เปิดเมนูหลัก

อลหม่านจานเด็ด เป็นรายการเกมโชว์การทำอาหาร ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ทุกวันเสาร์เวลา 15.15-15.45 น. (เริ่ม 2 พฤษภาคมพ.ศ. 2552) ดำเนินรายการโดย กรรชัย กำเนิดพลอย และ ปวันรัตน์ นาคสุริยะ (บางครั้งจะมีพิธีกรรับเชิญ ได้แก่ พลังธรรม กล่อมทองสุข) เดิมออกอากาศเวลา 15.00 - 15.30 น. ตั้งแต่ 2 กุมภาพันธ์ 2551 - 25 เมษายน 2552

อลหม่าน จานเด็ด

{{{ภาพ}}}
ออกอากาศ พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2552
สถานีโทรทัศน์ ช่อง 3
ผู้ดำเนินรายการ กรรชัย กำเนิดพลอย,
ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ผลิตโดย รีไมน์ บาย วรายุฑ

ปัจจุบันได้นำกลับมาทำใหม่ ในชื่อ อลหม่าน จานใหม่ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.30 - 10.30 น. ตั้งแต่ 2 เมษายน 2560 - ปัจจุบัน

รูปแบบรายการแก้ไข

รูปแบบของรายการอลหม่านจาดเด็ด จะเป็นการแข่งขันทำอาหาร โดยมีผู้แข่งขัน 3 คน ต้องมาทำอาหารในแนวที่ถนัดหรือไม่ถนัดเลยก็ได้ ซึ่งแบ่งช่วงรายการออกเป็นดังนี้

ช่วงที่ 1แก้ไข

ทางรายการจะมีโจทย์การทำอาหารในสัปดาห์นั้น ๆ ผู้แข่งขันทั้งสามจะต้องไปหาสูตรการทำอาหารนั้น ๆ (ประกอบด้วยเครื่องปรุงและวิธีการทำ) หลังแผ่นป้ายทั้งหมด 6 แผ่นป้าย ซึ่งผู้แข่งขันต้องเลือก 1 ป้าย หากโชคดีอาจจะได้ทั้งรายชื่อเครื่องปรุงและวิธีทำเลยก็ได้ แต่ถ้าโชคร้ายอาจจะต้องไปเดาสูตรกันเอาเอง (หรือมั่วเอาเอง) จากนั้นต้องไปที่กระบะเครื่องปรุงซึ่งจะมีเครื่องปรุงต่าง ๆ ให้เลือกใช้ซึ่งมีทั้งอยู่ในเมนูและเป็นตัวหลอกอยู่ในนั้นก็ได้ ผู้แข่งขันจะต้องเลือกเครื่องปรุงในระยะเวลาที่กำหนดซึ่งผู้แข่งขันคนใดมีรายชื่อเครื่องปรุงอยู่แล้วก็สบายไป แต่ถ้าไม่มีนั่นคือต้องเดาเอาเองว่ามีอะไรบ้างในเมนู

และก็ได้เปลี่ยนกติกาเป็น ให้สัมผัสอาหาร ทางใดทางหนึ่ง เช่น ชิม (ให้ชิมอาหาร) ดม (ให้ดมกลิ่นอาหาร) จับ (ใช้มือสัมผัสอาหาร) และต้องตอบลงไปในกระดาษของตัวเอง ถ้าตอบถูก คะแนนจะเพิ่ม 20 คะแนน จากรอบที่ 3 แต่ถ้าตอบผิดจะถูกหักคะแนน 20 คะแนนจากคะแนนช่วงดังกล่าว

ช่วงที่ 2แก้ไข

ผู้แข่งขันทั้งสามจะต้องลงมือปรุงอาหารตามโจทย์ที่กำหนดให้ภายในเวลา 5 นาที ในช่วงนี้ผู้แข่งคนใดที่มีวิธีการปรุงอยู่แล้วก็โชคดีไป ถ้าไม่มีนั่นคือต้องไปเดาเอาเอง แต่ในระยะหนึ่งได้เพิ่มกติกาใหม่คือ ในระหว่างทำอาหารจะต้องระวังไม่ให้ลูกโป่งของสีตัวเองแตก ถ้าแตก จะโดนลบ ลูกละ 10 คะแนน จากคะแนนช่วงที่ 3

ช่วงที่ 3แก้ไข

ช่วงนี้จะเป็นขั้นตอนการชิมรสชาติของคณะกรรมการซึ่งคณะกรรมการในแต่ละสัปดาห์จะมี 3 ท่าน แต่ละท่านจะดูตรงที่ความสวยงามในการจัดรูปแบบอาหารและรสชาติของอาหาร โดยที่กรรมการแต่ละท่านจะมีคนละ 20 คะแนน (แบ่งเป็น 10 คะแนนสำหรับความสวยงาม และอีก 10 คะแนนสำหรับรสชาติของอาหาร) รวมคะแนนเต็ม 60 คะแนน ในการตัดสินในเรื่องรสชาตินั้น หากกรรมการชิมแล้วไม่ถูกใจก็จะคายออกมาทันที เมื่อรวมคะแนนแล้วผู้แข่งขันคนใดที่ทำคะแนนสูงที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะ ผู้ที่ชนะจะมีสิทธิเข้าไปในรอบโบนัสโดยจะต้องเลือก 3 ป้าย จาก 6 ป้าย แต่ละป้ายจะมีเงินรางวัล 5,000 บาท หรือ 10,000 บาท ซึ่งโบนัสสูงสุดในรอบนี้คือ 30,000 บาท และต่ำสุดคือ 15,000 บาท สำหรับผู้แพ้อีก 2 ท่านต้องถูกลงโทษให้ไปล้างจานและภาชนะทั้งหมดซึ่งจะได้รับรางวัลปลอบใจไปคนละ 10,000 บาท

ในเวลาต่อมา ก็ได้เพิ่มแผ่นป้ายเป็น 8 ป้าย 12 ป้าย และ 16 ป้าย ตามลำดับ โดยเพิ่มป้าย 2,500 บาท,7,500 บาท,15,000 บาท และป้ายรูปพีธีกร ขึ้นมา ในกรณีที่เปิดเจอป้ายรูปพีธีกร พีธีกรคนนั้นจะต้องเลือกแผ่นป้ายให้ผู้ชนะแทน

และในรอบนี้ ทางรายการมีกติกาให้สำหรับกรรมการ โดยการให้กรรมการทายว่า เมนูจานนี้เป็นของคนไหน ถ้าทายถูกก็จะรอดจากการถูกทำโทษ แต่ถ้ากรรมการท่านไหนทายผิดทั้ง 3 จานก็จะถูกทำโทษ ให้ไปล้างจานตามผู้แพ้อีก 2 ท่านด้วย แต่ถ้าในกรณี กรรมการทายถูกครบทุกคน พิธีกรก็จะถูกทำโทษให้ไปล้างจานแทนกรรมการอีกด้วย

คณะกรรมการตัดสินแก้ไข

คณะกรรมการที่ตัดสินในเรื่องราวความสวยงามและรสชาติของอาหารในปัจจุบันมีดังนี้