เปิดเมนูหลัก
อัญชะลี ไพรีรัก

อัญชะลี ไพรีรัก [remark 1] (25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 ที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ; ชื่อเล่น: ปอง มาจากคำว่า "ปิงปอง"[1] - ) สื่อมวลชนอิสระ เป็นผู้ที่รู้จักกันดีในชื่อ "เจ๊ปอง" เป็นผู้มีบทบาทสำคัญทั้งในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 และเมื่อปี พ.ศ. 2549 เมื่อปี พ.ศ. 2551 เป็นผู้จัดรายการเล่าข่าวยามเช้าบนเวทีปราศรัย รวมถึงในช่วงปี พ.ศ. 2556–2557 เป็นพิธีกรประจำเวทีการชุมนุมของกปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)

เนื้อหา

ประวัติการทำงานแก้ไข

เริ่มต้นชีวิตในวัยทำงานในเส้นทางของนักสื่อสารมวลชน ด้วยการเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ และด้วยความที่เป็นนักสื่อสารมวลชนคนหนึ่งที่คร่ำหวอดในเส้นทางนี้มาถึง 20 ปี ทำให้ อัญชะลี ไพรีรัก ได้ทำงานที่ค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์ ทำข่าวประกวด ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง ข่าวตลาดหุ้น ข่าวการตลาด จนกระทั่งเป็นผู้ประกาศข่าวทางช่อง 7 สี

ในปี พ.ศ. 2539 ได้เป็นพิธีกรแทนบุญยอด สุขถิ่นไทย ทางรายการ "กู๊ด มอร์นิ่ง บางกอก" ที่ลาหยุดไปเนื่องจากป่วย 2 วัน

อัญชะลี ไพรีรักเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยความเป็นนักจัดรายการวิทยุที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไป ตรงมา และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ซึ่งในตอนนั้นอัญชะลีจัดรายการวิทยุอยู่ที่คลื่น F.M. 96.5 MHz รายการ "จับชีพจรข่าว"

ต่อมาได้ถูกยุติการทำรายการ เนื่องจากถูกแทรกแซงทางการเมืองจากรัฐบาลในสมัยนั้น จึงหันไปจัดรายการเกี่ยวกับผู้หญิงทางช่อง 3 ได้ 2 สัปดาห์[2] ก่อนจะได้รับการเชื้อเชิญจากนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เจ้าของธุรกิจทีพีไอ ให้มาทำวิทยุคลื่นประชาธิปไตย F.M. 92.25 MHz โดยเป็นผู้ริเริ่ม ทั้งวางผังและจัดรายการเองทั้งหมด แต่ต่อมาก็ถูกแทรกแซงอีกครั้ง จนต้องลาออกมา

จนกระทั่งในต้นปี พ.ศ. 2549 ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เริ่มต้นการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างจริงจังแล้ว อัญชะลีจึงได้เข้าร่วมและได้ร่วมจัดรายการบนเวทีและในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร คอนเสิร์ตการเมือง คู่กับยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ในรายการชื่อ "ติดดาบปลายปืน" แต่มิได้เป็นพนักงานในเครือผู้จัดการแต่อย่างใด

หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2549 ได้เดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียได้ระยะหนึ่ง จึงเดินทางกลับมา จากนั้นในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 อัญชลีได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดสมุทรปราการ สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน อันเนื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีกับแกนนำพรรค แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 อัญชะลีได้กลับมาร่วมชุมนุมอีกครั้ง โดยเป็นผู้จัดรายการเล่าข่าวตอนเช้าบนเวทีคู่กับกมลพร วรกุล ภายหลังการชุมนุมยุติลงก็ได้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรรายการเคาะข่าวริมโขงและแขกรับเชิญรายการสภาท่าพระอาทิตย์ทุกวันจันทร์และศุกร์ และมีรายการประจำ ชื่อ "จับตาประเทศไทย" ออกอากาศทุกคืนวันอาทิตย์ 20.30 - 21.00 น.ทาง เอเอสทีวี เป็นรายการเล่าข่าวทั่วไป

ต่อมา อัญชะลีได้ยุติรายการทั้งหมดทางเอเอสทีวี และสื่อต่าง ๆ ในเครือผู้จัดการหมดแล้ว โดยมีเสียงร่ำลือกระแสหนึ่งกล่าวว่า ได้ออกไปทำงานส่วนตัว และเป็นเลขานุการให้กับ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร [3] ส่วนอีกกระแสหนึ่งกล่าวว่า ได้เป็นบรรณาธิการให้กับนิตยสารท่องเที่ยว[4]

อัญชะลีเคยเป็นผู้จัดรายการ "ร้อยข่าวบลูสกาย" และ "ร้อยข่าวสุดสัปดาห์" ทางบลูสกายแชนแนล

หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2557 อัญชะลีได้ร่วมงานกับสถานีโทรทัศน์นิวทีวี ในเครือหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดยเป็นผู้ดำเนินรายการ "หมายข่าวนิวทีวี" (ภายหลังเปลี่ยนชื่อรายการเป็น "นิวหมายข่าว") ออกอากาศในช่วงเย็น โดยเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557 [5] ซึ่งจัดมาต่อเนื่องจนกระทั่งอัญชะลีได้ลาออกจากนิวทีวี เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561 เพื่อร่วมงานกับเนชั่นทีวี โดยร่วมดำเนินรายการ "เนชั่นทันข่าว" กับศุภโชค โอภาสะคุณ และ สถาปัตย์ แพทอง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ขณะเดียวกัน อัญชะลีกลับมาจัดรายการที่ช่องฟ้าวันใหม่อีกครั้ง ในรายการ "ข่าวคาใจ" ซึ่งมีรายการเทปหนึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีการเข้าจับกุมนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพระพุทธะอิสระ) และโจมตีบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลที่เห็นด้วยกับการจับกุม เช่น นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย (เสก โลโซ) โดยใช้ถ้อยคำหยาบคายและรุนแรง [6] ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องไปยังองค์กรกำกับดูแลให้ดำเนินการทางปกครองกับสถานีที่ออกอากาศ

วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557แก้ไข

ในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 อัญชะลีได้เข้าร่วมกับการชุมนุมของกปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) โดยมีบทบาทเป็นโฆษกบนเวทีชุมนุม และผู้บรรยายในการเดินรณรงค์การชุมนุมตามถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงยังเป็นแกนนำเองด้วยในหลายครั้งที่มีการเคลื่อนขบวนไปชุมนุมยังที่ต่าง ๆ[7]

นอกจากนี้แล้ว ยังได้ถ่ายแบบลงปกนิตยสารแพราว และให้สัมภาษณ์ถึงความในใจด้วย สำหรับการชุมนุมในครั้งนี้[8]

ต่อมาในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 จากการชุมนุมในครั้งนี้ ศาลอาญาอนุมัติหมายจับแกนนำ กปปส. รวม 43 คน ผู้ต้องหาคดีกบฏ และความผิดอื่น รวม 8 ข้อหา เพื่อติดตามตัวมาดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย โดยอัญชะลีมีชื่อเป็นผู้ต้องหาหมายเลขที่ 10[9] [10]

เชิงอรรถแก้ไข

  1. เดิมชื่อ อัญชลี ไพรีรัก ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อตัวเป็น "อัญชะลี" เมื่อ พ.ศ. 2552 ตามความเชื่อเรื่องการเปลี่ยนชื่อเพื่อเสริมดวง

[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิงแก้ไข

  1. ร้อยข่าวบลูสกาย โดย อัญชะลี ไพรีรัก และสันติสุข มะโรงศรี ทางบลูสกายแชนแนล: พฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2556
  2. Suthichai Live กับ “เจ๊ปอง” อัญชะลี ไพรีรัก! | 8/3/2561. Youtube. suthichai live. 9 มีนาคม 2561. Event occurs at 55:00. สืบค้นเมื่อ 14 มีนาคม 2561.
  3. ทำไม "ม็อบแดง" เติบโต ทำไม "ม็อบเหลือง" ถดถอย จับตา 19 ก.พ. "สึนามิแดง" มาแล้ว
  4. ทำไม ปอง อัญชะลี หายไปจากเวทีพันธมิตร (19 ก.พ.2554)
  5. "เจ๊ปอง อัญชะลี" คืนจอ นั่งแทนพิธีกรข่าวช่อง 18 "นิวทีวี", จากเว็บบอร์ดผู้จัดการออนไลน์.
  6. https://www.youtube.com/watch?v=tA0KNN3Jrck
  7. ""เจ๊ปอง" ลั่นกบฏดอกไม้ กปปส.ปักหลักชุมนุมหน้าบ้าน "ปู" จนกว่าไขก๊อกนายกฯ". ผู้จัดการออนไลน์. 26 ธันวาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2558.
  8. "เจ๊ปอง อัญชะลี ไพรีรัก แกนนำ กปปส. เปลี่ยนลุคเป็นนางแบบราชดำเนิน". สนุกดอตคอม. 10 มกราคม 2557. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2558.
  9. "ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 30 แกนนำ กปปส. ที่เหลือยกคำร้อง". Thairath.co.th. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557.
  10. "ศาลอนุมัติออกหมายจับแกนนำ กปปส. 30 ราย-ยกคำร้อง 13". Posttoday.com. 14 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2557.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข