม่อมราชวงศ์จักรทอง ทองใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2502[6] และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ในระหว่างปี พ.ศ. 2504 ถึงปี พ.ศ. 2508

เจ้ากาวิละวงศ์เคยเป็นผู้จัดการตลาดวโรรส ในยุคที่เป็นตลาดของตระกูล ณ เชียงใหม่[7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ในประเทศแก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศแก้ไข

ลำดับสาแหรกแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 หนานอินแปง. พระราชชายา เจ้าดารารัศมี. กรุงเทพฯ : บางกอกบุ๊ค, 2546
  2. 2.0 2.1 สายลับ พ.27 บทที่ 19
  3. รายพระนาม นาม เหล่าพระประยูรญาติ และเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ
  4. ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ตั้งชื่อทางหลวงแผ่นดินและสะพานขนาดใหญ่. เล่ม ๖๗, ตอน ๖๗ ง, ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๓, หน้า ๖๓๗๗.
  5. ภาพเก่าเล่าเรื่อง..เมืองอุบลราชธานี โดย งานข้อมูลท้องถิ่น สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (26 ตุลาคม 2558). "สะพานโดม". สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2563.
  6. สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
  7. เบญจวรรณ บุญโทแสง. พัฒนาการการปรับตัวทางการเมืองของกลุ่มอำนาจท้องถิ่นภายหลังการผนวกดินแดนของสยาม (พ.ศ. 2442-2547): กรณีศึกษาตระกูล ณ เชียงใหม่. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2550
  8. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๘ หน้า ๓๙๙๘ วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๔๗๔