อุบัติการณ์ 28 กุมภาพันธ์

อุบัติการณ์ 28 กุมภาพันธ์ หรือ การสังหารหมู่ 28 กุมภาพันธ์ ยังเป็นที่รู้จักกันคือ อุบัติการณ์ 228 (หรือ2/28) (จีน: 二二八事件; พินอิน: Èr’èrbā shìjiàn) เป็นการก่อกำเริบต่อต้านรัฐบาลในไต้หวันที่ถูกปราบปรามอย่างรุนแรงโดยรัฐบาลสาธารณรัฐจีนภายใต้การนำของพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งได้ทำการสังหารพลเรือนนับพัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1947 จำนวนชาวไต้หวันที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้และการสังหารหมู่ที่มีการคาดการประมาณว่าอยู่ระหว่าง 5,000 ถึง 28,000 คน[1][2] การสังหารหมู่ครั้งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ"ความน่าสะพรึงสีขาว"(White Terror) ซึ่งมีชาวไต้หวันจำนวนอีกนับหมื่นคนได้หายตัวไป เสียชีวิต หรือไม่ก็ถูกจำคุก อุบัติการณ์นี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของไต้หวันและเป็นแรงผลักดันที่สำคัญสำหรับขบวนการเรียกร้องเอกราชไต้หวัน[3]

อุบัติการณ์ 28 กุมภาพันธ์
228 Incident h.jpg
ประชาชนชุมนุมประท้วงหน้าสำนักผูกขาดยาสูบเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1947
วันที่28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1947 (1947-02-28)
สถานที่ประเทศไต้หวัน
สาเหตุการกดขี่และก่อพฤติกรรมที่เสียหายบ่อยครั้งของก๊กมินตั๋ง
ผลลัพธ์รัฐบาลได้ประกาศใช้กฏอัยการศึก กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความน่าสะพรึงสีขาว
เสียชีวิต5,000–28,000 คน

ในปี ค.ศ. 1945 ภายหลังจากการยอมจำนนของญี่ปุ่นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ส่งมอบการควบคุมบริหารปกครองเกาะไต้หวันให้แก่สาธารณรัฐจีน(ROC) เป็นอันสิ้นสุดลงในช่วง 50 ปี ของการปกครองอาณานิคมของญี่ปุ่น ประชาชนในท้องถิ่นเริ่มรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเจ้าหน้าที่พรรคก๊กมินตั๋งต่างมีพฤติกรรมที่ชอบกดขี่ข่มเหงและคอรัปชั่นอยู่บ่อยๆ รวมทั้งยึดทรัพย์สินส่วนบุคคลมาเป็นของตัวเองตามอำเภอใจ การจัดการทางเศรษฐกิจที่ไม่ดี และกีดกันไม่ให้มีส่วนร่วมทางการเมือง จุดชนวนได้มาถึงเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1947 ในกรุงไทเป เมื่อตัวแทนของสำนักการผูกขาดของรัฐได้ทำร้ายหญิงม่ายชาวไต้หวันคนหนึ่งที่ต้องสงสัยว่าทำการค้าขายบุหรี่เถื่อน ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้ยิงเข้าไปที่คนหนึ่งที่อยู่ในฝูงชนที่ยืนดูด้วยความโกรธแค้น ซึ่งคนๆ นั้นได้เสียชีวิตลงในวันรุ่งขึ้น[4] ต่อมาทหารได้ยิงใส่ผู้ชุมนุมในวันรุ่งขึ้น ภายหลังจากสถานีวิทยุได้ถูกยึดและข่าวการประท้วงได้ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วทั้งเกาะ ในขณะที่การก่อการกำเริบกำลังลุกลาม เฉิน ยี่ ผู้ว่าการที่ได้รับการแต่งตั้งจากพรรคก๊กมินตั๋งได้เรียกการเสริมกำลังทางทหารเข้ามา และการก่อการกำเริบได้ถูกปราบปรามอย่างรุนแรงโดยกองทัพปฏิวัติแห่งชาติจีน หลังจากนั้นเป็นเวลา 38 ปี เกาะได้ถูกประกาศให้อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกในช่วงเวลาที่เป็นที่รู้จักกันคือ ความน่าสะพรึงสีขาว[5]

ในช่วงความน่าสะพรึงสีขาว พรรคก๊กมินตั๋งได้รับรู้ถึงความไม่เห็นด้วยทางการเมืองและเหตุกาณ์ดังกล่าวได้ถือว่าเป็นเรื่องต้องห้ามเกินกว่าที่จะพูดคุยถกเถียงกันได้ ประธานาธิบดี หลี่ เติงฮุย กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ในวันครบรอบปีในปี ค.ศ. 1995 เหตุกาณ์ในปัจจุบันได้ออกมาพูดคุยอย่างเปิดเผยและรายละเอียดของเหตุกาณ์ได้กลายเป็นหัวข้อของการสืบสวนของรัฐบาลและนักวิชาการ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ของทุกปีได้กลายเป็นวันหยุดราชการอย่างเป็นทางการที่ถูกเรียกว่า วันอนุสรณ์รำลึกสันติภาพ ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐได้รวมตัวกันกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เพื่อส่งเสียงระฆังที่รำลึกในความทรงจำของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ อนุสาวรีย์และสวนสาธารณะอนุสรณ์ที่รำลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของ 2/28 ถูกสร้างขึ้นในหลายๆ เมืองของไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสวนสาธารณะในกรุงไทเปที่มีชื่อว่า นิวพาร์คไทเป ได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สวนสาธารณะอนุสรณ์สันติภาพ 228 และพิพิธภัณฑ์รำลึก 228 แห่งชาติ เปิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เกาสฺยงยังมีการจัดแสดงอย่างถาวรโดยมีการกล่าวอย่างละเอียดถึงเหตุการณ์ 228 ในเกาสฺยง[6][7] ในปี ค.ศ. 2019 คณะกรรมการยุติธรรมในช่วงที่ผ่านมาได้ประกาศนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในช่วงหลังที่ตามมา[8]

อ้างอิงแก้ไข

  1. Forsythe, Michael (July 14, 2015). "Taiwan Turns Light on 1947 Slaughter by Chiang Kai-shek's Troops". The New York Times. Archived from the original on 27 October 2018. To somber cello music that evokes “Schindler’s List,” displays memorialize the lives lost, including much of the island’s elite: painters, lawyers, professors and doctors. In 1992, an official commission estimated that 18,000 to 28,000 people had been killed.
  2. KRISTOF, NICHOLAS D. (1992-04-03). "Taipei Journal; The Horror of 2-28: Taiwan Rips Open the Past - The New York Times". nytimes.com. Archived from the original on 2018-12-13. สืบค้นเมื่อ 2020-03-01.
  3. Fleischauer, Stefan (November 1, 2007). "The 228 Incident and the Taiwan Independence Movement's Construction of a Taiwanese Identity". China Information. 21 (3): 373–401. doi:10.1177/0920203X07083320.
  4. Chou, Wan-yao (2015). A New Illustrated History of Taiwan. Translated by Plackitt, Carole; Casey, Tim. Taipei: SMC Publishing Inc. p. 317. ISBN 978-957-638-784-5.
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ chou2
  6. Ko, Shu-ling; Chang, Rich; Chao, Vincent Y. (March 1, 2011). "National 228 museum opens in Taipei". Taipei Times. p. 1. สืบค้นเมื่อ November 14, 2014.
  7. Chen, Ketty W. (February 28, 2013). "Remembering Taiwan's Tragic Past". Taipei Times. p. 12. สืบค้นเมื่อ November 14, 2014.
  8. Lin, Sean (October 6, 2018). "Commission exonerates 1,270 people". Taipei Times. Taipei. สืบค้นเมื่อ August 22, 2019.