อาณัฐชัย รัตตกุล ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายสาธารณะและการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และอดีตนักการเมืองชาวไทย

อาณัฐชัย รัตตกุล
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 17 ตุลาคม พ.ศ. 2497 (65 ปี)
กรุงเทพมหานคร
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
ศาสนา พุทธ

ประวัติแก้ไข

อาณัฐชัย รัตตกุล หรือ ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล เกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2497 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานรัฐสภา กับคุณหญิงจรวย รัตตกุล และเป็นน้องชายของ ดร.พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และปริญญาเอกหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

การทำงานแก้ไข

อาณัฐชัย รัตตกุล เคยลงรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 2 ครั้ง ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในปี พ.ศ. 2538 โดยลงในเขต 5 กรุงเทพมหานคร (เขตดินแดง, ห้วยขวาง, วัฒนา, พระโขนง) ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และดร.ธวัช วิชัยดิษฐ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง[1] และในปี พ.ศ. 2544 ในเขต 9 กรุงเทพมหานคร (เขตคลองเตย) ไม่ได้รับเลือกตั้ง[2] และลงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2549 ก็ไม่ได้รับการเลือกตั้งอีก[3] [4]

ดร.อาณัฐชัย เป็นผู้ที่สนับสนุนด้านความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เกาหลี และเป็นผู้สนับสนุนกีฬาเทควันโด จนก่อตั้งเป็นสมาคมเทควันแห่งประเทศไทย และเป็นนายกสมาคมฯเป็นคนแรกด้วย[5]


ในปี พ.ศ. 2550 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่าง[6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. หน้า 80, คือความคิด คือชีวิต คือ...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดย ศิริกานดา ศรีชลัมภ์ (มีนาคม, พ.ศ. 2547) ISBN 974-92093-3-8
  2. ประวัติผู้สมัคร ส.ส.
  3. เปิดสาแหรกผู้สมัครสว.ทั่วประเทศ 49 จากผู้จัดการออนไลน์
  4. ผลการเลือกตั้ง ส.ว.ทั่วประเทศอย่างไม่เป็นทางการ
  5. ร่วมยินดี ดร.อาณัฐชัย รัตตกุล คนไทยคนแรกในรอบ 20 ปี
  6. ประกาศสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง รายชื่อสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่าง
  7. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๖) เล่ม 120 ตอนที่ 19ข วันที่ 1 ธันวาคม 2546
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษเล่ม ๑๐๙ ตอน ๑๓๑ ง ฉบับพิเศษ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ หน้า ๑