เปิดเมนูหลัก

เจียง ชิง (จีน: 江青; พินอิน: Jiāng Qīng; 19 มีนาคม ค.ศ. 1914 – 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1991) เป็นนักแสดงหญิงชาวจีน ใช้ชื่อในการแสดงว่า หลาน ผิง (藍蘋) มีบทบาทสำคัญทางการเมืองในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมระหว่าง ค.ศ. 1966–1976 ฐานะที่เป็นภริยาคนที่สี่ของเหมา เจ๋อตง (毛泽东) ผู้เป็นประธานกรรมการกลางพรรคสังคมนิยมจีน (中国共产党中央委员会主席) และผู้นำสูงสุด (最高領導人) ของประเทศจีน

เจียง ชิง
江青
ใน ค.ศ. 1976
คู่สมรสผู้นำสูงสุดจีน
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 – 9 กันยายน ค.ศ. 1976
ผู้นำ เหมา เจ๋อตง
ถัดไป หาน จือจฺวิ้น (韩芝俊)
คู่สมรสประธานาธิบดีจีน
ดำรงตำแหน่ง
27 กันยายน ค.ศ. 1954 – 27 เมษายน ค.ศ. 1959
ประธานาธิบดี เหมา เจ๋อตง
ถัดไป หวัง กวางเหม่ย์ (王光美)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด หลี่ ชูเหมิง (李淑蒙)
19 มีนาคม ค.ศ. 1914
จูเฉิง, ชานตง, สาธารณรัฐจีน
เสียชีวิต 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 (77 ปี)
เป่ย์จิง, สาธารณรัฐประชาชนจีน
พรรคการเมือง พรรคสังคมนิยมจีน
คู่สมรส เหมา เจ๋อตง
บุตร หลี่ น่า (李訥)
โทษทางอาญา ประหารชีวิตโดยรอการลงโทษ, ภายหลังลดเป็นจำคุกตลอดชีวิต

เธอออกจากอาชีพนักแสดงเมื่อ ค.ศ. 1938 เพื่อสมรสกับเหมา เจ๋อตง ในเดือนพฤศจิกายน ปีนั้น ที่หยานอาน (延安) จึงได้เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนแรกของประเทศ เธอมีบทบาทสำคัญมากในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม และในการสร้างพันธมิตรทางการเมืองหัวรุนแรงที่เรียกว่า "กลุ่มสี่คน" (四人帮) หรือ "แก๊งออฟโฟร์" (Gang of Four)

เมื่อสมรสกับเหมา เจ๋อตง แล้ว เธอทำหน้าที่เป็นเลขานุการส่วนตัวของเขาในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1940 และเป็นหัวหน้ากองภาพยนตร์ในกรมประชาสัมพันธ์ของพรรคสังคมนิยมในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1950 เธอยังเป็นตัวแทนคนสำคัญของเหมา เจ๋อตง ในช่วงต้นปฏิวัติวัฒนธรรม ต่อมาใน ค.ศ. 1966 เธอได้เป็นรองหัวหน้ากลุ่มปฏิวัติวัฒนธรรมส่วนกลาง (中央文革小组) ของพรรคสังคมนิยม แล้วร่วมมือกับนายพลหลิน เปียว (林彪) ส่งเสริมคตินิยมของเหมา เจ๋อตง และช่วยกันโหมประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบารมีของเหมา เจ๋อตง เธอมีอิทธิพลมากในวงราชการช่วงที่การปฏิวัติวัฒนธรรมมาถึงขีดสุด โดยเฉพาะในด้านศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังมีการโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับเธอทำนองเดียวกับสามี ทำให้ใน ค.ศ. 1969 เธอได้ตำแหน่งในสภาปกครองส่วนกลาง (中央政治局) ของพรรคสังคมนิยม

ก่อนเหมา เจ๋อตง เสียชีวิตใน ค.ศ. 1976 กลุ่มสี่คนของเธอมีอำนาจมาก ควบคุมสถาบันการเมืองหลายแห่งของจีน รวมถึงหน่วยงานสื่อและประชาสัมพันธ์ แต่เธอมักผิดใจกับผู้บริหารระดับสูงของพรรคสังคมนิยมเวลาที่อ้างว่าตนเองได้รับความชอบธรรมทางการเมืองในฐานะภริยาของเหมา เจ๋อตง ครั้นเหมา เจ๋อตง สิ้นใจแล้ว ความรุ่งเรืองทางการเมืองของเธอก็สิ้นสุดตามไปด้วย ผู้สืบทอดตำแหน่งของเหมา เจ๋อตง คือ หฺวา กั๋วเฟิง (华国锋) สั่งจับกุมเธอไปไต่สวนเหตุที่สร้างความเสื่อมเสียมากมายแก่ประเทศอันเนื่องมาจากการปฏิวัติวัฒนธรรม[1] เดิมที เธอถูกพิพากษาประหารชีวิต แต่มีการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิตใน ค.ศ. 1983 และเมื่อเธอได้รับการปล่อยออกจากคุกไปรักษาพยาบาล เธอก็แขวนคอตายในห้องน้ำของโรงพยาบาลเมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1991[2][3]

อ้างอิงแก้ไข

  1. A Great Trial in Chinese History — the Trial of the Lin Biao and Jiang Qing Counter-Revolutionary Cliques, Beijing/Oxford: New World Press/Pergamon Press, 1981, p. title, ISBN 0-08-027918-X
  2. Stefan R. Landsberger (2008). Madame Mao: Sharing Power with the Chairman.
  3. Kristof, Nicholas D. (1991-06-05). "New York Times". Nytimes.com. สืบค้นเมื่อ 2012-12-13.