อาณาจักรพุกาม

อาณาจักรพุกาม (อังกฤษ: Pagan Kingdom; พม่า: ပုဂံခေတ်) เป็นอาณาจักรโบราณในช่วง พ.ศ. 1392 - 1840 พุกามเป็นอาณาจักรและราชวงศ์แห่งแรกในประวัติศาสตร์ของชาวพม่า มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองพุกามในปัจจุบัน เดิมมีชื่อว่า "ผิวคาม" (แปลว่า หมู่บ้านของชาวผิว) เป็นเมืองเล็ก ๆ ริมทิศตะวันออกของแม่น้ำอิระวดี สภาพส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายแห้งแล้ง เป็นที่อยู่ของชาวผิว ซึ่งเป็นชนพื้นเมือง ในปี พ.ศ. 1587 พุกามถูกสถาปนาโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ พระองค์ทำสงครามกับชาวมอญที่อยู่ทางใต้ชนะ แล้วจึงสถาปนาชื่ออย่างเป็นทางการของพุกามว่า "ตะริมันตระปุระ" (အရိမဒ္ဒနာပူရ; หมายความว่า เมืองที่ปราบศัตรูราบคาบ) รอบ ๆ เมืองพุกาม มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ "มินดาตุ" ซึ่งเป็นเขตเมืองโบราณ 4 แห่ง ล้อมรอบอยู่ด้วย

อาณาจักรพุกาม
ပုဂံခေတ်
อาณาจักร

 

 

ค.ศ. 849–ค.ศ. 1297
 

 

 

อาณาจักรพุกามประมาณ ค.ศ. 1210
สมัยพระเจ้านรปติสี่ตู่
เมืองหลวง พุกาม (849–1297)
ภาษา ภาษาพม่าโบราณ, ภาษามอญ, ภาษาปยู
ศาสนา พุทธเถรวาทและมหายาน, วิญญาณนิยม, ศาสนาฮินดู
การปกครอง ราชาธิปไตย
พระมหากษัตริย์
 -  ค.ศ. 1044–77 พระเจ้าอโนรธามังช่อ
 -  ค.ศ. 1084–1112 พระเจ้าจั่นซิตา
 -  ค.ศ. 1112–67 พระเจ้าอลองสิธู
 -  ค.ศ. 1174–1211 พระเจ้านรปติสี่ตู่
 -  ค.ศ. 1256–87 พระเจ้านรสีหบดี
สภานิติบัญญัติ รัฐสภาแห่งสหภาพ
ยุคประวัติศาสตร์ สมัยกลาง
 -  เริ่มต้นปฏิทินพม่า 23 มีนาคม ค.ศ. 640
 -  ก่อตั้งอาณาจักร 23 ธันวาคม ค.ศ. 849
 -  เริ่มต้นใช้ตัวอักษรพม่า ค.ศ. 984 และ ค.ศ. 1035
 -  เริ่มสร้างจักรวรรดิ ค.ศ. 1050–60
 -  ช่วงรุ่งเรืองสูงสุด ค.ศ. 1174–1250
 -  มองโกลรุกรานครั้งแรก ค.ศ. 1277–87
 -  รวมอาณาจักรมยินซาง 17 ธันวาคม ค.ศ. 1297
 -  มองโกลรุกรานครั้งที่สอง ค.ศ. 1300–01
ประชากร
 -  ค.ศ. 1210 ประมาณการ 1.5 ถึง 2 ล้านคน 
สกุลเงิน จัต
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
ชุดบทความประวัติศาสตร์พม่า
WikiProject Myanmar peacock.svg
ประวัติศาสตร์พม่ายุคต้น
นครรัฐปยู
(ประมาณ พ.ศ. 443 – ประมาณ พ.ศ. 1383)
อาณาจักรมอญ
(พศว. 14 – 16, พศว. 18 – 21, พศว. 23)
อาณาจักรพุกาม
(พ.ศ. 1392 – 1830, อาณาจักรยุคที่ 1)
อาณาจักรอังวะ (พ.ศ. 1907 – 2098)
อาณาจักรมเยาะอู (พ.ศ. 1977 – 2327)
ราชวงศ์ตองอู
(พ.ศ. 2029 – 2295, อาณาจักรยุคที่ 2)
ราชวงศ์คองบอง
(พ.ศ. 2295 – 2428, อาณาจักรยุคที่ 3)
สงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่หนึ่ง (พ.ศ. 2367 – 2369)
สงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่สอง ( พ.ศ. 2395)
สงครามพม่า-อังกฤษครั้งที่สาม (พ.ศ. 2428)
พม่าของอังกฤษ
(พ.ศ. 2367 – พ.ศ. 2485, พ.ศ. 2485 – 2491)
อาระกันของอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – 2395)
ตะนาวศรีของอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – 2395)
พม่าตอนล่างของอังกฤษ (พ.ศ. 2395 – 2429)
พม่าตอนบนของอังกฤษ (พ.ศ. 2428 – 2429)
การยึดครองพม่าของญี่ปุ่น (พ.ศ. 2485 – 2488)
ขบวนการชาตินิยมในพม่า (หลัง พ.ศ. 2429)
บามอว์
ออง ซาน
ยุคประชาธิปไตย (พ.ศ. 2491 - 2505)
อู นุ และอู ถั่น
รัฐบาลทหารครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2505 – 2532)
เน วิน
การก่อการปฎิวัติ 8888 (พ.ศ. 2531)
ออง ซาน ซูจี
รัฐบาลทหารครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2532 – 2554)
การปฏิวัติผ้ากาสาวพัสตร์ (พ.ศ. 2550)
พายุหมุนนาร์กิส (พ.ศ. 2551)
ความขัดแย้งภายในพม่า
เหตุจลาจลในรัฐยะไข่ พ.ศ. 2555
[แก้ไขแม่แบบนี้]

ในรัชสมัยพระเจ้าจั่นซิตาพระเจ้าพุกามพระองค์ที่ 4 เป็นสมัยที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ชาวมอญที่อยู่หงสาวดีทางตอนใต้ ได้ทำสงครามชนะพุกามและครอบครองดินแดนของพุกาม พระองค์จึงรวบรวมชาวพม่าตีโต้คืน จึงสามารถยึดพุกามกลับมาไว้ได้

อาณาจักรพุกามเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดทางด้านศิลปวิทยาการในสมัยพระเจ้าอลองสิธูใน พ.ศ. 1687 พระองค์ได้โปรดให้สร้างเจดีย์ชื่อ "ตะเบียงนิว" (แปลว่า เจดีย์แห่งความรู้) ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในพุกามไว้

พระเจ้าพุกามพระองค์สุดท้ายคือพระเจ้านรสีหบดี สร้างเจดีย์องค์สุดท้ายแห่งพุกามเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 1819 และเมื่อสร้างเจดีย์องค์นี้เสร็จได้มีผู้ทำนายว่าอาณาจักรพุกามจะถึงกาลอวสาน ซึ่งต่อมาก็เป็นจริงดังนั้น เมื่อกองทัพราชวงศ์หยวนยกทัพบุกครั้งแรกในปี พ.ศ. 1820 และในปี พ.ศ. 1840 อาณาจักรพุกามก็ล่มสลายอย่างสิ้นเชิง รวมระยะเวลาทั้งสิ้นสี่ร้อยกว่าปี

อาณาจักรพุกามหลังปี พ.ศ. 1830 ถูกมองโกลยึดครองและแบ่งดินแดนออกเป็น 2 มณฑล[1] คือ

  • มณฑลเจิ้งเหมี่ยน (จีน: 征緬; เวด-ไจลส์: Cheng-Mien) โดยรวมรัฐทางเหนือของพม่าเข้าด้วยกันมีตะก้อง เป็นศูนย์กลางภายใต้การปกครองของข้าหลวงจีน มีทหารมองโกลประจำ
  • มณฑลเหมี่ยนชุง (จีน: 緬中; เวด-ไจลส์: Mien-Chung) อยู่ทางภาคกลางของพม่า มีพุกามเป็นศูนย์กลางจนปี พ.ศ. 1832 จึงได้แต่งตั้งพระเจ้าจะซวา เป็นกษัตริย์ปกครองพุกาม ในฐานะประเทศราชของจีน

รายพระนามพระเจ้าพุกามแก้ไข

  • ราชวงศ์พุกามตอนต้น
  1. ปยีน-บย่า (Pyinbya) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1389–1419
  2. ตานแนะ (Tannet) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1419–1447
  3. ซะเลงะคเว่ (Sale Ngahkwe) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1447–1477
  4. เต้นโค (Theinhko) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1477–1499
  5. ญองอู ซอยะฮาน (Nyaung-u Sawrahan) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1499–1544
  6. กูนซอ จองบยู (Kunhsaw Kyaungbyu) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1544-1564
  7. จีนโซ (Kyizo) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1564-1581
  8. โซะกะเต (Sokkate) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1581-1587
  • สมัยจักรวรรดิ
  1. พระเจ้าอโนรธามังช่อ (Anawrahta) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1587-1620
  2. พระเจ้าซอลู (Sawlu) หรือ มังลูลาน (Man Lulan) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1620-1627
  3. พระเจ้าจั่นซิตา (Kyanzittha) หรือ ถิลุงมัง (T’iluin Man) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1627-1655/1656
  4. พระเจ้าอลองสิธู (Alaungsithu) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1655/1656-1710
  5. พระเจ้านะระตู (Narathu) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1710-1714
  6. พระเจ้านรสิงขะ (Naratheinkha) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1714-1717
  7. พระเจ้านรปติสี่ตู่ (Narapatisithu) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1717-1754
  8. พระเจ้าไชยสิงขะ (Zeya Theinkha) หรือ พระเจ้าทีโลมีนโล (Htilominlo) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1754-1778
  9. นรสิงหอุซะนา (Naratheinga Uzana) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1774/1778-1778 (เทียบเท่าผู้ว่าการแทน)
  10. พระเจ้าจะซวา (Kyaswa) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1778-1792
  11. พระเจ้าอุซะนา (Uzana) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1792-1799
  12. พระเจ้านรสีหบดี (Narathihapati) ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ. 1799-1830

พุกามในปัจจุบันแก้ไข

ดูบทความหลักที่ พุกาม

ปัจจุบันพุกามเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของพม่า พุกามได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์หรือดินแดนแห่งเจดีย์ เพราะในช่วงรุ่งเรืองสูงสุดของอาณาจักรระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึง 13 มีวัด เจดีย์ และอาราม กว่า 10,000 แห่ง ถูกสร้างขึ้นบนที่ราบพุกามเพียงแห่งเดียว[2] ซึ่งยังคงมีวัดและเจดีย์กว่า 2,200 แห่งที่ยังคงอยู่รอดมาจนถึงปัจจุบัน[3] ในปี พ.ศ. 2562 พุกามได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่[4]

หมายเหตุแก้ไข

  1. อาณาจักรมองโกลได้เริ่มรุกรานและคุกคามพุกามมาตั้งแต่สมัยพระเจ้านรปติสินธุ หลังจากนั้นกษัตริย์อีก 3-4 พระองค์ถัดมาครองราชย์แต่เพียงสั้น ๆ ไม่ปรากฏผลงานที่โดดเด่น จนในที่สุดอาณาจักรพุกามก็ล่มสลายถึงที่สุดในสมัยพระเจ้านรสีหบดี ก็ตกเป็นประเทศราชของราชวงศ์หยวนของกุบไลข่าน

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://www.oknation.net/blog/print.php?id=227249
  2. Stadtner 2011: 216
  3. Köllner, Bruns 1998: 117
  4. "Seven more cultural sites added to UNESCO's World Heritage List". UNESCO. 6 July 2019.

บรรณานุกรมแก้ไข

  • Aung-Thwin, Michael (1985). Pagan: The Origins of Modern Burma. Honolulu: University of Hawai'i Press. ISBN 0-8248-0960-2.
  • Aung-Thwin, Michael (2005). The mists of Rāmañña: The Legend that was Lower Burma (illustrated ed.). Honolulu: University of Hawai'i Press. ISBN 9780824828868.
  • Charney, Michael W. (2006). Powerful Learning: Buddhist Literati and the Throne in Burma's Last Dynasty, 1752–1885. Ann Arbor: University of Michigan.
  • Coedès, George (1968). Walter F. Vella, ed. The Indianized States of Southeast Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-1.
  • Cooler, Richard M. (2002). "The Art and Culture of Burma". Northern Illinois University.
  • Dijk, Wil O. (2006). Seventeenth-century Burma and the Dutch East India Company, 1634–1680 (illustrated ed.). Singapore: NUS Press. ISBN 9789971693046.
  • Hall, D.G.E. (1960). Burma (3rd ed.). Hutchinson University Library. ISBN 978-1-4067-3503-1.
  • Harvey, G. E. (1925). History of Burma: From the Earliest Times to 10 March 1824. London: Frank Cass & Co. Ltd.
  • Htin Aung, Maung (1967). A History of Burma. New York and London: Cambridge University Press.
  • Kala, U (1720). Maha Yazawin Gyi (in Burmese). 1–3 (2006, 4th printing ed.). Yangon: Ya-Pyei Publishing.
  • Köllner, Helmut; Axel Bruns (1998). Myanmar (Burma) (illustrated ed.). Hunter Publishing. p. 255. ISBN 9783886184156.
  • Kyaw Thet (1962). History of Burma (in Burmese). Yangon: Yangon University Press.
  • Lieberman, Victor B. (2003). Strange Parallels: Southeast Asia in Global Context, c. 800–1830, volume 1, Integration on the Mainland. Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-80496-7.
  • Moore, Elizabeth H. (2007). Early Landscapes of Myanmar. Bangkok: River Books. ISBN 974-9863-31-3.
  • Myint-U, Thant (2006). The River of Lost Footsteps—Histories of Burma. Farrar, Straus and Giroux. ISBN 978-0-374-16342-6.
  • Pan Hla, Nai (1968). Razadarit Ayedawbon (in Burmese) (8th printing, 2004 ed.). Yangon: Armanthit Sarpay.
  • Ricklefs, M.C.; Bruce McFarland Lockhart; Albert Lau; Portia Reyes; Maitrii Aung-Thwin; Bruce Lockhart (2010). A New History of Southeast Asia. Palgrave Macmillan. p. 544. ISBN 978-0230212145.
  • Royal Historical Commission of Burma (1829–1832). Hmannan Yazawin (in Burmese). 1–3 (2003 ed.). Yangon: Ministry of Information, Myanmar.
  • Than Tun (December 1959). "History of Burma: A.D. 1300–1400". Journal of Burma Research Society. XLII (II).
  • Than Tun (1964). Studies in Burmese History (in Burmese). 1. Yangon: Maha Dagon.
  • Wicks, Robert S. (1992). Money, markets, and trade in early Southeast Asia: the development of indigenous monetary systems to AD 1400. SEAP Publications. ISBN 9780877277101.

พิกัดภูมิศาสตร์: 21°10′20″N 94°51′37″E / 21.17222°N 94.86028°E / 21.17222; 94.86028