เปิดเมนูหลัก

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตก หรือด้านเหนือสุดของภาคใต้ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย ในท้องที่อำเภอสามร้อยยอดและอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
Khao Sam Roi Yot National Park No.2.jpg
ทัศนียภาพอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
Map showing the location of อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
ตำแหน่งที่ตั้งอุทยานในประเทศไทย
ที่ตั้งอำเภอกุยบุรีและอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ไทย
พิกัด12°12′17″N 99°56′22″E / 12.20472°N 99.93944°E / 12.20472; 99.93944พิกัดภูมิศาสตร์: 12°12′17″N 99°56′22″E / 12.20472°N 99.93944°E / 12.20472; 99.93944
พื้นที่161.25 ตารางกิโลเมตร (100,783.20 ไร่)[1]
จัดตั้ง29 มิถุนายน 2509
ผู้เยี่ยมชม145,623 คน[2] (ปีงบประมาณ 2559)
หน่วยราชการสำนักอุทยานแห่งชาติ

ลักษณะภูมิประเทศแก้ไข

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดจัดเป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งผสมผสานหมู่เกาะในทะเลแห่งแรกของไทย[ต้องการอ้างอิง] ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทิวเขาหินปูนสลับซับซ้อนเรียงรายตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ยาวประมาณ 30 กิโลเมตร และมีเกาะน้อยใหญ่อยู่รวม 6 เกาะ เนื่องจากอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดภูมิประเทศเป็นแบบเขาหินปูนที่ผ่านการสึกกร่อนมาเป็นเวลานานได้ก่อให้เกิดถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่งในพื้นที่ ทั้งถ้ำพระยานคร ถ้ำแก้ว และถ้ำไทร ซึ่งล้วนมีหินงอกหินย้อยงดงาม โดยเฉพาะถ้ำพระยานครนั้นมีเพดานถ้ำทะลุเป็นปล่องใหญ่ ปล่อยให้ลำแสงสาดลงมาต้อง พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ซึ่งเป็นพระที่นั่งอันวิจิตรงดงามที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดมีลักษณะโดดเด่นถึง 3 ประการ คือ ตอนกลางเป็นทิวเขาหินปูนสูงชัน ด้านตะวันตกเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมขัง ส่วนทางด้านตะวันออกเป็นทุ่งตะกาดที่ติดต่อกับหาดโคลนปนทรายลงไปจดชายฝั่งทะเล ความหลากหลายของภูมิประเทศนี้เองที่เป็นตัวกำหนดความหลากหลายของสรรพชีวิต กล่าวคือพื้นที่ภูเขาหินปูนได้เป็นแหล่งรวมของพืชพรรณหายากต่าง ๆ เช่น จันผา โพเขา ปรงเขา สลัดได ฯลฯ อีกทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของเลียงผา สัตว์ป่าสงวนของไทยที่ใกล้สูญพันธุ์ ส่วนในที่ราบลุ่มน้ำท่วมขังด้านตะวันตกที่เรียกว่า "ทุ่งสามร้อยยอด" นั้นเป็นแหล่งรวมของพันธุ์ปลา พันธุ์ไม้น้ำ และเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำอีกกว่า 316 ชนิด[3]

 
จุดชมทิวทัศน์เขาแดง อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด
 
พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์

ลักษณะภูมิอากาศแก้ไข

สภาพภูมิอากาศอุณหภูมิ

  • ฤดูหนาว ( ระหว่างเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ ) ตั้งแต่ ๑๘ ถึง ๒๕ องศาเซลเซียส
  • ฤดูร้อน (ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม) ตั้งแต่ ๒๓ - ๓๒ องศาเซลเซียส
  • ฤดูฝน (ระหว่างเดือนมิถุนายน – กันยายน) ตั้งแต่ ๒๐ - ๓๐ องศาเซลเซียส

ทรัพยากรป่าไม้แก้ไข

เนื่องจากสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นภูเขาและได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้สังคมพืชในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดแตกต่างกัน สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ สังคมพืชที่เกิดในพื้นที่ชุ่มน้ำ และสังคมพืชป่าบก ดังนี้

1. สังคมพืชที่เกิดขึ้นในที่ลุ่มน้ำขัง ประกอบด้วย

• สังคมพืชที่พบในพรุบึงน้ำจืดบริเวณทุ่งสามร้อยยอด ส่วนใหญ่เป็นพืชล้มลุกพวกกกชนิดต่างๆ แห้วทรงกระเทียม อ้อ แขม หญ้าปล้อง หญ้าไซ บัวหลวง บัวสายชนิดต่างๆ ผักตบไทย บอน ตาลปัตรฤๅษี จอก แหน สาหร่ายข้าวเหนียว เป็นต้น

• ป่าชายเลน ซึ่งพบตามแนวชายคลองบางปู คลองเขาแดง และลำรางสาขา พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ แสมทะเล โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ตาตุ่มทะเล ตะบูนดำ โปรงแดง ถั่วขาว ฝาดดอกแดง สำมะงา จาก เถาถอบแถบ เป็นต้น บริเวณที่โล่งซึ่งเป็นดอนตะกาดซึ่งได้รับอิทธิพลความเค็มของน้ำทะเลท่วมถึงแต่ไม่ท่วมต่อเนื่องกันทุกปี พบพืชล้มลุกพวก ชะคราม ผักเบี้ยทะเล หญ้าปราบน้ำเค็ม หญ้าขม เป็นต้น

2. สังคมพืชป่าบก ประกอบด้วย

• ป่าชายหาด พบตามชายหาดบริเวณที่น้ำไม่ท่วมจนถึงบริเวณเชิงเขา พื้นดินเป็นทราย กรวด และโขดหิน พันธุ์ไม้สำคัญที่พบได้แก่ สนทะเล] โพทะเล กระทิง เม่า หูกวาง เกด มะนาวผี เตยทะเล ผักบุ้งทะเล เป็นต้น

• ป่าเบญจพรรณ ส่วนใหญ่ขึ้นบนเขาหินปูน พรรณไม้ที่ขึ้นหลายชนิดมักเป็นพรรณไม้ที่ขึ้นเฉพาะแห่ง เช่น จันทน์ผา จันทน์ชะมด โมกเขา ทะลายเขา และแก้วผา เป็นต้น ไม้ยืนต้นที่พบมักมีลำต้นแคระแกร็น เนื่องจากพื้นที่เป็นหินปูนมีเนื้อดินน้อย ส่วนบริเวณที่มีการสะสมสารอินทรีย์มากและเนื้อดินหนาในบริเวณหุบเขาและเชิงเขา พันธุ์ไม้ที่ขึ้นจะมีลำต้นสูงใหญ่ แต่มีอยู่เป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยกระจัดกระจาย พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ กุ่มน้ำ มะเกลือ พลับดง มะค่าโมง โมกมัน โมกขาว กระดูกไก่ และพลอง เป็นต้น

ทรัพยากรสัตว์ป่าแก้ไข

บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดมีความหลากหลายของสัตว์ป่า โดยเฉพาะนกซึ่งมีมากถึง 316 ชนิด ประกอบด้วยนกที่อาศัยประจำถิ่นและที่ย้ายถิ่นมาจากที่อื่นตามฤดูกาล และเป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งของประเทศไทยที่นกกระสาแดง สร้างรังวางไข่ รวมทั้งมีเป็ดแดงอาศัยอยู่ตลอดปี เช่นเดียวกับนกอัญชันอกเทา นกอัญชันคิ้วขาว และนกอีโก้ง

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่พบในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดมีน้อยมาก ที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่หากินกลางคืนและสัตว์ที่ขุดรูอยู่ใต้ดินในทุ่ง ได้แก่ เลียงผา เก้ง กระจงเล็ก หมูป่า ลิงลม ลิงแสม ค่างแว่นถิ่นใต้ อีเห็น พังพอนธรรมดา หรือ พังพอนเล็ก เม่น ชะมด ค้างคาว หนูพุกใหญ่ หนูท้องขาว ค้างคาวมงกุฏมลายู และชนิดที่น่าสนใจที่พบในน่านน้ำชายฝั่งทะเลบริเวณนี้คือ โลมาหัวบาตร สำหรับสัตว์เลื้อยคลานและสะเทินน้ำสะเทินบกที่พบได้แก่ เต่าเหลือง เต่าหับ เต่าดำ กิ้งก่าบินปีกส้ม หรือ กิ้งก่าบินปีกจุด กิ้งก่าหัวแดง กิ้งก่าสวน จิ้งเหลนบ้าน เหี้ย งูเหลือม งูเห่า งูกะปะ งูสิงธรรมดา งูเขียว คางคกบ้าน เขียดหลังปุ่ม กบหนอง กบน้ำเค็ม อึ่งขาคำ อึ่งอ่างบ้าน เขียดบัว หรือ เขียดจิก

ปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ไม่น้อยกว่า 45 ชนิด ได้แก่ ปลาช่อน ปลาดุกด้าน ปลานิล ปลาซิว ปลาตะเพียนขาว ปลาไหล ปลาทู ปลาลัง ปลากระบอก ปลากระเบน ปลาตีน กุ้งแชบ๊วย หมึกกล้วย ปูแป้น ปูม้า หอยโข่ง หอยขม หอยแมลงภู่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสัตว์ประเภทอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ผีเสื้อหางติ่งธรรมดา ผีเสื้อเณรจิ๋ว แมลงปอ ยุงน้ำจืด ตั๊กแตนหนวดสั้น จิ้งหรีด มวนแดง และแมลงดา เป็นต้น

จุดน่าสนใจแก้ไข

  • จุดชมทิวทัศน์เขาแดง
  • คลองเขาแดง
  • หาดสามพระยา
  • หาดแหลมศาลา
  • ถ้ำแก้ว
  • ถ้ำพระยานคร
  • ถ้ำไทร
  • เกาะโครำ
  • เกาะนมสาว

อ้างอิงแก้ไข

  1. ส่วนภูมิสารสนเทศ. สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. "รายงานสรุปพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พื้นที่รวม 72.046 ล้านไร่ (คำนวณในระบบ GIS)." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www2.dnp.go.th/gis/รูปอัพเว็บ/สรุปพื้นที่ป่า.pdf 2557. สืบค้น 3 สิงหาคม 2560.
  2. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. "ตารางที่ 10 จำนวนผู้เข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2555–2559." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dnp.go.th/statistics/2559/ตาราง 10 จำนวนผู้เข้าไปท่องเที่ยวในอุทยาน ปี 2555-2559 (1ก.พ.60).xls 2560. สืบค้น 3 สิงหาคม 2560.
  3. [1]กรมอุทยานแห่งชาติ

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข