อำเภอไชยปราการ

อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย

ไชยปราการ (คำเมือง: Lanna-Chai Prakan.png) เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ 128 กิโลเมตร สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน สลับ ที่ราบเชิงเขา เป็นอำเภอที่มีภูเขาล้อมรอบถึง 3 ด้าน ได้แก่ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม

อำเภอไชยปราการ
แผนที่จังหวัดเชียงใหม่ เน้นอำเภอไชยปราการ
คำขวัญ: 
พระเจ้าพรหมสร้างเมือง รุ่งเรืองวัฒนธรรม
งามล้ำถ้ำตับเต่า เมืองเก่าไชยปราการ
พิกัดภูมิศาสตร์: 19°43′56″N 99°8′25″E / 19.73222°N 99.14028°E / 19.73222; 99.14028
อักษรไทยอำเภอไชยปราการ
อักษรโรมันAmphoe Chai Prakan
จังหวัดเชียงใหม่
พื้นที่
 • ทั้งหมด510.9 ตร.กม. (197.3 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2563)
 • ทั้งหมด50,280 คน
 • ความหนาแน่น98.42 คน/ตร.กม. (254.9 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 50320
รหัสภูมิศาสตร์5021
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอไชยปราการ 717 หมู่ 2 ตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ประวัติแก้ไข

อำเภอไชยปราการจัดตั้งเป็นเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยแยกออกจากอำเภอฝาง เนื่องจากปัญหาความห่างไกลตัวเมืองฝาง จึงจัดตั้ง "กิ่งอำเภอไชยปราการ" ประกอบด้วยตำบลปงตำ ตำบลศรีดงเย็น ตำบลแม่ทะลบ และตำบลหนองบัว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2531[1] และในพ.ศ. 2537 ได้ตั้งเป็นอำเภอไชยปราการ

ที่ตั้งและอาณาเขตแก้ไข

อำเภอไชยปราการตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงดังนี้

การแบ่งเขตการปกครองแก้ไข

การปกครองส่วนภูมิภาคแก้ไข

อำเภอไชยปราการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 ตำบล 44 หมู่บ้าน ได้แก่

ลำดับที่ อักษรไทย อักษรโรมัน จำนวนหมู่บ้าน ประชากรทั้งหมด
(พ.ศ. 2561)[2]
ประชากรแยกตามส่วนท้องถิ่น
(พ.ศ. 2561)[2]
1. ปงตำ Pong Tam 8 8,074 8,074 (ทต. ไชยปราการ)
2. ศรีดงเย็น Si Dong Yen 18 15,347 6,038
9,309
(ทต. ไชยปราการ)
(อบต. ศรีดงเย็น)
3. แม่ทะลบ Mae Thalop 7 7,674 7,674 (อบต. แม่ทะลบ)
4. หนองบัว Nong Bua 11 15,422 1,928
13,494
(ทต. ไชยปราการ)
(ทต. หนองบัว)
รวม 44 46,517 29,534 (เทศบาล)
16,983 (อบต.)

การปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไข

ท้องที่อำเภอไชยปราการประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลไชยปราการ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปงตำทั้งตำบล บางส่วนของตำบลศรีดงเย็น และบางส่วนของตำบลหนองบัว
  • เทศบาลตำบลหนองบัว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองบัว (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลไชยปราการ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลศรีดงเย็น ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีดงเย็น (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลไชยปราการ)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทะลบ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่ทะลบทั้งตำบล

สถานที่ท่องเที่ยวแก้ไข

วัดถ้ำตับเต่า[3] บนเส้นทางสายเชียงใหม่-ฝาง ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 120 และ 121 แยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดร่มรื่น มีหอพระไตรปิฎกสร้างอยู่กลางน้ำ สิ่งสำคัญในวัดคือถ้ำตับเต่า มีขนาดเล็กกว่าถ้ำเชียงดาว ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ถ้ำตับเต่านี้แยกออกเป็น 2 ถ้ำ คือ ถ้ำผาขาว และถ้ำปัญเจค บริเวณหน้าถ้ำมีกุฏิและศาลาสำหรับพักผ่อน

อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา มีน้ำตกหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่เส้นทางยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างพัฒนาพื้นที่ น้ำตกที่เดินทางเข้าถึงสะดวกที่สุดคือ น้ำตกห้วยทรายขาว ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำจะน้อยมาก จะมีน้ำเยอะช่วงเดือนพฤษภาคมแต่น้ำจะขุ่น น้ำจะใสช่วงหลังฝน ชั้นบนของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและมีทรายอยู่เนื่องจากน้ำพัดเอาทราย มาจากการกัดกร่อนของหินทราย ชั้นบน อากาศบริเวณน้ำตกชื้นจนทำให้มีมอสจับอยู่ มีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกแม่ฝางหลวง น้ำตกดอยเวียงผา น้ำตกห้วยหาน และจุดชมวิวดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 583 ตารางกิโลเมตร สภาพป่าในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ นอกจากนี้ยังมีป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าสนเขา นกที่พบ เช่น นกกินปลี และนกพญาไฟ สัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลางและสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ กระรอก กระต่าย หมูป่า อีเห็น เก้ง เลียงผา เสือไฟ เม่น หมีควาย เป็นต้น

วัดพระเจ้าพรหมมหาราช (วัดป่าไม้แดง)

บ้านถ้ำง๊อบ[4] เป็นหมู่บ้านของอดีตทหารจีนคณะชาติ ที่ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ แต่เดิมหมู่บ้านถ้ำง๊อบเป็นสถานที่ตั้งของกองทหารจีนคณะชาติ กองทัพที่ 3 หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "กองพล 93" โดยมีนายพลหลี่ เหวิน ฮ้วน เป็นผู้นำ ก่อนที่กองกำลังทหารจีนคณะชาติจะได้อพยพเข้ามาอยู่ที่บ้านถ้ำง๊อบแห่งนี้ สาเหตุมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เกิดการเปลี่ยนแปลงลัทธิการแกครองไปเป็นแบบคอมมิวนิตส์ ผู้นำของชาวจีนส่วนหนึ่งไม่สามารถทนต่อความกดขี่ของลัทธิคอมมิวนิตส์ได้ จึงได้อพยพพรรคพวกออกนอกประเทศ มาทางประเทศพม่า และเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยความเมตตากรุณาของรัฐบาลไทยและความเห็นอกเห็นใจจากประชาชนชาวไทย เมื่อ พ.ศ. 2495 ทำให้กลุ่มอดีตทหารจีนคณาชาติได้ตั้งหลักแหล่งเพื่อประกอบอาชีพอยู่บนดอยถ้ำง๊อบ โดยความควบคุมของ บก.04 กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม ในสมัยเมื่อปี พ.ศ. 2518 กลุ่มอดีตทหารจีนคณะชาติ กองทัพที่ 3 ได้ร่วมมือกับ รัฐบาลไทยดำเนินการสู้รบและต่อต้านผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิตส์ในเขตภาคเหนือจนได้รับความไว้วางใจและเห็นใจจากกองบัฐชาการทหารสูงสุดได้ให้ดอกาสอดีตทหารจีนคณะชาติที่ร่วมสู้รบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิตส์และไม่ประสงค์จะขอกลับไปประเทศไต้หวันตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ได้มีดอกาสโอนและแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย ซึ่งมีสิทธิและเสรีภาพภาพเหมือนคนไทยทุกประการ นาบพลหลี่ เหวิน ฮ้วน ผู้นำของอดีตทหารจีนคณะชาติ กองทัพที่ 3 ได้โอนสัญชาติเป็นคนไทยและมีชื่อว่า นายชัย ชัยศิริ ปัจจุบันบ้านถ้ำง๊อบมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่มบ้าน คือบ้านสินชัย ผาแดง และบ้านถ้ำง๊อบ

วัดถ้ำผาผึ้ง เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานในถ้ำ มีพื้นที่ร่มรื่น สงบ ร่มเย็นมีมหาเจดีย์อรุสรณ์ พิพิธภัณฑ์อัฐบริขาร หลวงปู่บุญจันทร์ จนทวโร สร้างเพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือน ของหลวงปู่บุญจันทร์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานและเป็นสถานที่เก็บของใช้ส่วนตัว ของท่านหลวงปู่ ซึ่งเป็นนักปฏิบัติสายพระอาจารย์มั่น ถือว่าเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตั้งอยู่ ณ บ้านถ้ำผาผึ้ง

ฮิโนกิแลนด์ (Hinoki land)[5] อาณาจักรไม้ฮิโนกิแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย เปิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561 พื้นที่กว่า 100 ไร่ สร้างเป็นเมืองจำลองแบบญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยการประดับตกแต่งอย่างโคมแดงขนาดยักษ์แบบวัดอาซากุสะที่โตเกียว เสาแดงโทริอิเหมือนที่วัดฟูชิมิอินาริที่เกียวโต ตลอดจนสิ่งก่อสร้างต่างๆ ปราสาทฮิโนกิ สร้างจากไม้หอมทั้งหลัง ขนาดสูง 4 ชั้น

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข